ทำไมชีวิตติดขัด? วิธีแก้กรรมด้วยพรหมวิหาร 4 และศีลบารมี - เสียงธรรมะ หลวงพ่อฤาษีลิงดำ #ธรรมะสอนใจ
863 segments
ท่านสาธุชนพุทธบริษัททั้งหลาย
และบรรดาเพื่อนภิกษุสามเณรทุกท่าน
วันนี้ก็มาฟังบารมีกันต่อไปอีก
สำหรับวันนี้ก็จะขอพูดเรื่องศีลบารมี
จัดว่าเป็นบารมีอันดับที่ 2 ที่พระ
พุทธเจ้าทรงเรียงไว้
แต่ความจริงการปฏิบัติท่านบรรดาเพื่อน
ภิกษุสามเณรทั้ง
เราจะปฏิบัติขึ้นต้นว่าทานแล้วเรียงมา
เป็นศีลเรียงมาเป็นเนกขมะ
แล้วก็เรียงมาเป็นปัญญาอันนี้ก็ไม่ถูก
การปฏิบัติจริงๆต้องขึ้นด้วยปัญญาบารมี
ก่อน
ว่าคนที่ไม่มีปัญญา
เค้าไม่รักษาศีลนะครับ
แต่ว่าก่อนที่จะพูดพูดอะไรก็ขอย้ำกันไว้
อีกทีนี้สักนิดนึง
ว่าการบวชเข้ามาในพระพุทธศาสนาก็ดี
หรือว่าที่บรรดาญาติโยมพุทธบริษัท
มีความเคารพในพระพุทธเจ้าเข้ามาปฏิบัติ
ความดีในพระพุทธศาสนาก็ดี
ความจริงพระพุทธเจ้าต้องการให้ทุกคนหมด
ทุกข์
ทุกข์ที่มีความสำคัญมากก็คืออบายภูมิ
ถ้าเราต้องลงอบายภูมิเราก็ขาดทุนฉะนั้นใน
ตอนนี้ขอบรรดาเพื่อนภิกษุสามเณรทั้งหลาย
แล้วก็ญาติโยมพุทธบริษัททั้งหลายด้วยพา
กันป้องกันอบายภูมิเสียก่อน
ที่เราจะมีบารมีเต็ม
ก็ไม่แน่นักว่าการบำเพ็ญบารมีของเรานี้จะ
เต็มหรือไม่เต็มเราไม่ทราบครับ
ถ้าบารมีเต็มเราได้ไปนิพพานแน่
ถ้าบารมีไม่เต็มเราก็ยังไปไม่ได้ถ้ายังไป
ไม่ได้ต้องเวียนไปหาอบายภูมิเราก็ขาดทุน
ฉะนั้นการที่เราจะหนีอบายภูมิให้พ้นก็คือ
1 มีความรู้สึกอยู่เสมอว่าชีวิตนี้ต้อง
ตาย
ก่อนจะตายเมื่อตายเมื่อไหร่เราไม่ยอมไป
อบายภูมิ
ยึดพระพุทธเจ้าพระธรรมพระอริยอริยสงฆ์
เป็นที่พึ่ง
นั่นก็หมายความไม่ยอมรับนับถือคำสอนของ
ท่าน
แล้วก็ปฏิบัติตามท่าน
หลังจากนั้นทรงศีลให้บริสุทธิ์
ศีลต้องเป็นตามสภาพของฐานะนะครับพระมีศีล
เท่าไหร่
สมเณรมีศีลเท่าไหร่สำหรับญาติโยม
พุทธบริษัทสำคัญทันที่ศีล 5
ต้องรักษาให้ครบแล้วก็ทรงจิตพิษไว้เสมอ
ว่าการเกิดมนุษย์มันเป็นทุกข์เราจะไม่
ต้องการมาอีก
การเกิดเป็นเทวดาหรือพรหมเป็นสุขชั่วคราว
หมดบุญวาสนาบารมีก็ลงมา
เราไม่ต้องการต้องการจุดเดียวคือนิพพาน
ถ้าทรงอารมณ์ไว้ได้อย่างนี้จริงๆนะครับ
ตายจากชาตินี้ไม่พบกับอบายภูมิแน่
ถ้าบังเอิญจะเกิดใหม่จะตายอีกกี่ชาติก็
ไม่พบกับอบายภูมิ
เพราะว่าอบายภูมิกับเราเลิกเป็นญาติดีกัน
แล้ว
พ้นทุกข์ไปที
ขออารมณ์อย่างนี้อย่างน้อยที่สุดบรรดา
ญาติโยมพุทธบริษัทและเพื่อนภิกษุสามเณร
ต้องถือว่าเป็นกฎตายตัวที่เราจะต้องทำให้
ได้
ท่านก็ถามว่าท่านเป็นพระโสดาบันแล้วหรือ
ก็จงตอบเว่าการปฏิบัติไม่ได้มุ่งพระ
โสดาบัน
และก็ไม่ได้มุ่งฌานโลกีย
มุ่งอย่างเดียวคือทำความดีหนีอบายภูมิและ
หนีการเกิดแก่เจ็บตายเท่านั้น
ตอนนี้ก็มาพูดกันถึงศีลบารมี
บารมีแปลว่ามีกำลังใจเต็ม
ศีลนี่ก็แปลว่าปกติ
คือปกติของพระต้องปฏิบัติในสิกขาบทเท่า
ไหร่
แล้วก็มีอภิสมาจารย์เท่าไหรพระต้อง
ปฏิบัติในธรรมะอีกด้วย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะห่มผ้า
จะบริโภคอาหารหรือว่าจะชั้นในเภสัชั้นยา
อันนี้ต้องพิจารณาก่อน
คือว่าเราจะไม่ติดเพื่อความสวยสดงดงาม
เป็นต้นเราจะไม่กินเพื่อความอ้วนพีหรือ
ผ่องใส
จะไม่กินเพื่อทำกิเลสให้เกิดขึ้นเราจะกิน
ให้ชีวิตทรงอยู่
แล้วก็จะปฏิบัติความดีทำลายความโลภออกจาก
จิตทำลายความโกรธทำลายความหลงออกจากจิต
เราจะปฏิบัติตามคำแนะนำขององค์สมเด็จพระ
ธรรมสามีมิตรทุกรายการที่ทรงตรัส
อย่างนี้จึงจะใช้ได้นะครับ
สำหรับศีลพระก็ดีเณรก็ดีญาติโยม
พุทธบริษัทก็ดี
ถ้าเอาแค่เอาแค่ศีลเฉยๆนี่ไปไม่รอดนะครับ
จะต้องปฏิบัติในกรรมบท 10 ด้วย
เพราะถ้าศีลเฉยๆยังมีศีล 5 บริสุทธิ์
แต่ว่าศีล 5 นี่เค้าก็ห้ามแค่พูดหมดเท่า
นั้น
พูดวาจาหยาบคาย
นินทาชาวบ้านคือยุเค้าแตกกัน
แล้วพูดวาจาที่ไร้สติคือไร้ประโยชน์พูด
ส่งเดช
อย่างนี้เป็นโทษ
ก่อนที่จะพูดอะไรทั้งหมดผมก็จะขอนำ
พระสูตรสูตรหนึ่ง
มาคุยคุยกับบรรดาท่านพุทธบริษัทและบรรดา
เพื่อนภิกษุสามเณร
เราพูดกันแต่ธรรมะล้วนๆมันก็ฟังจืดๆไป
หน่อย
คือว่าคนที่ไม่ผิดศีล
คือว่าไม่ใช่มุสาวาส
แต่ว่าใช้วาจาพร่อยๆไร้สติสัมปชัญญะพูด
ส่งเดช
เป็นเหตุให้เกิดเป็นตั้งหลายร้อย
ชาติ
เรื่องก็มีอยู่ว่ามีท่านสิริมา
