กับดักแห่งวินัย : ตั้งเป้าทีไร ไปไม่ถึงเป้าหมายสักที | Mind your Money EP.012
1050 segments
วินัยเนี่ยมันง่ายสำหรับคนสอนแต่มันยาก
สำหรับคนทำ
>> โอ
>> เพราะว่าคนสอนบอกให้มีวินัยเนี่ยมันมี
แพทเทิร์นที่เรามีไม่กี่แบบเช่นออมทุก
เดือน
>> อ่า
>> ออกกำลังกายทุกวันมันง่ายสำหรับคนสอน
>> ออ
>> แต่มันไม่ได้เหมาะกับทุกคน
>> เหมือนอาจารย์จะส่งสัญญาณมาบอกผมว่าหนุ่ม
คุณจะให้คนทุกคนมีพฤติกรรม
มีวินวินัยในแบบเดียวกันเป๊ะเป็นไม้
บรรทัดน่ะมันอาจจะเป็นไปไม่ได้หรือเปล่า
>> สุดท้ายแล้วมนุษย์เนี่ยเราเข้าใจคนอื่น
ทั้งหมดแต่เราไม่รู้จักตัวเอง
>> Myoney
เปิดพฤติกรรมทำไมเราใช้เงินแบบนี้โดยโค้ช
หนุ่มจักรพงษ์เมธพันธ์และรองศาสตราจารย์
ดร.ธานีชัยวัฒน์สวัสดีครับขอต้อนรับเข้า
สู่มานะครับเปิดพฤติกรรมทำไมเราใช้เงิน
แบบนี้นะครับรายการที่จะพูดคุยถึงเรื่อง
ของพฤติกรรมมนุษย์นะครับแจกแจงแยกแยะแล้ว
ก็วิเคราะห์นะฮะว่าแหทำไมเราถึงตัดสินใจ
เรื่องเงินทองๆกันแบบแหบางเรื่องก็ดู
เหมือนไม่มีเหตุไม่มีผลบางเรื่องก็ไม่น่า
เข้าใจได้นะครับอ่าแน่นอนครับในแต่ละตอน
ก็จะเป็นผมนะฮะโคหนุ่มแล้วก็พูดคุยกับ
โคโฮสครับนะครับรองรองศาสตราจารย์ดร.ธานี
ชัยวัฒน์ครับสวัสดีครับอาจารย์ครับ
>> สวัสดีครับโค
>> ครับผมวันนี้เราน่าจะพูดถึงคำที่หลายคน
ไม่ชอบไม่ชอบเพราะว่าได้ยินคำนี้รู้สึก
ถึงความลำบาก
คือคำว่าวินัยนะฮะเค้าบอกเป็นคนต้องมี
วินัยไม่มีวินัยไม่ประสบความสำเร็จนะฮะที
นี้ในเรื่องของเงินทองๆครับอาจารย์ครับ
วินัยเกี่ยวข้องหลายเรื่องมากนะฮะเดี๋ยว
เราคงจะมาแจกแจงถึงนิยามของคำๆนี้นะฮะ
เพราะว่ามีหลายคนก็วินัยคือทำเหมือนเดิม
ซ้ำๆได้ตลอดยาวนานอย่างนี้หรือเปล่านะฮะ
วินัยในเรื่องเกี่ยวกับการเงินอย่างเช่น 1
วินัยในการใช้จ่ายนะครับเรามีเงินประมาณ
นึงเราก็ต้องรู้จักแบ่งจัดสรรใช้จ่ายควบ
คุมไม่ให้มันจ่ายเกินตัววินัยในการสร้าง
หนี้นะเราก็มีถกเถียงกันว่าเอ๊มันของบาง
อย่างมันก็อยากได้แต่สตุ้งสตางค์ยังไม่
พร้อมก็อาจจะใช้สินเชื่อไปก่อนได้แต่ก็
อยากให้มันเกินตัวแต่ไปๆมาๆมันก็ล้นแล้ว
มันก็ข้ามไปวินัยของการลงทุนนะครับแม้
กระทั่งที่เค้าพูดกันบอกว่าเรามีวิธีการ
ลงทุนง่ายๆเยอะแยะเลยเช่นการทยอยลงทุนแบบ
DCA ตัดเงินลงทุนเป็นประจำทุกๆเดือนเงิน
นิดๆหน่อยๆจะได้ไม่รู้สึกว่ามันยากมัน
ลำบากเกินไปถึงเวลาจริงๆก็ทำไม่ได้เก็บ
เงินไปเที่ยวเก็บเงินเพื่อเป้าหมายระยะ
ไกลๆก็ทำไม่ได้หรือแม้กระทั่งครับคนบางคน
มีแผนแผนนะทำตามแผนมาอยู่พอสมควรวันดีคืน
ดีเกิดกระตุ้นถูกกระตุ้นเคยลงทุนแบบอ่าลง
ทุนเป็นประจำสม่ำเสมอทุกเดือนวันดีคืนดี
มีมิจฉาชีพมาล่อใจนะครับอยู่ดีก็กลายเป็น
คนที่ไปกู้เงินมาแล้วก็เอาเงินทั้งก้อนไป
ลงทุนเสียหายเพราะฉะนั้นวันนี้เราจะมาคุย
ถึงสิ่งนี้ฮะวินัยนะฮะมันคืออะไรแล้วเรา
จะสร้างมันให้เกิดขึ้นมากับตัวเราได้
อย่างไร
>> จริงๆวินัยมันก็เป็นความท้าทายมากนะครับอ
ความท้าทายใช่มั้ฮะมันไม่เจ็บปวดใช่มั้ฮะ
ท้าทาย
>> ก็อ่าเรียกว่าเป็นความท้าทายดีกว่าครับ
เพราะว่าวินัยมันเป็นสิ่งที่เราต้อง
ปฏิบัติให้ได้
>> ทีนี้ก็เป็นอย่างที่โค้ชพูดเลยก็คืออ่า
หลายคนก็ให้นิยามของวินัยคืออะไรก็ตามที่
ต้องทำสม่ำเสมอ
>> อื
>> หรือว่าบางคนก็บอกว่าอ่าวินัยหมายถึงไม่
ต้องทำสม่ำเสมอก็ได้แต่ว่าวางแผนและทำให้
แต่ว่าเยังยืดหยุ่นที่จะปรับเปลี่ยนได้
ครับ
>> แต่จริงๆแล้วในโลกยุคนี้และในโลกอนาคตจะ
ยากขึ้นเรื่อยๆ
>> เพราะเมื่อก่อนเวลาเราพูดถึงวินัยที่ทำ
เหมือนเดิมสม่ำเสมอได้เพราะโลกมันไม่ได้
เปลี่ยนเยอะ
>> อื
>> ไม่ได้เปลี่ยนบ่อย
>> ครับ
>> เช่นการออมอ่าออมเหมือนเดิมเท่าเดิมก็ยัง
เป็นไปได้
>> แต่ในยุคหลังๆจะออมเท่าเดิมก็ยังยากเพราะ
ว่าเศรษฐกิจขึ้นลงเปลี่ยนไปแบบนี้มากออม
มากมีน้อยออมน้อยได้มั้ยจะได้ไม่เหนื่อย
เกินไปหรือ
>> จะออมโดยวิธีเดิมก็มีเครื่องมือทางการ
เงินใหม่ๆจำนวนมาก
>> ฮะ
>> เราควรจะยังเหมือนเดิมดีมย
>> เออ
>> แต่จริงๆเวลาในเชิงพฤติกรรมเนี่ยเราพูด
ถึงวินัยเนี่ยเราจะพูดถึง self control
>> คือความสามารถในการควบคุมตัวเอง
>> โคำนี้ดีจังเลยฮะ
>> ถ้าเรามี self control เรามีวินัยแน่ๆ
>> อือฮึ
>> ถ้าในความหมายของวินัยที่สม่ำเสมอครับ
>> หรือวินัยในความหมายของ and คือวางแผน
แล้วก็ทำได้หัวใจอยู่ที่ self control
>> อ่า
>> ทีนี้ในโลกที่มันเปลี่ยนแปลงเร็วและมีทาง
เลือกหลากหลายเนี่ยถ้าเรามองวินัยในมุม
ของ self control อีกแบบนึงคือการมี self
control เนี่ยมันคือการเข้าใจความอยาก
เข้าใจความต้องการเข้าใจพฤติกรรมการเงิน
หรือเข้าใจการตัดตัดสินใจของเราให้ดีขึ้น
>> อ
>> เพื่อจะได้เลือกการตัดสินใจที่เหมาะสมกับ
เรามากขึ้นอันนี้คือ self control ที่มา
กับวินัยอีก
>> ออคือตอนแรกผมคิดว่าพอเราพูดถึงวินัยเรา
จะพูดถึงแบบdisciplลineไม่ใช่เอาที่ self
control ก่อน
>> ใช่ครับ
>> อ่า
>> มองมองที่ self control ก่อนก็คือเราจะ
ควบคุมตัวเองได้เมื่อเราเข้าใจเข้าใจตัว
เองเข้าใจพฤติกรรมเข้าใจการตัดสินใจของ
ตัวเอง
>> โอ้โหเดี๋ยวนะครับเอาตรงนี้ก่อนเลยถ้าตรง
นี้แปลว่าเหมือนอาจารย์จะส่งสัญญาณมาบอก
ผมว่าหนุ่มคุณจะให้คนทุกคนมีพฤติกรรม
มีวินัยในแบบเดียวกันเป๊ะเป็นไม้บรรทัด
น่ะมันอาจจะเป็นไปไม่ได้หรือเปล่า
>> ใช่ครับเป็นไปได้ยากมากครับ
