หัวใจพระพุทธศาสนาคืออะไร? ทำบุญต้องรู้! โอวาทปาฏิโมกข์ ธรรมะสอนใจ หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วันมาฆบูชา
1042 segments
เทศน์เรื่องอะไรดีจริงา
นา
ก็ว่าปีนี่
ยังไม่รู้จะเทศน์เรื่องอะไรเลย
>> ต้องยกทรงเทศน์
นะโมตัสสะ
ภะคะวะโต
อะระหะโตสัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโมตัสสะ
ภะคะวะโตอะระหะโตสัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโมตัสสะ
ภะคะวะโตโะระหะโต
สัมมาสัมพุทธัสสะ
สัพพะปาปัสสะ
อะกะระณังโสัมปะทา
ปะจิตตะปะโยตะปันัง
เอตังพุทธานัสสาสะนันตีติ
ณโอกาสบัดนี้อาตมาภาพจะแสดงพระสทธา
ธรรมเทศนา
ในมาฆาถา
เพื่อเป็นเครื่องสดสงฆ์องค์พระศรัทธา
บารมี
ที่บรรดาท่านนิสราธานบดี
ทั้งหลายได้พร้อมใจกันมาบำเพ็ญกุศลประจำ
ปั
คือในวันพระมาฆบูชาวันนี้
ทั้งนี้เพราะว่าบรรดาท่านพุทธบริษัททั้ง
หลายมีความเลื่อมสายองค์สมเด็จพระศรี
บรมศาสดา
สัมมาสัมพุทธเจ้า
ให้เป็นเหตุ
จึงได้ตั้งใจมาสดับรับรถพุทธพจน์เทวดา
เป็นคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระบรมโลกเทศ
ในกาลครั้งนี้
ความจริงเรื่องมาฆบูชานี้บรรดาท่าน
พุทธบริษัททั้งหลาย
องค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสศาสดา
สัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ว่า
สัพพะปาปัสสะกรานัง
กุสรโสปสัมปะทา
สจิตตปริโยธันนังเอตังพุทธานสาสะนัง
ซึ่งแปลเป็นใจความเป็นตอนๆว่า 1
สัพพปัสสระณัง
ซึ่งแปลว่าท่านทั้งหลายต้องยังความไม่
ต้องจงละความชั่วทุกอย่างกุสรโสปสัมปทา
ต้องทำแต่ความดี
จิตตปโยปันนังต้องทำจิตใจผ่องใสจากกิเลส
องค์สมเด็จพระบรมโลกตรัสว่าพระพุทธเจ้า
ทั้งองค์ตรัสอย่างนี้เหมือนกันหมด
เนื้อความเรื่องนี้ก็มีอยู่ว่าเมื่อองค์
สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ทรงบรรลุอภิเษกสัมมาสัมโพธิญาณ
ใหม่ใหม่
วันนั้นองค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดา
สัมมาสัมพุทธเจ้ามาบรรลุแล้ว
สมเด็จพระประทีปแก้วจึงได้สกทรงสมเด็จพระ
ดำเนินมาโปรดปัญจวัคีฤาษีทั้ง 5 มี
สโกนัยะเป็นประธาน
เมื่อทรงโปรดให้ฤาษีทั้ง 5 นั้นเป็นพระ
อรหันต์แล้วก็ส่งไปประกาศพระศาสนา
ต่อมาก็เสด็จมาพบพระทิยะบคู้เจริญ 30 คน
องค์สมเด็จพระทศพลก็เทศน์ให้เเป็นพระ
โสดาบัน
ส่งไปประกาศศาสนา
หลังจากนั้นก็สมาพบพระอสัทธิ
ซึ่งเป็นลูกของมหาเศรษฐีคณะนี้มาฟังสมฟัง
เทศน์จากองค์สมเด็จพระจิตตศีลแล้วหมดทั้ง
55 คน
เป็นอรหันต์หมดก็ทรงทรงไปประกาศพระศาสนา
หลังจากนั้นองค์สมเด็จพระ
สัมมาสัมพุทธเจ้าจึงทรงเสด็จมาโปรด
ปัญวัคคี
ปโปรดทรงเสด็จมาโปรดบรรดาฤาษีทั้ง 3 ท่าน
ที่เรียกว่าพวกดินมีบริวารพันคนองค์
สมเด็จพระทศพลบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า
เทพโปรดแล้วเเป็นอรหันต์ทั้งหมดก็ทรงไป
ประกาศพระศาสนา
หลังจากนั้นมาสมเด็จพระบรมศาสดาจึงเข้า
สู่กรุงราชคฤมหานคร
เพราะว่ามีสัญญากระจอมบพิตอธิสรคือพระ
เจ้าพิมพิสานบรมกษัตริย์
เมื่อสมัยพระองค์สมเด็จพระทรงสวัสดิโสภาค
ออกสู่พระมหาวิเนสกร
ขณะนั้นเมื่อผ่านมากงราชมหานคร
พระเจ้าพิมพิสาคิดว่าองค์สมเด็จพระชินวร
ทรงแตกคอกับชาวกงกบัสด
จึงได้สละราชสมบัติหนีออกมาอยู่ป่า
จึงได้ออกเข้ามาชวนมาบอกว่าให้เข้าไปครอง
พระนครร่วมกันเพราะเป็นเพื่อนกัน
จะแบ่งอำนาจให้ครึ่งหนึ่งองค์สมเด็จพระ
สัมมาสัมพุทธเจ้าจึงได้มีพระพุทธิกาตรัส
ว่ามหาราชะขอถวายพระพรพระมหาพิตพระ
ราชสมภาร
การที่อาตมาตถาคตออกมาคราวนี้นั้นความ
จริงไม่ได้แตกคอกับใคร
เพราะว่ามีความคิดเห็นว่าชาวโลกทั้งหลาย
ทั้งหมดเต็มไปด้วยความทุกข์มีอนิจจัง 1
ความไม่เที่ยง
2 ทุกขังมีแต่ความทุกข์สอนัตตาตายสลาย
ตัวหมด
เมื่อตายจากความเป็นคนแล้วถ้าบาปอกุศลยัง
ไม่หมดก็ต้องเว่นบินว่ายตายเกิดใน
วัฏฏสงสาร
แต่ความลำบาก
ต่อไปนี้อาตมาภาพต้องการพระโพธิญาณคือ
บรรลุอภิเษกสัมมาสัมโพธิญาณเป็นพระ
พุทธเจ้า
ต้องการแสวงหาธรรมที่ทำบุคคลให้ตายต่อไป
เมื่อตรัสอย่างนี้แล้วพระเจ้าพิมพ์สัน
ก็หาดาว่าถ้าพระองค์บรรลุมาลัยขอมาโปรด
ฆ่าพระพุทธเจ้าก่อน
แต่ความจริงพระพุทธเจ้าก็ตั้งใจจะมาสอน
พระเจ้าพิมพิสาก่อนเหมือนกัน
แต่ถ้าว่าเมื่อการบรรลุอภิเสธ
สัมมาสัมโพธิญาณแล้วองค์สมเด็จพระทีพ
กำลังพระพุทธาณ
ว่าการเทศน์คราวนี้เราจะเทศน์ใครก่อน
เพียงจะบรรลุมรรคผลคนฟังก่อนเป็นคนนี้มี
ความสำคัญมาก
ถ้าคนฟังครั้งแรกไม่มีการบรรลุมรรคผลการ
เทศน์ขององค์สมเด็จพระทพลก็จะไม่มีความ
หาย
สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดาจึงได้ทรงตรวจ
ด้วยกำลังอำนาจของพุทธญาณ
ก็ทราบว่าอารดาบสอุทักกดาบทซึ่งเป็น
อาจารย์ใหญ่ของพระองค์มาเป็นการก่อน
ซึ่งได้อรูปฌานมา 2 ท่านถ้า 2 ท่านนี่ฟัง
ธรรมเทศนาขององค์สมเด็จพระทรงทรเป็นแค่จบ
เดียวก็จะเป็นอรหันต์
ก็ได้พิจารณาต่อไปว่าเวลานี้ทั้ง 2 ท่าน
อยู่ที่ไหนองค์สมเด็จพระจอมไตรก็ทรงทราบ
ว่าเวลานี้ทั้งสองท่านตายจากความเป็นคนไป
เกิดเป็นพรหมเป็นอรูปพรหม
ไม่มีอายตนะเป็นเครื่องจะฟังไม่สามารถจะ
ฟังเทศน์ได้
จึงได้มีความสลดใจว่าโอหนออาจารย์ทั้งสอง
ของเราเป็นผู้ชิบหายจากความดีเสียแล้ว
หลังจากนั้นองค์สมเด็จพระประทีปแก้วก็ทรง
ต่อไปว่าจะเทศน์ใครก็ทราบว่าปัญญวัคคี
ฤาษีทั้ง 5 ที่เคยปฏิบัติพระองค์มาก่อน
มีโกนัญญะเป็นประธานจะฟังเทศน์จากองค์
สมเด็จพระชินวรฟังจบโนัญญะจะได้ดวงตาเห็น