ท่านสิริมานี่ถึงที่ผมเรียกว่าท่านน่ะใน
สมัยพระพุทธเจ้าทรงพระชนม์อยู่
ท่านผู้นี้ฟังเทศน์จากพระพุทธเจ้าแล้ว
เป็นพระโสดาบัน
ที่เรียกว่าท่านก็เพราะอย่างน้อยที่สุด
ท่านเป็นพระโสดาบันนี่ท่านดีกว่าผม
แล้วก็ท่านเป็นพระโสดาบันอยู่ในระหว่าง
ที่พระพุทธเจ้าทรงประชนอยู่
เวลานั้นสาวกขององค์สมเด็จพระบรมครูเป็น
อรหันต์ตั้งเยอะแยะ
ผมเข้าใจว่าท่านคงไม่โง่พอที่ทรงแค่ทรงตน
แค่พระโสดาบัน
คงจะดีไปกว่านั้นแต่บาลีไม่ได้บอกไว้
เพราะว่าเวลาที่ใกล้จะตายนี่มันไม่แน่นัก
ถ้าทรงความเป็นพระโสดาบันไว้ได้ถือว่า
เป็นผู้เข้าถึงกระแสพระนิพพาน
ตอนนี้พอจะตายเข้ามาจริงๆไอ้ทุกขเวทนา
เข้ามาครอบงำจิต
เจ็บนู่นปวดนี่เสียดนั่นมันก็ทนไม่ไหว
ตอนนี้ความรู้สึกรักในร่างกายมันจะหมดไป
การต้องการมีคู่ครองมันจะหมดไป
ต้องการความร่ำรวยมันจะหมดไป
ต้องการคิดว่าจะอยู่ต่อไปมันก็หมดไปเพราะ
มันอยู่ไม่ไหว
เวลานั้นเจ็บปวดอย่างนั้นคิดอะไรไม่ออก
จะไปรักแต่งงานกับใครเค้าล่ะตัวเองก็แย่
จะไปกรอบโกยทรัพย์สินที่ไหนก็ไปลุกไม่ไหว
จะหลงคิดว่านั่นเป็นเรานี่เป็นของเราก็
ไม่ได้ร่างกายมันแสนจะเลว
ตอนนั้นบังเอิญ
หากว่าท่านเกิดมีความเบื่อหน่ายในร่างกาย
ขึ้นมา
ตายก็เมื่อตายไปก็ไปนิพพานทันที
ว่ามีบางท่านมาถามว่าคนที่มีความโลภความ
โกรธความหลงมีกิเลสมาก
ถ้านึกถึงพระนิพพานเป็นอารมณ์จะไปได้หรือ
ก็ต้องตอบว่าเวลาที่ป่วยจริงๆหนักมากความ
โลภมันหายไปจากใจ
ความโกรธมันหายไปจากใจความหลงไม่มีก็ไป
นิพพานได้
ตามที่กล่าวมาแล้วสำหรับท่านสิริมาผู้นี้
ท่านเป็นพระโสดาบันตั้งแต่ฟังเทศน์ของ
พุทธเจ้าจบเดียวท่านดีกว่าผมมาก
ผมนี่ทั้งเรียนมาด้วยเป็นครูสอนเค้าด้วย
เป็นนักเทศน์ด้วย
แล้วก็สอนธรรมะธัมโมด้วยผมเป็นอะไรผมยัง
ไม่รู้เลย
ผมสงสัยตัวเองว่าผมดีไม่เท่าท่านสิริมา
ก็นี่เรื่องนี้ก็ยกไป
ก็ขอกล่าวว่าความเป็นจริงท่านสิริมานี่
เป็นคนที่มีตระกูลสูง
คือท่านเป็นน้องสาวของหมออาชีวกกมรพัสด
ในพระราชฐานของพระราชาคือพระเจ้าพิมพีสา
แต่ว่าท่านต้องเป็นโสเพณีแล้วเป็นหญิงที่
มีความสวยงามมาก
เรับแขกเป็นหญิงรับแขกเมืองเวลาแขกเมือง
มาก็เอาท่านมาประเพลมให้แขกให้แขกเมือง
สบายใจ
คลายอารมณ์เครียดแต่เหมาคืนคืนละพัน
กหาปนะ
คือพันตำลึงหรือ 4,000 บาทในเวลานั้นเวลา
นี้ก็เทียบกันเป็นล้าน
ราคาแพงมาก
ทำไมถึงเป็นอย่าง
ผมก็เจอพระสูตรพระสูตรหนึ่งท่านบอกว่า
กฎของกรรมของสิริมา
ท่านสิริมาเวลานั้นท่านไม่ได้ละเมิดศีล
แต่พูดไม่ดี
คือว่าไม่ใช่พูดโกหกมดเท็จแต่พูดไม่ดี
ตายจากชาตินั้นแล้วต้องมาเป็นหญิง
ตั้งนานหลายชาติ
ผมก็นับชาติไม่ถ้วนอ่านไม่ครบ
เรื่องราวมีอย่างนี้คือว่าในสมัยนั้นเป็น
สมัยที่มีพระอรหันต์
ผมก็จำไม่ได้ว่าพุทธเจ้าสมามชื่อว่าอะไร
พูดไปก็เดาไม่มีความสำคัญผิดเปล่า
เมื่อวันนั้นเป็นวันวิสาขบูชา
ก็มีคนไปทำการทำปทักศิลเพื่อเวียนเทียน
แสดงความเคารพในองค์สมเด็จพระสัมมา
สัมมาสัมพุทธเจ้า
พระธรรมและพระอริยสงฆ์
ในขณะที่เวียนเทียนนั่นก็ปรากฏว่ามีพระ
อริอริยสงฆ์อยู่มาก
ทั้งพระผู้ชายที่เรียกว่าภิกษุพระผู้หญิง
ที่เรียกว่าภิกษุณี
ก็เป็นการบังเอิญอย่างยิ่งมีภิกษุณีองค์
หนึ่งท่านแก่
แล้วท่านก็กินหมาก
แต่ความจริงภิกษุณีองค์นี้ท่านเป็นพระอร
อรหันต์
แต่ว่าท่านจะเป็นพระอรหันต์อรหันต์ขั้น
สุขโกติวิโชร
เป็นโญปฏิสัมภิทัปปโตอย่างใดอย่างหนึ่งผม
ไม่ทราบบาลีไม่ได้บอก
ว่าท่านเป็นพระอรหันต์กินหมาก
เวลาเวียนเทียนเคี้ยวหมากไปไอ้น้ำหมากน้ำ
ลายมันก็มากขึ้น
ท่านก็บ้วนน้ำหมากลงข้างทางเดิน
เวลานั้นบังเอิญมีลมพัดมาไม่แรงนัก
ละอองหมากนิดนึง
ไปถูกเอาผ้าของท่านท่านสิริมาเวลานั้น
เป็นลูกสาวของมหาเศรษฐีแต่งตัวสวย
แล้วรูปร่างก็สวยแล้วเอาหมากไปติดตะผ้า
นิดเดียว
เธอก้มลงมาแล้วก็รู้สึกไม่พอใจ
กล่าววาจาไม่ใช่โกหกแต่กล่าววาจาอย่างนี้
ว่าอีหญิงแพศยาคนไหนนะ
มาบ้วนน้ำหมากทำให้ละอองน้ำหมากมาถูกผ้า
ของเรา
อย่างนี้ไม่ใช่โกหกแแต่ว่าเป็นวาจาหยาบ
ฉะนั้นในศีล 5 ไม่ได้ห้ามวาจาหยาบเราต้อง
รักษากำหนบท 10 แล้วเพห้ามทุกวาจาทุก
ประเภท
ทั้งโกหกก็ห้ามวาจาหยาบก็ห้ามการพูดส่อ
เสียดนินทาชาวบ้านก็ห้าม
การพูดวาจาเหลวไหลก็ห้ามต้องถืออย่างนั้น
