HomeVideos

หัวใจพระพุทธศาสนาคืออะไร? ทำบุญต้องรู้! โอวาทปาฏิโมกข์ ธรรมะสอนใจ หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วันมาฆบูชา

Now Playing

หัวใจพระพุทธศาสนาคืออะไร? ทำบุญต้องรู้! โอวาทปาฏิโมกข์ ธรรมะสอนใจ หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วันมาฆบูชา

Transcript

1042 segments

0:00

เทศน์เรื่องอะไรดีจริงา

0:09

นา

0:10

ก็ว่าปีนี่

0:17

ยังไม่รู้จะเทศน์เรื่องอะไรเลย

0:21

>> ต้องยกทรงเทศน์

0:31

นะโมตัสสะ

0:32

ภะคะวะโต

0:35

อะระหะโตสัมมาสัมพุทธัสสะ

0:38

นะโมตัสสะ

0:42

ภะคะวะโตอะระหะโตสัมมาสัมพุทธัสสะ

0:48

นะโมตัสสะ

0:49

ภะคะวะโตโะระหะโต

0:53

สัมมาสัมพุทธัสสะ

0:57

สัพพะปาปัสสะ

0:59

อะกะระณังโสัมปะทา

1:04

ปะจิตตะปะโยตะปันัง

1:07

เอตังพุทธานัสสาสะนันตีติ

1:15

ณโอกาสบัดนี้อาตมาภาพจะแสดงพระสทธา

1:20

ธรรมเทศนา

1:23

ในมาฆาถา

1:25

เพื่อเป็นเครื่องสดสงฆ์องค์พระศรัทธา

1:28

บารมี

1:30

ที่บรรดาท่านนิสราธานบดี

1:33

ทั้งหลายได้พร้อมใจกันมาบำเพ็ญกุศลประจำ

1:37

ปั

1:40

คือในวันพระมาฆบูชาวันนี้

1:44

ทั้งนี้เพราะว่าบรรดาท่านพุทธบริษัททั้ง

1:47

หลายมีความเลื่อมสายองค์สมเด็จพระศรี

1:52

บรมศาสดา

1:54

สัมมาสัมพุทธเจ้า

1:56

ให้เป็นเหตุ

1:58

จึงได้ตั้งใจมาสดับรับรถพุทธพจน์เทวดา

2:02

เป็นคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระบรมโลกเทศ

2:06

ในกาลครั้งนี้

2:09

ความจริงเรื่องมาฆบูชานี้บรรดาท่าน

2:12

พุทธบริษัททั้งหลาย

2:16

องค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสศาสดา

2:19

สัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ว่า

2:22

สัพพะปาปัสสะกรานัง

2:26

กุสรโสปสัมปะทา

2:28

สจิตตปริโยธันนังเอตังพุทธานสาสะนัง

2:34

ซึ่งแปลเป็นใจความเป็นตอนๆว่า 1

2:37

สัพพปัสสระณัง

2:40

ซึ่งแปลว่าท่านทั้งหลายต้องยังความไม่

2:44

ต้องจงละความชั่วทุกอย่างกุสรโสปสัมปทา

2:50

ต้องทำแต่ความดี

2:53

จิตตปโยปันนังต้องทำจิตใจผ่องใสจากกิเลส

2:59

องค์สมเด็จพระบรมโลกตรัสว่าพระพุทธเจ้า

3:02

ทั้งองค์ตรัสอย่างนี้เหมือนกันหมด

3:07

เนื้อความเรื่องนี้ก็มีอยู่ว่าเมื่อองค์

3:10

สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

3:13

ทรงบรรลุอภิเษกสัมมาสัมโพธิญาณ

3:16

ใหม่ใหม่

3:19

วันนั้นองค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดา

3:23

สัมมาสัมพุทธเจ้ามาบรรลุแล้ว

3:26

สมเด็จพระประทีปแก้วจึงได้สกทรงสมเด็จพระ

3:30

ดำเนินมาโปรดปัญจวัคีฤาษีทั้ง 5 มี

3:33

สโกนัยะเป็นประธาน

3:38

เมื่อทรงโปรดให้ฤาษีทั้ง 5 นั้นเป็นพระ

3:41

อรหันต์แล้วก็ส่งไปประกาศพระศาสนา

3:45

ต่อมาก็เสด็จมาพบพระทิยะบคู้เจริญ 30 คน

3:52

องค์สมเด็จพระทศพลก็เทศน์ให้เเป็นพระ

3:55

โสดาบัน

3:57

ส่งไปประกาศศาสนา

4:00

หลังจากนั้นก็สมาพบพระอสัทธิ

4:05

ซึ่งเป็นลูกของมหาเศรษฐีคณะนี้มาฟังสมฟัง

4:09

เทศน์จากองค์สมเด็จพระจิตตศีลแล้วหมดทั้ง

4:11

55 คน

4:14

เป็นอรหันต์หมดก็ทรงทรงไปประกาศพระศาสนา

4:19

หลังจากนั้นองค์สมเด็จพระ

4:21

สัมมาสัมพุทธเจ้าจึงทรงเสด็จมาโปรด

4:24

ปัญวัคคี

4:26

ปโปรดทรงเสด็จมาโปรดบรรดาฤาษีทั้ง 3 ท่าน

4:34

ที่เรียกว่าพวกดินมีบริวารพันคนองค์

4:39

สมเด็จพระทศพลบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า

4:45

เทพโปรดแล้วเเป็นอรหันต์ทั้งหมดก็ทรงไป

4:48

ประกาศพระศาสนา

4:51

หลังจากนั้นมาสมเด็จพระบรมศาสดาจึงเข้า

4:54

สู่กรุงราชคฤมหานคร

4:57

เพราะว่ามีสัญญากระจอมบพิตอธิสรคือพระ

5:01

เจ้าพิมพิสานบรมกษัตริย์

5:05

เมื่อสมัยพระองค์สมเด็จพระทรงสวัสดิโสภาค

5:08

ออกสู่พระมหาวิเนสกร

5:12

ขณะนั้นเมื่อผ่านมากงราชมหานคร

5:16

พระเจ้าพิมพิสาคิดว่าองค์สมเด็จพระชินวร

5:20

ทรงแตกคอกับชาวกงกบัสด

5:24

จึงได้สละราชสมบัติหนีออกมาอยู่ป่า

5:28

จึงได้ออกเข้ามาชวนมาบอกว่าให้เข้าไปครอง

5:31

พระนครร่วมกันเพราะเป็นเพื่อนกัน

5:34

จะแบ่งอำนาจให้ครึ่งหนึ่งองค์สมเด็จพระ

5:37

สัมมาสัมพุทธเจ้าจึงได้มีพระพุทธิกาตรัส

5:40

ว่ามหาราชะขอถวายพระพรพระมหาพิตพระ

5:43

ราชสมภาร

5:45

การที่อาตมาตถาคตออกมาคราวนี้นั้นความ

5:49

จริงไม่ได้แตกคอกับใคร

5:52

เพราะว่ามีความคิดเห็นว่าชาวโลกทั้งหลาย

5:56

ทั้งหมดเต็มไปด้วยความทุกข์มีอนิจจัง 1

5:59

ความไม่เที่ยง

6:01

2 ทุกขังมีแต่ความทุกข์สอนัตตาตายสลาย

6:05

ตัวหมด

6:06

เมื่อตายจากความเป็นคนแล้วถ้าบาปอกุศลยัง

6:10

ไม่หมดก็ต้องเว่นบินว่ายตายเกิดใน

6:12

วัฏฏสงสาร

6:14

แต่ความลำบาก

6:16

ต่อไปนี้อาตมาภาพต้องการพระโพธิญาณคือ

6:20

บรรลุอภิเษกสัมมาสัมโพธิญาณเป็นพระ

6:22

พุทธเจ้า

6:24

ต้องการแสวงหาธรรมที่ทำบุคคลให้ตายต่อไป

6:30

เมื่อตรัสอย่างนี้แล้วพระเจ้าพิมพ์สัน

6:33

ก็หาดาว่าถ้าพระองค์บรรลุมาลัยขอมาโปรด

6:36

ฆ่าพระพุทธเจ้าก่อน

6:39

แต่ความจริงพระพุทธเจ้าก็ตั้งใจจะมาสอน

6:42

พระเจ้าพิมพิสาก่อนเหมือนกัน

6:45

แต่ถ้าว่าเมื่อการบรรลุอภิเสธ

6:47

สัมมาสัมโพธิญาณแล้วองค์สมเด็จพระทีพ

6:52

กำลังพระพุทธาณ

6:54

ว่าการเทศน์คราวนี้เราจะเทศน์ใครก่อน

6:59

เพียงจะบรรลุมรรคผลคนฟังก่อนเป็นคนนี้มี

7:02

ความสำคัญมาก

7:06