ธรรมคือเป็นพระโสดาบัน
แลหลังจากนั้นต่อมาเทศน์อีกไม่กี่วันทั้ง
หมดก็จะสำเร็จอรถผล
ฉะนั้นองค์สมเด็จพระทศพลจึงต้องไปเทศน์
โปรดปัญญยาวคีฤาษีทั้ง 5 ก่อนแล้วก็ว่า
กันมาตามลำดับ
เมื่อองค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าเข้ามา
ถึงเขตกรุงราชคฤมหานคร
จอมบอกพอดิสรคือพระเจ้าพิมีสาร
บรมกษัตริย์
พระบาทท้าวเธอทรงทราบเข้าจึงนำคน 126
ทั้งหมดด้วยกัน
ไปเฝ้าองค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดา
พระพุทธเจ้าก็ทรงเทศน์จบปรากฏทรงคน 11
เป็นพระโสดาบันพระจนพระเจ้าพิมพานก็เป็น
พระโสดาบัน
เหลือหน่วยหนึ่งองค์มหที่ 12 ยังไม่ได้
อะไรเข้าถึงไตรสาคม
ต่อจากนั้นมาพระเจ้าพีสาก็ทรงถวายพระเวร
มหาวิหารเป็นที่ประทับขององค์สมเด็จพระ
สัมมาสัมพุทธเจ้า
แล้วก็ถวายความสุขทุกอย่างมีอาหารการ
บริโภคเครื่องสอนทุกอย่าง
ต่อมาในกาลนั้นก็ปรากฏว่ามีอรหันต์เกิด
ขึ้นในโลกแล้วทั้งหมด 250 องค์
ก็เป็นวันกลางเดือน 3 พอดี
วันกลางเดือน 3 นี่บรรดาท่านพุทธบริษัท
บางตำราบอกว่าตำราของพราหมณ์
เมื่อถึงกลางเดือน 3 บรรดาพราหมณ์ทั้งหมด
จะมาจะมาทำพิธีอย่างหนึ่งของพราความร่วม
กันเป็นการประชุมกันแต่ถ้าว่าวันนั้น
บรรดาพระอรหันต์ทั้งหลายจะมาประชุมกันที่
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงทรง
สมเด็จอยู่
ก็เป็นอันว่าบรรดาพระทั้งหลายที่มานี่ไม่
เกี่ยวกับไม่เกี่ยวกับวิธีของพราหมณ์
ถือว่าเป็นประเพณีนิยมของพุทธศาสนาที่พระ
พุทธเจ้าทรงตรัส
ประเพณีของพราหมณ์เเรียกว่าสยามภูถึงว่า
วันกลางเป็น 3 พราหมณ์ที่อยู่ที่ไหนทั้ง
หมดจะต้องมารวมกันทั้งหมดทำพิธีพยัโพ
ประชุมกัน
แต่ว่าในการในครั้งนั้นไม่เกี่ยวกับวิธี
นี้เพราะว่าบรรดาอรหันต์ทั้งหมดปรากฏว่า
เป็นอรหันต์ที่ 1 บวชจากพุทธเจ้าเอง
เหมือนกันหมดพพุทธเจ้าให้บวชเอง
การทั้งสองฟังธรรมร่วมกันทั้งหมดแล้ว
ประการที่ 3 เป็นอรหันต์ทั้งหมดแล้วก็ต่อ
มามาประชุมพร้อมกัน
ในเมื่อบรรดาพระสงฆ์ทั้งหลายมาประชุม
พร้อมกันเวลานั้นองค์สมเด็จพระภควันยังมี
พระพุทธฎีกาถือว่าภิกขเวภิกษุทั้งหลาย
การที่ตถาคตแนะนำให้เธอทั้งหลายไปสอน
บรรดาประชาชน
ก็ยังไม่มีกำหนดแน่นอนว่าจะสอนยังไงกัน
เพราะต่างคนต่างเป็นพระอรหันต์ต่างคนต่าง
เป็นพระโสดาบัน
แต่ความจริงพระอรหันต์ก็ดีพระโสดาบันก็ดี
สอนไม่ผิดจากคำสอนขององค์สมเด็จพระ
สัมมาสัมพุทธเจ้า
เพราะว่าสอนตามผลที่ตนเองได้บรรลุมาแล้ว
ไม่มีการผิดแน่นอนแต่การสอนก็เป็นการสอน
คนละพิธีกรรมต่างคนต่างสอนต่างความถนัด
ในที่สุดก็มีการมุ่งพระนิพพานเป็นที่ไป
เป็นที่เป็นที่สุดถ้ามุ่งสวรรค์บ้างให้
มุ่งพรหมโลกบ้างให้ละความชั่ว
ตอนนี้เมื่อบรรดาพระสงฆ์ทั้งหลายมาประชุม
กันหมดอย่างนั้นแล้วองค์สมเด็จพระทีแก้ว
จึงวางกฎการสอนในพุทธศาสนาไว้
ว่าต่อนี้ไปถ้าพวกเธอจะไปสอนที่ไหนก็ตาม
จำกฎทั้ง 3 ประการนี้ไว้ให้เป็นพื้นฐาน
เหมือนกันให้หมดคืนหนึ่งสัพพาปัสสะกณัง
จงสอนให้ทุกคนละความชั่วทุกอย่าง
ซึ่งชื่อว่าความชั่วทางกายก็ดีทางวาจาก็
ดีการนึกทางใจก็ดีให้เลิกเสีย
ค่อยๆแนะนำเขาสอนที่เดียวมันยังไม่ได้ผล
ค่อยๆปรับลงไปทีละน้อยละน้อยจิตเขาก็จะ
ชิน
และการที่ 2 กฎสรโสปสัมปทา
แนะนำให้เละความชั่วและตั้งใจประพฤติความ
ดีทุกอย่างเพื่อผลความสุขมีสวรรค์พรหมโลก
นิพพานเป็นที่ไป
สาสจิตปวดปันแนะนำทุกคนให้ทำจิตใจผ่องใส
จากกิเลสจะได้ไปนิพพานไม่เป็นนิพพานเป็น
ที่ไปแน่นอนเอตังพุทธานสาสนัง
พระพุทธเจ้าทรงตรัสยืนยันว่าพระพุทธเจ้า
ทุกองค์ตรัสอย่างนี้เหมือนกันหมด
ฉะนั้นบรรดาวันนี้บรรดาญาติโยมพุทธบริษัท
พุทธสาวกขององค์สมเด็จพระบรมสุคต
ทุกคนเนี่ยเค้าเรียกสาวกขององค์สมเด็จพระ
สัมมาสัมพุทธเจ้าทุกคน
ท่านทั้งหลายเวลาอ่านหนังสือก็คิดว่าเรา
ไม่ใช่สาวกอันนี้ไม่ถูก
คำว่าสาวกตามภาษาบาลีเรียกว่าสาวโกโอ
ถ้าไม่ใส่วิภัตติอ่านว่าสาวกสาวกะ
สาวกะนี้แปลว่าผู้รับฟัง
บุคคลใดตั้งใจรับฟังคำสอนขององค์สมเด็จ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
จะมากก็ตามจะน้อยก็ตามเรียกกันว่าสาวก
ทั้งหมด
ันนี้สาวกขององค์สมเด็จพระบรมคตพระ
พุทธเจ้ามีความหวังยังไง
ถ้ามีความตั้งใจว่า 1 ให้เมื่อตายจากความ
เป็นคนแล้วมีชีวิตอยู่ให้มีความสุขเป็น
ครั้งแรก
ประการที่ 2 มีสวรรค์เป็นที่ไปเป็นอย่าง
น้อยหรือพบว่าโลกเป็นนิพพานประการที่ 3
ต้องการให้ถึงนิพพานทั้งหมด
ก็เป็นอันว่าคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพคต
คือพระพุทธเจ้าของเรา
ท่านสอนยังไงขอย้ำอีกครั้งหนึ่งว่า 1
สัพพะปาปัสสะกรณัง
ทุกคนจงอย่าทำความชั่วคืออย่าทำบาปทั้ง
หมด
ขึ้นชื่อว่าสิ่งใดที่มันเป็นบาป
คำว่าบาปแปลว่าความชั่ว
จงอย่าทำทุกอย่าง
แต่บังเอิญมีบาง
จำเป็นจะต้องทำเพราะจิตมันชิน
ค่อยๆหาทางละค่อยๆหาทางตัดอันคิดไว้ในใจ
ว่าวันนี้ทั้งวันตื่นขึ้นมาเราจะไม่ทำ
ความชั่วทุกอย่างบางครั้งมันก็เผลอ
เมื่อวันนี้เผลอพวกนี้ก็คิดใหม่เราจะไม่
ทำความชั่วอย่างนี้ทุกอย่างไม่ช้าอารมณ์
มันก็เลยจริง
มันก็จะไม่ทำความชั่วนั้นประการที่ 2
กุสูว่าสมัถา
เราจะทำแต่ความดี
ความดีมีอะไรบ้าง 1 มีความเคารพในบิดา
มารดาผู้มีคุณสงเคราะห์หรือปฏิบัติผู้มี
คุณให้มีความสุขตามที่เราจะทำอันนี้เป็น
ความดี
ประการที่ 2 รู้จักบูชาพระไม่เวลาตื่น
ขึ้นมาเป็นความดี
ถ้าการรู้จักบูชาพระเวลาตื่นขึ้นมานี่