>> เออมันอาจจะต้องให้คนๆนั้นเ้าเข้าใจว่า
นี่ก็คือสไตล์และรูปแบบของฉันเป็นวินัยใน
แบบของฉัน
>> ใช่ครับเพราะมองแบบนี้ครับเมื่อก่อนเรา
พูดถึงวินัยในเรื่องต่างๆวินัยเนี่ยมัน
ง่ายสำหรับคนสอนแต่มันยากสำหรับคนทำ
>> โอ
>> เพราะว่าคนสอนบอกให้มีวินัยเนี่ย
>> มันมีแพทเทิร์นที่เรามีไม่กี่แบบ
>> เช่นออมทุกเดือน
>> อ่า
>> ออกกำลังกายทุกวันมันง่ายสำหรับคนสอน
>> ออ
>> แต่มันไม่ได้เหมาะกับทุกคนเพราะว่าแต่ละ
คนมีรูปแบบการใช้ชีวิตไม่เหมือนกัน
>> ครับ
>> เพราะฉะนั้นมันมีบางคนที่ทำได้อาจจะเป็น
เพราะเค้ามีศักยภาพในการดูแลตัวเองให้มี
วินัยหรือเค้าต้องมีพฤติกรรมหรือวิถี
ชีวิตที่เหมาะกับวินัยที่ถูกสอนด้วย
>> อ๋อ
>> เพราะฉะนั้นคนที่มีวินัยเนี่ยจึงมีจำกัด
เพราะว่าคนที่มีวิถีชีวิตที่พึงมีวินัยใน
แบบที่คนสอนสอนเพราะการบอกว่ามีวินัยที่
มันเป็นregularารเนี่ยมันง่ายต่อการสอน
มันมีจำนวนไม่มากและจำนวนน้อยลงเรื่อย
เรื่อยในโลกยุคใหม่และจะหาคนที่
>> อดทนได้เพื่อจะมีวินัยในจำนวนคนที่มี
ไลฟ์สไตล์เหมือนวินัยนั้นยิ่งน้อยไปใหญ่
แล้วมันจะน้อยลงเรื่อยๆ
>> ออผมนึกตรงนี้ออกเลยฮะเพราะว่ามันจะมีแบบ
นี้ครับอาจารย์ครับเวลาเราคุยกันถึงแบบ
หักออมหักออมก่อนใช้จ่ายสิเสร็จแล้วก็เอา
เงินหักออมนั้นน่ะไปลงทุนทุกเดือนถ้าเป็น
คนทำงานประจำ
>> เค้าก็บอกว่าเงินเดือนออกพวกเค้าก็รู้
อะไรเงี้ยก็ตัดอย่างี้เลยแต่พอเป็นพ่อค้า
แม่ขายปุ๊บบอกจะไปเอาวันไหนล่ะเนี่ย
>> ใช่ครับ
>> หรือคนเป็นฟรีแลนซ์เจะเอาวันไหนล่ะเนี่ย
ใช่มั้ยฮะนี่คือไม่ตรงกับ
>> รูปแบบชีวิตของเขา
>> ใช่ครับและแม้กระทั่งคนมีเงินเดือนเนี่ย
ก็ไม่ได้แปลว่าเขาจะมีอ่ารายจ่ายเท่ากัน
ทุกเดือนด้วยนะครับเค้าอ่ะจะรู้ตัวเอง
>> เช่นทุกๆ 3 เดือนพาพ่อไปหาหมอ
>> เอันนี้ก็จะอ้าวออมได้ 2 เดือนที่ 3 ออม
ไม่ได้และ
>> รู้สึกดีกว่าใช่
>> อือืม
>> เต้องออกแบบการเงินที่ดีของเขาเองได้ซึ่ง
จะเป็นความรู้ที่ลึกซึ้งขึ้นเพราะว่าใน
อีกด้านนึงเขาต้องเข้าใจเค้าต้องรู้เท่า
ทันความอยากความพอความโลภความเจ็บปวดในใจ
เขาให้ได้ด้วยเช่นกัน
>> อฮะโอ้โหถึงนี้คำนี้ผมว่าเป็นคำที่ดีมาก
เลยเดี๋ยวผมจะลองเอาไปใช้ดูบ้างและเพราะ
ว่าเหมือนอาจารย์ว่าเลยครับการสอนให้คนมี
วินัยอ่ะคนสอนน่ะง่ายแต่คนทำตามมายากแต่
ว่าผมสะดุดคำคำนี้เลยเพราะฉะนั้นวินัยคือ
การออกแบบของแต่ละบุคคลใช่ครับและง่ายที่
สุดตอนนี้จริงๆก็ไม่ง่ายนะครับเรียกว่า
ง่ายที่สุดในความยากทั้งหมดคือ self
control ถ้าโค้ชหนุ่มร้องนึกภาพก็คือที่
จริงถ้าเขาสามารถแค่ควบคุมตัวเองได้ยกตัว
อย่างเช่นเรื่องการใช้เงิน
>> ครับ
>> รู้ว่านี่คือความอยากนี่คือระยะสั้นนี่
คือไม่ใช่ของที่ต้องการนี่คือดอกเบี้ย
เยอะเค้าแค่ Self Control เนี่ยเท่านี้
ผมว่าเค้ามีการเงินที่ดีได้ในระดับนึงเลย
>> อืม
>> เพราะฉะนั้นอ่าภายใต้วินัยที่ทุกคนจะออก
แบบ
>> ด้วยตัวเองได้เนี่ยต้องมี self control
และจะมี self control ได้ต้องรู้จักตัว
เอง
>> ออเพราะฉะนั้นอันดับแรกก่อนเลยนะครับถ้า
เกิดว่าวันนี้เราพูดถึงเรื่องของวินัยทาง
ด้านการเงินเอ่อคุณผู้ฟังที่กำลังฟังอยู่
นะฮะไม่ว่าคุณกำลังอยากจะเปลี่ยนแปลงตัว
เองในเรื่องใดเอ้าใช้จ่ายเกินตัวนะฮะอยาก
ออมไม่ได้ออมซักทีลงทุนเอ่อขาดช่วงครับ
ฮึดขึ้นมาก็ทำไม่ฮึดก็ไม่ทำงั้นสิ่งแรก
ที่คุณต้องทำเลยก็คือคุณเอาประเด็นตรง
นั้นมาพูดคุยกับตัวเองว่าเราเนี่ยเป็นคน
สไตล์ไหนรูปแบบไหนและอะไรที่เราทำได้คือ
ทำความเข้าใจตัวเองก่อนอันดับแรก
>> ใช่ครับทีนี้คำถามถัดมาก็คือแล้วจะทำความ
เข้า
อะไร
>> ในตัวเราเอง
>> ครับ
>> ครับอ่าถ้าเราถอยกลับไปดูคำซ้ำๆที่เรา
เรียก repeat words ในหลายๆ EP ที่ผ่าน
มาเนี่ยครับ
>> ผมคิดว่าเราคุยกัน 3 คำใหญ่ๆที่น่าจะเป็น
คำซ้ำที่เยอะที่สุด
>> ครับ
>> 1 คือเราพูดถึง Lost a Verion
>> อ่า
>> Los Aion ก็คืออ่าคนเรากลัวที่จะเสียใจ
เจ็บใจสูญเสียมากกว่าความอยากในมูลค่า
เท่าๆกัน
>> อื
>> เพราะฉะนั้นหลายๆคนที่อ่ามองถึงLosชion
ของตัวเองเนี่ยมันเป็นภาพของการมองว่า
เอ๊ะถ้าเราจะออมเงิน
>> อื
>> เราจะอยากลงทุนเราอยากจะเก็บเงิน
>> อือฮึ
>> ความสูญเสียที่ไม่ได้พูดถึงความเสี่ยงนะ
ครับเสียแค่ไหนที่เราจะรับได้
>> อื
>> ถ้าเราพอรับได้เราอาจจะมีเงินมากพอหรือ
เราอาจจะคุ้นเคยกับความสูญเสียแล้วพอ
ประมาณเนี่ย
>> ครับ
>> คนเหล่านี้อาจจะลงทุนในหุ้นหุ้นต่าง
ประเทศซึ่งเป็นรูปแบบของการเก็บเงินแบบ
หนึ่ง
>> ก็ได้
>> อื
>> แต่ว่าถ้ายอมรับไม่ได้เลยพันธบัตรรัฐบาล
เก็บเงินสดก็อาจจะเป็นไปได้
>> ครับ
>> เพราะไม่งั้นการมีเงินแล้วก็การเก็บเงิน
ไว้และอยู่ภายใต้ความกังวลความกลัวทั้ง
สายเนี่ยก็ไม่มีแรงจูงใจในการเก็บ
>> อื
>> เพราะฉะนั้นคำซ้ำๆที่เราจะพูดถึงอ่ามา
ตลอดเนี่ยเราพูดถึง Losion ครับ
>> คือความกลัวความเจ็บรวมทั้งLosชionที่เรา
พูดถึงอ่ากลัวเสียหน้ากลัวตกงานพวกนี้ก็
จะต้องบริหารจัดการให้ได้
>> อื
>> เพราะฉะนั้นในภาพแรกเนี่ยครับถ้าเราพูด
ถึงความกลัวความกลัวเนี่ยเกี่ยวข้องกับ
ความรู้ทางการเงินอือ
>> ฮึ
>> เพราะว่าเวลาที่เราพูดถึงเราจะลงทุนอะไร
เราจะออมแบบไหนเราจะออมเท่าไหร่ดีรายได้
ในอนาคตเราควรเป็นเท่าไหร่ดอกเบี้ยทบต้น
ที่เราพึงจะได้ในอนาคตเป็นเท่าไหร่จำเป็น
ต้องมีความรู้ทางการเงิน
>> ครับ
>> เพราะฉะนั้นเวลาเราพูดถึง Loss a