ถ้าคนฟังครั้งแรกไม่มีการบรรลุมรรคผลการ

7:09

เทศน์ขององค์สมเด็จพระทพลก็จะไม่มีความ

7:12

หาย

7:13

สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดาจึงได้ทรงตรวจ

7:17

ด้วยกำลังอำนาจของพุทธญาณ

7:20

ก็ทราบว่าอารดาบสอุทักกดาบทซึ่งเป็น

7:24

อาจารย์ใหญ่ของพระองค์มาเป็นการก่อน

7:27

ซึ่งได้อรูปฌานมา 2 ท่านถ้า 2 ท่านนี่ฟัง

7:32

ธรรมเทศนาขององค์สมเด็จพระทรงทรเป็นแค่จบ

7:36

เดียวก็จะเป็นอรหันต์

7:38

ก็ได้พิจารณาต่อไปว่าเวลานี้ทั้ง 2 ท่าน

7:42

อยู่ที่ไหนองค์สมเด็จพระจอมไตรก็ทรงทราบ

7:47

ว่าเวลานี้ทั้งสองท่านตายจากความเป็นคนไป

7:50

เกิดเป็นพรหมเป็นอรูปพรหม

7:54

ไม่มีอายตนะเป็นเครื่องจะฟังไม่สามารถจะ

7:57

ฟังเทศน์ได้

8:00

จึงได้มีความสลดใจว่าโอหนออาจารย์ทั้งสอง

8:03

ของเราเป็นผู้ชิบหายจากความดีเสียแล้ว

8:08

หลังจากนั้นองค์สมเด็จพระประทีปแก้วก็ทรง

8:11

ต่อไปว่าจะเทศน์ใครก็ทราบว่าปัญญวัคคี

8:16

ฤาษีทั้ง 5 ที่เคยปฏิบัติพระองค์มาก่อน

8:20

มีโกนัญญะเป็นประธานจะฟังเทศน์จากองค์

8:23

สมเด็จพระชินวรฟังจบโนัญญะจะได้ดวงตาเห็น

8:27

ธรรมคือเป็นพระโสดาบัน

8:30

แลหลังจากนั้นต่อมาเทศน์อีกไม่กี่วันทั้ง

8:33

หมดก็จะสำเร็จอรถผล

8:37

ฉะนั้นองค์สมเด็จพระทศพลจึงต้องไปเทศน์

8:40

โปรดปัญญยาวคีฤาษีทั้ง 5 ก่อนแล้วก็ว่า

8:44

กันมาตามลำดับ

8:46

เมื่อองค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าเข้ามา

8:49

ถึงเขตกรุงราชคฤมหานคร

8:53

จอมบอกพอดิสรคือพระเจ้าพิมีสาร

8:56

บรมกษัตริย์

8:58

พระบาทท้าวเธอทรงทราบเข้าจึงนำคน 126

9:03

ทั้งหมดด้วยกัน

9:05

ไปเฝ้าองค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดา

9:10

พระพุทธเจ้าก็ทรงเทศน์จบปรากฏทรงคน 11

9:14

เป็นพระโสดาบันพระจนพระเจ้าพิมพานก็เป็น

9:17

พระโสดาบัน

9:20

เหลือหน่วยหนึ่งองค์มหที่ 12 ยังไม่ได้

9:23

อะไรเข้าถึงไตรสาคม

9:26

ต่อจากนั้นมาพระเจ้าพีสาก็ทรงถวายพระเวร

9:30

มหาวิหารเป็นที่ประทับขององค์สมเด็จพระ

9:32

สัมมาสัมพุทธเจ้า

9:35

แล้วก็ถวายความสุขทุกอย่างมีอาหารการ

9:38

บริโภคเครื่องสอนทุกอย่าง

9:43

ต่อมาในกาลนั้นก็ปรากฏว่ามีอรหันต์เกิด

9:46

ขึ้นในโลกแล้วทั้งหมด 250 องค์

9:51

ก็เป็นวันกลางเดือน 3 พอดี

9:55

วันกลางเดือน 3 นี่บรรดาท่านพุทธบริษัท

9:59

บางตำราบอกว่าตำราของพราหมณ์

10:03

เมื่อถึงกลางเดือน 3 บรรดาพราหมณ์ทั้งหมด

10:06

จะมาจะมาทำพิธีอย่างหนึ่งของพราความร่วม

10:09

กันเป็นการประชุมกันแต่ถ้าว่าวันนั้น

10:13

บรรดาพระอรหันต์ทั้งหลายจะมาประชุมกันที่

10:16

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงทรง

10:19

สมเด็จอยู่

10:21

ก็เป็นอันว่าบรรดาพระทั้งหลายที่มานี่ไม่

10:25

เกี่ยวกับไม่เกี่ยวกับวิธีของพราหมณ์

10:30

ถือว่าเป็นประเพณีนิยมของพุทธศาสนาที่พระ

10:34

พุทธเจ้าทรงตรัส

10:37

ประเพณีของพราหมณ์เเรียกว่าสยามภูถึงว่า

10:41

วันกลางเป็น 3 พราหมณ์ที่อยู่ที่ไหนทั้ง

10:43

หมดจะต้องมารวมกันทั้งหมดทำพิธีพยัโพ

10:46

ประชุมกัน

10:48

แต่ว่าในการในครั้งนั้นไม่เกี่ยวกับวิธี

10:51

นี้เพราะว่าบรรดาอรหันต์ทั้งหมดปรากฏว่า

10:55

เป็นอรหันต์ที่ 1 บวชจากพุทธเจ้าเอง

10:58

เหมือนกันหมดพพุทธเจ้าให้บวชเอง

11:01

การทั้งสองฟังธรรมร่วมกันทั้งหมดแล้ว

11:05

ประการที่ 3 เป็นอรหันต์ทั้งหมดแล้วก็ต่อ

11:08

มามาประชุมพร้อมกัน

11:11

ในเมื่อบรรดาพระสงฆ์ทั้งหลายมาประชุม

11:14

พร้อมกันเวลานั้นองค์สมเด็จพระภควันยังมี

11:17

พระพุทธฎีกาถือว่าภิกขเวภิกษุทั้งหลาย

11:22

การที่ตถาคตแนะนำให้เธอทั้งหลายไปสอน

11:26

บรรดาประชาชน

11:29

ก็ยังไม่มีกำหนดแน่นอนว่าจะสอนยังไงกัน

11:34

เพราะต่างคนต่างเป็นพระอรหันต์ต่างคนต่าง

11:38

เป็นพระโสดาบัน

11:40

แต่ความจริงพระอรหันต์ก็ดีพระโสดาบันก็ดี

11:44

สอนไม่ผิดจากคำสอนขององค์สมเด็จพระ

11:47

สัมมาสัมพุทธเจ้า

11:50

เพราะว่าสอนตามผลที่ตนเองได้บรรลุมาแล้ว

11:53

ไม่มีการผิดแน่นอนแต่การสอนก็เป็นการสอน

11:57

คนละพิธีกรรมต่างคนต่างสอนต่างความถนัด

12:02

ในที่สุดก็มีการมุ่งพระนิพพานเป็นที่ไป

12:05

เป็นที่เป็นที่สุดถ้ามุ่งสวรรค์บ้างให้

12:09

มุ่งพรหมโลกบ้างให้ละความชั่ว

12:13

ตอนนี้เมื่อบรรดาพระสงฆ์ทั้งหลายมาประชุม

12:15

กันหมดอย่างนั้นแล้วองค์สมเด็จพระทีแก้ว

12:18

จึงวางกฎการสอนในพุทธศาสนาไว้

12:23

ว่าต่อนี้ไปถ้าพวกเธอจะไปสอนที่ไหนก็ตาม

12:29

จำกฎทั้ง 3 ประการนี้ไว้ให้เป็นพื้นฐาน

12:32

เหมือนกันให้หมดคืนหนึ่งสัพพาปัสสะกณัง

12:38

จงสอนให้ทุกคนละความชั่วทุกอย่าง

12:43

ซึ่งชื่อว่าความชั่วทางกายก็ดีทางวาจาก็

12:47

ดีการนึกทางใจก็ดีให้เลิกเสีย

12:51

ค่อยๆแนะนำเขาสอนที่เดียวมันยังไม่ได้ผล

12:56

ค่อยๆปรับลงไปทีละน้อยละน้อยจิตเขาก็จะ

12:59

ชิน

13:02

และการที่ 2 กฎสรโสปสัมปทา

13:06

แนะนำให้เละความชั่วและตั้งใจประพฤติความ

13:10

ดีทุกอย่างเพื่อผลความสุขมีสวรรค์พรหมโลก

13:15

นิพพานเป็นที่ไป

13:18

สาสจิตปวดปันแนะนำทุกคนให้ทำจิตใจผ่องใส

13:24

จากกิเลสจะได้ไปนิพพานไม่เป็นนิพพานเป็น

13:26

ที่ไปแน่นอนเอตังพุทธานสาสนัง

13:32

พระพุทธเจ้าทรงตรัสยืนยันว่าพระพุทธเจ้า

13:36

ทุกองค์ตรัสอย่างนี้เหมือนกันหมด

13:39