ถ้าตั้งใจบูชาทุกวัน
บูชาไม่ต้องมากใช้เวลา 2-3 นาทีก็พอ
ไม่ต้องไปใช้เวลาสักชั่วโมงพอเดี๋ยวจะไม่
ได้กินข้าวเช้า
ตั้งใจคิดลุกขึ้นมาจากที่นอนไม่มีทูตจะ
จุดก็ไม่เป็นไรกราบลงไปที่หมอนนึกถึงพระ
พุทธรูปองค์ใดองค์หนึ่งไว้โดยเฉพาะ
ตั้งใจว่านะโมตัสสะภะคะวะโตอะระหะโต
สัมมาสัมพุทธัสสะ
ตั้งใจว่าด้วยความเคารพคำว่านะโมนี่แปล
ว่าข้าพเจ้าขอนมัสการ
พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เป็นพระอรหันต์พระ
องค์นั้น
ถ้าเอากันแค่นี้จริงๆก็ใช้ได้
ทำทุกวันให้มันชิงถ้าถึงเวลานั้นต้องทำ
ตื่นมาใหม่ๆต้องทำตื่นใหม่ๆต้องทำทุก
ครั้งถ้าคืนไหนไม่ได้ทำวันไหนไม่ทำวัน
นั้นจะเกิดความไม่สบายใจ
อีอย่างนี้แสดงว่าบรรดาท่านพุทธบริษัทมี
ฌานในพุทธานุคติกรรมฐาน
มันเป็นฌานที่ไม่ต้องนั่งเข้าขัดสมาธิ
ถ้าเป็นฌานอย่างนี้คือทำอย่างนี้ทุกวัน
จึงก็มีอารมณ์ชินต้องทำไม่ทำไม่ไหวใจไม่
เป็นสุขเป็นฌานแล้วถ้ากำลังใจถึงขั้นนี้
องค์สมเด็จพระที่เจ้าทรงตรัสว่าถ้าเวลาจะ
ตาย
ท่านจะเห็นพระพุทธเจ้าท่านจะเห็นเทวดา
ท่านจะเห็นพรหม
มาลอยอยู่ในอากาศจะมารับท่านไปสวรรค์เป็น
อย่างน้อย
ถ้ากำลังใจมีความมั่นคงจริงๆก็ไปสังคม
แต่ว่าบังเอิญในเวลากลางวันและตอนเช้าตอน
ใดตอนหนึ่งจิตใจเราเกิดไม่นิยมในร่างกาย
ขึ้นมาเอากันทุกๆวันนะบางครั้งบางเวลานิด
นึงคิดว่าร่างกายนี่มันเต็มไปด้วยความ
ทุกข์การหากินก็ทุกข์การป่วยไข้ไม่สบายก็
ทุกข์ความปรารถนาไม่สมหวังก็ทุกข์ความ
พลักพลาดจากของรักของชอบใจก็ทุกข์ความตาย
ก็ทุกข์
ในเมื่อร่างกายเราทุกข์อย่างนี้ถ้าจะเกิด
กี่ชาติมันก็ทุกข์อย่างนี้เราไม่ต้องการ
อย่างนี้
ถ้าตายแล้วขอไปนิพพานถ้าเป็นอย่างนี้เวลา
จะตายท่านจะเป็นอรหันต์ไปนิพพานทันทีนี่
เป็นที่ไปปฏิบัติที่ง่ายที่สุดแล้วก็ได้
ผล
ต่อไปนี้ก็จะขอเทศน์ตามใจขององค์สมเด็จ
พระทศพลบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า
ถือว่ามีเรื่องที่เป็นกล่าวแก่บรรดาท่าน
พุทธบริษัท
ว่าครั้งหนึ่งพระองค์สมเด็จพระผู้มีพระ
ภาคเจ้าเสด็จอยู่ที่ิราชคฤมหานคร
เวลานั้นปรากฏว่าบรรดาประชากรมีพระเจ้า
พิมพิสาบรมกษัตริย์พระบาทท้าวเธอมีความ
สุขมาก
ทุกคนก็มีความสุขฝนก็ไม่แล้งตกต้องตาม
ฤดูกาลพืชพันธัญญาหายก็บริบูรณ์สมบูรณ์
แต่เมืองตรงกันข้ามฝั่งตรงกันข้ามกับแม่
น้ำของกงราชครฤมหานคร
เมืองนั้นปรากฏว่าเขามีความเดือดร้อนฝน
ไม่ตกตามฤดูกาล
สิ้นเวลาปีนึงบ้าง 2 ปี 3 ปีมาแล้วบรรดา
ประชาชนทั้งหลายก็โทษพระมหากษัตริย์
ว่าพระมหากษัตริย์เี่ไม่ตั้งอยู่ในศีลให้
ธรรมจึงแล้ง
ฉะนั้นพระมหากษัตริย์พระบรมราชินีนาถจึง
ตั้งใจรักษาอุโบสถศีลจำศีลคนละ 3 เดือน
เอากันอย่างหนักเอากันให้เต็มที่
แต่ปรากฏว่าถึงแม้ว่าจะทำอย่างนี้ก็ปรากฏ
ว่าฝนก็ไม่ตกต้องตามฤดูกาล
คนก็ไม่ยอมจะตกอีกต่างคนต่างเข้ามาประชุม
กันก็ทราบว่าเวลานี้องค์สมเด็จพระชิ
พระภักกวันคือพระพุทธเจ้าเจ้าเสด็จอยู่
ที่กรุงราชคฤมหานครใกล้ๆกันฝั่งกรงกัน
ข้าม
เาก็ลือกันว่าพระพุทธเจ้าอยู่ที่ไหนฝนตก
ตามธรรมดา
คนก็มีความสุขการหากินก็สะดวกสบายเพราะคน
มีบุญมีกุศล
ทุกคนตัดสินใจว่าควรจะไปอาราธนาองค์
สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้มาโปรด
แลก็เวลานั้นเมืองนั้นในเมื่อฝนเแล้งจัด
โรคระบาดมันก็เกิดคนก็ตายกันมาก
เรียกว่าคนก็ตายกันทุกวัน
ฉะนั้นชาวเมืองนั้นพระมหากษัตริย์จึงตั้ง
พราหมณ์ 8 คนมารัสนาองค์สมเด็จพระ
สัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเสด็จไปพระพุทธเจ้าก็
ทรงรับขณะที่จะเสด็จไปในบรรดาท่าน
พุทธบริษัททั้งหลายไอ้ทางที่จะผ่านไปแล้ว
มันเป็นป่าป่า
กว่าจะถึงแม่น้ำ
แต่ถ้าว่าเป็นเหตุอัศจรรย์เวลาที่องค์
สมเด็จพระภคุวันเสด็จไปเวลานั้น
ทั้งทางที่จะเสด็จไฟทั้งหมดมันราบรื่นไป
ทั้งหมด
มันเป็นถนนใหญ่ราบเรียบ 2 ข้างทางก็มีดอก
ไม้สวยสดงามตลอดทางแล้วระหว่างที่ไปก็มี
เทวดาบ้างมีพรหมบ้างก้านร่มถวถวายร่วมเง
กับบรรดาพระสงฆ์ทั้งหลายมีพระพุทธเจ้า
เป็นประธาน
แล้วก็มีธงมีฉัตรมีธงเป็นแนวแถวเดียวตลอด
สายทางที่มีความเสือแม่นามเป็นของ
อัศจรรย์
เวลานั้นก็ไปเห็นอัศจรรย์แก่คนทั้งหมดพระ
อรหันต์เห็นเ้าก็อัศจรรย์
พระมหากษัตริย์เองพระเจ้าพิสานเห็นก็
มหัศจรรย์เพราะทราบไปว่าเมืองนั้นมันเป็น
เมืองป่า
พระเจ้าพวิสานที่เสด็จไปพร้อมกับองค์
สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เมื่อไปถึงแม่น้ำแล้วปรากฏกลางแม่น้ำพญา
นาคก้านฉัตก้านรมี
ธงิวเป็นเครื่องรับในเมื่อฝั่งนน้นเอา
เรือมารับองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ให้ข้ามไปพระเจ้าพิมสานพร้อมทั้งเครื่อง
ส่งลงน้ำไปส่งไปส่งเรือถึงคอ
ฉะนั้นพระราชาฝั่งนน้นจึงได้ลงน้ำมารับ
พระเจ้าพระพุทธเจ้าทั้งเครื่องสมกันถึงคอ
เหมือนกันรับขึ้นบอกเมื่อรับขึ้นไปแล้วก็
ปรากฏมีธงทิวมีถนนราบเรียบมีเทวดากั้นร่ม
ถวายพระพุทธเจ้าถวายพระอรหันต์ทั้งหมด
เมื่อองค์สมเด็จพระบรมสุคตเสด็จไปถึง
เมืองนั้นพอขึ้นเสด็จไปถึงที่ประทับพอดี
ฝนตกหนัก
ฝนนตกหนักขนาดหนักที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
นี้เมื่อฝนตกหนักแล้วน้ำมันก็นอง
น้ำมันก็ไหลลงไอ้สิ่งที่เป็นปฏิกูลศพที่
เน่าต่างๆมันก็ไหลลงไม่น้ำไปหมด
หลังจากเมื่อขนหายแล้วองค์สมเด็จพระ
บรมสุคตจึงได้มีพระพุทธติกาตัดอานนท์พระ
อนันทะก่อนอานนท์
ในเมืองนี้เมื่อผีตายคนตายกันมากพวกผี