ด้วย
ผลที่นางสิริมาหรือท่านสิริมา
พูดเพียงเท่านั้นตายแล้วลงต้องลงอบายภูมิ
และก็มาเกิดเป็นคนต้องมาเป็นหญิงแพทย์สยา
นับเป็นร้อยๆชาติ
นี่แะบรรดาเพื่อนภิกษุสามเณร
และบรรดาญาติโยมพุทธบริษัททุกท่าน
รักษาแต่ศีลเราอาจจะพลาดวาจาจาบ
หรืออาจจะพลาดวาจาสอดเสียดอาจจะพลาดวาจา
เพ้อเจื้อเหลวไหลไร้ประโยชน์
ฉะนั้นต้องรักษาวาจทั้ง 4 วาจาใจทั้ง 4
ประการ
สำหรับวาจานะ
ทั้ง 4 ใหญ่ครบถ้วนจึงจะปลอดภัย
มาพูดถึงตอนนี้ผมก็มานึกขึ้นมาได้
ว่ามีบุคคลหลายท่าน
บางทีท่านนั้นก็เป็นคณาจารย์สอนพระ
กรรมฐาน
เคยปรารภอยู่เสมอว่าพระอรหันต์
ไม่สูบบุหรี่ไม่กินหมาก
แต่ความจริงการสูบบุหรี่หรือกินหมากนี่
ไม่ผิดทางพระวินัย
อย่างพระอรหันต์องค์นี้ท่านกินหมากใครจะ
ว่ายังไง
หรือว่าจะแบ่งอรหันต์เป็นคนละสมัย
เพราะนั้นคนที่ปฏิบัติกรรมฐานจะสูบบุหรี่
หรือกินหมากที่วัดนี้ไม่เคยห้าม
แต่ขออย่างเดียวจะทำให้สถานที่เปรอะหรือ
ว่าอย่าทำให้เอาไฟบุหรี่ไปไหม้อย่างใด
อย่างหนึ่งเท่านั้นก็พอ
แต่ไม่ห้ามกันพระศาทมันชินจะมีอารมณ์
เครียดงั้นขอบรรดาเพื่อนภิกษุสามเณร
ขอย้อนมาเรื่องศีล
จำไว้ด้วยนะครับ
ว่าการไม่พูดปดแต่พูดอยากก็ไม่ดี
ลงอบายภูมิยังไม่พอเกิดมาเป็น
เราก็มาดูคำว่าศีลกันก่อน
ที่จะพิจารณาเรื่องอะไรต้องรู้จักชื่อ
และก็ต้องรู้จักอาการกันก่อน
คำว่าศีลนี่ท่านแปลแปลว่าปกติ
พระของเราจะต้องมีปกติปฏิบัติในสิกขาบท
227
และก็มีอภิสมาจารย์ด้วย
และจะต้องมีอธิสีสิกขา
ระมัดระวังศีลยิ่ง
อธิจิตตสิกขาทำฌานสมาบัติให้เกิด
อธิปัญญาสิกขาใช้เป็นปัญญายอมรับนับถือ
ตามความเป็นจริงเรียกว่ายอมรับนับถือกฎ
ของธรรมดา
ไม่ใช้อารมณ์ฝืน
อย่างนี้ท่านจะฟังยากนิดผมก็ขอพูดทิ้งไป
เลย
ไม่รู้กันข้างหน้า
นี้คำว่าศีลแปลว่าปกติเฉพาะฆราวาสปกติ
จริงๆต้องมีศีล 5 ครบถ้วน
ถ้ามีศีล 5 ไม่ครบถ้วนก็เป็นคนผิดปกติ
แล้วทำไมจะต้องมาปฏิบัติการบังคับเด้วยรึ
ก็ขอตอบว่าในที่นี้ไม่มีการบังคับ
สุดแล้วแต่บรรดาท่านพุทธบริษัทจะพอใจอะไร
ถ้าคนมีศีล
คนใดมีศีลครบถ้วนคนนั้นท่านเรียกว่า
มนุษย์
เพราะว่ามนุษย์นั่นแปลว่าใจสูงคือมีการ
ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบใจดีมาก
แต่คนมีศีลไม่ครบถ้วนท่านเรียกว่าคน
แปลว่ายุ่งเวลานี้โลกที่ยุ่งอยู่เพราะขาด
ศีล
ศีลมีแต่คนยอมรับนับถือศีลไม่มี
แต่ผมก็อย่าทิ้งไว้อีก
ไม่อธิบายต่อไปขอมาอธิบายขั้นศีลของ
ฆราวาส
และอย่าลืมนะครับพระ
อาบัติปายิตีท่านเป็นกปีระภิภิกขุไปอเวจี
มหานรก
ทำให้หญ้าหลุดของเขียวพลาดของเขียวให้
หลุดท่านเอกปัตถนาคราชต้องไปเกิดเป็น
สัตว์เดรัจฉาน
ภิกษุสามเณรต้องระวังให้มาก
หากว่าท่านเป็นภิกษุสามเณรถ้าขาดกำบด 10
ระวังนะโยมจะเอาอาหารที่สำหรับใฝ่บาตร
เพื่อท่านไปเลี้ยงไอ้ตูบเสียก่อน
เพราะอะไรถ้าพระกับเณรไม่มีกำบด 10
กำบฏ 10 ไม่มีอยู่ศีลประจำตัวที่มากกว่า
นั้นจะมีได้ยังไง
ถ้าเราพรหมผ้ากาสาวพัสด
ขาดกรรมบท 10
เราก็เลวกว่าไอ้ตูบที่บ้านโยม
เพราะว่าเจ้าตูบที่บ้านโยมน่ะมันเป็น
สุนัข
มันไม่เคยประกาศเลยว่ามันเป็นพระเป็นเณร
มันแสดงตนความเป็นสุนัขเป็นปกติของมันมัน
ซื่อสัตย์สุจริตตรงไปตรงมา
ถ้าเราปฏิบัติตนโกงไปโกงมาก็เสร็จ
นี้ขอพูดถึงอานุภาพของศีล
อานุภาพของศีล 5 นี่บรรดาญาติโยม
พุทธบริษัทมีหลายท่าน
มาเห็นถึงเห็นอาตมาเข้าใจอาตมานี่เป็นผู้
วิเศษเบางคนก็ป่วยไข้ไม่สบายบางคนก็เดือด
ร้อนเรื่องการครอบครัวบางคนก็เดือดร้อนใน
ทรัพย์สินขอให้หลวงพ่อช่วย
หลวงพ่อเองก็ต้องให้น้ำเกลืออาทิตย์ละ 2-3
ครั้ง
ฉีดยาอยู่เสมอมันก็ไม่ไหว
มาคุยกันถึงเรื่องศีลศีล 5 คือข้อที่ 1
ปาณาติบาต
สำหรับปาณาติบาทนี่จะรักษาศึกษาได้จริงๆ
ต้องมีเมตตากรุณาทั้ง 2 ตัวผสมอยู่ในใจ
คือต้องมีปัญญา
คนไม่มีปัญญานี่รักษาศีลไม่ได้อันดับแรก
จะรักษาปาณาธิบาตได้ต้อง 1 เมตตาความรัก
2 กรุณาความสงสาร
มีจิตคิดว่าคนเราเนี่ยถ้ารักกันแล้วก็ดี
กว่าเกลียดกันเป็นมิตรกันดีกว่าเป็นศัตรู
กัน
จริงจะรักษาศีลข้อปาณาติบาตนี้ได้
ว่าคนใดถ้าไปรักษาปฏิบัติศีลให้ข้อ
ปาณาติบาตให้ได้ครบถ้วนเป็นปกติ
หมายความไม่ฆ่าเขาด้วยไม่ทรมานเขาด้วย
ถ้าตายจากความเป็นคนชาตินี้