verชionเนี่ยหัวใจสำคัญของความมีชีวิต
อยู่หัวใจที่ 1 คือเรื่องความกลัว
>> อืม
>> บริหารจัดการความกลัวให้ได้
>> ครับ
>> บริหารจัดการความกลัวแปลว่ามีความรู้ทาง
การเงินเลือกลงทุนในสิ่งที่เราไม่ต้อง
กลัวมากรวมทั้งอ่าเราพูดเลยไปถึงความกลัว
มิจฉาชีพความกลัวต่างๆ
>> อื
>> เพราะฉะนั้นอ่าหัวใจดวงที่ 1 คือเรื่อง
ความกลัวต้องเข้าใจก่อนว่าเรากลัวอะไรรวม
ถึงหลายเรื่องนะครับกลัวที่จะอ่าไม่ได้
ใช้ของที่ทันสมัยกลัวจะมีอ่ากลัวจะมี
สุขภาพไม่ดีกลัวแต่บริหารจัดการเรื่องนี้
ร่วมกัน
>> อื
>> ซื้อของที่ทันสมัยบ้างก็ได้นะครับแต่ไม่
ใช่สเปะเตะสปะไปหมด
>> เป็นต้นอครับผม
>> หัวใจดวงที่ 2 ของ
ชีวิตที่เรามักจะพูดถึงก็คือเรื่องเวลา
>> ครับ
>> ครับ 1 คือความกลัว 2 คือเวลาเราจะพูดคำ
ซ้ำเยอะๆคือ Present Bias
>> อืม
>> คือเราอยากได้อยากมีเร็วๆอ่ะ
>> ครับณตอนนี้เลย
>> ใช่เราใจร้อนเราตื่นเต้น
ลองจัดการให้ความใจร้อนอยู่กับเรื่องการ
ลงทุนการเงิน
>> อือื
>> ทำอย่างอ่าตอนเนี้ยความใจร้อนมันไปอยู่
กับ spending อยู่กับการซื้อของ
>> อ๋อเราเราใจร้อนเหมือนกันแต่ว่าเราอยาก
ได้ของตอนนี้อยากจะใช้จ่าย
>> ใช่ครับ
>> ลองเปลี่ยนไปดูฝั่งใจร้อนกับอยากต้องรีบ
ออมต้องรีบลงทุนอย่างเงี้ยเหรอฮะ
>> ใช่ครับประมาณนั้น
>> ใช่ทีนี้ใจร้อนแบบนี้ได้ยังไง
>> อื
>> อ่าเราบอกว่าคนต้องมีเงินออมยามเกษียณ
เนี่ย 15 ล้านจะอยู่ได้อย่างสบาย
>> เออ
>> 15 ล้านไปปุ๊บผมว่าเกินครึ่งประเทศเลิก
>> เยอะไป
>> เยอะมั้เยะ
>> เอาใหม่ล้านนึงหลังเกษตรก็ยังเลิกเยอะนะ
ครับ
>> เออ
>> แบบนี้ได้มั้ย
ภายใน 3 เดือนออมให้ได้
10,000
>> อ่า
>> 5,000 ก็ได้นะ
>> ครับ
>> เอาแค่นี้ก่อน
>> อ๋อเราแทนที่จะไปถึงเส้นชัย
>> ครับ
>> เราถอยมาจุดตรงนี้แล้วค่อยๆเดินไปทีละ
ขั้น
>> แล้วก็ทำตรงนี้ให้ได้ก่อน่
>> โหจะไปมี 1 ล้าน 15 ล้าน
>> ใช่
>> 5,000 ก่อนมั้ย
>> อ่าสมมุติว่าอ่ะ 3 เดือนเนี่ยเฉลี่ยสัก
2,000 2,000 2,000 3 เดือนอ่ะให้ได้
6,000 เอาระยะสั้นๆ
>> อื
>> ที่ไปไหวแล้วไปถึง
>> อืม
>> 6,000 ต้อง 2,000 3 เดือนมั้ยก็ได้หรือ
1,000 2,000 3,000 ก็ได้
>> แปลว่าเดือนแรกออมไป 1,000
>> แกเอา1ันเนี้ย
>> เออ
>> ให้อยู่ในบัญชีให้ได้ก่อน
>> เออแต่ว่าจะมีคนถามว่าแล้วถ้าไม่อยู่ใน
บัญชีแล้วทำไง
>> เออเออ
>> ยากแหละคันเดียวยังยากก็เอาใหม่
>> 1,000 ไป 2,000 ไป 3,000 ให้มันมี
>> เป้าหมายที่เราบรรลุได้เล็กๆค่อยๆโตขึ้น
>> ถ้าเมื่อกี้คือความสุขในการได้บริโภคระยะ
สั้นอันนี้คือความสุขของการบรรลุเป้าหมาย
ระยะสั้น
>> ใช่คือเห็นกองเงินจากการออมออมในอะไรก็
ได้ระยะสั้นไปหรือเพราะฉะนั้นสมมุติว่า
>> 3 เดือน 6,000 เนี่ยครับปีนึงเนี่ยก็
24,000
>> เซวะ 25,000 เอา 25,000 ก่อนปีแรก
>> แต่แต่แล้วแต่ว่าอยากจะตัดเท่าไหร่นะครับ
เอาเล็กๆก่อน
>> เออ
>> เพราะว่าพอไปตั้งเช่นมันจะมีคนตั้งอ่า
เป้าหมายอยู่ 2 แบบครับ
>> ฮะ
>> 3 ปีนี้จะเก็บเงินให้ได้ 5 ล้าน
>> เอ่อท้าทายเวอร์เลย
>> ใช่มีเงินเดือนคูณเงินเดือนมาปุ๊บจะเก็บ
เอ่อครึ่งนึงของเงินเดือนแล้วรวม 3 ปีให้
>> โอโอ้โหมันจะไปท่าไหนยังไงล่ะฮะ
>> บางทีมันก็เป็นเป้าหมายแบบตั้งไปซะอย่าง
นั้นนะฮะ
>> ใช่แม้แม้จะเป็นตัวเลขที่เป็นไปได้
>> แต่มันเหนื่อยสาหัสเพราะว่า
>> อ่าสมมุติเราบอกว่าครึ่งนึงเราจะตัดเงิน
เดือนครึ่งนึงแล้วจะเก็บให้ได้
>> ทำยาก
>> เพราะว่าอยู่ๆเรากระโดดไปอ่าณตำแหน่งกับ
กลุ่มที่ 2 ก็คืออ่าเหมือนกลุ่มแรกเนี่ย
ตั้งระยะยาวเช่น 3 ปีเอาเงินก้อนใหญ่
>> ครับ
>> กลุ่มที่ 2 ก็ตั้งไม่เยอะแต่เอาวินปีนี้
ทั้งปีจะออมให้ได้เดือนละ 3,000 พันไป
เรื่อยๆทั้งปีสม่ำเสมอทั้งสม่ำเสมอก็ยาก
อีก
>> เออ
>> เพราะว่าวิถีไม่เหมือนเดิม
>> ครับ
>> เพราะฉะนั้นเอาใกล้ๆเพราะว่า 1 ปียังไกล
เกินไปที่เราจะคาดว่าเป็นไปได้ยกเว้นเรา
มีวินัยมากๆ
>> อครับ
>> 3 เดือน 1,000 2,000 3,000 รวมกัน 3
เดือนเนี่ยได้มั้ย
>> อืมสมมุติว่าถ้าได้ถ้าได้นะครับ
>> ครับ
>> เราจะเริ่มเห็น 6,000 3 เดือนเห็น 25,000
>> อ่า
>> คิดภาพว่าพอเห็น 20,000 15,000 อันเนี้
Losชัจะเกิดเมื่อไหร่ก็ตามที่เราใช้เงิน
จาก 25,000 นี้ไปเราจะเริ่มเสียใจแหละ
โอ๊ยไปสร้างกลไกเนอเร่งการออมขึ้นมาเพื่อ
สร้างผลเ่อการบรรลุผลระยะสั้นแล้วเมื่อ
บรรลุผลระยะสั้นมันจะมีต้นทุนละอยู่ก้อน
นึงก็คือเงินเก็บของเรา
>> ใช่ซึ่งไม่ใช่ต้นทุน 25,000
>> แต่ต้นทุนความอดทนที่เราทำจนมันได้ 25,000
>> อารมณ์
>> ในปีนึง
>> โอเหมือนกับคนออกกำลังกายควบคุมน้ำหนักลด
ลงมา
>> กำลังจะยกตัวอย่างอันนี้ครับ
>> ใช่มั้ฮะ
>> โค้ชวิ่งมั้ครับ
>> วิ่งบ้างครับ
>> โค้ชรู้มั้ครับคนวิ่งวันไหนเยอะที่สุด
ครับ
>> คนวิ่งหลังจากเมื่อวานไปกินอะไรหนักๆมา
>> เหมือนเราจะเคยคุยกันไปทีนึงเราคนวิ่งวัน
พรุ่งนี้เยอะสุดครับ
>> อ๋อ
>> เพราะวันพรุ่งนี้ไม่เคยมาถึง
>> อุ๊ยแรงแรงอ่ะ
>> แต่ว่าทำยังไงให้คนวิ่งได้ครับเค้าบอกว่า
คนจำนวนมากเนี่ยตั้งเป้าการวิ่งแล้วมักจะ
ตั้งเป้าถ้าไม่วันพรุ่งนี้ก็วันหยุดที่จะ
มาถึงเป็นแพทเทิร์นปกติแล้วร้อยละเกือบ
100 เนี่ยทำไม่ได้เค้าบอกว่าให้ทำแบบนี้
ครับ
>> ครับ
>> อ่าทุกๆการไปวิ่งอ่ะคุณจะไปซื้อรองเท้า
แพงๆเสื้อผ้าแพงๆก็ได้นะออ
>> ฮะ
>> แล้วก็ตั้งเป้าให้วันแรกเนี่ยอ่ะวิ่งให้
ได้สัก 100 มต.