พวิสัยก็เต็มเมือง
ถ้าอย่างงั้นเธอจงนำขันนี้ไปน้ำใส่เข้าทำ
น้ำมนต์
ไปพรหมให้รอบเมืองเดินอยู่บนกำแพงเมือง
พรหมให้มันรอบๆเพื่อเป็นการปัดเป่าพวกผี
ปีศาจที่สิงอยู่ในสถานที่นี้
พระอานนท์ก็รับขันน้ำมาจากองค์สมเด็จพระ
ชินสี
แต่ขันน้ำพุทธเจ้ายังไม่ได้ขันน้ำมนต์
มันเป็นขันธ์น้ำเฉยๆพระก็ตั้งสัทยาธิฐาน
ขอบารมีพระพุทธเจ้าเป็นที่ขึ้นท่านก็ว่า
ยาวหน่อยนะมนต์บทนี้นะโพตุพังภิกขเว
อาจารย์ยกทรงนะ
ท่านเสกด้วยคาถาภูตบุพพังภิกขเวไม่เป็น
คาถาขาขับผีจำไม่ดีนะทุกคนนะถ้าว่าไม่ดี
ผีขับเอานะ
ว่าแล้วตั้งใจว่าดีถ้าว่าไม่ดีผีขับ
กระเดกกระเด้งมาจะไปทูตพระไม่ได้นะ
ว่าภูผู้ฟังพิก็ไปเทพจบ
จะใบ้หวยหรือไงวะเนี่ยผีหนี
เพราะว่าจบทั้งหมดพระอนม์ก็ไปพรหมเวลาไป
พรหมก็นึกถึงบารมีพระพุทธเจ้าว่าคถาว่า
นี้เรื่อยไปรอบเมือง
พอพรหมไปรอบเมืองแถบนึงปรากฏผีมันหนีจาก
เมืองแถบนี้ไปจะออกประตูไอ้เจ้าผีมันมาก
มันออกประตูไม่ทันมันดันกำแพงเมืองพังไป
แถบนึง
เหมั้ง่าง่าว่าได้เมื่อครูบพังอ่ะ
ว่าจะฝาพังดูทีมันออก
ก็รวมความว่าบรรดาเมืองนั้นก็มีความสุขมี
ความสำราญฝนตกต้องตามทางการฝนดีมีความ
เป็นอยู่ดีพยันตัญญาหารดีรวย
นี้พระพุทธเจ้าก็กลับเมื่อเวลาพระ
พุทธเจ้ากลับเค้าก็ทำอย่างนั้นเทวดากลาง
ร่มพรหมกลางร่มไอ้ทางที่มันไม่ราบเรียบก็
ราบเรียบร่มรื่นดีมาก
มันเป็นทางปรับดีมาฝั่งนี้พอถึงชายฝั่ง
พระราชาเมืก็มาส่งเรือที่ข้ามพระพุทธเจ้า
ลอยคอมาถึงคอกลับพระเจ้าิสันก็ไปรับลงไป
รับจากน้ำถึงคอเหมือนกัน
ก็เป็นว่าเมื่อองค์สมเด็จพระภักกวัน
บรมศาสดากลับมาพักที่พระเวรหารแล้วก็มี
บรรดาพระสงฆ์ไม่ถามองค์สมเด็จพระที่แก้ว
ว่าพันเตภควาข้าที่องค์สมเด็จพระผู้มีพระ
ภาคเจ้าผู้เจริญพระพุทธคา
ข้าพพุทธเจ้าอยากจะทราบ
ว่าด้วยอานุภาพอะไร
ในเมื่อกฐานจากที่ทรงราชคฤมหานครไปสู่
ทาตุน้ำมันเต็มที่ป่าชัด
เวลาที่องค์สมเด็จพระทรงสวัสดิสมภาคเสด็จ
ไปมันกลายเป็นถนนราบเรียบรื่นแล้วใหญ่ตัว
มากกว้างขวางแม้แต่ผงนิดหน่อยก็ไม่มีขวาง
2 ข้างข้างทางก็มีต้นไม้ดอกไม้สวยสดงด
งามมากแล้วก็ในระหว่างข้างๆก็มีเทวดายืน
ถือธงเป็นแถวมีพรหมและเทวดากั้นร่มถวาย
พระฝั่งนี้กับฝั่งโน้นก็เหมือนกันแล้วก็
ไปถึงฝั่งโน้นก็ปรากฏว่ามีมาถึงปั๊บฝนตก
ทันทีขับบรรดาสิ่งทั้งหลายเหล่านี้ที่
เน่าให้หมดไปสร้างบ้านเมืองสะอาดแล้วฝนตก
สพาน้เป็นแตงๆตามตามฤดูกาล
หรือว่าช่วยฟันยาหารดี
สมเด็จพระยินสรีบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า
ท่าตรัสว่าภิกขวีตัวก่อนภิกษุทั้งหลาย
อานิสงส์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ไม่ใช่
อานิสงส์ที่อาตมาภาพในตถาคตบรรลุอภิเศษ
สัมมาโพธิญาณเอาเห็นมั้ยต้องทรงฟังให้ดี
นะจำให้ดีนะไม่ใช่ให้อานิสงส์สมเด็จพระ
สัมมาสัมโพธิญาณ
เป็นอานิสงส์เมื่อสมัยก่อนตถาคตเป็น
พราหมณ์
และก็ยังเป็นพราหมณ์คนจนเวลานั้นมีลูกชาย
คนดีอยู่คนหนึ่งเป็นลูกชายหัวปีแล้วก็
เป็นลูกชายคนสดท้อง
เป็นไง
ก็ไม่มีคนเดียว
ออ
ไม่น่าจะยังโง่
เป็นลูกชายคนเดียวเป็นลูกชาย 6 ปีแล้ว
เป็นลูกชายคนสุดท้องใช่มั้ย
ต่อมาเมื่ออายุประมาณ 16 ปีเเป็นพราหมณ์
ตามธรรมดาพราหมณ์ต้องให้ลูกชายเรียนไตร
เพศใช่มั้ยอีรุเเพศยุเเพศสามเภศนะ
ทั้ง 3 อย่างทั้ง 3 เพศฉันไม่รู้เลยฉัน
เพศฉันรู้ 2 เพศ
เพศผู้ชายเพศผู้หญิง
ก็ไม่เก่งอยู่ 2 สิเดี๋ยวก็วยยังไม่จบนี่
หว่า
เสียว
ให้เรียนให้เรียนไตรเทศน์กับเพื่อนคือ
เพื่อนเป็นพราหมณ์นี่สอนอัธรรม
แต่ว่าท่านลูกชายของท่านพราหมณ์คนนี้ฉลาด
มาก
ตามหลักวิชาเ้าเรียกเรียนกัน 3 ปีท่าน
เรียนแค่ 6 เดือนจบหมด
จบแล้วถามจะเก่งกว่าอาจารย์นิดๆที่ว่า
เก่งอาจารย์เนี่ยความรู้มีความฉลาดกว่า
อาจารย์แต่ก็แต่ก็อ่อนสู้อาจารย์ไม่ได้
เพราะอาจารย์เป็นอาจารย์
ก็มีความเคารพเป็นอาจารย์อาจารย์เให้สอน
ลูกศิษย์แทนต่อมาท่านก็มีความคิดว่าความ
รู้ในไตรเทที่อาจารย์สอนไม่มีทางพ้นทุกข์
มาแล้วมั้
ไม่ใช่ทางพ้นทุกข์จึงถามว่าอาจารย์ความ
รู้ที่มีเหนือจากนี้มีไหมอาจารย์ก็บอกว่า
มีแต่ว่าไม่ใช่ที่มีท่านถามว่าที่ไหนก็
บอกว่าไปที่ภเขาคันธมาส
อาจารย์ที่นั่นมีความฉลาดกว่าอาจารย์มาก
ไม่คือพระปัจจพุทธเจ้าสิเป็นที่อยู่พระ
ปัจเจพุทธเจ้าฉันก็ไปฝากพระบเจพพุทธเจ้า
องค์หนึ่งให้ศึกษา
ท่านศึกษาต่อได้ไม่กี่วันตามหลักสูตรเ
ต้องเรียนเป็นพระที่ดีมากชาวบ้านชอบมาก
พระเจพุทธเจ้าก็ไม่มีอะไรแล้วกิเลสไม่มี
ใช่มั้ยใครอยากจะฟังเทศน์ก็เทศน์ให้ฟัง
ใครอยากจะคุยธรรมะเพื่อความเข้าใจก็คุย
ให้ฟังทุกอย่างเป็นที่เคารพแต่ว่าเป็นที่
น่ายินดีอย่างยิ่งในส่วนหนึ่งคือท่านมี
อายุน้อยตายเร็วมีความสุขดี
ไม่
ตาย
>> อ้ามันอยู่ก็โปรดต้องขี้ปวดทั้หิว
ข้าวตายไปนิพพานไม่หิวข้าวแโง่แ
อายุได้ไม่นานเท่าไหรวานปีเสร็จท่านก็
นิพพาน
เมื่อท่านนิพพานชาวบ้านก็ทำการชาวคือเผา
ศพเผาศพแล้วก็สร้างเจดีย์มีประจุกระดกไว้
ที่สักการะของเขาต่อมาพราหมณ์ผู้เป็นพ่อ
พราหมณ์ผู้เป็นพ่อก็คือพระพุทธเจ้าของเรา
เองไม่ใช่ใครพระพุทธเจ้านี่ดีมีลูกเป็น
ประเภทเจพระพุทธเจ้าเยอะแต่พระองค์ยังไม่
ได้เป็น 8 ฉันเนี่ยยกทรงมีลูกหลายคนยัง
ไม่มีลูกเลย
ก็เป็นอันว่าพ่อมีความคิดถึงลูกว่าหายไป
นานก็ไม่ถามพราหมณ์ผู้เป็นเพื่อน
ถามว่าลูกของฉันไปไหนพราหมณ์ก็บอกว่าเ
เรียนให้หน่อยเดียวเจบจะให้เป็นครูเธอ
ต้องการความรู้ยิ่งไปกว่านั้นฉันก็ไปฝาก