ก็มีหวังได้ว่าเป็นเทวดาแน่
จากเทวดาลงมาถ้าเป็นคนจะเป็นคนมีอายุครบ
อายุไข
รูปร่างสวดทรงหน้าตาผิวพรรณจะสดสวยงดงาม
แล้วก็โรคภัยไข้เจ็บก็ไม่เบียดเบียน
นี่หมายความว่าถ้ารักษาศีลได้นะถ้าละเมิด
ศีลข้อที่ 1
อันดับแรกในขณะที่มีชีวิตอยู่ก็มีแต่ความ
เดือดร้อน
ซึ่งตรงกันข้ามกับคนที่มีศีลเพราะเมตตา
กรุณา
มีเมตตาความรักกรุณาความสงสารเจอหน้าใคร
เราก็ยิ้มเขาก็ยิ้มอารมณ์ใจก็สดชื่นเห็น
บุคคลใดเมีความลำบากยากแค้นมีความสงสาร
เกื้อกูลให้มีความสุข
อันนี้เป็นมหาเสน่ห์ใหญ่ไม่ต้องไปเรียน
คาถาเสน่ห์
ไปที่ไหนก็มีแต่คนรักคนที่เกลียดจะมีบ้าง
บางคนคือคนที่ชอบอิจฉาริษยาคนอื่นอันนี้
เราก็ปล่อยเค้า
พระพุทธเจ้ายังถูกอิจฉา
คนเลวๆอย่างเราทำไมยังไม่ถูกอิจฉา
เขาอิจฉาิษยาเป็นความเดือดร้อนของเขา
เรามีเมตตาปราณีเป็นความสุขของเราไปไหนมี
คนยิ้มให้เรามากกว่าคนหน้างอเราชื่นใจ
แล้วมีความสุขแต่คนที่ไม่สามารถจะปฏิบัติ
ในศีลข้อนี้ได้คือจิตขาดเมตตาปราณี
ที่คาดเก่งฆ่าเขาบ้างประทุษร้ายเบ้างทำ
ให้เขาลำบากบ้าง
พวกนี้จะหลับก็ไม่เป็นสุขจะตื่นก็ไม่เป็น
สุขมีชีวิตอยู่
ระแวงอันตรายอยู่เสมอ
ตายจากความเป็นคนมีหวังได้ว่าไปอบายภูมิ
แน่
ยังไงไงก็เป็นมีสิทธิ์ลงนรก 100%
ออกจากนรกแล้วก็มาเป็น
ออกจากก็มาเป็นอสุรกาย
ออกจากอสุรกายก็มาเป็นสัตติรัจฉาน
พอพ้นจากสัตติฉานก็มาเป็นคนที่ต้องรับผล
เศษของกรรม
อย่างดีที่สุดก็เป็นคนที่มีโรคภัยไข้เจ็บ
กระ่องกระแง่งเดินไม่ค่อยไหวถ้ารุนแรง
เกินไปอาจจะเป็นอัมพา
แล้วมิฉะนั้นก็มีการอายุสั้นพันตายบางคน
บาปหนักเกินไปเป็นอจินกรรม
เข้าท้องแม่ไม่ทันจะคลอดตาย
บาปหย่อนมาอีกนิดหนึเว้นบ้างมันดีละมันดี
ไม่ละแต่มันพระเว้น
อย่างนี้เกิดออกจากท้องแม่ไม่กี่วันก็ตาย
ถ้าเว้นมากกว่านั้นหน่อยก็เป็นเด็กใหญ่
ตายเว้นมากกว่านั้นอีกนิดนึงเป็นหนุ่ม
เป็นสาวก็ตาย
ถ้าเว้นมากกว่ากันอีกหน่อยไฟกลางคนก็ตาย
กำลังใจของบุคคลผู้นั้นไม่ทำอันตรายอย่าง
นี้เลยเว้นทุกอย่างคือไม่ทำ่าไม่ฆ่าสัตต
ชีวิตนั่นก็หมายความอยู่ถึงอายุไขแล้วจึง
ตายโรคภัยไข้เจ็บมีบ้านเป็นของธรรมดาบาง
คนก็ไม่มีเลย
นี่ทั้งโทษและคุณของศีลข้อที่ 1
หัวเล่าย่อๆว่าถ้าปฏิบัติในศีลข้อที่ 1
ได้มีชีวิตอยู่มีความสุขเพราะคนรักมาก
เพราะเราใจดี
ตายไปแล้วจากความเป็นคนเกิดเป็นเทวดาพรหม
เกิดเป็นมนุษย์มีอายุยืนนานโรคภัยไข้เจ็บ
น้อยรูปร่างหน้าตาสะสวย
แล้วก็จะพูดอะไรต่อไปบรรดาญาติโยมทั้ง
หลายและเพื่อภิกษุสามเณร
สัญญาณการบอกเวลาบอกเลิกทึหมดเวลาแล้วก็
ต้องขอลาก่อน
ขอความสุขสวัสดิวิภัตนมงคลสมบูรณ์พลผลจง
มีแด่บรรดาท่านพุทธศาสนิกชนที่กำลังนั่ง
ฟังอยู่ที่นี่คือเพื่อนภิกษุสามเณรทุกคน
จงมีความปรารถนาสมหวังตามที่ต้องท่าน
ภิกษุสามเณรทั้งหลาย
และบรรดาญาติโยมพุทธบริษัททั้งหลาย
วันนี้ก็มาฟังเรื่องบารมีกันต่อไป
ก็คงเป็นศีลและบารมี
วันก่อนพูดมาได้หน่อยเดียวเวลาหมดเฉพาะ
เรื่องศีลมัวไปเล่าเรื่องของท่านิริมา
เพลินไปแต่ความจริงการปฏิบัติศีลนี่บรรดา
ท่านพุทธบริษัททั้งหลาย
ถ้าเรามีทานบารมีดีแล้ว
ทานบารมีก็เป็นปัจจัยโยงให้สิงเกิด
ทั้งนี้เพราะอะไรเพราะว่า
คนที่จะให้ทานได้นั้น
ก็ได้บอกไว้แล้วว่าต้องมีพรหมวิหาร 4
ความจริงพรหมวิหาร 4 นี่เลี้ยงทั้งศีล
เลี้ยงทั้งสมาธิเลี้ยงทั้งปัญญา
และก็ช่วยกันในการให้ทานกองการกุศล
คนที่มีพรหมวิหาร 4 อย่างเดียว
แล้วก็มั่นคงในพรหมวิหาร 4 ทุกอย่างจะมี
หมดทานบารมีก็เต็มศีลบารมีก็เต็ม
เนกขัมมารมีก็เต็มปัญญาบารมีก็เต็มเต็ม
เพราะอะไรเพราะว่าคนที่มีพรหมวิหาร 4 มี
อารมณ์จิตเยือกเจน
พรหมวิหาร 4 เขาพูดไว้หน่อยนึงนะ
เพราะว่าบางท่านไม่ได้เคยฟังจะฉงนพวิหาร 4
ก็คือ 1 มีความรักรักในคนรักในสัตว์เสมอ
ด้วยตัวเรา
ในการที่ 2 สงสาร
เห็นคนและสัตว์มีความสงสารมันก็สงสารตัว
เราเอง
เพราะอิสามีจิตอ่อนโยนไม่อิจฉาริษยาใคร
เห็นใครได้ดีพลอยยินดีด้วยแล้วปฏิบัติ
ความดีตามเขา
ข้อที่ 4 เห็นใครเพี่ยงพล้ำมีความทุกข์
ไม่ซ้ำเติมจิตพร้อมจะช่วยจะเสมอเท่ามี
โอกาส
นี่ลักษณะของพรหมวิหาร 4 มี 4 อย่างแบบ
นี้
ได้บอกไว้แล้วว่าคนที่ให้ทานได้ต้องมี
พรหมวิหาร 4
เมื่อพรหมวิหาร 4 มีแล้วศีลก็มีได้เพราะ