ฉะนั้นบรรดาวันนี้บรรดาญาติโยมพุทธบริษัท

13:43

พุทธสาวกขององค์สมเด็จพระบรมสุคต

13:47

ทุกคนเนี่ยเค้าเรียกสาวกขององค์สมเด็จพระ

13:50

สัมมาสัมพุทธเจ้าทุกคน

13:53

ท่านทั้งหลายเวลาอ่านหนังสือก็คิดว่าเรา

13:56

ไม่ใช่สาวกอันนี้ไม่ถูก

14:00

คำว่าสาวกตามภาษาบาลีเรียกว่าสาวโกโอ

14:06

ถ้าไม่ใส่วิภัตติอ่านว่าสาวกสาวกะ

14:11

สาวกะนี้แปลว่าผู้รับฟัง

14:14

บุคคลใดตั้งใจรับฟังคำสอนขององค์สมเด็จ

14:18

พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

14:21

จะมากก็ตามจะน้อยก็ตามเรียกกันว่าสาวก

14:25

ทั้งหมด

14:27

ันนี้สาวกขององค์สมเด็จพระบรมคตพระ

14:30

พุทธเจ้ามีความหวังยังไง

14:33

ถ้ามีความตั้งใจว่า 1 ให้เมื่อตายจากความ

14:38

เป็นคนแล้วมีชีวิตอยู่ให้มีความสุขเป็น

14:41

ครั้งแรก

14:44

ประการที่ 2 มีสวรรค์เป็นที่ไปเป็นอย่าง

14:48

น้อยหรือพบว่าโลกเป็นนิพพานประการที่ 3

14:52

ต้องการให้ถึงนิพพานทั้งหมด

14:55

ก็เป็นอันว่าคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพคต

14:58

คือพระพุทธเจ้าของเรา

15:03

ท่านสอนยังไงขอย้ำอีกครั้งหนึ่งว่า 1

15:07

สัพพะปาปัสสะกรณัง

15:10

ทุกคนจงอย่าทำความชั่วคืออย่าทำบาปทั้ง

15:14

หมด

15:16

ขึ้นชื่อว่าสิ่งใดที่มันเป็นบาป

15:20

คำว่าบาปแปลว่าความชั่ว

15:24

จงอย่าทำทุกอย่าง

15:27

แต่บังเอิญมีบาง

15:30

จำเป็นจะต้องทำเพราะจิตมันชิน

15:34

ค่อยๆหาทางละค่อยๆหาทางตัดอันคิดไว้ในใจ

15:39

ว่าวันนี้ทั้งวันตื่นขึ้นมาเราจะไม่ทำ

15:43

ความชั่วทุกอย่างบางครั้งมันก็เผลอ

15:47

เมื่อวันนี้เผลอพวกนี้ก็คิดใหม่เราจะไม่

15:50

ทำความชั่วอย่างนี้ทุกอย่างไม่ช้าอารมณ์

15:53

มันก็เลยจริง

15:56

มันก็จะไม่ทำความชั่วนั้นประการที่ 2

15:59

กุสูว่าสมัถา

16:02

เราจะทำแต่ความดี

16:06

ความดีมีอะไรบ้าง 1 มีความเคารพในบิดา

16:09

มารดาผู้มีคุณสงเคราะห์หรือปฏิบัติผู้มี

16:14

คุณให้มีความสุขตามที่เราจะทำอันนี้เป็น

16:17

ความดี

16:19

ประการที่ 2 รู้จักบูชาพระไม่เวลาตื่น

16:23

ขึ้นมาเป็นความดี

16:26

ถ้าการรู้จักบูชาพระเวลาตื่นขึ้นมานี่

16:30

ถ้าตั้งใจบูชาทุกวัน

16:34

บูชาไม่ต้องมากใช้เวลา 2-3 นาทีก็พอ

16:39

ไม่ต้องไปใช้เวลาสักชั่วโมงพอเดี๋ยวจะไม่

16:41

ได้กินข้าวเช้า

16:45

ตั้งใจคิดลุกขึ้นมาจากที่นอนไม่มีทูตจะ

16:49

จุดก็ไม่เป็นไรกราบลงไปที่หมอนนึกถึงพระ

16:53

พุทธรูปองค์ใดองค์หนึ่งไว้โดยเฉพาะ

16:57

ตั้งใจว่านะโมตัสสะภะคะวะโตอะระหะโต

17:01

สัมมาสัมพุทธัสสะ

17:04

ตั้งใจว่าด้วยความเคารพคำว่านะโมนี่แปล

17:07

ว่าข้าพเจ้าขอนมัสการ

17:10

พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เป็นพระอรหันต์พระ

17:13

องค์นั้น

17:16

ถ้าเอากันแค่นี้จริงๆก็ใช้ได้

17:20

ทำทุกวันให้มันชิงถ้าถึงเวลานั้นต้องทำ

17:25

ตื่นมาใหม่ๆต้องทำตื่นใหม่ๆต้องทำทุก

17:29

ครั้งถ้าคืนไหนไม่ได้ทำวันไหนไม่ทำวัน

17:33

นั้นจะเกิดความไม่สบายใจ

17:36

อีอย่างนี้แสดงว่าบรรดาท่านพุทธบริษัทมี

17:39

ฌานในพุทธานุคติกรรมฐาน

17:43

มันเป็นฌานที่ไม่ต้องนั่งเข้าขัดสมาธิ

17:47

ถ้าเป็นฌานอย่างนี้คือทำอย่างนี้ทุกวัน

17:51

จึงก็มีอารมณ์ชินต้องทำไม่ทำไม่ไหวใจไม่

17:55

เป็นสุขเป็นฌานแล้วถ้ากำลังใจถึงขั้นนี้

17:59

องค์สมเด็จพระที่เจ้าทรงตรัสว่าถ้าเวลาจะ

18:03

ตาย

18:05

ท่านจะเห็นพระพุทธเจ้าท่านจะเห็นเทวดา

18:07

ท่านจะเห็นพรหม

18:10

มาลอยอยู่ในอากาศจะมารับท่านไปสวรรค์เป็น

18:14

อย่างน้อย

18:16

ถ้ากำลังใจมีความมั่นคงจริงๆก็ไปสังคม

18:21

แต่ว่าบังเอิญในเวลากลางวันและตอนเช้าตอน

18:24

ใดตอนหนึ่งจิตใจเราเกิดไม่นิยมในร่างกาย

18:27

ขึ้นมาเอากันทุกๆวันนะบางครั้งบางเวลานิด

18:32

นึงคิดว่าร่างกายนี่มันเต็มไปด้วยความ

18:35

ทุกข์การหากินก็ทุกข์การป่วยไข้ไม่สบายก็

18:40

ทุกข์ความปรารถนาไม่สมหวังก็ทุกข์ความ

18:45

พลักพลาดจากของรักของชอบใจก็ทุกข์ความตาย

18:48

ก็ทุกข์

18:50

ในเมื่อร่างกายเราทุกข์อย่างนี้ถ้าจะเกิด

18:54

กี่ชาติมันก็ทุกข์อย่างนี้เราไม่ต้องการ

18:56

อย่างนี้

18:58

ถ้าตายแล้วขอไปนิพพานถ้าเป็นอย่างนี้เวลา

19:01

จะตายท่านจะเป็นอรหันต์ไปนิพพานทันทีนี่

19:06

เป็นที่ไปปฏิบัติที่ง่ายที่สุดแล้วก็ได้

19:09

ผล

19:11

ต่อไปนี้ก็จะขอเทศน์ตามใจขององค์สมเด็จ

19:14

พระทศพลบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า

19:20

ถือว่ามีเรื่องที่เป็นกล่าวแก่บรรดาท่าน

19:23

พุทธบริษัท

19:25

ว่าครั้งหนึ่งพระองค์สมเด็จพระผู้มีพระ

19:28

ภาคเจ้าเสด็จอยู่ที่ิราชคฤมหานคร

19:34

เวลานั้นปรากฏว่าบรรดาประชากรมีพระเจ้า

19:37

พิมพิสาบรมกษัตริย์พระบาทท้าวเธอมีความ

19:41

สุขมาก

19:43

ทุกคนก็มีความสุขฝนก็ไม่แล้งตกต้องตาม

19:47

ฤดูกาลพืชพันธัญญาหายก็บริบูรณ์สมบูรณ์

19:52

แต่เมืองตรงกันข้ามฝั่งตรงกันข้ามกับแม่

19:55

น้ำของกงราชครฤมหานคร

19:59

เมืองนั้นปรากฏว่าเขามีความเดือดร้อนฝน

20:02

ไม่ตกตามฤดูกาล

20:05

สิ้นเวลาปีนึงบ้าง 2 ปี 3 ปีมาแล้วบรรดา

20:11

ประชาชนทั้งหลายก็โทษพระมหากษัตริย์

20:15

ว่าพระมหากษัตริย์เี่ไม่ตั้งอยู่ในศีลให้

20:18

ธรรมจึงแล้ง

20:22

ฉะนั้นพระมหากษัตริย์พระบรมราชินีนาถจึง

20:25

ตั้งใจรักษาอุโบสถศีลจำศีลคนละ 3 เดือน