พระพเจพพุทธเจ้าที่พวกเขาข้าธมาส
ท่านพ่อก็ตามไปที่พวกเขาข้ามก็ไปพบพเจพ
พุทธเจ้าที่เป็นครูสอนท่านบอกเกับฉันไม่
นานเก็จบหลักสูตรแล้วมีความขยันหมั่น
เพียรมากมีกำลังใจดีเขอแยกไปปฏิบัติตนใน
ที่สงัดที่หมู่บ้านโน้น
พราหมณ์ผู้เป็นพ่อก็ตามไปอีกเมื่อตามไป
แล้วไปถามคนแถว่ารู้จักพระปเจพพุทธเจ้า
ชื่อนี้มั้ยเขาบอกไม่รู้จักคนแถวนี้เคารพ
พระพเจพพุทธเจ้าองค์นี้ทุกองค์ทุกคน
ถามว่าเวลานี้ท่านอยู่ใดเบอกท่านนิพพานไป
แล้ว
ท่านพ่อก็เสียใจสลดใจอยากจะคบลูกไม่พบใช่
มั้ยก็ถามว่านิพพานไปแล้วเวลานี้กระดูก
เอาไว้ที่ไหนเค้าบอกว่าบรรจุไว้ที่เจดีย์
อันนั้นท่านก็ไปที่เจดีย์ทำความเคารพที่
พ่อไหว้ลูกนะเคารพกราบตูดกระดกกระดกกระดก
อย่างยกทรงกราบ
ตามความเคารพก็คิดว่าเวลานี้ลูกเป็นพระ
ปัจเจพุทธเจ้ามีบุญใหญ่เราจะทำบุญอะไรไอ้
เราก็เดินทางมาอย่างนี้ไม่มีการเตรียมตัว
ก็ไม่มีอะไร
สุขเอาอย่างนี้ก็แล้วกันไปเอาทรายมา
โรยพื้นที่ข้างๆจะดีรอบจะดีนะให้เรียบรั
ให้เรียบให้ทางเดินดีๆนะคนไปคนมาเวลาที่
เขาจะเดินมาบูชาเจะได้สะดวกไม่ไม่โขไม่
เผัวระแหงนะ
แล้วก็ประการที่ 2 ไปเอาไอ้พันต้นไม้ใน
ป่าถ้ามันมีดอก
มาปลูกรอบๆข้างๆทางนี่ประการที่ 2 นะ
ประการที่ 3 ไต่ขึ้นไปบนยอดจะดี
มีของดีมาคือมีผ้ากับม้าผูกเป็นธงก็มันมี
ทั้งนั้นไม่แก้ผ้าบนตัวแล้วหนีมีขม้านะ
ถ้าไม่มีขม้าแจะแก้ผ้าทำธงก็ได้แล้วก็
ประการที่ 4 ต่อไปก็เอาร่มที่ก้างมาผูก
ไว้บนยอดเจดีย์
สมเด็จพระชินศรีบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า
ตรัสว่าภิกขเวตัวก่อนภิกษุทั้งหลาย
อานิสงส์ทั้งหลายที่ตรเกิดขึ้นในกาลนี้ไป
เป็นอานิสงส์ครั้งนั้น
ไม่ใช่อานิสงส์ที่ตถาคตมนุษ
อริเสัมมาสัมโพธิญาณ
คือ 1 การเอาทรายเข้ามาเกลี่ยพื้นที่รอบๆ
อย่างดีให้เป็นทางเดินรอบๆอย่างดีเป็นที่
ราบเรียกว่าคนพุเดินทางจึงปรากฏเป็นถนน
ใหญ่ขนาดพระนับแสงข้ามไปได้แบบสบายๆกว้าง
มากและเป็นการที่ 2 การที่นำต้นไม้ในป่า
ที่มีดอกม้าปลูกข้างทางก็เป็นเหตุให้มี
ต้นไม้ทิพย์ 2 ข้างทางสวยสดงดงามมาก
และก็ประการที่ 3 ที่ตถาคตนำผ้าทำเป็นโท
่าขม้าโคยอดจะดีจึงมีเทวดาถือธงเรียงราย
ตลอดสายถนนและบรการที่ 4 ก็เพราะอาศัยที่
เอาร่มที่มีมาผูกยอดดีๆกับเงาร่มจึงมี
เพียงมีพรหมกลางร่มให้กับตถาคตแพระพระ
ทั้งหมดอันนี้แหละบรรดาท่านพุทธบริษัท
อานิสงส์เล็กน้อยที่อย่าเพิทำก็จงอย่าคิด
ว่าทุกคนมีบุญน้อย
วันนี้ทุกคนมีบุญใหญ่ตั้งใจเคารพองค์
สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า
ส่วนมากก็เป็นคนมาจากที่ไกลตั้งใจมาโดย
เฉพาะ
การมาทำบุญของท่านก็มีสงฆ์หลายอย่างหนึ่ง
ตั้งใจสมาทานศีล
ที่เราว่ากันวันนี้ว่ามาวันมาฆะนี่พระ
พุทธเจ้าทรงสอนเรื่องคำเรื่องธรรมะจาก
ขั้นสูงใช่มั้ยการตั้งใจสมาถีท่านเป็นศีล
มีศีลานุติกรรมฐาน
เป็นสมาธิ
เพราะเวลาเนี้ยทุกคนมีสมาธิในศีลทั้งหมด
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นศีล 8
ศีล 8 รักษาไม่ได้ตลอดวันก็ไม่เป็นไรถึง
เวลาหลังเที่ยงใหม่ๆหลังเที่ยงไปแล้วกิน
ข้าวได้ร้องไว้จะแค่ศีล 5 พอศีล 8 มัน
ต้องเป็นอานิสงส์ศิลถ้ากินข้าวแล้วรักษา
รักษาศีล 5 ก็เลย 2 ชี 5 วันทั้งวันนะไม่
ขาด
สีเลนะสุคติงยันติพุทธเจ้ากล่าวว่าการ
ปฏิบัติศีลไม่เหตุให้มีความสุขทั้งชาติ
นี้ไปสวรรค์ได้
สีเลตโภก็สัมปทาอันนั้นหน่อยซิ
การปฏิบัติศีลให้มีความสุขในลาภยศในใน
ทรัพย์สินต่อไปมันก็ร่ำรวยมาก
สีเทิพติงันติ
ศีลเป็นปัจจัยไปนิพพานได้โดยง่ายันนี้
ความดีของท่าน
อย่าลืมมาว่าทุกคนเวลาช้าแล้วสาวโบสุศีล
ถ้ามันมีความจำเป็นจริงๆตอนบ่ายอดข้าวไม่
ได้ก็ไม่ต้องลาศีล 8 ตั้งใจรักษาศีล 5
ศีล 8 ยังคงโทยังมีอานิสงส์ศีล 5 ก็ได้
อานิสงส์ต่อไป
แล้วก็ประการที่ 2 ทุกคนมาถวายสังฆทาน
เป็นโต
แล้วก็ถวายอาหารพระก็เป็นสังฆทานใหญ่
การถวายสังฆทานนี้บรรดาท่านพุทธบริษัท
ทั้งหลายอานิสงส์ที่จะพึงได้จากสังฆทาน
จริงๆอย่างต่ำเป็นเทวดาและนางฟ้าชั้นที่ 5
นะไม่ใช่ชั้นดาวดึงส์
เ้าเรียกว่าชั้นในมารดีมีความสวยสดงดงาม
มากมีวิมานใหญ่มีร่างกายสวยมีรัศมีกาย
สว่างไสวมากแต่ส่วนใหญ่ที่ไปดาวดึงส์ก็
เพราะว่ารู้จักดาวดึง
ตั้งใจแวะก่อนใช่มั้
อานิสงส์ทานของท่านโดยเฉพาะอย่างยิ่ง
สังฆทานท่านถวายแล้วครั้งหนึ่งในชีวิตพระ
พุทธเจ้ากล่าวบอกว่าถ้าตายจากชาตินี้ไป
แล้วขึ้นชื่อว่าความยากจนเข็นใจของท่านจะ
ไม่มี
ถ้ายังไม่ถึงนิพพานเพียงใดแดอันใดที่มี
ความอุดมสมบูรณ์สุขจะเกิดที่นั่นที่ไหนมี
ความยากแค้นจะไม่เกิดที่นั่นจึงกว่าจะ
เข้าถึงนิพพาน
แล้วประการที่ 3 ทุกคนตั้งใจฟังพระ
ธรรมเทศนาเป็นคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระ
สัมมาสัมพุทธเจ้า
การฟังว่าธรรมเทศนานี้เป็นกรรมฐานการนึก
ถึงการให้ทานก็เป็นกรรมฐานเหมือนกันวัน
นี้ว่าเป็นกรรมฐาน
กรรมการตั้งใจว่าจะมาถวายทานกับพระสงฆ์
เป็นจาคานสติกรรมฐานเป็นฌานแล้วนะการตั้ง
ใจรักษาศีลไว้จะใช้เวลาน้อยๆก็เป็นฌาน
การตั้งใจถวายทานเป็นจาคานุปติฐาน
ก็เป็นฌาน
แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งการถวายทานเป็นทาน
บารมี
แล้วนอกจากนี้อานิสงส์ที่บรรดาทาง
พุทธบริษัทจะพึงได้ก็มีหลายอย่างด้วยกัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งยิ่งเวลานี้ที่วัดถ้า
ทรงเทพื้นคอนกรีต
เห็นมั้ยพื้นทางเดินนี่เป็นคอนกฤตเดี๋ยว
ไปดูที่หน้าวิหาร 100 ม.