>> ฮะ
>> แต่งตัววิ่งเต็มชุดเลยนะวิ่งไปให้ได้ 100
ม. 100 เมเองเหรอฮะ
>> 100 เมเองครับ
>> เอาแค่นั้นก่อน
>> และไม่ว่าคุณวิ่งได้เท่าไหร่เอาแค่เนี้ย
100 ม.ใกล้ๆเนี่ยแต่คุณแต่งเต็มชุดได้
เลย 100 ม.ปุ๊บอ่าวันถัดๆไปให้เพิ่มทุกๆ
50 เมต
>> อืม
>> เพราะฉะนั้นคนแต่งตัวเต็มที่เนี่ยวันแรก
วิ่ง 100 ม.ป่ะครับไม่เกินวิ่งไปยังไงอ่ะ
เกินอยู่แล้วดูถ้ามีนาฬิกาดูระยะอุ๊ยได้
350 เมตเองไม่ได้ไกลเหนื่อยและ
>> พรุ่งนี้ให้ได้ 400
>> เออ
>> และเอาเข้าจริงได้ 400 มั้ยอาจจะเกิน 450
ค่อยๆทีละนิด
>> เ้าบอกว่าคนจะวิ่งได้จนเป็นนิสัยเริ่ม
ก้าวแรกให้ได้ก่อนเพราะคนจำนวนมากเนี่ยพอ
วันแรกวิ่งได้เพราะเห่อของวันต่อไปเหตุผล
ที่วิ่งไม่ได้เพราะขี้เกียจแต่งตัวรอง
เท้ายังไม่เดินออกมาใส่รองเท้าวิ่งวิ่ง
เลยอ
>> แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เขาใส่รองเท้าวิ่ง
แล้วเนี่ยเดี๋ยวเขาจะวิ่งเองต้องไปทำให้
เขาใส่รองเท้าวิ่งให้ได้
>> เช่นเดียวกัน
>> อันนี้เฟิร์มมากเลยเรื่องใส่รองเท้าเนี่ย
เฟิร์มฮะ
>> เช่นเดียวกันเพราะเป็นแบบนี้เนี่ยครับ
ตั้งเป้าสั้นๆ
>> ฮะแล้วก็ค่อยๆถ้า 2,000 3 เดือนมันยากไป
1,000 2,000 3,000 ก็ยังได้
>> อื
>> เอา1ันแรกเดือนแรกเอาให้มันอยู่ให้ได้
ครับ
>> ให้มันอยู่ได้ 30 วันแล้วค่อยๆเ
>> แล้วมันจะเริ่มมีเวอร์ชั่นเล็กๆเพราะหุย
อุตส่าห์อดทนจนมาได้ละ
>> พออีก 2,000 เข้ามาอีก 3,000 3 เดือนได้
6,000 เนี่ย
>> เออื
>> มีความเป็นไปได้นะครับที่จะใช้ไม่ได้แปล
ว่าอ่าคนจะทำได้ทั้งหมดแต่คนจำนวนนึงจะ
เริ่มได้และเพราะว่า 6,000 ไม่ใช่แค่เงิน
6,000
>> อื
>> โยกูอุตส่าห์ไม่ไปกินข้าวกับเพื่อนกู
อุตส่าห์ไม่ซื้อของกูอุตส่าห์อยู่ได้จน
ถึง 6,000 อ่ะขยับไปต่อครึ่งปีได้ 2 ได้
12,000
>> ทั้งปีรวม 25,000 แรกเนี่ย 25,000 จะอยู่
ตลอดไปแล้ว
>> มันคือความอดทนความอดไม่ใช้อดทนพยายาม
แล้วรู้สึกว่าถ้าเกิดเราไปหยิบมันมาใช้
คือคว่ำทุกอย่างหมดเลยมันคือ loss aion
>> ใช่เพราะว่ามันไม่ได้เสียแค่เงินแต่มัน
เสียใจกับความอดทนและความตั้งใจเพราะสุด
ท้ายความอดทนก็มีค่ากับเรานะครับ
>> เอาอันนี้มาใช้ให้เป็นประโยชน์เพราะ
ฉะนั้นอันแรกเราเคยพูดถึง Los เวอร์ชัที่
กลัวจะสูญเสียเอาออมนี่แหละให้เขากลัวสูญ
เสีย 2 คือเราพูดถึงเวลาเราชอบอะไรสั้นๆ
เร็วๆเนี่ยเอาแบบสั้นๆหรือจะมีวินัยในการ
ออมก็ได้เอา 3 เดือนก่อน
>> อ่า
>> ไม่ไม่ต้องทีนี้ถ้าหลายคนยากขึ้น
>> ครับ
>> จริงๆการหยอดกระปุก
>> อื
>> กระปุกหมูเมื่อก่อน
>> เอ
>> เป็นสิ่งที่ดีนะครับ
>> ครับ
>> เพราะว่าเป็นกลไกที่เรามองเห็นผลลัพธ์ชัด
เจน
>> อืม
>> ถ้าสมมุติว่า 1,000 นึงในเดือนแรกยังไม่
รู้จะรอดหรือเปล่าสัปดาห์ละ 250 ได้มั้ย
>> อ่า
>> เพราะว่าเงินเดือนแม้จะออกทีเดียวในราย
จ่ายต่างๆเนี่ยคุณจะทำยังไงก็ได้จะหัก
เปอร์เซ็นต์จากการกินข้างนอกหรือทำอะไร
หยอดลงกระปุกเงินสดนี่แหละหยอดไป
>> อื
>> กระปุกใสควรเป็นกระปุกใสแต่จะมีคนบอกว่า
กระปุกใสดึงดูดให้ใช้แต่ตอนนี้อาจจะดี
หน่อยเงินสดอาจจะไม่ดึงดูดให้ใช้มากแต่
ว่าหยอดไอ
>> เออ
>> แตกออกมาเป็นรายสัปดาห์ก็ยังได้
>> ครับ
>> มันจะทำให้บรรลุเป้าเลยเฮ้ยสัปดาห์แรก 250
ยังอยู่สัปดาห์ 2500 มัน
ใช้คำว่าอะไรดีมันเยียวยาความรู้สึกดีได้
เช่นกัน
>> อก็แสดงว่าถ้าเราซอยให้มันเล็กลงไปอีกก็
คือแทนที่ว่าอ้าเดี๋ยวจบเดือนเราจะมี
2,000 อย่างเงี้ยฮะกลายเป็นว่าถ้าเราแบบ
แบ่งนะให้มันเกิดการเติบโตของมันไปอาจจะ
ดีกว่า
>> ใช่เพราะว่าอ่าเราชอบอะไรสั้นๆเร็วๆ
>> อ๋ออันนี้เกิดแล้วส
>> แล้วเราก็ชอบอะไรง่ายๆ
>> ออ
>> อันนี้ง่ายและสั้นอื
>> ครับผม
>> เพราะว่าเวลาบอกว่าอ่าเก็บ 2,000 ต่อ
เดือนเนี่ยครับ 2,000 มันทั้งเจ็บเยอะ
>> เออ
>> แล้วแถมต้องอดทนให้มันอยู่ในบัญชีเดือน
นึงอีก
>> เออ
>> โอโห
>> ให้มันค่อยๆเติบโตดีกว่า
>> แต่ถ้าเกิดว่าเนี่ยฮะถ้าเกิดว่าสัปดาห์ละ
500 เพื่อจะให้ได้ 2,000 หรือสัปดาห 250
เพื่อให้ได้ 1,000 ในสิ้นเดือนเนี่ยมันที
ละน้อยกว่า
>> ใช่ครับ
>> อ่า
>> แล้วก็บรรลุค่อยๆบรรลุเป้าหมายอดทนให้ได้
ซัก 4 ครั้งอครับ
>> ครับ 3-4 ครั้งและแล้วมันจะเริ่มอยู่ตัว
แล้วมันจะไปต่อได้
>> เออโอนี้สนใจเนี่ยสนใจ
>> และอีกอันนึงที่ self control เราไม่
ค่อยทำงานนอกจากอ่าความกลัวนอกจากเวลาก็
จะเป็นเรื่องสังคม
>> อื
>> เพราะว่าเราก็ใช้จ่ายเงินจำนวนมาก
>> ครับ
>> ตามเพื่อนตามสังคมตามชนชั้น Social
Comparison เนี่ยมีผล
>> ครับ
>> ต่อการใช้จ่ายแน่นอนมีผลต่อ self control
>> โอหแล้วนี้จะหนียังไงครับอาจาร
>> แล้วมีผลต่อวินัยเพะอ่าจริงๆแล้วถ้าเรามี
การใช้จ่ายเยอะมากๆมันอาจจะเป็นเพราะเรา
มีกิจกรรมทางสังคมที่เป็นกิจกรรมอื่นๆ
น้อยไปนิดนึงหมายความว่าแทนที่จะมีความ