เมตตาความรักก็มีกรุณาความสงสารก็มีจิต
อ่อนโยนก็มีอุเบกขาวางเฉยก็มี
เฉยเพราะอะไรอย่างสัตว์เดินมาพอที่จะฆ่า
ได้เราก็ไม่ฆ่าปล่อยไป
จัดเป็นอภัยทาน
เห็นของพอที่จะขโมยได้เราก็ไม่ขโมย
อุเบกขาก็เฉย
เห็นคนที่น่ารักพอที่จะยื้อแย่งความรักเ
ได้เราก็ไม่ทำเฉย
คนพอที่โกหกได้เราก็ไม่โกหกเฉย
หรือว่าดื่มสุรามีร
มันล่ออยู่ข้างๆหน้าเราก็ไม่ดื่มเฉยอย่าง
นี้ก็ได้หรือมีความรักซะอย่างหนึ่งฆ่าเขา
ไม่ได้ทรมานไม่ได้มีความรักซะอย่างหนึ่ง
คดโกงเไม่ได้ขโมยเก็ไม่ได้มันทำไม่ได้มี
ความรักซะอย่างหนึ่งแย่งความรักเขาก็ไม่
ได้มีความรักซะอย่างหนึ่งก็โกหกมดเท็จก็
ไม่ได้โนรักกันจะโกหกกันยังไง
นี่ลักษณะของคนที่มีพรหมวิหาร 4 ดีอย่าง
นี้ฉะนั้นการรักษาศีลก็เป็นการรักษาไม่
ยาก
ถ้ามีพระวิหาร 4 ศีลไม่ยากเลยอยู่กับอยู่
กับตัวแน่นอน
ฉะนั้นในวันก่อนๆก็บอกว่าทุกคนให้ระวัง
อบายภูมิคือ 1 คิดว่าชีวิตจะต้องตายไว้
เสมอ
แล้วก็ไม่คิดว่าชีวิตจะตายวันพรุ่งนี้ขอ
ให้คิดว่าอาจจะตายวันนี้ก็ได้ยึดพระ
ไตรสราคมคือพระพุทธเจ้าพระธรรมพระ
อริยสงฆ์เป็นที่ยอมรับนับถือปฏิบัติตามคำ
แนะนำของท่าน
แล้วก็มีศีลบริสุทธิ์จิตตั้งหวังไว้ซึ่ง
นิพพาน
อันนี้การอบายภูมิได้แน่ๆอย่าลืมนะเรับ
แต่ศีลนี่ก็มีความจำเป็นต้องรักษาตามแบบ
ฉบับของตัวตัวเองเป็นพระต้องรักษาศีลพระ
เป็นเณรต้องรักษาศีลเณรเป็นญาติโยม
พุทธบริษัททรงศีล 5 บริสุทธิ์
เท่านี้แน่นอนแต่ว่าถ้าขาดกำบท 10 แย่
เหมือนกัน
อย่างท่านสิริมานี่ขาดกรรมบท 10
ความจริงท่านก็เป็นคนใจบุญสุนทานปากเสีย
ไปหน่อย
ถือตัวว่าเป็นลูกเศรษฐีแล้วมั้ง
เลยต้องลงนรกรก็เป็นหญิงแพสยา
ฉะนั้นทุกคนถ้าหากให้ทานได้ก็รักษาศีลได้
อเฉพาะศีล 5 คือญาติโยมมีเวลาศึกษาน้อย
ศีล 5 ก็มี 5 ติกขาบทตามที่ทราบแล้ว
1 ไม่ฆ่าสัตว์ 2 ไม่ลักทรัพย์ 3 ไม่พฤติ
ในกาม 4 ไม่พูด 5 ไม่เดมสุรามีร
และศีล 5 ประการดียังไง
บางคนบอกว่าถ้ารักษาศีลกันหมดโลกจะจน
แต่ว่าเพื่อนภิกษุสามเณรทั้งหลาย
และญาติโยมที่กำลังนั่งฟังวันนี้แย่คอ
มันแย่จริงๆ
ที่กำลังนั่งฟังทราบว่าผลของการรักษาศีล 5
เป็นอย่างนี้แต่พระเณรศีล 5 ไม่ได้นะ
ต้องรักษาตามสิ่งของตน
ศีล 5 ข้อที่ 1
ถ้าเราเป็นคนมีเมตตาปราณี
จิตใจไม่โหดร้าย
เราก็จะมีความสุข
ยิ้มแย้มแจ่มใสก็ทุกคนเสมอเมตตาปราณีเขา
ช่วยงานเขาเกื้อกูลเขาไปเห็นหน้าใครก็ยก
มือไหว้แล้วก็ยิ้มให้อย่างนี้จิตใจก็สด
ชื่นขึ้น
ถ้าคนทั้งโลกดีเหมือนกันหมดอย่างนี้โลกจะ
มีความร่ำรวย
ก็จะเห็นว่า
1 ไม่ต้องเตรียมการสงคราม
ของที่ใช้ในสงครามมีอะไรบ้างเงินทองทุ่ม
เทกันไป
โดยอิรักอิหร่านเพียงแค่ลบกันแค่ 7 วัน
หมดเงินไปตั้งแสนล้าน
ถ้าหากว่าเราไม่ต้องรบกันก็ไม่ไม่ต้องหมด
สิ้นเปลืองเงินแบบนั้น
แล้วก็ไม่ถ้าไม่มีการลบราค่าพันกันเลย
อาวุธสงครามก็ไม่ต้องเตรียม
พระทหารก็ไม่ต้องมีตำรวจก็ไม่ต้องมี
ไม่ต้องมีอะไรทั้งหมดต่างคนต่างอยู่กัน
แบบสบายๆเพราะไม่มีใครรบกวนกันก็ลงคิด
อยู่ว่าไอ้ทรัพย์สินที่จะต้องซื้อ
อาวุธยุทโธปรกหาการป้องกันเนี่ยมันก็ไม่
ต้องจ่ายไปเกินจะหลือเหลือชาติปีกับชาติ
ปีละเท่าไหร่
ดูว่างบประมาณ
เกี่ยวกับคนใจร้ายเนี่ยปีเสียเท่าไหร่ 1
เพื่อป้องกันป้องกันต้องการการลดราข้าว
ฟันการยึดประเทศต้องใช้งบประมาณทหารปีละ
เท่าไหร่
และคนโหดร้ายก็ยังมีอยู่อีกต้องสร้าง
เรือนจำราคาสร้างเรือนจำเดือนละเท่าไหร่
และเจ้าหน้าที่ในเรือนประจำต้องจ่ายเงิน
เดือนละเท่าไหร่แล้วก็อาหารของนักโทษต้อง
จ่ายวันละเท่าไหร่
แล้วก็ต้องไปจ้างพิพากษา
อัยการต้องมีทนายต้องมีเจ้าหน้าที่ต่างๆ
ก็ต้องใช้งบประมาณสิ้นเปลือง
ต้องมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าหน้าที่อำเภอ
เจ้าหน้าที่จังหวัดเป็นการควบคุมงบประมาณ
ส่วนนี้ทั้งหมดปีมหาศาล
เราต้องใช้เพื่อป้องกันคนใจร้าย
หาว่าคนเราใจดีทุกคนก็ไม่ต้องใช้เงินงบ
นี้ทุกคนจะมีความสุขทุกคนจะนอนตาหลับ
อันนี้ประโยชน์ในปัจจุบัน
สำหรับประโยชน์ในสัมปราภพบรรดาญาติโยม
พุทธบริษัท
ทุกคนที่นั่งฟังอยู่นี่ได้มโนยิทธิแล้ว
ทุกคน
ทุกคนเคยไปนรกมาแล้วเคยไปเห็นสวรรค์มัน
แล้วเคยไปเห็นพรหมโลกมาแล้วแล้ว
รู้จักอารมณ์ของพระนิพพานแล้ว
ครูเสอนปุพเพนิวาสานุติญาณ