20:31

เอากันอย่างหนักเอากันให้เต็มที่

20:35

แต่ปรากฏว่าถึงแม้ว่าจะทำอย่างนี้ก็ปรากฏ

20:38

ว่าฝนก็ไม่ตกต้องตามฤดูกาล

20:45

คนก็ไม่ยอมจะตกอีกต่างคนต่างเข้ามาประชุม

20:48

กันก็ทราบว่าเวลานี้องค์สมเด็จพระชิ

20:54

พระภักกวันคือพระพุทธเจ้าเจ้าเสด็จอยู่

20:56

ที่กรุงราชคฤมหานครใกล้ๆกันฝั่งกรงกัน

21:00

ข้าม

21:02

เาก็ลือกันว่าพระพุทธเจ้าอยู่ที่ไหนฝนตก

21:05

ตามธรรมดา

21:08

คนก็มีความสุขการหากินก็สะดวกสบายเพราะคน

21:12

มีบุญมีกุศล

21:14

ทุกคนตัดสินใจว่าควรจะไปอาราธนาองค์

21:19

สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้มาโปรด

21:22

แลก็เวลานั้นเมืองนั้นในเมื่อฝนเแล้งจัด

21:26

โรคระบาดมันก็เกิดคนก็ตายกันมาก

21:31

เรียกว่าคนก็ตายกันทุกวัน

21:34

ฉะนั้นชาวเมืองนั้นพระมหากษัตริย์จึงตั้ง

21:37

พราหมณ์ 8 คนมารัสนาองค์สมเด็จพระ

21:40

สัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเสด็จไปพระพุทธเจ้าก็

21:44

ทรงรับขณะที่จะเสด็จไปในบรรดาท่าน

21:49

พุทธบริษัททั้งหลายไอ้ทางที่จะผ่านไปแล้ว

21:53

มันเป็นป่าป่า

21:55

กว่าจะถึงแม่น้ำ

21:59

แต่ถ้าว่าเป็นเหตุอัศจรรย์เวลาที่องค์

22:01

สมเด็จพระภคุวันเสด็จไปเวลานั้น

22:05

ทั้งทางที่จะเสด็จไฟทั้งหมดมันราบรื่นไป

22:08

ทั้งหมด

22:10

มันเป็นถนนใหญ่ราบเรียบ 2 ข้างทางก็มีดอก

22:16

ไม้สวยสดงามตลอดทางแล้วระหว่างที่ไปก็มี

22:20

เทวดาบ้างมีพรหมบ้างก้านร่มถวถวายร่วมเง

22:25

กับบรรดาพระสงฆ์ทั้งหลายมีพระพุทธเจ้า

22:28

เป็นประธาน

22:30

แล้วก็มีธงมีฉัตรมีธงเป็นแนวแถวเดียวตลอด

22:36

สายทางที่มีความเสือแม่นามเป็นของ

22:38

อัศจรรย์

22:40

เวลานั้นก็ไปเห็นอัศจรรย์แก่คนทั้งหมดพระ

22:43

อรหันต์เห็นเ้าก็อัศจรรย์

22:46

พระมหากษัตริย์เองพระเจ้าพิสานเห็นก็

22:49

มหัศจรรย์เพราะทราบไปว่าเมืองนั้นมันเป็น

22:51

เมืองป่า

22:53

พระเจ้าพวิสานที่เสด็จไปพร้อมกับองค์

22:56

สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

22:59

เมื่อไปถึงแม่น้ำแล้วปรากฏกลางแม่น้ำพญา

23:03

นาคก้านฉัตก้านรมี

23:06

ธงิวเป็นเครื่องรับในเมื่อฝั่งนน้นเอา

23:10

เรือมารับองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

23:13

ให้ข้ามไปพระเจ้าพิมสานพร้อมทั้งเครื่อง

23:17

ส่งลงน้ำไปส่งไปส่งเรือถึงคอ

23:21

ฉะนั้นพระราชาฝั่งนน้นจึงได้ลงน้ำมารับ

23:25

พระเจ้าพระพุทธเจ้าทั้งเครื่องสมกันถึงคอ

23:28

เหมือนกันรับขึ้นบอกเมื่อรับขึ้นไปแล้วก็

23:32

ปรากฏมีธงทิวมีถนนราบเรียบมีเทวดากั้นร่ม

23:37

ถวายพระพุทธเจ้าถวายพระอรหันต์ทั้งหมด

23:41

เมื่อองค์สมเด็จพระบรมสุคตเสด็จไปถึง

23:44

เมืองนั้นพอขึ้นเสด็จไปถึงที่ประทับพอดี

23:49

ฝนตกหนัก

23:52

ฝนนตกหนักขนาดหนักที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

23:57

นี้เมื่อฝนตกหนักแล้วน้ำมันก็นอง

24:01

น้ำมันก็ไหลลงไอ้สิ่งที่เป็นปฏิกูลศพที่

24:04

เน่าต่างๆมันก็ไหลลงไม่น้ำไปหมด

24:08

หลังจากเมื่อขนหายแล้วองค์สมเด็จพระ

24:11

บรมสุคตจึงได้มีพระพุทธติกาตัดอานนท์พระ

24:15

อนันทะก่อนอานนท์

24:19

ในเมืองนี้เมื่อผีตายคนตายกันมากพวกผี

24:23

พวิสัยก็เต็มเมือง

24:26

ถ้าอย่างงั้นเธอจงนำขันนี้ไปน้ำใส่เข้าทำ

24:30

น้ำมนต์

24:32

ไปพรหมให้รอบเมืองเดินอยู่บนกำแพงเมือง

24:36

พรหมให้มันรอบๆเพื่อเป็นการปัดเป่าพวกผี

24:40

ปีศาจที่สิงอยู่ในสถานที่นี้

24:45

พระอานนท์ก็รับขันน้ำมาจากองค์สมเด็จพระ

24:48

ชินสี

24:50

แต่ขันน้ำพุทธเจ้ายังไม่ได้ขันน้ำมนต์

24:54

มันเป็นขันธ์น้ำเฉยๆพระก็ตั้งสัทยาธิฐาน

24:59

ขอบารมีพระพุทธเจ้าเป็นที่ขึ้นท่านก็ว่า

25:03

ยาวหน่อยนะมนต์บทนี้นะโพตุพังภิกขเว

25:09

อาจารย์ยกทรงนะ

25:11

ท่านเสกด้วยคาถาภูตบุพพังภิกขเวไม่เป็น

25:16

คาถาขาขับผีจำไม่ดีนะทุกคนนะถ้าว่าไม่ดี

25:20

ผีขับเอานะ

25:23

ว่าแล้วตั้งใจว่าดีถ้าว่าไม่ดีผีขับ

25:26

กระเดกกระเด้งมาจะไปทูตพระไม่ได้นะ

25:31

ว่าภูผู้ฟังพิก็ไปเทพจบ

25:36

จะใบ้หวยหรือไงวะเนี่ยผีหนี

25:40

เพราะว่าจบทั้งหมดพระอนม์ก็ไปพรหมเวลาไป

25:43

พรหมก็นึกถึงบารมีพระพุทธเจ้าว่าคถาว่า

25:46

นี้เรื่อยไปรอบเมือง

25:49

พอพรหมไปรอบเมืองแถบนึงปรากฏผีมันหนีจาก

25:53

เมืองแถบนี้ไปจะออกประตูไอ้เจ้าผีมันมาก

26:00

มันออกประตูไม่ทันมันดันกำแพงเมืองพังไป

26:02

แถบนึง

26:04

เหมั้ง่าง่าว่าได้เมื่อครูบพังอ่ะ

26:09

ว่าจะฝาพังดูทีมันออก

26:14

ก็รวมความว่าบรรดาเมืองนั้นก็มีความสุขมี

26:17

ความสำราญฝนตกต้องตามทางการฝนดีมีความ

26:22

เป็นอยู่ดีพยันตัญญาหารดีรวย

26:26

นี้พระพุทธเจ้าก็กลับเมื่อเวลาพระ

26:29

พุทธเจ้ากลับเค้าก็ทำอย่างนั้นเทวดากลาง

26:32

ร่มพรหมกลางร่มไอ้ทางที่มันไม่ราบเรียบก็

26:36

ราบเรียบร่มรื่นดีมาก

26:40

มันเป็นทางปรับดีมาฝั่งนี้พอถึงชายฝั่ง

26:44

พระราชาเมืก็มาส่งเรือที่ข้ามพระพุทธเจ้า

26:48

ลอยคอมาถึงคอกลับพระเจ้าิสันก็ไปรับลงไป

26:54

รับจากน้ำถึงคอเหมือนกัน

26:58

ก็เป็นว่าเมื่อองค์สมเด็จพระภักกวัน

27:00

บรมศาสดากลับมาพักที่พระเวรหารแล้วก็มี

27:05

บรรดาพระสงฆ์ไม่ถามองค์สมเด็จพระที่แก้ว

27:10

ว่าพันเตภควาข้าที่องค์สมเด็จพระผู้มีพระ

27:14

ภาคเจ้าผู้เจริญพระพุทธคา