สุขในการปั่นจักรยาน
>> ความสุขในการปีนเขาความสุขในการเดินทางไป
ท่องเที่ยวต่างจังหวัดบ้างเออ
>> เราไปมีความสุขกับการนอนไถแอปช้อปปิ้ง
แล้วก็เห็นคนอื่น
>> ซื้อเห็นสังคมซื้อเห็นinfluenซอร์ซื้อ
เห็นเพื่อนๆซื้อสมมุติว่าถ้าเรามีกลุ่ม
เช่น
ทุกๆวันเสาร์อาทิตย์ไปเล่นเทคอนโด้
>> อือฮึ
>> ก็เป็นไปได้ว่ากลุ่มเพื่อนที่เล่น
เทคอนโด้อาจจะมีการใช้ของแพงแต่เราจะ
เริ่มหลุดจาก
>> กลุ่มเพื่อนที่เรามองเห็นการใช้ของแพง
เริ่มหลุดออกจากโซเชียล Media เริ่มหลุด
ออกจาก influencer บางกลุ่มเพราะเรามี
กิจกรรมอื่นที่เบี่ยงเบนความสนใจไปมาก
กว่าการโฟกัสกับปัญหาเล็กๆน้อยๆของชีวิต
แล้วมันนำมาสู่การกระตุ้นปัญหาและการ
ช้อปปิ้ง
>> อ่า
>> เพราะฉะนั้นมันมีกิจกรรมเยอะมากเลยที่ดี
ต่อดีต่อใจดีต่อความสุขดีต่อสุขภาพและ
สิ่งเหล่าเนี้ยมันช่วยให้เราเห็นอ่ากลุ่ม
ที่หลากหลายขึ้นเห็นอ่ามีกิจกรรมอื่นที่
ดึงดูดเราไปโดยเฉพาะถ้าเราหากิจกรรมที่
เราชอบเจอ
>> ครับ
>> คนบางคนอาจจะชอบจัดดอกไม้ชอบวาดรูปชอบไป
นั่งสมาธิ
>> คนเหล่านี้ก็มีโอกาสจากการศึกษาเนี่ยก็จะ
มีโอกาสที่จะมีแนวโน้มที่จะมี spend ใน
ช้อปปิ้งน้อยลงเพราะเมีโฟกัสเรื่องอื่น
>> เอคือเหมือนคือหันหันหลังให้สังคม
แล้วก็เอาเวลาไปใช้อาจจะเป็นเรื่องส่วน
ตัวเรื่องอะไรอ่ะอ่านหนังสือออกกำลังกาย
มีกลุ่มที่อาจจะเป็นออกกำลังกายด้วยกัน
หรืออะไรเงี้ยเหรอฮะ
>> ซึ่งอาจจะเป็นกลุ่มทางสังคมก็ได้นะครับ
แต่ว่าเป็นกลุ่มทางสังคมที่ทำเรื่องอื่นๆ
ที่เกี่ยวพันกับการไม่ต้องใช้เงินเพื่อ
การช้อปปิ้ง
>> อ๋อ
>> เพราะว่านึกภาพแบบนี้ครับสมมุติชีวิตของ
เราเนี่ยมีอ่าอันนี้ก็เข้าใจว่าคนจำนวน
มากก็ทำงานหนักนะครับเช้าตื่นมาทำงานเย็น
เลิกงานกลับบ้านเนี่ย
ถ้าไม่ได้มีกิกิจกรรมอื่นที่ดึงดูดเค้า
มากพอเค้าก็จะมีความเหนื่อยความล้าและไม่
มีโฟกัสการไม่มีโฟกัสเนี่ยมันง่ายที่จะ
ถูกดึงดูดให้มองเห็นปัญหาเล็กๆน้อยๆใน
ชีวิต
>> และเป็นที่มาของการกระตุ้นให้ซื้อของได้
ง่ายแล้วก็เลยมีความสุขกับการหลั่ง
โดพามีนจากการไถ
>> อ่าแฟีดต่างๆซึ่งก็มาแฝงพร้อมกับการขาย
ของจำนวนมาก
>> กลับกันนะครับสมมุติว่าคนนี้มีความสุขกับ
การทำอาหารทำขนมอ่าวาดภาพศิลปะหรือเป็น
กลุ่มสังคมที่ทุกๆเสาร์อาทิตย์ออกไปยูโด
เทคอนโด้อ่าต่อยมวยอะไรเงี้ยก็คือมันมี
โฟกัสอื่นให้เค้าคิดว่าเอ๊ะอ่าเย็นนี้จะ
ทำอะไรดีทำอะไรกินดีเสาร์อาทิตย์นี้จะไป
ที่ไหนดีจะเบี่ยงเบนออกจากอ่าออกจากออก
จากกลุ่มที่เราเคยมองด้วยการซื้อของแล้ว
มันทำให้หัวเนี่ยมันไม่ใชจะใช้คำว่าอะไร
ไม่ว่างเปล่าๆที่จะถูกดึงความสนใจได้ง่าย
เพราะเรามีโฟกัสอยู่ที่
>> โอยยนี่เป็นเป็นเป็นอันที่ผมว่าอันเนี้ย
เป็นเป็นความรู้ใหม่เลยว่าเฮ้ยเวลาชีวิต
เราไลฟ์โฟกัสนี่มันอันตราย
>> ใช่ครับ
>> มันอันตรายแล้วก็ที่อาจารย์บอกว่าเราไลฟ์
โฟกัสปุ๊บเราจะมองเห็นปัญหาจุกจิก
>> เราจะเป็นทาของการตลาดง่ายขึ้นเพราะว่า
เราไลฟ์โฟกัสแปลว่าก็จะมีคนอื่นมาชี้
โฟกัสให้เราได้ง่ายขึ้นและเวลาที่เขาชี้
โฟกัสเหล่านั้นก็คือชี้ให้เรื่องรอบๆตัว
ที่มันไม่เคยเป็นปัญหาของเราเนี่ย
>> มันเป็นปัญหา
>> ออแต่ถ้าเกิดว่าเรามีสิ่งที่เรามุ่งหวัง
หรือตั้งใจจะทำงั้นเราก็จะโฟกัสอยู่กับ
สิ่งนั้น
>> ใช่ครับสมมุติว่าคนนึงเป็นคนชอบทำกับข้าว
มากๆและในหัวเนี่ยคิดแต่เรื่องจะทำอะไรดี
จะทำยังไงให้อร่อยขึ้นดีมีโฟกัสเราเนี่ย
เขาจะไม่ถูกเบี่ยงเบนจากเช่นขาเก้าอี้มัน
กระโดกไม่เท่ากันหาที่ลองมาสิ
>> ไม่เท่ากันก็ช่างมันเดี๋ยวกูคิดก่อนว่าจะ
เติมน้ำตาลเท่าไหร่ดี
>> เออนะฮะจะไม่มองว่าเอ๊ะมีฝุ่นตรงนั้นด้วย
เหรอเออมันก็อยู่ตรงนั้นแหละใช่มั้ยไม่
ต้องไปสวนไม่ความใส่ใจกับเรื่องอื่นจะ
น้อยลง
>> ใช่ใช่ครับซึ่งอันนี้เป็นเรื่อง
ที่เป็นความง่ายระดับที่ยากอยู่นะครับแต่
ว่าง่ายกว่าถ้าสมมุติว่าขั้นแวanceซไป
ทางออก
จากอิทธิพัง
ไม่ได้แปลว่าเราไม่มีเพื่อนนะครับเรามี
เพื่อนเรามีสังคมแต่ว่าการใช้จ่ายของ
สังคมหรือไลฟ์สไตล์ของสังคมไม่กลับมามีผล
กับชีวิตของเราอันนี้เรามักจะไปพูดถึง
เรื่องการมีสติการฝึก mindfulness ต่างๆ
ซึ่งอันนี้ก็จะยากไปอีกแต่ว่ามันก็คือการ
shift โฟกัส
>> ไปอยู่ที่ตัวเองหรืออีกด้านนึงถ้าแวance
ขึ้นก็คือการ shift โฟกัสให้เป็น neutral
แต่ไม่ได้รับผลกระทบจากใดๆเลยอันนี้คือ
อุเบกขาคือ equality ซึ่งยากขึ้นไปอีกแต่
ว่าถ้าในเบื้องต้นถ้ายังไม่ได้ขอโฟกัสไป
เรื่องอื่นที่ไม่ต้องเกี่ยวกับ spending
ก่อน
>> ครับ
>> แล้วมันก็จะกลับมามีความสุขกับตัวเองด้วย
นะครับ
>> อ้าโอ้โหก็เรียกว่าลดโอกาสที่จะถูกกวนรบ
กวนนะฮะจากสื่อการตลาดทั้งหลาย
>> ใช่ครับ
>> นะฮะโอโหนี่ก็เป็นวิธีการที่ดีมาเพราะว่า
เอ่อต้องบอกว่าเรื่องวินัยเนี่ยเป็น
เรื่องที่เราคุยกันมาเยอะแล้วก็หลายๆ