เกือบจะเต็มแล้วแล้วก็ไปดูที่ 25 ไร่ก็
เกือบจะเต็มแล้วคืนคอนกฤตนี่ก็ใช้เงินนิด
ๆหน่อยๆไม่มากเงินน้อยๆนะไม่แพงนะ
ก็ตาตรางเม็ดก็ 100 บาท
เอาแค่เม็ดนะถ้าใครสร้างเม็ดเดียวชาติ
หน้าก็มีบ้านเท่าสาวภูมิ
ก็จะมีมากไงแคมีเม็ดเดียว่ะ
ตั้งตตั้งตั้งเสาเสาเดียว
แล้วก็มีบันไดลงไม่ได้เลยพื้นที่ต้องต่าย
เสาลงที่ไปลง
>> ตาตารางเม็ดละ 100 บาท
ลงทุนเต็มพื้นที่พื้นแรกจุดเดียวเฉพาะที่
25 ไร่กับที่วิหาร 100 เมก็มีที่เทใหม่
จริงๆประมาณ 40 ไร่
ถ้าที่มาทั้งหมดจริงๆมัน 50 ไร่กว่านะก็
เทก่อน
ก็มีทุนแล้วทั้งหมด 2 ล้านเศษๆ
ปรากฏว่าที่ซอยสายลมทำบุญกันมา 11,1,000
12,17
รวมแล้วนะรวมทั้งที่ทำเก่าทำไมด้วย
แต่ทุนที่จะสร้างจริงๆก็ 6 รุ่นแรกเ 6
ล้าน 400,000 บาท
ฉันก็เก็บเงินเหลือจากเดือนก่อน 2 ล้าน
บาทถ้าเงินเหลือเดือนนี้อีกประมาณ
5-600,000 บาทสมเส่า
ตลงความว่ายังเป็นหนี้อีกประมาณ 3 ล้าน
เศษๆนิดหน่อย
ลูกของฉันรวยเดี๋คนนั้นมั่งคนนี้มั่งใช่
มั้ยก็เป็นว่าทำพื้นที่อย่างนี้มันก็
เหมือนกับพื้นที่ที่พระพุทธเจ้า
ทำให้แก่พระปเจงพุทธเจ้า
แต่นั่นท่านทำด้วยความเป็นคนจนแต่ฐานะก็
ไม่น่าจะจนนักแต่ถ้าว่าเป็นคนเดินทางเอา
ทรายเข้ามาเกลี่ยใช่มั้ยให้เป็นทางเดินตา
นี้เราทำดีกว่านั้นไปอะไรครับ
>> ก็เป็นคอนกรีต
เพราะเราเป็นทำดีกับพ่อต้องทำไปอภิชาตบท
นะเพราะเรามีเวลาทำทุนถ้าถามว่าการตัดสิน
ใจตัดสินใจเมื่อไหร่ฉันจะตัดสินใจมานาน
แล้วฉันมองมาหลายปี
ว่าพื้นที่แถวนี้ทั้งหมดอ่ะอย่างหน้า
วิหารเนี่ยก็มีคนมาแนะนำบอกคนจะทำเป็น
สนามหญ้ามันจะสวยสดงดงาม
ฉันก็เอาสนามหญ้าฉันก็เอา
จะทำแบบนั้นแบบนี้ฉันก็เอาฉันมันชอบเ้าทำ
สวยๆดอกไม้ประดับประดาเอาหญ้ามาปูใช่มั้ย
พอถึงเวลาจะทำเสร็จพระพุทธเจ้าองค์มาคุม
อยู่
ถ้าบอกแกจะเอาไงก็เอาฉันไม่ว่าแกถ้าฉันจะ
เอางี้
นี่ของแกจะทำสนามหญ้าแกก็ทำไปจะปลูกดอก
ไม้แกก็ปลูกไปแต่ฉันจะถือพฤสงกร
คือการทำสนามหญ้านมันสวยแต่ว่าที่จอดรถ
ไม่ได้
ประการที่ 1 ประการที่ 2 สนามหญ้าต้องใช้
เงินทุกวัน
รดน้ำก็ต้องจ้างคนเอาน้ำขึ้นมาก็ใช้กระแส
ไฟฟ้าเพื่อนจากคนก็สึกหลอเอาเงินเขาไว้
บ้าชาวบ้านไว้ถล่มทลายทำไมก็ด่าเอาเลย
สบายมากถ้าไม่ได้ด่าก็พูดให้ฟังถ้าเป็น
ด่าให้เป็นด่ายกทรงไปนะถ้าบอกเป็นการไม่
สมควรเอาอย่างงี้เทพื้นคอนกฤตให้หมดแล้ว
ก็แบ่งจุดไว้เป็นส่วนๆปลูกต้นไม้เป็นจุดๆ
ใช่มั้ยรถมาจอดก็จอดง่ายเดินก็เดินสะดวก
งูก็ไม่กัด
งูมาก็เห็นง่ายนี่เป็นความสงพพุทธเจ้านะ
แล้วเธอบอกอานิสงส์ต่อไปเธอก็ดูอานิสงส์
ของฉัน
สมัยที่ฉันบูชาพระบัเจพุทธเจ้า
อันหน่าแค่เอาทรายมาโรยให้ที่ราบเรียบน
ทรายมาเรียบรพื้นคังกฤต
ฉะนั้นท่านก็เลยย้อนถามมาบอกว่าสมัยก่อน
เธอย้อนดูไปทีเกิดมากี่ชาติทำอะไรบ้างแห
โอ้จริงๆไอ้พื้นนี่ฉันทำทุกทุกชาติถนนทำ
ทุกชาติอาคารทำทุกชาติใช่มั้ยชาตินี้ถือ
ว่ามีบ้านเล็กๆน้อยๆไม่ค่อยที่อยู่เนะมี
เนื้อแค่ 2 ไร่บ้าน 200 ไร่บ้านเต็มไปหมด
เล็กๆน้อยๆ
>> เล็กๆน้อยๆ
แต่บนี้อานิสงส์เก่าของเธอเพราะก็ฉันช่วย
ท่านช่วยด้วยนะฉันต้องการรื้อฟื้นของเก่า
ของเธอให้มารวมตัวกันทั้งนี้เพราะอะไร
เพราะลูกมากหลานมากไอ้ลูกไอ้หลานทุกคน
กำลังเกิดติดตายกันมาทุกชาติเลยตอนนี้
ชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายของเธอก็ให้เป็น
ชาติสุดท้ายของมันซะด้วย
กัน
>> ไม่ไปด้วยกันอดตายเราคนแก่
นะแล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างพื้น
ประเภทนี้เป็นความสุขที่ให้ให้ความสุขแก่
คนทุกคนที่มา
ถ้าเราให้ความสุขกับเขาความสุขมันก็ถึง
เราเพราะโดยเฉพาะอย่างยิ่งขึ้นว่าความตก
ต่ำทรุดตัวลงจะไม่มีสำหรับคนสร้างพื้น
มันหนักใช่มั้บุญใหญ่จริงๆเค้าต้องเดิน
ทุกวันน่ะพอกุฏิเนี่ยมันนานขึ้นทีเวลาจะ
นอนพื้นต้องใช้แต่พื้นที่ทำที่ 25 ไร่กับ
ที่ที่ 100 เม็ดนี่ยังไม่พอที่รับแขกให้
ทำอีกค่อยๆทำไป
ถามว่าเงินที่ไหนเงินใดก็ตามถ้ามันเหลือ
ทำไปเลย
ถามว่าถ้าทำยังไม่เหลือถ้าไม่เหลือไปนี่
แกไปนี่ก่อน
ก็ต้องไม่ได้ทำก็ทำเรื่อยๆมาจนกระทั่งหมด
เงินไปหลายล้าน่ะข่อยจะบอกบุญน่ะอจะบอก
ให้ทราบก็รวมความว่าวันนี้บรรดาท่าน
พุทธบริษัทก็ทราบในสงฆ์หลายอย่างแล้วนะ
คือเพศมาเพศไปพระกินข้าวแล้วนี่มันหิว
แล้วโยมยังไม่ได้กินใครหิวข้าวมายกมือดิ
ยกมือดิ
ถ้าหิวเยเทศน์ต่อไป
ทำไม
>> อ้าวเอานี่ฉันรู้สึกพ่อโต
ยังไม่หิวไม่หิวโทษเทศน์ไปหน่อยอีตอนนี้
ไม่เทศน์เล่าสู่กันฟังเมื่อกี้คงไม่ความ
ถนัดนักก็สมัยหลวงพ่อโตสมเด็จพุทธาจารย์
โตน่ะท่านเป็นพระราชาไม่เรียงลำดับครับ
ท่านเป็นพระราชาคณะชั้นต้นสามัญ
เลื่อ่นไมธีเป็นชั้นเทพ
เลื่อ่นไมธีเป็นสมเด็จ
ไม่ได้ข้ามมุดมา
ข้ามเดี๋พวกจับขาก็ถูกลมตายนะทั้งนี้
เพราะอะไรสมเด็จพ่อโตไอ้หนูหิวข้าวไม่รู้