27:17

ข้าพพุทธเจ้าอยากจะทราบ

27:20

ว่าด้วยอานุภาพอะไร

27:24

ในเมื่อกฐานจากที่ทรงราชคฤมหานครไปสู่

27:27

ทาตุน้ำมันเต็มที่ป่าชัด

27:31

เวลาที่องค์สมเด็จพระทรงสวัสดิสมภาคเสด็จ

27:34

ไปมันกลายเป็นถนนราบเรียบรื่นแล้วใหญ่ตัว

27:38

มากกว้างขวางแม้แต่ผงนิดหน่อยก็ไม่มีขวาง

27:43

2 ข้างข้างทางก็มีต้นไม้ดอกไม้สวยสดงด

27:47

งามมากแล้วก็ในระหว่างข้างๆก็มีเทวดายืน

27:51

ถือธงเป็นแถวมีพรหมและเทวดากั้นร่มถวาย

27:56

พระฝั่งนี้กับฝั่งโน้นก็เหมือนกันแล้วก็

28:00

ไปถึงฝั่งโน้นก็ปรากฏว่ามีมาถึงปั๊บฝนตก

28:05

ทันทีขับบรรดาสิ่งทั้งหลายเหล่านี้ที่

28:08

เน่าให้หมดไปสร้างบ้านเมืองสะอาดแล้วฝนตก

28:13

สพาน้เป็นแตงๆตามตามฤดูกาล

28:18

หรือว่าช่วยฟันยาหารดี

28:22

สมเด็จพระยินสรีบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า

28:25

ท่าตรัสว่าภิกขวีตัวก่อนภิกษุทั้งหลาย

28:30

อานิสงส์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ไม่ใช่

28:32

อานิสงส์ที่อาตมาภาพในตถาคตบรรลุอภิเศษ

28:36

สัมมาโพธิญาณเอาเห็นมั้ยต้องทรงฟังให้ดี

28:40

นะจำให้ดีนะไม่ใช่ให้อานิสงส์สมเด็จพระ

28:44

สัมมาสัมโพธิญาณ

28:47

เป็นอานิสงส์เมื่อสมัยก่อนตถาคตเป็น

28:51

พราหมณ์

28:53

และก็ยังเป็นพราหมณ์คนจนเวลานั้นมีลูกชาย

28:58

คนดีอยู่คนหนึ่งเป็นลูกชายหัวปีแล้วก็

29:02

เป็นลูกชายคนสดท้อง

29:05

เป็นไง

29:07

ก็ไม่มีคนเดียว

29:10

ออ

29:11

ไม่น่าจะยังโง่

29:15

เป็นลูกชายคนเดียวเป็นลูกชาย 6 ปีแล้ว

29:18

เป็นลูกชายคนสุดท้องใช่มั้ย

29:21

ต่อมาเมื่ออายุประมาณ 16 ปีเเป็นพราหมณ์

29:28

ตามธรรมดาพราหมณ์ต้องให้ลูกชายเรียนไตร

29:31

เพศใช่มั้ยอีรุเเพศยุเเพศสามเภศนะ

29:37

ทั้ง 3 อย่างทั้ง 3 เพศฉันไม่รู้เลยฉัน

29:40

เพศฉันรู้ 2 เพศ

29:42

เพศผู้ชายเพศผู้หญิง

29:48

ก็ไม่เก่งอยู่ 2 สิเดี๋ยวก็วยยังไม่จบนี่

29:52

หว่า

29:54

เสียว

29:58

ให้เรียนให้เรียนไตรเทศน์กับเพื่อนคือ

30:01

เพื่อนเป็นพราหมณ์นี่สอนอัธรรม

30:04

แต่ว่าท่านลูกชายของท่านพราหมณ์คนนี้ฉลาด

30:08

มาก

30:09

ตามหลักวิชาเ้าเรียกเรียนกัน 3 ปีท่าน

30:12

เรียนแค่ 6 เดือนจบหมด

30:17

จบแล้วถามจะเก่งกว่าอาจารย์นิดๆที่ว่า

30:20

เก่งอาจารย์เนี่ยความรู้มีความฉลาดกว่า

30:23

อาจารย์แต่ก็แต่ก็อ่อนสู้อาจารย์ไม่ได้

30:26

เพราะอาจารย์เป็นอาจารย์

30:28

ก็มีความเคารพเป็นอาจารย์อาจารย์เให้สอน

30:32

ลูกศิษย์แทนต่อมาท่านก็มีความคิดว่าความ

30:36

รู้ในไตรเทที่อาจารย์สอนไม่มีทางพ้นทุกข์

30:41

มาแล้วมั้

30:44

ไม่ใช่ทางพ้นทุกข์จึงถามว่าอาจารย์ความ

30:46

รู้ที่มีเหนือจากนี้มีไหมอาจารย์ก็บอกว่า

30:51

มีแต่ว่าไม่ใช่ที่มีท่านถามว่าที่ไหนก็

30:55

บอกว่าไปที่ภเขาคันธมาส

30:58

อาจารย์ที่นั่นมีความฉลาดกว่าอาจารย์มาก

31:01

ไม่คือพระปัจจพุทธเจ้าสิเป็นที่อยู่พระ

31:06

ปัจเจพุทธเจ้าฉันก็ไปฝากพระบเจพพุทธเจ้า

31:09

องค์หนึ่งให้ศึกษา

31:11

ท่านศึกษาต่อได้ไม่กี่วันตามหลักสูตรเ

31:14

ต้องเรียนเป็นพระที่ดีมากชาวบ้านชอบมาก

31:19

พระเจพุทธเจ้าก็ไม่มีอะไรแล้วกิเลสไม่มี

31:22

ใช่มั้ยใครอยากจะฟังเทศน์ก็เทศน์ให้ฟัง

31:26

ใครอยากจะคุยธรรมะเพื่อความเข้าใจก็คุย

31:29

ให้ฟังทุกอย่างเป็นที่เคารพแต่ว่าเป็นที่

31:33

น่ายินดีอย่างยิ่งในส่วนหนึ่งคือท่านมี

31:38

อายุน้อยตายเร็วมีความสุขดี

31:43

ไม่

31:45

ตาย

31:45

>> อ้ามันอยู่ก็โปรดต้องขี้ปวดทั้หิว

31:48

ข้าวตายไปนิพพานไม่หิวข้าวแโง่แ

31:55

อายุได้ไม่นานเท่าไหรวานปีเสร็จท่านก็

31:58

นิพพาน

31:59

เมื่อท่านนิพพานชาวบ้านก็ทำการชาวคือเผา

32:03

ศพเผาศพแล้วก็สร้างเจดีย์มีประจุกระดกไว้

32:07

ที่สักการะของเขาต่อมาพราหมณ์ผู้เป็นพ่อ

32:12

พราหมณ์ผู้เป็นพ่อก็คือพระพุทธเจ้าของเรา

32:14

เองไม่ใช่ใครพระพุทธเจ้านี่ดีมีลูกเป็น

32:19

ประเภทเจพระพุทธเจ้าเยอะแต่พระองค์ยังไม่

32:21

ได้เป็น 8 ฉันเนี่ยยกทรงมีลูกหลายคนยัง

32:25

ไม่มีลูกเลย

32:29

ก็เป็นอันว่าพ่อมีความคิดถึงลูกว่าหายไป

32:32

นานก็ไม่ถามพราหมณ์ผู้เป็นเพื่อน

32:36

ถามว่าลูกของฉันไปไหนพราหมณ์ก็บอกว่าเ

32:40

เรียนให้หน่อยเดียวเจบจะให้เป็นครูเธอ

32:43

ต้องการความรู้ยิ่งไปกว่านั้นฉันก็ไปฝาก

32:46

พระพเจพพุทธเจ้าที่พวกเขาข้าธมาส

32:49

ท่านพ่อก็ตามไปที่พวกเขาข้ามก็ไปพบพเจพ

32:53

พุทธเจ้าที่เป็นครูสอนท่านบอกเกับฉันไม่

32:57

นานเก็จบหลักสูตรแล้วมีความขยันหมั่น

33:01

เพียรมากมีกำลังใจดีเขอแยกไปปฏิบัติตนใน

33:04

ที่สงัดที่หมู่บ้านโน้น

33:07

พราหมณ์ผู้เป็นพ่อก็ตามไปอีกเมื่อตามไป

33:10

แล้วไปถามคนแถว่ารู้จักพระปเจพพุทธเจ้า

33:13

ชื่อนี้มั้ยเขาบอกไม่รู้จักคนแถวนี้เคารพ

33:17

พระพเจพพุทธเจ้าองค์นี้ทุกองค์ทุกคน

33:21

ถามว่าเวลานี้ท่านอยู่ใดเบอกท่านนิพพานไป

33:24

แล้ว

33:26

ท่านพ่อก็เสียใจสลดใจอยากจะคบลูกไม่พบใช่

33:29

มั้ยก็ถามว่านิพพานไปแล้วเวลานี้กระดูก

33:33

เอาไว้ที่ไหนเค้าบอกว่าบรรจุไว้ที่เจดีย์

33:35

อันนั้นท่านก็ไปที่เจดีย์ทำความเคารพที่

33:39

พ่อไหว้ลูกนะเคารพกราบตูดกระดกกระดกกระดก

33:45

อย่างยกทรงกราบ

33:49

ตามความเคารพก็คิดว่าเวลานี้ลูกเป็นพระ

33:52

ปัจเจพุทธเจ้ามีบุญใหญ่เราจะทำบุญอะไรไอ้