คือระลึกชาติก็ทำได้แล้ว
อตีตังสิญาณเหตุการณ์ในอดีตครูก็สอน
อนาคตังเหตุการณ์ข้างหน้าครูก็สอนสร้างคน
ต่างรู้โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนใจร้ายที่ลง
นรก
พระขาดศีล 5 ข้อที่ 1
สกัดศีล 5 ข้อที่ 1 ก็ทุกคนก็เห็นแล้วว่า
ลงนรกกันเป็นแถวมีความกระทุกทุกขเวทนา
ขนาดไหน
นี่คนที่ไม่ละเมิดศีลตายไปแล้วมีผลอย่าง
นี้จากนรกมาเป็นจากสุรกายจาก
สุรกายเป็นสัตฐาน
จากสัตติฉานมาเป็นคนอายุสั้นพลันตายบ้าง
โลกมากบ้างโรคภัยไข้เจ็บมากบ้างบางคนหนัก
ถึงเป็นอัมพาตก็มี
นี่เพราะเหตุการณ์ใจร้ายทั้งนั้นไม่เคารพ
ในศีลข้อที่ 1
ถ้าเคารพในศีลข้อที่ 1 เป็นคนสวยไม่อายุ
ยืนนานมีความสุขโรคภัยไข้เจ็บก็
เบียดเบียนน้อยบางทีก็ไม่เบียดเบียนเลย
นี่นะครับ
เป็นอย่างนี้สำหรับศีลข้อที่ 2
ข้อที่ 2 ถ้าเราไม่รักไม่ขโมยไม่คดไม่โกง
กัน
ถ้าขโมยไม่มีก็ไม่ต้องมีเรือนจำ
ไม่ต้องมีเจ้าหน้าที่เรียนจำไม่ต้องมี
พิพากษาไม่ต้องมีอัยการไม่ต้องมีตำรวจไม่
ต้องมีผู้ใหญ่บ้านกำนันไม่ต้องมีนายอำเภอ
ไม่ต้องมีผู้ว่าราชการจังหวัดเจ้าหน้าที่
ทั้งหมด
ทุกคนและงบประมาณในในประเทศที่ต้องเสีย
ภาษีก่อนมันก็ไม่ต้องเสีย
เพราะเงินทั้งหลายเหล่านั้นเป็นเงินของ
เราทั้งนั้นที่เราส่งกันเข้าไป
แล้วก็มีจุดหนึ่งที่เราจะต้องคิดสมมุติ
ว่าไอ้เรื่องงบประมาณแผ่นดินเราไม่ได้พูด
กันพูดเฉพาะบ้านเราถ้ามีขโมย
บ้านเราก็ต้องทำแข็งแรงแหล่งทำประตู
หน้าต่างแข็งแรงมันสิ้นเปลืองเท่าไหร่
กุญแจก็ต้องหากุญแจใส่แล้วใส่อีกหลายๆดอก
บางๆบ้านก็มีดอกเดียวบ้านก็มีหลายดอก
สมมุติว่าประเทศไทยเนี่ยมีบ้านสัก 10
ล้านหลัง
ใช้กุญแจบ้านละหลังละดอกกุญแจ 10 ล้านดอก
นี่ราคาเท่าไหร่
นี่มันก็ต้องสิ้นเปลืองไปมากนั้นหากว่า
ไม่มีการรักไม่มีการขโมยกัน
โรคโลกก็จะมีแต่ความสุขคนก็จะมีแต่ความ
ร่ำรวย
หามันได้เท่าไหร่กินใช้แบบสบายๆไม่ต้อง
โกนไม่ต้องเกรงโจรผู้ร้ายจะจี้จะปล้น
ไม่ต้องเกรงภัยอันตรายไม่ต้องกลัวขโมยรัก
นอนก็เป็นสุขหลับก็เป็นสุขตื่นก็เป็นสุข
นี่ผลของการไม่มีการรักไม่มีการปล้นไม่มี
จี้รักษาศีลข้อที่ 2
ถ้าละเมิดศีลข้อที่ 2 ชาตินี้ก็ไม่มีความ
สุขไปไหนก็มีศัตรูรอบข้างเพราะเรารักเรา
ขโมยเค้าเค้าก็เกลียด
ดีไม่ดีก็เข้าเรือนจำไป
เป็นคนที่ไม่มีความสบายใจ
ตายจากชาตินี้ลงนรกแน่เป็นอสุรกาย
สัตว์เดิรัจฉาน
เกิดมาเป็นคนใหม่ไฟไหม้บ้านบ้าง
น้ำท่วมให้ของเสียหายบ้างลมพัดบ้านพัง
เสียบ้างถูกขโมยกระโจนปล้นบ้างที่เป็น
อย่างนี้ขอญาติโยมพุทธบริษัทโปรดทราบว่า
เป็นโทษของอทินาทานในชาติก่อน
ความจริงเรื่องนี้พระพุทธเจ้าก็พูดมานาน
แล้วก็น่าจะเข้าใจ
แต่ก็ยังมีคนส่วนใหญ่ไม่ยอมเข้าใจมาถาม
บ่อยๆก็เลยพูดให้ฟัง
แล้วหากว่าข้อศีลข้อที่ 3
กาเมสุมิจฉาจารย์
การไปละเมิดสิทธิในคนรักของคนอื่นเราก็
ต้องคิดดู
ถ้าเละเมิดสิทธิในคนรักของเราเราจะมีความ
รู้สึกยังไง
เราไม่ชอบใจเราเกลียดเขาล่ะเราไปทำอย่าง
นั้นเขาจะรักเรามั้ยเขาก็เกลียดเราก็กลาย
เป็นคนมีศัตรู
การมีศัตรูนี่จิตไม่มีความสุขต้องระวัง
ภัยเสมอ
แล้วถ้าคนไม่มีไม่มีคนเจ้าชู้ประเภทนี้ก็
ไม่ต้องมีเจ้าหน้าที่อย่างที่ว่ามาแล้ว
พูดมันก็รำคาญ
งบประมาณก็เป็นจ่ายชาติก็มีความเจริญ
ถ้าหากว่าไม่มีคนพูดโกหก
ความจริงแค่มุสาวาสตัวเดียวไม่พอนะญาติ
โยมอย่าลืมเรื่องสิริมา
ต้องพูดความไม่พูดปดด้วยไม่พูดหยาบด้วย
แล้วก็ไม่พูดวาจาให้เค้าแตกเร้ากันคือ
นินทาชาวบ้านด้วยแล้วก็ไม่พูดวาจาที่ไร้
ประโยชน์
ถ้าเราไม่พูดอย่างนี้วาจา 4 อย่างไม่มี
สำหรับเราเรา
มีแต่วาจาตามความเป็นจริงรู้จักเวลาในการ
พูดมีวาจาอ่อนหวานท่านจะเป็นพยาจาบใช้
วาจาเ้าสมัครสมานมีความรักกันมีความสามา
สามัคคีกันแทนที่แยกให้แตกแยกกัน
แล้ววาจาใดที่ไม่เป็นประโยชน์เราไม่พูด
ทั้งหมดที่กล่าวมาตั้งแต่ศีลข้อที่ 1 ถึง
ข้อที่ 4 เป็นตัวมหาเสน่ห์
ถ้าพูดดีอย่างนี้พระพุทธเจ้าบอกว่ามี
เสียงเป็นทิศ
นั่นหมายความจะแตกกระเจกกระเจงเป็นกระทะ
แตกก็ตามเถอะแต่คนเขาก็ชอบฟัง
ก็บอกพูดพูดจริงพูดเพราะพูดดีให้รักกัน
พูดเป็นวาจาที่มีประโยชน์ไปที่ไหนก็มีแต่
คนรัก
เรื่องต่างๆเรื่องร้ายที่ให้เจ้าหน้าที่