ครั้งเราชอบตั้งคำถามหรือสงสัยฮะว่าทำไม
เรื่องแค่นี้ทำไม่ได้เอ่อบางครั้งเค้าใช้
อย่างนี้ครับอาจารย์ครับเอ่ออยากจะแลก
เปลี่ยนกับอาจารย์ว่าทำแบบนี้แล้วมันจะ
ได้ผลมั้ยเพราะว่าก็มีบางคนที่เขาบอกว่า
จะทำให้คนมีวินัยทางด้านการเงินมากขึ้น
เหรอเราลองไอ้นี่ดิลองเล่าเรื่องอนาคตให้
เขาเห็นนี่ไม่เก็บตังค์นะนี่ดูพอแก่ตัวไป
ไม่มีกินนี่จะเป็นแบบอย่างนั้นอย่างนี้
อ่ะผมสมมุตินะฮะเนี่ยใช้จ่ายoverโว
spending เนี่ยเดี๋ยววันนึงอ่ะนะหนี้
ท่วมนะแล้วก็เนี่ยเวันนึงก็ได้ส่งคำถามมา
หาคนหนุ่มบ้างล่ะการให้เห็นภาพอนาคตหรือ
การขู่ให้เค้ากลัวเนี่ยมันมีผล
พอสมควรมั้ยหรือว่ามันทำแล้วไม่มี
ประโยชน์มยเมื่อเทียบกับ 3 กลไกเมื่อกี้
ไม่ว่าจะเป็น loss aion ใช่มั้ฮะเรื่อง
ของเวลานะครับเรื่องของการตัดการรบกวนจาก
สังคม
>> เอ่อต้องตอบอย่างี้ครับจริงๆการ
ใช้ภาพอนาคตที่มีปัญหามาครูให้กลัวเนี่ย
ก็อาจจะมีผลเพราะว่ามันทำให้เค้าสร้าง
loss aion แบบนึงคือเขากลัวที่จะเห็น
ภาพตัวเองแบบนั้น
>> แต่ว่ามันอาจจะไม่ได้มีผลมากอย่างที่เรา
คิดนะครับด้วย 2 เหตุผลจริงๆคำอธิบายนี้
จะคล้ายกับเวลาที่สูบบุหรี่แล้วจะเป็น
มะเร็งปอด
>> อ๋อ
>> ก็เลยมี
>> ก่อนหน้านี้จะมีเขียนไว้ข้างบุหรี่ว่าสูบ
บุหรี่แล้วจะเป็นมะเร็งปอดไม่ได้ผลโอเค
แน่นอนว่าเขียนว่าสูบบุหรี่แล้วสมรรถภาพ
ทางเพศจะลดลงอันนี้ดูจะได้ผลกว่าแต่ว่าก็
ได้ในระดับเสร็จแล้วเขาก็เอารูปมาใส่จริง
ๆอ่าตอนหลังก็เป็นรูปที่ดูน่ากลัวนิดๆ
>> โอเหมือนกับแบบตัดเessข้างในมาให้ดูว่าปอ
จะเป็นยังไงบ้างอะไรเงี้ยฮะ
>> ใช่ใช่ครับทีนี้อ่ามันได้ผลในระดับหนึ่ง
เหตุผลเพราะอย่างี้ครับอ่าประเด็นที่ 1
ก็คือว่าเวลาเราสร้างความกลัวเหล่านี้อ่ะ
ครับเมื่อเค้ากลัวมากพอมนุษย์มีความ
สามารถที่จะอินอร์สิ่งนั้น
>> ห
>> หมายความว่ารูปมันดูน่าเกลียดมากเลยบางคน
ก็เอาเคสมาใส่บุหรี่แยกบุหรี่เป็นตัวไม่
ต้องเห็นรูปสูบได้เหมือนเดิม 2 คือสุด
ท้ายก็มองเห็นรูปแบบที่เหมือนผ่านๆไปไม่
ไม่ได้มีผลกระทบอะไร
>> ฮะผมแวบขึ้นมานิดนึงอาจารย์อย่างงี้ได้
มั้ยให้ผมคิดแบบเปรียบเทียบเลยสมมุติว่า
คุณเอาภาพคนเป็นมะเร็งปอดมาให้ดูตรงไอ้ไอ
ซองบุหรี่อ่ะผมคิดแบบนี้ได้มั้ฮะผมขอ
อนุญาตคิดแบบเค้าเรียกว่าอะไรนะอ่าดูเหลว
ไหลนิดนึงก็อีกมวลนึงอ่ะก็คงไม่พาไปถึง
ตรงนั้นหรอก
>> ก็มีคนคิดแบบนั้นได้แต่จริงๆจำนวนมากคือ
เขาอินoreไปเลย
>> อนoreไปเลย
>> แม้จะมองเห็นแต่เหมือนไม่ได้รับรู้อ่ะ
ครับ
>> ก็จะติดก็ติดไป
>> ใช่
>> แต่ไม่ได้ทำอะไรฉันได้
>> ใช่ครับซีแต่ไม่ลุกอ่ะครับคือเห็นแต่ไม่
ได้มอง
>> เองั้นอาจารย์กำจะบอกผมว่าเช่นเดียวกัน
กับเรื่องเกษียณ
>> ใช่ครับ
>> คุณขู่เค้ามาก
>> ก็ใช่ว่า
>> มันอาจจะโอโอเคสำหรับบางคนที่เขาไม่อยาก
จะมีภาพแบบวันนั้นแล้วก็อาจจะตระหนักแล้ว
ก็วางแผนเกษียณ
>> แต่เสำหรับบางคนคืออินoreไปเลย
>> ใช่ซึ่งซึการครูอันนั้นเอาจจะเห็นภาพและ
ตื่นเต้นแต่ถ้าซ้ำไม่ได้ผลแล้วนะครับ
เพราะเขารู้แล้ว
>> อื
>> แต่ทีนี้ประเด็นที่ 2 ก็คือครูแล้วเ้าตก
ใจกลัวในโลกที่กลับมาไถ
แอปซื้อของก็กระตุ้นเหมือนเดิมใช่
>> อื
>> เพราะฉะนั้นมันได้ผลทำให้เขารู้แต่ว่าถ้า
จะให้เขาทำให้ได้มันต้องการกลไกแบบอื่น
>> อื
>> เช่นอ่าให้เค้ามี self control ที่เหมาะ
กับตัวเค้าเนี่ยคือมี loss verชionคือเขา
มีความรู้ทางการเงินที่จะเลือกวิธีการ
เก็บเงินที่เขารู้สึกดีที่สุด 2 คือซอย
มูลค่าเงินและซอยเป้าหมายให้ท
>> ครับแล้วก็ 3 คือให้เค้ามีกิจกรรมอย่าง
อันเนี้มันจะเป็นกลไกที่เป็นรูปธรรม
>> อื
>> แต่ถามว่ากลไกสามัญนี้จะได้ผลเมื่อไหร่ก็
จะได้ผลเมื่อเขาตั้งเป้าอันนั้นคือเขามี
ความรู้นั่นแหละ
>> เพราะฉะนั้นตอนนี้ถ้าถ้าโค้ชเล่าแบบนี้ก็
คือเข้าใจว่าคนจำนวนมากเนี่ยมีความมีความ
รู้ว่าออมยามเกษียณเป็นเรื่องสำคัญเนี่ย
มี
>> เกือบทั้งหมดแล้วแหละฮะ
>> แต่ทำไม่ได้และไม่รู้จะทำยังไงตอนเนี้ย
สิ่งที่สังคมควรยื่นให้เขาคือทำยังไง
>> อื
>> เค้าถึงจะมี self control ได้ครับ
>> ครับมีเคสนึงฮะเล่าเป็นเคสของเอ่อน้องที่
เขาติดตามเอ่อผมเนี่ยแหละฮะเอ่อเค้าก็ส่ง
ข้อความมาเล่าให้ฟังว่าเค้าอ่ะเอ่อตั้ง
แต่ในวัยก่อนหน้านี้เนี่ยได้ยินคนพูด
เรื่องการลงทุนในหุ้นกองทุนรวมเขาบอกเลย
ว่าเค้าไม่เคยเข้าใจไม่เคยเข้าใจเปิดฟัง
อะไรเงี้ยแล้วเบอกโหถ้าต้องลงทุนและใช้
แบบเนี้ยเค้าทำไม่เป็นเสร็จแล้วเเก็บทอง
ครับอาจารย์เค้าเก็บทองตั้งแต่ทองแบบเอ่อ
9,000 อะไรเงี้ยนะครับก็เป็นคนรุ่นเดียว
กันเนี่ยปรากฏว่าจนถึงเขาเก็บได้ 30 บาท
ทีเนี้ยเ้าเริ่มเปิดใจตัวเองว่าโค้ชหนุ่ม
ครับผมอยากจะศึกษาเรื่องกองทุนรวมเอ้าไหน
จริงๆแล้วคือถ้าเค้าเก็บทองอย่างเดียวผม
ก็เป็นห่วงเค้าอยู่มุมนึงว่าเอ้ยเพราะมัน
มีทรัพย์สินอยู่แบบเดียวเลยนะอะไรอย่าง