33:55

เราก็เดินทางมาอย่างนี้ไม่มีการเตรียมตัว

34:00

ก็ไม่มีอะไร

34:02

สุขเอาอย่างนี้ก็แล้วกันไปเอาทรายมา

34:07

โรยพื้นที่ข้างๆจะดีรอบจะดีนะให้เรียบรั

34:15

ให้เรียบให้ทางเดินดีๆนะคนไปคนมาเวลาที่

34:19

เขาจะเดินมาบูชาเจะได้สะดวกไม่ไม่โขไม่

34:24

เผัวระแหงนะ

34:27

แล้วก็ประการที่ 2 ไปเอาไอ้พันต้นไม้ใน

34:31

ป่าถ้ามันมีดอก

34:34

มาปลูกรอบๆข้างๆทางนี่ประการที่ 2 นะ

34:39

ประการที่ 3 ไต่ขึ้นไปบนยอดจะดี

34:43

มีของดีมาคือมีผ้ากับม้าผูกเป็นธงก็มันมี

34:49

ทั้งนั้นไม่แก้ผ้าบนตัวแล้วหนีมีขม้านะ

34:53

ถ้าไม่มีขม้าแจะแก้ผ้าทำธงก็ได้แล้วก็

34:57

ประการที่ 4 ต่อไปก็เอาร่มที่ก้างมาผูก

35:02

ไว้บนยอดเจดีย์

35:04

สมเด็จพระชินศรีบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า

35:08

ตรัสว่าภิกขเวตัวก่อนภิกษุทั้งหลาย

35:12

อานิสงส์ทั้งหลายที่ตรเกิดขึ้นในกาลนี้ไป

35:15

เป็นอานิสงส์ครั้งนั้น

35:18

ไม่ใช่อานิสงส์ที่ตถาคตมนุษ

35:20

อริเสัมมาสัมโพธิญาณ

35:23

คือ 1 การเอาทรายเข้ามาเกลี่ยพื้นที่รอบๆ

35:28

อย่างดีให้เป็นทางเดินรอบๆอย่างดีเป็นที่

35:30

ราบเรียกว่าคนพุเดินทางจึงปรากฏเป็นถนน

35:35

ใหญ่ขนาดพระนับแสงข้ามไปได้แบบสบายๆกว้าง

35:40

มากและเป็นการที่ 2 การที่นำต้นไม้ในป่า

35:44

ที่มีดอกม้าปลูกข้างทางก็เป็นเหตุให้มี

35:49

ต้นไม้ทิพย์ 2 ข้างทางสวยสดงดงามมาก

35:53

และก็ประการที่ 3 ที่ตถาคตนำผ้าทำเป็นโท

35:59

่าขม้าโคยอดจะดีจึงมีเทวดาถือธงเรียงราย

36:03

ตลอดสายถนนและบรการที่ 4 ก็เพราะอาศัยที่

36:08

เอาร่มที่มีมาผูกยอดดีๆกับเงาร่มจึงมี

36:13

เพียงมีพรหมกลางร่มให้กับตถาคตแพระพระ

36:16

ทั้งหมดอันนี้แหละบรรดาท่านพุทธบริษัท

36:19

อานิสงส์เล็กน้อยที่อย่าเพิทำก็จงอย่าคิด

36:24

ว่าทุกคนมีบุญน้อย

36:27

วันนี้ทุกคนมีบุญใหญ่ตั้งใจเคารพองค์

36:31

สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า

36:36

ส่วนมากก็เป็นคนมาจากที่ไกลตั้งใจมาโดย

36:39

เฉพาะ

36:43

การมาทำบุญของท่านก็มีสงฆ์หลายอย่างหนึ่ง

36:46

ตั้งใจสมาทานศีล

36:49

ที่เราว่ากันวันนี้ว่ามาวันมาฆะนี่พระ

36:53

พุทธเจ้าทรงสอนเรื่องคำเรื่องธรรมะจาก

36:55

ขั้นสูงใช่มั้ยการตั้งใจสมาถีท่านเป็นศีล

37:00

มีศีลานุติกรรมฐาน

37:03

เป็นสมาธิ

37:05

เพราะเวลาเนี้ยทุกคนมีสมาธิในศีลทั้งหมด

37:09

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นศีล 8

37:12

ศีล 8 รักษาไม่ได้ตลอดวันก็ไม่เป็นไรถึง

37:16

เวลาหลังเที่ยงใหม่ๆหลังเที่ยงไปแล้วกิน

37:19

ข้าวได้ร้องไว้จะแค่ศีล 5 พอศีล 8 มัน

37:23

ต้องเป็นอานิสงส์ศิลถ้ากินข้าวแล้วรักษา

37:27

รักษาศีล 5 ก็เลย 2 ชี 5 วันทั้งวันนะไม่

37:31

ขาด

37:33

สีเลนะสุคติงยันติพุทธเจ้ากล่าวว่าการ

37:36

ปฏิบัติศีลไม่เหตุให้มีความสุขทั้งชาติ

37:38

นี้ไปสวรรค์ได้

37:41

สีเลตโภก็สัมปทาอันนั้นหน่อยซิ

37:46

การปฏิบัติศีลให้มีความสุขในลาภยศในใน

37:50

ทรัพย์สินต่อไปมันก็ร่ำรวยมาก

37:56

สีเทิพติงันติ

37:59

ศีลเป็นปัจจัยไปนิพพานได้โดยง่ายันนี้

38:01

ความดีของท่าน

38:05

อย่าลืมมาว่าทุกคนเวลาช้าแล้วสาวโบสุศีล

38:10

ถ้ามันมีความจำเป็นจริงๆตอนบ่ายอดข้าวไม่

38:14

ได้ก็ไม่ต้องลาศีล 8 ตั้งใจรักษาศีล 5

38:18

ศีล 8 ยังคงโทยังมีอานิสงส์ศีล 5 ก็ได้

38:22

อานิสงส์ต่อไป

38:26

แล้วก็ประการที่ 2 ทุกคนมาถวายสังฆทาน

38:29

เป็นโต

38:31

แล้วก็ถวายอาหารพระก็เป็นสังฆทานใหญ่

38:35

การถวายสังฆทานนี้บรรดาท่านพุทธบริษัท

38:38

ทั้งหลายอานิสงส์ที่จะพึงได้จากสังฆทาน

38:42

จริงๆอย่างต่ำเป็นเทวดาและนางฟ้าชั้นที่ 5

38:47

นะไม่ใช่ชั้นดาวดึงส์

38:51

เ้าเรียกว่าชั้นในมารดีมีความสวยสดงดงาม

38:54

มากมีวิมานใหญ่มีร่างกายสวยมีรัศมีกาย

38:57

สว่างไสวมากแต่ส่วนใหญ่ที่ไปดาวดึงส์ก็

39:02

เพราะว่ารู้จักดาวดึง

39:05

ตั้งใจแวะก่อนใช่มั้

39:09

อานิสงส์ทานของท่านโดยเฉพาะอย่างยิ่ง

39:11

สังฆทานท่านถวายแล้วครั้งหนึ่งในชีวิตพระ

39:15

พุทธเจ้ากล่าวบอกว่าถ้าตายจากชาตินี้ไป

39:19

แล้วขึ้นชื่อว่าความยากจนเข็นใจของท่านจะ

39:23

ไม่มี

39:25

ถ้ายังไม่ถึงนิพพานเพียงใดแดอันใดที่มี

39:28

ความอุดมสมบูรณ์สุขจะเกิดที่นั่นที่ไหนมี

39:32

ความยากแค้นจะไม่เกิดที่นั่นจึงกว่าจะ

39:35

เข้าถึงนิพพาน

39:39

แล้วประการที่ 3 ทุกคนตั้งใจฟังพระ

39:41

ธรรมเทศนาเป็นคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระ

39:44

สัมมาสัมพุทธเจ้า

39:47

การฟังว่าธรรมเทศนานี้เป็นกรรมฐานการนึก

39:51

ถึงการให้ทานก็เป็นกรรมฐานเหมือนกันวัน

39:53

นี้ว่าเป็นกรรมฐาน

39:55

กรรมการตั้งใจว่าจะมาถวายทานกับพระสงฆ์

39:59

เป็นจาคานสติกรรมฐานเป็นฌานแล้วนะการตั้ง

40:04

ใจรักษาศีลไว้จะใช้เวลาน้อยๆก็เป็นฌาน

40:08

การตั้งใจถวายทานเป็นจาคานุปติฐาน

40:12

ก็เป็นฌาน

40:14

แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งการถวายทานเป็นทาน

40:17

บารมี

40:20

แล้วนอกจากนี้อานิสงส์ที่บรรดาทาง

40:22

พุทธบริษัทจะพึงได้ก็มีหลายอย่างด้วยกัน

40:26

โดยเฉพาะอย่างยิ่งยิ่งเวลานี้ที่วัดถ้า

40:29

ทรงเทพื้นคอนกรีต

40:32

เห็นมั้ยพื้นทางเดินนี่เป็นคอนกฤตเดี๋ยว

40:37

ไปดูที่หน้าวิหาร 100 ม.