ตำรวจทหารต้องมาปราบปรามจับกุมมันก็ไม่มี
แต่คนพูดดีกันซะหมดก็ไม่ต้องมีเจ้าหน้า
ที่เข้ามาควบคุม
ไม่ต้องเปลืองงบประมาณไม่มีความลำบากไม่
มีความทุกข์
นี่ข้อสุดท้ายถ้าเราดื่มสุราเมรไอ้
สุราเมรกินแล้วมันอิ่มหรือเปล่า
กินแล้วก็ต้องมากินข้าวใหม่
คนดื่มสุรานี่ขอประทานอภัยเถอะขอพูดตรงไป
ตรงมา
ก็เรียกว่าคนตั้งใจให้ตัวเองเป็นคนบ้า
นี้พูดภาษาไทยชัดๆ
ทั้งนี้เพราะอะไรเพราะอาการใดๆที่เรามี
ความละอายขณะที่ไม่ดื่มสุราเราไม่ทำ
แต่พอดื่มสุราเข้าไปแล้วมันทำทุกอย่าง
อย่างที่ชาวบ้านเขาไม่ทำกัน
ก็ทราบๆอยู่แล้วว่าการดื่มสุรามียังสุรา
มีอะไรเป็นยังไง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งพูดกันง่ายๆถ้าเราดื่ม
สุราวันละ 10 บาท
เดือนหนึ่งเราต้องจ่ายสตางค์ 300 บาท
ปีหนึ่ง 300 เรียกว่า 3,600 บาทเศษ
ปีหนึ่งเกือบจะถือซื้อทองคำได้ 1 เส้น
ถ้าเงินจำนนไปเป็นกับข้าวกินที่บ้านหรือ
ให้ลูกไปโรงเรียนไม่มีประโยชน์มากกว่า
หรือ
นี่พูดกันอย่างหลวงตาพูด
รวมความว่าประโยชน์แห่งการละเมิดศีลไม่มี
อะไรดีซึ่งมีการตรงกันข้ามกับคนที่ไม่
เด่มสุราเมรมีแต่คนรักมีแต่คนชอบ
มีท่านนายทหารผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง
ท่านจะเป็นเป็นทูตทหารที่ออสเตรเลีย
จะบอกชื่อเลยนะเวลานี้ท่านก็มีชีวิตอยู่
ท่านเป็นคนไม่เดิ่มสุราเมร
แล้วแถมเล่นการพนันก็ไม่เป็นทั้งผัวทั้ง
เมียน่ะ
เวลานี้ท่านเป็นพลบนอากาศ
เทหารอากาศ
แล้วก่อนที่จะไปก็มีท่านที่เคยไปเป็นพูต
มาก่อนบอกว่าถ้าดื่มสุราไม่เป็น
เล่นพันเกนเป็นไพ่ไม่เป็นเนี่ยมันคบกับ
เขายากพูดเขายากการเข้าสังคมไม่ถนัดจะ
ต้องกินเหล้าเมายา
ท่านก็เคยปรารภกับอาตมาอาตมาก็บอกไม่ต้อง
เมื่อไม่มีใครเคบก็ช่างมันเถอะเราก็ทำงาน
ตามหน้าที่
ท่านก็ทรงตัวของท่านดีไปก็ไม่ดื่มเหล้า
ไม่เล่นการพนัน
แต่แทนที่ฝรั่งจะไม่คบกับฝรั่งคบมากรัก
มากเป็นคนที่ฝรั่งชอบมาก
มีสังคมดีมีเพื่อนชอบพอเรียกว่าเรรักกัน
มากผิดปกติถึงก็ออกเออกปาก
ว่าทูตมีมาด้วยกันเยอะแล้วไม่ดีเท่าคนนี้
เลย
กำหนดเมื่ออยู่ 3 ปีท่านต้องต่อไปอีก 2
ปีเป็น 5 ปี
ประโยชน์ก็คือลูกชาย 2 คนได้ปริญญาทั้ง
คู่อีกคนหนึ่งได้ปริญญาตีแล้วดูจะไปเรียน
ปริญญาโทหรือยังไงก็ไม่ทราบรวมความได้
ปริญญาทั้งคู่อันเนี้ยถ้าพ่อดีแม่ดีพ่อ
ไม่ดื่มสุราไม่ไร
เป็นอย่างนี้ตัวท่านก็มีความสบายมีคนชอบ
มีคนรัก
ก็รวมความไม่เปรียงด้วยมีศักดิ์ศรีดีด้วย
ถ้าการละเมิดศีลทั้งหมด
ย้อนหลังอีกทีนึง
เพราะญาติโยมพุทธบริษัทฟังนะจำให้ดีนะ
มักจะมาพูดมาถามอยู่เสมอบุญก็ทำกฐินก็ทอด
โบสถ์ก็สร้าง
บุญอะไรก็ทำพระไม่ช่วยเลยแต่ความจริงพระ
ท่านช่วยท่านมา 2500 วิเศษแล้ว
แต่โยมไม่รับความช่วยเหลือของพระนี่พระจะ
ทำยังไง
พระเตือนไปนึงอย่าฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
โยมแก้แก้ตัวมันจนนี่หรือถ้าไม่จนมัน
เปลืองสตางค์นี่ฉันต้องตกปลาฉันต้องทอดแห
ต้องยิงนก
แล้วก็ในเมื่อโยมฝืนคำสั่งและคำแนะนำของ
พระได้แต่บอกอย่างเดียวบังคับไม่ได้
ไม่มีอำนาจลงโทษฆราวาส
ฉะนั้นเมื่อชาติก่อนท่านทำมาอย่างนี้ชาติ
นี้ก็ต้องรับโทษอย่างน้อยที่สุดหนึ่งป่วย
ไข้ไม่สบาย
ถ้าหนักไปหน่อยก็อายุสั้นพลันตาย
ถ้าสิงข้อที่ 2
หากว่าท่านละเมิดไฟไหม้บ้าน
แล้วก็น้ำท่วมบ้านพัง
เข้าของเสียหายลมพัดบ้านพังพังเข้าของ
เสียหายโจรปล้นโจรจี้
ไอ้นี่ก็เป็นโทษพระอินนาทานอย่าไปโทษใคร
เราทำของเรามาเองก็มารับผลกรรมซะหน่อยซิ
จะทำฟรีกันยังไง
แล้วก็ศีลข้อที่ 3 เจ้าชู้เกินไป
ไม่มีเขตจำกัดเฉพาะสามีภรรญา
เกิดมามีลูกมีเต้ามีคนในปกครองดื้อดับ
ด้านในอาวาส
มีคำความกัดกลุ้มใจมีแต่ความลำบากทุกข์
ทรมานอยู่เสมอเพราะเราไม่สำรวมไม่สันโดษ
ไม่โลภโมโทสันในกามารมณ์โทษใครเล่ะ
ถ้าพูดไม่ดีพูดปดบ้างพูดหยาบบ้างพูดแยะ
ยุแยงเขาแตกกันบ้างพูดวาจาเหลวไหลบ้าง
เกิดมาชาตินี้พูดจริงพูดดีไม่มีใครอยาก
ฟัง
พูดความเป็นจริงไม่มีใครเเชื่ออันนี้มัน
โทษอย่างพูดไม่ดีมาในชาติก่อน
แล้วก็ข้อสุดท้ายสุราารมีร
ตกนรกแล้วไม่พอใจศีล 5 ข้อผิดข้อไหนตกนรก
ข้อนั้นทุกข้อ
เกิดมาชาตินี้อย่างดีที่สุดปวดหัวไม่หาย
เป็นลูกปวดหัวบ่อยๆนี่โทษสุราบางบาง
เรียกว่าสุราบางๆถ้าสุราหนาปานกลางก็เป็น