ถ้าไม่หิวไม่หิวไม่หิวตบันเทศน์อยู่เนี่ย
เดี๋ใครมันยกมือหิวมากเทศน์ไม่จบอ่ะ
>> ตามธรรมดาต้องเทศน์ให้คนมีความสุขใจ
>> ใครยังมีความทุกข์ลำบากอยู่เทศน์อยู่นั่น
แหละ
ถ้ายิ่งหิวยิ่งเทศน์เทศน์หันหายหิวให้ได้
นี่วันนี้ขาขาเดินไม่ได้ไปข้างเลย
>> ฉันน่ะต้องนั่งรถต้องนั่งรถอ่ะตรงพระเจ็บ
ขามาเจ็บหมดเฉยๆ
ไม่รู้เป็นยังไงอยู่ๆกลับไปจากซอยซื้อลง
มาเจ็บเดินไม่ได้ครับเ
>> อ๋อเป็นเพราะพื้นยังไม่เต็ม
>> เออใช่ๆอ้าต้องรีบเทพื้นให้เต็มนะทุกคนนะ
ไม่งั้นไอเป๋อีข้างจะลำบากเออ
ต้องแบก
แล้วได้เรียนเรื่องกันนี้ว่า 5 ช่โมง
เดี๋ยวเล่าเลี่ยงพระโตให้ฟังเอามั้
>> อเอามั้ยของที่ดี
>> เอาคนเดียวเนี่ยมันไม่เป็นเอกฉันใครอยาก
จะฟังยกมือขึ้น
>> เออเออใช้ได้เป็นเอกฉันเออ
หลวงพ่อโตท่านเป็นสมเด็จแต่ความจริงหลวง
พ่อโตจริงๆท่านเป็นลูกรอนหนึ
>> โอจริงๆเลย
>> จริงๆไม่เชื่อไปถามร่อนน
ที่สะพานพุทธอ่ะที่เคยเคยถามว่าท่านแล้ว
นะท่านยอมรับว่าทราบกันว่าจะนิ่ง
>> นิ่งๆ
รับด้วยการเสรีภาพแบบพระพุทธเจ้ามั้เล่า
ออ
>> พพุทธเจ้าแต่ใครเ้ามนเฉยเฉยแสดงว่ารับ
คือว่าเรื่องมันอย่างงี้สมัยนั้นพระเจ้า
ตากสินยกทัพไปทางด้านทิศตะวันตกใช่มั้ย
เหนือ
ก็ไปสังเกตทัพพม่าจะเข้ามารึก็ไปวางแนว
ทหารไว้อีวันหนึ่งก็เอาไปตรวจแนวทหาร
เอาไปสวดแนวทหารก็ไปเจกระท่อมกระท่อมนึง
อ่ะให้ตังค์ให้หนีโยมให้ตังค์เข้ามาเ้า
นึกนึกว่าลูกหนี
>> เออก็ไม่ได้เรียนอะไรนะเดี๋ยวๆๆ
ใครเจะได้ฟังสบายๆ
>> คือคือว่า
ท่านก็ไปดูทหารก็ตรวจแนวก็กลับมาก็ย่องๆ
เจอะกระท่อมกระท่อมหนึ่งอยู่กลางนา
แต่ปรากฏพระราชบิดาแล้วพระแม่
เขาสาวไม่อยู่รูปร่างหน้าตาดีก็ย่องไป
ตุ๋งติ๋งตุ๋งติ๋งตุงติ๋งใช่มั้ยนก็เป็น
ว่าเป็นที่พอใจกันพ่อแม่เข้ามาเเห็นว่า
เป็นแม่ทัพใหญ่เก็เลยยกลูกสาวให้
ขณะที่ขัดตาทับกันอยู่ที่นั่นครับปรากฏ
ว่าคงไม่นานนักนะก็เป็นปีนะ
>> เป็นว่าลูก
ก็เกิดเกิดพระครรภ์ตั้งครรภ์ทั้งโคตขึ้น
มาตอนที่ยกทัพกลับก็เอาผ้าคาดเอวแต่งเต็ม
ยศให้ไว้ว่าถ้าลูกเกิดมาแล้วก็ส่งลูกเข้า
กรุงเทพฯเอาผ้าคาดเอวนี้ไปด้วยผ้าคาดเอว
ยศใช่มั้ย
>> ให้ไปเลยไปเป็นสัญลักษณ์
เอ๊เป็นเอต่อมาภายหลังท่าน
เกิดขึ้นมาบทเณรบทอันตรว่าไปก็เข้า
กรุงเทพฯก็เป็นเณร
>> ก็มีผ้าคาดเอวติเข้าไปก็เเวลานั้นรอ 1
สวรรคตแล้ว
>> ตอนเข้ามานี่พ่อตายไปแล้ว
>> พ่อตายไปแล้วแต่ว่าเป็นเณรอยู่พอแสดงผ้า
กัดเองเค้าก็รู้เลย
ว่าเป็นลูกรอ 1 แต่ใครก็ยังไม่รับว่าเป็น
เจ้าใช่มั้ยแต่ว่าเจ้าเอาไปเลี้ยง
เขาไม่รับว่าเป็นเจ้าแต่เจ้าสงเคราะห์ว่า
มันรับไม่ได้มันเป็นชัดใช่มั้ย
>> ก็ต่อมาต่อมาก็บวชพระกับเรียนจบพระ
ไตรปิฎก
พระไตรปิฎกแตกฉันมาไม่จบอย่างเดียวเป็นไป
สมมิคาญาณปี
ก็จบพระไตรปิฎกอย่างเดียวมันยังโง่บัดซบ
อยู่คนน่ะ
เสียกระดาษ
แต่ว่าไม่จบพระไตรปิฎกอย่างเดียวเป็นไป
สวิทาญาณแตกฉานมากเวลานั้นร. 4 ก็บวชก็
โต้กันกับร. 4 พระพุทธเจ้าจันร. 4 ก็ทราบ
ว่าเป็นเจ้าจึงว่าถือกันเอง
ต่อมาเมื่อเมื่อร. 4 บวชแล้วก็ศึกลงมา
เป็นกษัตริย์รีก็ตั้งให้ของโสโตเป็นพระ
ราชาชั้นสามัญ
แล้วนิมนต์เข้ามาเทศน์ในวังเรื่อยๆเทศน์
ไปเทศน์มาก็บริสุทธิ์ชอบใจก็ตั้งเป็น
ราชานะเลื่อนเป็นชั้นเทพไปเลย
>> ก็สิใช่ๆเลื่อนเป็นเทพหน่อยเดียวไม่ชัดก็
เลื่อนไปสมเด็จพุทธาจารย์โต
โตไม่ใช่เล็ก
ก็มีเรื่องที่ต้องทะเลาะเบาะแว้งกันอยู่
บ่อยๆกับร. 4
เนี่ยก็คอกันนี่ก็ตั้งแต่เป็นพระเนี่ยนะ
เข้าไปเทศน์ในวังอีกเ้าหนึ่งเทศน์ยังไงก็
ไม่รู้ไปเทศน์เรื่องประวัติใส่ความเป็นมา
ของไอ้คนสมัยก่อนไอ้คนสมัยสมัยพระ
พุทธเจ้าสมัยโน้นน่ะนะ
>> เอ้าไอ้ไอ้พี่ไอ้พี่น้องเป็นเมียตอนว่าไป
ว่ามาเนี่ยนะเกิดขึ้นมาก็ลูกพ่อเดียวแม่
เดียวกันไอ้พี่ชายก็เอาน้องมาเป็นเมียไอ
ไปมามันก็ลวดๆมันก็ลามมาถึงกับไอ้
กษัตริย์
สมัยรัตนโกสินทร์เนี่ยถึงกรุงเทพฯร. 4
โกรธ
สั่งถอดจากสมเด็จ
อันเนี้ยสั่งถอดเลยถอดเถอดก็ไม่เป็นไรถอด
ยังไม่พอขับออกนอกประเทศอีก
>> ห้ามอยู่ในขอบขันสีมา
ไปไงถ้าเป็นเจ้าคุณราชพรหมยานก็ตายห่าไป
แล้ว
ไม่รู้จะไปทางไหนมั้
จะลุกมาขับก็ไปเว่าบ้านเไม่อยู่เราก็ไม่
ต้องอยู่อยู่บ้านของเรานเบ่งไม่ใช่ไม่ใช่
ย่อท้อเถียงกันคอดังพอแดงโกรธกันแล้วนี่
>> ออ
>> โกรธกันแล้วเมื่อไล่เข้าไปไปนอนนี่โบสถ์
วัดพระแก้ว
พระเ
>> เออถ้าเป็นฉันก็แหงายแขไปแล้วเจไม่มีทาง
ไปไหน
พระเจ้าอยู่หัวสั่งให้เจ้าพนักงานไปไล่ว้
พระแก้วท่านก็เฮ้ยนี่มาที่วัดเว้ยไม่ใช่
ที่ที่หัว
นี่ที่หัวไม่มีสิทธิ์ในที่วัดวะเอ้าสิที่
เขาสงฆ์เอาสิไม่ได้เพราะนอนนั้นถึงบ่าย
ปวดถึงขี้ต้องเยี่ยวของเราไม่รู้ปขี้กันน
กูต้องเยี่ยวในนั้น
พอถึงตอนบ่ายๆที่หัวก็สั่งเจ้าหน้าที่ไป
ก็บอกว่าเอางี้ก็แล้วกันอนุญาตให้สัวโต
เข้าขอบขันสีมาได้
ก็ออกจากพกบแก้วเดินท่อมๆมาที่ท่าที่