40:40

เกือบจะเต็มแล้วแล้วก็ไปดูที่ 25 ไร่ก็

40:45

เกือบจะเต็มแล้วคืนคอนกฤตนี่ก็ใช้เงินนิด

40:50

ๆหน่อยๆไม่มากเงินน้อยๆนะไม่แพงนะ

40:55

ก็ตาตรางเม็ดก็ 100 บาท

40:58

เอาแค่เม็ดนะถ้าใครสร้างเม็ดเดียวชาติ

41:02

หน้าก็มีบ้านเท่าสาวภูมิ

41:08

ก็จะมีมากไงแคมีเม็ดเดียว่ะ

41:12

ตั้งตตั้งตั้งเสาเสาเดียว

41:17

แล้วก็มีบันไดลงไม่ได้เลยพื้นที่ต้องต่าย

41:21

เสาลงที่ไปลง

41:26

>> ตาตารางเม็ดละ 100 บาท

41:29

ลงทุนเต็มพื้นที่พื้นแรกจุดเดียวเฉพาะที่

41:33

25 ไร่กับที่วิหาร 100 เมก็มีที่เทใหม่

41:39

จริงๆประมาณ 40 ไร่

41:43

ถ้าที่มาทั้งหมดจริงๆมัน 50 ไร่กว่านะก็

41:47

เทก่อน

41:50

ก็มีทุนแล้วทั้งหมด 2 ล้านเศษๆ

41:55

ปรากฏว่าที่ซอยสายลมทำบุญกันมา 11,1,000

42:04

12,17

42:07

รวมแล้วนะรวมทั้งที่ทำเก่าทำไมด้วย

42:12

แต่ทุนที่จะสร้างจริงๆก็ 6 รุ่นแรกเ 6

42:15

ล้าน 400,000 บาท

42:18

ฉันก็เก็บเงินเหลือจากเดือนก่อน 2 ล้าน

42:21

บาทถ้าเงินเหลือเดือนนี้อีกประมาณ

42:24

5-600,000 บาทสมเส่า

42:28

ตลงความว่ายังเป็นหนี้อีกประมาณ 3 ล้าน

42:31

เศษๆนิดหน่อย

42:35

ลูกของฉันรวยเดี๋คนนั้นมั่งคนนี้มั่งใช่

42:38

มั้ยก็เป็นว่าทำพื้นที่อย่างนี้มันก็

42:43

เหมือนกับพื้นที่ที่พระพุทธเจ้า

42:46

ทำให้แก่พระปเจงพุทธเจ้า

42:50

แต่นั่นท่านทำด้วยความเป็นคนจนแต่ฐานะก็

42:54

ไม่น่าจะจนนักแต่ถ้าว่าเป็นคนเดินทางเอา

42:58

ทรายเข้ามาเกลี่ยใช่มั้ยให้เป็นทางเดินตา

43:02

นี้เราทำดีกว่านั้นไปอะไรครับ

43:04

>> ก็เป็นคอนกรีต

43:06

เพราะเราเป็นทำดีกับพ่อต้องทำไปอภิชาตบท

43:09

นะเพราะเรามีเวลาทำทุนถ้าถามว่าการตัดสิน

43:14

ใจตัดสินใจเมื่อไหร่ฉันจะตัดสินใจมานาน

43:17

แล้วฉันมองมาหลายปี

43:20

ว่าพื้นที่แถวนี้ทั้งหมดอ่ะอย่างหน้า

43:23

วิหารเนี่ยก็มีคนมาแนะนำบอกคนจะทำเป็น

43:26

สนามหญ้ามันจะสวยสดงดงาม

43:30

ฉันก็เอาสนามหญ้าฉันก็เอา

43:33

จะทำแบบนั้นแบบนี้ฉันก็เอาฉันมันชอบเ้าทำ

43:38

สวยๆดอกไม้ประดับประดาเอาหญ้ามาปูใช่มั้ย

43:42

พอถึงเวลาจะทำเสร็จพระพุทธเจ้าองค์มาคุม

43:46

อยู่

43:47

ถ้าบอกแกจะเอาไงก็เอาฉันไม่ว่าแกถ้าฉันจะ

43:51

เอางี้

43:56

นี่ของแกจะทำสนามหญ้าแกก็ทำไปจะปลูกดอก

44:01

ไม้แกก็ปลูกไปแต่ฉันจะถือพฤสงกร

44:05

คือการทำสนามหญ้านมันสวยแต่ว่าที่จอดรถ

44:09

ไม่ได้

44:11

ประการที่ 1 ประการที่ 2 สนามหญ้าต้องใช้

44:15

เงินทุกวัน

44:18

รดน้ำก็ต้องจ้างคนเอาน้ำขึ้นมาก็ใช้กระแส

44:21

ไฟฟ้าเพื่อนจากคนก็สึกหลอเอาเงินเขาไว้

44:26

บ้าชาวบ้านไว้ถล่มทลายทำไมก็ด่าเอาเลย

44:30

สบายมากถ้าไม่ได้ด่าก็พูดให้ฟังถ้าเป็น

44:33

ด่าให้เป็นด่ายกทรงไปนะถ้าบอกเป็นการไม่

44:38

สมควรเอาอย่างงี้เทพื้นคอนกฤตให้หมดแล้ว

44:43

ก็แบ่งจุดไว้เป็นส่วนๆปลูกต้นไม้เป็นจุดๆ

44:47

ใช่มั้ยรถมาจอดก็จอดง่ายเดินก็เดินสะดวก

44:51

งูก็ไม่กัด

44:54

งูมาก็เห็นง่ายนี่เป็นความสงพพุทธเจ้านะ

44:57

แล้วเธอบอกอานิสงส์ต่อไปเธอก็ดูอานิสงส์

45:00

ของฉัน

45:03

สมัยที่ฉันบูชาพระบัเจพุทธเจ้า

45:07

อันหน่าแค่เอาทรายมาโรยให้ที่ราบเรียบน

45:11

ทรายมาเรียบรพื้นคังกฤต

45:16

ฉะนั้นท่านก็เลยย้อนถามมาบอกว่าสมัยก่อน

45:20

เธอย้อนดูไปทีเกิดมากี่ชาติทำอะไรบ้างแห

45:25

โอ้จริงๆไอ้พื้นนี่ฉันทำทุกทุกชาติถนนทำ

45:29

ทุกชาติอาคารทำทุกชาติใช่มั้ยชาตินี้ถือ

45:33

ว่ามีบ้านเล็กๆน้อยๆไม่ค่อยที่อยู่เนะมี

45:36

เนื้อแค่ 2 ไร่บ้าน 200 ไร่บ้านเต็มไปหมด

45:41

เล็กๆน้อยๆ

45:41

>> เล็กๆน้อยๆ

45:44

แต่บนี้อานิสงส์เก่าของเธอเพราะก็ฉันช่วย

45:47

ท่านช่วยด้วยนะฉันต้องการรื้อฟื้นของเก่า

45:51

ของเธอให้มารวมตัวกันทั้งนี้เพราะอะไร

45:54

เพราะลูกมากหลานมากไอ้ลูกไอ้หลานทุกคน

45:58

กำลังเกิดติดตายกันมาทุกชาติเลยตอนนี้

46:01

ชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายของเธอก็ให้เป็น

46:03

ชาติสุดท้ายของมันซะด้วย

46:06

กัน

46:07

>> ไม่ไปด้วยกันอดตายเราคนแก่

46:11

นะแล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างพื้น