เงี้ยนะแต่ว่าพอมาถึงจุดนึงเค้าก็บอกว่า
เออเค้ารู้สึกได้เหมือนกันว่าเค้ามีอยู่
อย่างเดียวอ่ะแล้วมันก็อูยเก็บรักษาก็ไม่
ได้ง่ายลำบากอยู่ด้วยเหมือนกันแฮะเค้าก็
เลยแบบเอ้ยมันมีหนังสือเล่มไหนหรือผมควร
จะไปเรียนหลักสูตรอะไรมั้ยเพื่อจะให้รู้
สินทรัพย์อื่นๆเพิ่มเติมขึ้นเอ่อผมจนผมก็
เลยมีคนซุป
เอ้ยบางทีไอ้การที่เราบุกเข้าไปสอนทุกคน
ว่ามันเป็นแพทเทิร์นแบบนี้ว่าคุณต้องทำ 1
2 3 4 เอาเงินไปในกองแบบนี้สะสมแบบนี้
เนี่ยกับอีกแบบนึงคือเค้าทำแบบไหนก็ได้
ที่เขาสะดวกใจของเค้าอ่ะแล้วจุดนึงอ่ะมัน
ถึงจุดนึงมันก็จะคลิกจะ change อะไรของ
เขาได้เองหรือเปล่า
>> ใช่ครับมันเป็นเรื่องเดียวกับที่เราเคย
คุยกันเรื่องเdronic adoptation เนี่ยก็
คือมนุษย์มีการปรับตัว
>> จริงๆด้านหนึ่งของการปรับตัวแม้เราจะบอก
ว่าแสวงหาสิ่งที่ดีกว่าเนี่ยคือถ้าแปลงมา
เป็นเรื่องราวของโค้ชก็คือว่าพอถึงจุดนึง
เขาก็อยากมีความท้าทายขึ้นหรือว่าในอีก
ด้านนึงเขาก็จะมีความเบื่อซึ่งแปลว่าอ่า
ถ้าคนที่เก็บเงินออม 3 เดือน 6,000 เนี่ย
เเก็บไปเรื่อยๆเนี่ยถึงสัก 3-4,000
เค้าก็อาจจะอยากไปลงทุนอย่างอื่นเองเค้า
ก็อาจจะอยากไปซื้อทองเค้าก็อาจจะอยากไป
ซึ่งตอนนั้นก็จะเป็นตอนที่เวลาเาต้องการ
ความรู้ว่าเอ๊ะมันมีทางเลือกอะไรบ้างฉัน
จะไปตรงไหนบ้างเพราะฉะนั้นในอันแรกเนี่ย
ให้เขาเลือกสิ่งที่เขาสบายใจจะทำในทาง
กลับกันถ้าเขาออมเป็นเงินแม้จะมีความ
เสี่ยงสูงนะครับแต่ว่าออมไปเรื่อยๆจนถึง
ล้านนึงก็เป็นเรื่องของเขาเช่นกัน
>> ให้เขาทำให้ได้ในวิถีที่เขาสบายใจ
>> เพราะฉะนั้นอย่างน้องคนนั้นเนี่ยเก็บทอง
ไปได้ถึงจุดนึงเค้าก็อาจจะเริ่มเบื่อละ
>> เออ
>> อยากท้าทาย
>> เออเออ
>> เพราะฉะนั้นเขาก็เปลี่ยนซึ่งก็เป็น
ธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้ครับ
>> แล้วก็อันนี้มันก็ต้องยอมรับว่าเขาก็อาจ
จะสำเร็จได้เพราะว่าเค้าเลือกช่องทางที่
เค้าไม่ต้องรู้สึกเจ็บปวดไม่ต้องรู้สึก
เป็นเพลก็คือเลือกทองอ่ะแล้วพอมันได้ถึง
จุดนึงเนี่ยเค้าก็เดี๋ยวเขาก็จะขยับไปต่อ
เอง
>> ครับนะฮะเอ่อทีนี้ในช่วงสุดท้ายมันมีอัน
นี้ครับอาจารย์ครับหลายๆครั้ง
พอเราออกแบบนะเรื่องของการสร้างวินัยใน
แง่ต่างๆให้กับตัวเราเองครับทีนี้มันก็มี
ครับอาจารย์ที่มันเกิดความเอ่อผิดพลาด
หรืออย่างที่เราคุยกันเมื่อสักครู่ว่าอ่ะ
เก็บ 3 เดือนได้ 6,000 พอถึงจังหวะเดือน
ที่ 4 ปุ๊บแหมมันมีความจำเป็นอะไรต้องใช้
ขึ้นมาหรือทำให้แผนมันพังไปวินัยมันสูญ
เสียไปเนี่ยหลายๆคนรู้สึกผิดกับตัวเอง
ขึ้นมาเลยแล้วก็เอ่อทำให้เอ่อถ้ามันต้อง
เริ่ม 1 นับ 1 บ่อยๆเนี่ยมนุษย์เราก็จะ
เบื่อเหมือนกันนะครับถ้าเป็นตรงนี้
อาจารย์เ่อมีมุมมองหรืออยากจะเล่าหรือ
สื่อสารให้คนที่ตั้งใจแต่สุดท้ายมันล้ม
เนี่ยนะครับให้เค้ากลับมาเนี่ยทำยังไงได้
บ้าง
>> จริงๆถ้ามองมองในเชิงสมมุติเราเก็บเงินมา
ซักอ่ามาเรื่อยๆจนถึง 3 เดือนได้ 6,000
แล้วมีเหตุจำเป็นต้องใช้เงินแล้วก็ล้มพับ
ไปอ่ะครับคือคือ
ผมคิดว่าถ้ามองอีกด้านนึงเนี่ยเราอาจจะ
แย่กว่านี้ถ้าไม่มี 6,000 นั้นนะครับ
>> อ่าให้มองแบบนี้
>> ใช่เพราะฉะนั้นมันอาจจะไม่ใช่ loss นะ
ครับ
>> อ่า
>> 6,000 ที่เราหมดไปกับตอนนั้นเนี่ยช่วย
ให้เราไม่ Los นะครับ
>> ออ
>> เพราะฉะนั้นถ้าเรามองแบบนี้เนี่ยเราควรจะ
ขอบคุณ 6,000 นั้นแล้วก็เริ่มต้นใหม่อ
>> จริงๆอันนี้มันเป็นเรื่องของ
>> serีรียสเรื่องของถามว่าจะไม่รู้สึกผิด
หวังลุยมันก็อาจจะท้าทายความเป็นมนุษย์ไป
นิดนึงครับ
>> ก็เป็นเรื่องของการทำใจเริ่มต้นใหม่แต่
ว่าถ้าคิดในแง่ดีอันนั้นก็ไม่ Los นะครับ
>> อ่า
>> ไม่งั้นชีวิตอาจจะแย่กว่านั้นก็ได้
>> อ่านะครับแสดงว่าอาจารย์กำลังจะบอกแล้ว
ว่าผมแปลอย่างนี้ได้มั้ครับว่าคนเราอาจจะ
ตั้งโจทย์เอ่อไปสู่เป้าหมายออกแบบวินัย
ที่สอดคล้องกับตัวเองให้ได้มากที่สุด
>> ครับ
>> แต่สุดท้ายถ้าถ้าเกิดว่ามันเกิดเหตุสุด
วิสัยไม่คาดฝันหรือแม้กระทั่งเอ่อความเริ
ของเราเองที่ทำให้เราหลุดจากวินัยก็แค่
เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
>> ใช่ครับ
>> ครับ
>> คือในมุมของเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมเนี่ยเรา
ไม่ค่อยใช้คำว่าวินัยเพราะว่าสุดท้ายมัน
การมีชีวิตที่ดีรวมทั้งการมีชีวิตทางการ
เงินที่ดีเนี่ยมันอยู่ที่ self control
>> อื
>> อยู่ที่เรารู้จักเราควบคุมตัวเองให้ได้
อย่างเหมาะสมเพราะจริงๆความรู้ทางการเงิน
ในเบื้องต้นที่ว่าออมแล้วดีลงทุนแล้วมี
ความเสี่ยงเก็บเงินแล้วช่วยประกันความ
เสี่ยงได้เนี่ยคนรู้เกือบหมดแต่ว่าสิ่ง
ที่ทำไม่ได้เนี่ยเพราะว่า self control
ไม่ได้คุมตัวเองไม่ได้คุมตัวเองไม่ได้ก็
เพราะว่าอ
>> ไม่รู้จักตัวเองดีพอและถ้าเรากลับมารู้
จักตัวเองดีพออย่างน้อยรู้จักใน 3 เรื่อง