ท่าจันท์มั้ย
>> จะข้ามฟาก
หัวก็สั่งให้พนักงานเอาพัสมเด็จมาถวาย
>> อ้า
>> ถามทำไมพอเจหัวสั่งพระสมเด็จถวายบอกเฮ้ย
ไม่ได้รับไม่ได้ไอ้ห่าใครเ้าตั้งสมเด็จ
การถนนวะเออ
มีร่ะสร้างสมเด็จการถนนหนทางแล้วไปนี่หัว
มึงไม่ใช่เรื่อง
มีอย่างงี้ใช่มั้อะไรดูถูกกันนี่หวว่า
>> ตำแหน่งสมเด็จตำแหน่งเล็กน้อยนะเออเจ้า
หน้าที่มันปรับท่านก็เดินข้ามฝากมาแจ้าง
จ้างมันแจไม่ทันใจลุ่งแจวไปจ้างเอง
กูเลิกไปสำเร็จทำอะไรก็ได้วะ
>> เวลานี้ไม่ใช่สำเร็จนะเว้ยไอ้คนแกไม่ต้อง
แกไม่ต้องแกเองแกไม่ทันใจเอาเองเอาเองเลย
>> แจ้งตั้ง
ต่อมาสำเร็จก็ต้องเสียของใหม่
ถึงวันเวลาก็นิมนต์ก็ไม่ได้ในวังตั้ง
สำเร็จต้องเสียพัต้องถวายพระถวายผ้ากาย
ถวายแต่ใหม่เสียทาสได้
ต่อมาขอเล่าเรื่องนี้มันไม่จบแล้วเรื่อง
นี้ตายหมดพันวันนี้ฉันไม่จบหรอกเรื่องนี้
นะ
ก็ขอสรุปขั้นสุดท้ายวัน 1 พระชายาเมียา
เมีย
>> โชาวบ้านเเรเมียๆดันเสือด้วยชายาไหนเอยู่
หัวปัจจุบันบอกสมเด็จพระราชินีก็คือเมีย
แหละเคยคุยกันนะเคยคุยก็คือเมียกัน
เล่าเรื่องราชินีสมเด็จพระราชินีเปวดหัว
ก็คือเมียน่ะ
มีอารมณ์เออคุณ 2 คนไปคนละเรื่องไปคนละ
เรื่องกับที่คุณเห็น
ไอ้ตอนหนึ่งเมียกำลังท้องแก่
มันหมอก็ว่าจะออกวันนั้นก็เป็นวันพอดีวัน
พระที่สมโตจะไปเทศน์
คือร. 4 ท่านก็หนักใจว่าลูกมันจะออกมาจะ
เป็นยังไงบ้างไม่เป็นไงบ้างลูกจะเป็นไง
บ้างเห็นมั้ย
คือคิดก็บอกสำเร็จตัวบ่อเ้าบอกวันเนี้ย
เมียจะออกลูก
เมียๆเมียจะออกลูกก็ขอเทศน์น้อยๆหน่อยนะ
ให้สบายๆใจ
ท่านก็สำเร็จโตท่านก็เทศน์เรื่อยไปเทศน์
เรื่อยๆเพราะเดี๋ยวโมโหทึกมันก็ขึ้นโลก
ออกมาทุกข์ก็ขึ้นใช่มั้ยตึงตังครมคราม
แล้ว
เพลงไทยก็ขึ้น
ร. 4 ก็นั่งกสรรพส.อยากจะรู้ว่าแม่มัน
เป็นยังไงลูกเป็นยังไงใช่มั้ยเพก็เทศน์
เลย
ไม่จบก็ลุกไม่ได้เพราะว่าท่านเป็นพระมา
ก่อนโอ
>> พระพุทธเจ้าบอกว่าธัมโมคุกาตักโพ
พระพุทธเจ้ายังเคารพในพระธรรมตอนนี้ตัว
ท่านเองยังไม่เคารพว่าพระธรรมยังไงขนาด
เป็นนักปราชญ์มาก่อน
>> พอสก็ท่านก็เทศน์ด้วยไปรสบายใจท่านก็
เทศน์ด้วยไม่รู้ว่าเชียเนี่ยจนกระทั่งนาน
ที่สุดนานหน่าๆ่าคิดใจมันเป็นไงก็ช่างมัน
ก่อนนะวะมันจะตายหรือไม่ตายถ้ามันจะตาย
เราก็ช่วยไม่ได้เห็นมั้ยตั้งใจฟังเทศน์ขอ
โตพอเริ่มจิตเป็นสุขก็ตัดสินใจได้นะตั้ง
ใจเสด็จโตก็เอวังพอมี
เอพูดไก็ไม่ว่าอะไรเก็กลับ
ใช่มั้ยตอนนี้มาอีกวันพระหนึ่งถ้าไปเทศน์
ทุกวันพระ
ตั้งใจว่าโอ้วันนี้ลูกผมก็สบายแม่สบายทุก
อย่างโปร่งหมดงานหมดใช่มั้ยวันนี้ตั้งใจ
ฟังเทศน์ขอโตให้มีความสุขซักหน่อยอย่าฟัง
สบายพอโตขึ้นไปก็ขออาราธนาสีเทนะโมตัสสะ
ภะคะวะโตอะระหะโตสัมมาสัมพุทธัสสะ
จบใช่มั้ย
อะไรพระมหาพิก็ทรงทราบอยู่แล้วเอวังของมี
สพุทโธ
วันนี้ตั้งใจจะฟังเทศน์สบายเสื่อเทศน์ไม่
เทศน์กันแล้ว
วันก่อนไอ้ลูกมันก็อย่าออกแล้วก็ห่วงทั้ง
แม่ห่วงทั้งลูกตาบันเพศไม่จบ
ไอ้เราก็จิตใจไม่เป็นสุขก็บอกว่าพระเทศน์
เขาต้องเทศน์ให้คนมีความสุขในขณะที่จิต
ยังไม่มีความสุขก็ต้องเทศน์ให้มีความสุข
ให้ได้แต่วันนี้มีความสุขอยู่แล้วเทศอะไร
กันน่ะ
อ่าน
>> อ๋อกันเอง
นั่งเยี่ยวเยี่ยวแตกไม่วังยังไม่มีใคร
เหรอ
>> ใช่
นี่จะฟังไปสักกี่โมง
มันมีเยอะนะเนี่ยวันนี้มีไง
อีกวันหนึ่งกำลังนั่งนั่งเทศน์กำลังนั่ง
แขงข้าวอยู่พอจะยถาทัพพีสมเด็จเยี่ยวแตก
ราชพื้นมาหลายนองเลย
เข้าใจอีหัวทบอกคุณโตไหแตกมันยังไม่ถึง
เวลาลุกเลย
มันยังไม่ถึงเวลาลกก็ไปไงถาพีไม่ถาภีไอ้
ขี้ไอเยี่ยวใครห้ามได้อ่ะโอ้โอ
โอ้โหคนในวางถูกหวยก็สะบัดเลยใบ้หวย
เขาสมัยเโอ้โหถูกกันจมเลยแหมใบ้โหแบบไม่
ดี
กลับมาลงเรือมีเรื่องอีกแล้วมีวันหนึ่ง
เทศน์อีกเหมือนกันพอพอลงเรือจะเข้าปากไอ้
ผัวเมียไข่รองเท้าทะเลาะกันอีกไอ้ผัวก็
ด่าเมียเมียเก็ด่าผัวแต่พระเต็มลำใช่มั้
มันมาตีกันไม่ได้ 2 คนน่ะข้ามมะพร้าวมาตี
กันไม่ได้
ท่านก็เลยแวะเข้าไปไอ้หนูทะเลาะกันเรื่อง
อะไรนะโจ๊ทะเลาะเบอกทะเลาะขัดคอเรื่องขาย
ของมีขายของผิดราคา
อาจจะขายถูกไฟใช่มั้ย
>> ท่านก็ถามว่ามะพร้าวทั้งลำเนี่ย ח
Ask follow-up questions or revisit key timestamps.
เทศนาในวันนี้เน้นถึงหลักธรรมสำคัญในวันมาฆบูชา คือการละเว้นความชั่ว การทำความดี และการชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ นอกจากนี้ยังเล่าถึงการเผยแผ่ศาสนาช่วงต้นของพระพุทธเจ้า และปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นจากการบำเพ็ญบุญเล็กน้อยในอดีตชาติของพระองค์ รวมถึงอานิสงส์ของการรักษาศีลและการถวายสังฆทาน ท้ายที่สุด พระอาจารย์ได้เล่าเรื่องราวและเกร็ดชีวิตของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ที่แสดงถึงปัญญาและวิธีการสอนธรรมะอันเป็นเอกลักษณ์
Videos recently processed by our community