โรคเส้นประสาท
ถ้าสุราหนาจัดเต็มอัตราเป็นลูกบ้าเลย
นี่โทษของการดื่มสุราเมรเป็นอย่างนี้เท่า
ที่พูดอย่างนี้นะเห็นว่าเพื่อนภิกษุ
สามเณรทุกคนทุกองค์ที่นั่งฟังอยู่เวลา
เนี้ยทุกคนได้มโนยิทธิแล้วท่องเที่ยว
สวรรค์ท่องเที่ยวพรหมโลกท่องเที่ยวนรกที่
ไหนและที่ไหนกันมาแล้วผมพูดตามนี้ผมพูด
ตามที่พุทธเจ้าทรงตรัส
ว่าท่านไม่มั่นใจตั้งใจไปเลยว่าคนที่ฆ่า
สัตว์ตชีวิต
ฆ่าบ้างไม่ฆ่าบ้างเขาตกทรคุมไหนไปดูได้
เลย
แต่ข้าเป็นจินตกรรมอย่างแม่บ้านทำปลาฆ่า
ทุกวันวันละตัว 2 ตัวเป็นอิเป็นอจินกรรม
อย่างนี้ลงอเวจีมหานรก
แล้วไปไหนบ้างก็ติดตามมาก็แล้วกันอย่างคน
ที่รักที่ขโมยเค้าก็ดีศีล 5 แล้วเมื่อย
ข้อใดข้อหนึ่งก็ดีไปตามดูได้เลย
ไปตามดูได้ที่ผมพูดนี่ผมกล้าท้าพวกท่าน
เพราะท่านสามารถพิสูจน์ได้
รวมความว่าศีลของฆราวาส
ของบรรดาญาติโยมพุทธบบริษัทจงอย่าคิดว่า
มันเป็นโทษเล็กน้อย
ความจริงทำหน่อยเดียวใหญ่มาก
ดูตัวอย่างท่านสิริมา
นั่นไม่ได้ละเมิดศีลละเมิดกรรมบท 10
ใช้วาจาหยาบไปกระทบกระทั่งพระอรหันต์เข้า
ท่านอาจจะไม่รู้พระอรหันต์ก็ได้น้ำหมาก
อันนั้นอาจจะไม่รู้ว่าใครวนก็ได้เดี๋ยวไป
กล่าวว่าอีหญิงแพทย์สยาคนไหนนะ
อ้วนน้ำหมากทำให้ละอองหมากมาเปื้อนผ้าเรา
เท่านี้
ตายแล้วต้องเป็นกี่ชาติ
แต่ในชาติสุดท้ายรู้สึกบุญของท่านก็ดีฟัง
เทศน์จากองค์สมเด็จพระจินสีห์จบเดียวเป็น
พระโสดาบัน
แล้วก่อนที่เป็นพระโสดาบันก็ต้องย่ำแย่พบ
จากการเป็นโสเพณี
นี่แหละบรรดาญาติโยมพุพุทธบริษัททุกท่าน
และเพื่อนภิกษุสามเณร
การบวชเข้ามาในพระพุทธศาสนา
อย่าประมาทอย่าทนงตนว่าดี
จำพระบาลีที่พพุทธเจ้าทรงเตือนว่า
อัตนาโจทยัตตานัง
จงกล่าวโทษโจทย์ความผิดตนเองไว้เสมอ
มองดูก่อนจะหลับทบทวนว่าตั้งแต่เช้าตู่
ถึงเวลานี้
เรามีความดีจุดไหนบ้างเราพลาดพลั้งจาก
ความดีจุดไหนบ้าง
ตั้งใจว่าวันต่อไปจะไม่ยอมให้พลาดพังอีก
แต่ใหม่ๆมันก็จะพลาดไม่ได้ก็พยายามยับ
ยั้งเรื่อยๆไปในที่สุดอารมณ์ชินมันจะเกิด
อารมณ์ชินในศีลานุสติกรรมฐาน
เรียกว่าผู้ทรงฌานในศีลานุสติกรรมฐาน
ทรงศีลจนกระทั่งเป็นปกติเราก็มีแต่ความ
สุขแต่ว่าบรรดาญาติญาติโยมพุทธบริษัทและ
เพื่อนพระสามเณรที่รักศีลานุติกรรมฐาน
หรือว่าศีลบารมียังไม่จบเวลาเบอกให้พักก็
ต้องรอพักแต่เพียงเท่านี้นะวันพรุ่งนี้
แล้วเมื่อไหร่มีเวลาว่างคุยกันใหม่ขอความ
สุขสวัสดิ์พิพัฒนมงคลสมบูรณ์พลผลจงมีแด่
บรรดาท่านพุทธศาสนิกชนและเพื่อนภิกษุ
สามเณรที่ Tak.
Ask follow-up questions or revisit key timestamps.
การบรรยายนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของศีลบารมี โดยระบุว่าเป็นบารมีอันดับที่สอง แต่ชี้ให้เห็นว่าปัญญาบารมีเป็นสิ่งจำเป็นเบื้องต้นในการปฏิบัติธรรม พระอาจารย์เน้นว่าเป้าหมายสูงสุดของการปฏิบัติธรรมคือการพ้นทุกข์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการตกอบายภูมิ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ ทุกคนควรสำนึกถึงความตายอยู่เสมอ ยึดพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง รักษาศีลให้บริสุทธิ์ตามฐานะของตน และตั้งใจมุ่งสู่นิพพาน การบรรยายอธิบายเพิ่มเติมว่า สำหรับฆราวาส การรักษาเพียงศีล 5 อย่างเดียวยังไม่พอ ควรต้องรักษาอริยมรรคมีองค์ 8 (หรือกรรมบท 10 ในบริบทของการพูด) ด้วย ซึ่งรวมถึงการไม่พูดคำหยาบ ส่อเสียด และเพ้อเจ้อ ดังที่ปรากฏในเรื่องของนางสิริมา แม้ท่านจะเป็นพระโสดาบัน แต่กรรมจากการใช้คำหยาบเพียงครั้งเดียวทำให้นางต้องไปเกิดเป็นหญิงแพศยาหลายภพชาติ การบรรยายยังได้ชี้ให้เห็นถึงอานิสงส์อันลึกซึ้งของการรักษาศีลแต่ละข้อ และเชื่อมโยงกับการมีพรหมวิหาร 4 (เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา) ซึ่งเป็นเครื่องค้ำจุนให้เกิดความประพฤติดี นำมาซึ่งความสุข อายุยืนยาว ความเจริญ และความเคารพนับถือในชีวิตปัจจุบันและภพภูมิที่ดีในอนาคต ในทางกลับกัน การละเมิดศีลนำมาซึ่งความทุกข์ เจ็บป่วย โชคร้าย และการตกอบายภูมิ ท้ายสุด พระอาจารย์กระตุ้นให้ทุกคนหมั่นพิจารณาตนเองและพยายามรักษาศีลอย่างต่อเนื่อง.
Videos recently processed by our community