ที่เราคุยกันที่เกี่ยวข้องกับการเงิน
เนี่ยเราจะออกแบบวิธีการเงินของเราเองได้
แปลว่าเรื่องที่เราเรียนรู้เรื่องวินัย
ทางการเงินไม่ได้ไม่มีประโยชน์แต่เราจะมา
ปรับให้มันยืดหยุ่นมากน้อยช่วงเวลาสั้น
ยาวแตกต่างกันที่เหมาะกับตัวเราได้
>> ครับ
>> แต่ว่าอันนี้อาจจะยากกว่าการบังคับที่บอก
ว่ามีวินัยให้เก็บเงิน
2,000 บาททุกเดือนตลอดไปนะครับเพราะว่า
ในอีกด้านนึงที่เราพูดถึงวินัยที่มันเท่า
ๆกันตลอดไปเนี่ยมันอาจจะง่ายกว่าในแง่ว่า
สุดท้ายแล้วมนุษย์เนี่ยเราเข้าใจคนอื่น
ทั้งหมด
>> แต่เราไม่รู้จักตัวเอง
>> อื
>> เราไม่รู้ว่าจริงๆอ่ะเราเป็นคนแบบไหนกัน
แน่
>> ครับ
>> แล้วโดยเฉพาะเรื่องการเงินที่ต้องการการ
บริหารจัดการซับซ้อนเนี่ยเราคิดว่าเราคุม
ความอยากได้เราคิดว่าเราซื้อของแต่จำเป็น
เราคิดว่าเราไม่ได้ตามไทย
แต่ว่าจริงๆแล้วมันอาจจะอาจจะเพราะเราไม่
เข้าใจตัวเราเองใช่ครับเพราะฉะนั้นมันก็
เลยมีข้อถกเถียงในอีกด้านนึงว่าถ้างั้น
น่ะให้ชุดวินัยที่ถูกออกแบบไว้เนี่ยไปเลย
เป็นชุดที่เป็นGenerัalไปเลยดีกว่าอาจจะ
สำเร็จบ้างไม่สำเร็จบ้างก็อาจจะ
>> ง่ายกว่าการที่ทำให้เค้าออกแบบของตัวเอง
>> ครับ
>> แต่ทีนี้ถ้ามองถอยมาผมคิดว่ามันมี 2 ภาพ
ในคนบางกลุ่มการให้วินัยชัดๆแต่เปิดโอกาส
ให้เขายืดหยุ่นที่จะปรับช่วงเวลาปรับเงิน
แต่มีเครื่องมือให้เขาชัดๆเนี่ยกลุ่มพวก
นี้อาจจะดีกว่า
>> ครับับ
>> บางกลุ่ม
>> อ่า
>> แต่กับบางกลุ่มที่เขาพอมีความรู้ทางการ
เงินพอสมควรหรือพอจะเข้าใจตัวเองได้พอสม
ควรการให้เขาออกแบบวินัยภายใต้ self
control อันนี้กลุ่มนี้ก็จะ
>> ได้ผลในแบบของเเหมือนกัน
>> ใช่ครับ
>> อ่านะครับเอาล่ะครับนี่คือมานะครับในตอน
ที่ 12 นะครับคือต้องบอกก่อนนะฮะว่าเป็น
ตอนสุดท้ายนะครับของซีรียส์นี้นะครับมานะ
ครับอ่าแต่ต้องบอกก่อนว่านะครับเราก็แห
ยังมีเรื่องที่อยากจะทำอีกเยอะแยะเลยนะ
ครับแต่ว่าด้วยภารกิจของอาจารย์นะที่ต้อง
ให้อาจารย์พักหน่อยนะฮะเพราะว่าต้องเรียน
คุณผู้ฟังตรงๆเลยว่าทุกครั้งที่เราจัด
มาโยมนี่นะครับอาจารย์ธานีเนี่ยคือท่าน
ต้องทำการบ้านมานะครับเราจะเห็นทุกก็จะมี
โน้ตมีอะไรต่างๆนะฮะเอ่อเรียกว่าศึกษา
เตรียมมาเฉพาะในแต่ละตอนที่เราจะมาสื่อ
สารให้กับคุณผู้ชมเลยนะครับเพราะฉะนั้น
ถ้าเราอยากจะติดตามรายการมายต่อนะฮะก็
เขียนกันเข้ามาข้างล่างนะใต้ YouTube นะ
พิมพ์มาเลยนะครับว่าอยากดูต่อในซีซั่นต่อ
ไปนะฮะเดี๋ยวให้อาจารย์พักสักนิดนึงแล้ว
เราจะเชิญอาจารย์มาอีกนะครับแล้วก็บอก
ด้วยนะว่าอยากให้อาจารย์พูดเรื่องอะไร
บ้างนะครับอ่าสำหรับในตอนสุดท้ายของซีน
ครับอาจารย์ครับมีอะไรอยากจะสื่อสารมั้ฮะ
>> ก็ให้กำลังใจทั้งโค้ชแล้วก็ให้กำลังใจผู้
ชมผู้ฟังทุกท่านนะครับ
>> จริงๆเรื่องการเงินเนี่ยเงินมันเป็น
ทรัพยากรแบบนึง
>> ครับ
>> เพราะฉะนั้นมันเกี่ยวพันกับการมีชีวิต
อยู่แล้วพอมันเกี่ยวพันกับการมีชีวิตอยู่
เนี่ยมันเกี่ยวพันทั้งสัญชาตญาณ
ทั้งธรรมชาติทั้งความรู้ซึ่งมันก็จะไป
เกี่ยวทั้งอารมณ์ความรู้สึกความอดทนต่าง
มันยาก
>> อื
>> แล้วมันก็เหนื่อย
>> ครับ
>> เพราะฉะนั้นก็ต้องหาสมดุลให้เจอครับคือ
ไม่เหนื่อยเกินไปไม่ยากเกินไปแต่ก็ไม่มี
ความทุกข์จากความผิดพลาดทางการเงินมาก
เกินไปน่าจะเป็นสมดุลที่ดีที่สุดครับ
>> ครับผมแล้วก็ขอบคุณอาจารย์มากนะครับที่
เอ่อให้เกียรติและให้ความกรุณากับทางช่อง
Yy coach นะครับแล้วก็ต้องบอกว่าเป็น
รายการที่โอเอ่อครั้งแรกที่คิดจะทำเนี่ย
นะฮะเราก็มีความอ่าตั้งใจอยากจะสื่อสารใน
การเงินในมุมใหม่ที่เป็นการเงินเชิญ
พฤติกรรมนะครับแล้วก็ได้รับเสียงตอบรับ
เป็นอย่างดีจากคุณผู้ชมนะครับแล้วก็คาด
ว่าจะได้รับเสียงตอบรับแบบนี้ไปตลอดนะ
ครับ EP ทั้งหมดนะครับ 12 EP ก็ยังอยู่
ในช่องเพราะฉะนั้นเอ่อเมื่อไหร่ก็ตามที่
รู้สึกว่าตัวเองหลุดโฟกัสนะฮะพฤติกรรมการ
เงินเสียหายนะครับก็กลับมาดูทั้ง 12 ตอน
ของเราได้นะครับก็ขอบคุณอาจารย์มากนะครับ
>> ขอบคุณนะครับแล้วก็ขอบคุณคุณผู้ชมทุกท่าน
นะครับจนกว่าจะพบกันใหม่ครับสวัสดีสวัสดี
ครับ
Ask follow-up questions or revisit key timestamps.
คลิปวิดีโอนี้เป็นการพูดคุยระหว่างโค้ชหนุ่มและรองศาสตราจารย์ ดร.ธานี ชัยวัฒน์ ในหัวข้อเรื่อง "วินัยทางการเงิน" โดยเปลี่ยนมุมมองจากการบังคับให้มีวินัยแบบตายตัว เป็นการเน้นเรื่องการรู้จักตัวเองและการควบคุมตัวเอง (Self-control) ที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตของแต่ละคน ทั้งนี้ยังได้เสนอแนวทางการสร้างวินัยผ่านกลไก 3 ส่วน คือ การบริหารจัดการความกลัว (Loss Aversion), การซอยเป้าหมายให้เล็กลงเพื่อความสำเร็จในระยะสั้น, และการเปลี่ยนโฟกัสไปทำกิจกรรมอื่นเพื่อลดแรงกระตุ้นจากการบริโภคตามสังคม
Videos recently processed by our community