46:15

ประเภทนี้เป็นความสุขที่ให้ให้ความสุขแก่

46:20

คนทุกคนที่มา

46:22

ถ้าเราให้ความสุขกับเขาความสุขมันก็ถึง

46:26

เราเพราะโดยเฉพาะอย่างยิ่งขึ้นว่าความตก

46:29

ต่ำทรุดตัวลงจะไม่มีสำหรับคนสร้างพื้น

46:35

มันหนักใช่มั้บุญใหญ่จริงๆเค้าต้องเดิน

46:38

ทุกวันน่ะพอกุฏิเนี่ยมันนานขึ้นทีเวลาจะ

46:42

นอนพื้นต้องใช้แต่พื้นที่ทำที่ 25 ไร่กับ

46:47

ที่ที่ 100 เม็ดนี่ยังไม่พอที่รับแขกให้

46:49

ทำอีกค่อยๆทำไป

46:52

ถามว่าเงินที่ไหนเงินใดก็ตามถ้ามันเหลือ

46:55

ทำไปเลย

46:57

ถามว่าถ้าทำยังไม่เหลือถ้าไม่เหลือไปนี่

46:59

แกไปนี่ก่อน

47:03

ก็ต้องไม่ได้ทำก็ทำเรื่อยๆมาจนกระทั่งหมด

47:08

เงินไปหลายล้าน่ะข่อยจะบอกบุญน่ะอจะบอก

47:12

ให้ทราบก็รวมความว่าวันนี้บรรดาท่าน

47:15

พุทธบริษัทก็ทราบในสงฆ์หลายอย่างแล้วนะ

47:18

คือเพศมาเพศไปพระกินข้าวแล้วนี่มันหิว

47:22

แล้วโยมยังไม่ได้กินใครหิวข้าวมายกมือดิ

47:27

ยกมือดิ

47:30

ถ้าหิวเยเทศน์ต่อไป

47:34

ทำไม

47:36

>> อ้าวเอานี่ฉันรู้สึกพ่อโต

47:41

ยังไม่หิวไม่หิวโทษเทศน์ไปหน่อยอีตอนนี้

47:45

ไม่เทศน์เล่าสู่กันฟังเมื่อกี้คงไม่ความ

47:49

ถนัดนักก็สมัยหลวงพ่อโตสมเด็จพุทธาจารย์

47:53

โตน่ะท่านเป็นพระราชาไม่เรียงลำดับครับ

47:59

ท่านเป็นพระราชาคณะชั้นต้นสามัญ

48:05

เลื่อ่นไมธีเป็นชั้นเทพ

48:09

เลื่อ่นไมธีเป็นสมเด็จ

48:13

ไม่ได้ข้ามมุดมา

48:17

ข้ามเดี๋พวกจับขาก็ถูกลมตายนะทั้งนี้

48:22

เพราะอะไรสมเด็จพ่อโตไอ้หนูหิวข้าวไม่รู้

48:27

ถ้าไม่หิวไม่หิวไม่หิวตบันเทศน์อยู่เนี่ย

48:31

เดี๋ใครมันยกมือหิวมากเทศน์ไม่จบอ่ะ

48:35

>> ตามธรรมดาต้องเทศน์ให้คนมีความสุขใจ

48:39

>> ใครยังมีความทุกข์ลำบากอยู่เทศน์อยู่นั่น

48:42

แหละ

48:43

ถ้ายิ่งหิวยิ่งเทศน์เทศน์หันหายหิวให้ได้

48:48

นี่วันนี้ขาขาเดินไม่ได้ไปข้างเลย

48:52

>> ฉันน่ะต้องนั่งรถต้องนั่งรถอ่ะตรงพระเจ็บ

48:56

ขามาเจ็บหมดเฉยๆ

48:59

ไม่รู้เป็นยังไงอยู่ๆกลับไปจากซอยซื้อลง

49:02

มาเจ็บเดินไม่ได้ครับเ

49:04

>> อ๋อเป็นเพราะพื้นยังไม่เต็ม

49:06

>> เออใช่ๆอ้าต้องรีบเทพื้นให้เต็มนะทุกคนนะ

49:11

ไม่งั้นไอเป๋อีข้างจะลำบากเออ

49:16

ต้องแบก

49:20

แล้วได้เรียนเรื่องกันนี้ว่า 5 ช่โมง

49:24

เดี๋ยวเล่าเลี่ยงพระโตให้ฟังเอามั้

49:27

>> อเอามั้ยของที่ดี

49:29

>> เอาคนเดียวเนี่ยมันไม่เป็นเอกฉันใครอยาก

49:33

จะฟังยกมือขึ้น

49:35

>> เออเออใช้ได้เป็นเอกฉันเออ

49:40

หลวงพ่อโตท่านเป็นสมเด็จแต่ความจริงหลวง

49:43

พ่อโตจริงๆท่านเป็นลูกรอนหนึ

49:46

>> โอจริงๆเลย

49:48

>> จริงๆไม่เชื่อไปถามร่อนน

49:53

ที่สะพานพุทธอ่ะที่เคยเคยถามว่าท่านแล้ว

49:55

นะท่านยอมรับว่าทราบกันว่าจะนิ่ง

50:00

>> นิ่งๆ

50:02

รับด้วยการเสรีภาพแบบพระพุทธเจ้ามั้เล่า

50:05

ออ

50:05

>> พพุทธเจ้าแต่ใครเ้ามนเฉยเฉยแสดงว่ารับ

50:12

คือว่าเรื่องมันอย่างงี้สมัยนั้นพระเจ้า

50:15

ตากสินยกทัพไปทางด้านทิศตะวันตกใช่มั้ย

50:19

เหนือ

50:21

ก็ไปสังเกตทัพพม่าจะเข้ามารึก็ไปวางแนว

50:26

ทหารไว้อีวันหนึ่งก็เอาไปตรวจแนวทหาร

50:32

เอาไปสวดแนวทหารก็ไปเจกระท่อมกระท่อมนึง

50:37

อ่ะให้ตังค์ให้หนีโยมให้ตังค์เข้ามาเ้า

50:40

นึกนึกว่าลูกหนี

50:47

>> เออก็ไม่ได้เรียนอะไรนะเดี๋ยวๆๆ

50:52

ใครเจะได้ฟังสบายๆ

50:55

>> คือคือว่า

50:58

ท่านก็ไปดูทหารก็ตรวจแนวก็กลับมาก็ย่องๆ

51:03

เจอะกระท่อมกระท่อมหนึ่งอยู่กลางนา

51:08

แต่ปรากฏพระราชบิดาแล้วพระแม่

51:13

เขาสาวไม่อยู่รูปร่างหน้าตาดีก็ย่องไป

51:17

ตุ๋งติ๋งตุ๋งติ๋งตุงติ๋งใช่มั้ยนก็เป็น

51:21

ว่าเป็นที่พอใจกันพ่อแม่เข้ามาเเห็นว่า

51:24

เป็นแม่ทัพใหญ่เก็เลยยกลูกสาวให้

51:30

ขณะที่ขัดตาทับกันอยู่ที่นั่นครับปรากฏ

51:33

ว่าคงไม่นานนักนะก็เป็นปีนะ

51:38

>> เป็นว่าลูก

51:41

ก็เกิดเกิดพระครรภ์ตั้งครรภ์ทั้งโคตขึ้น

51:44

มาตอนที่ยกทัพกลับก็เอาผ้าคาดเอวแต่งเต็ม

51:49

ยศให้ไว้ว่าถ้าลูกเกิดมาแล้วก็ส่งลูกเข้า

51:54

กรุงเทพฯเอาผ้าคาดเอวนี้ไปด้วยผ้าคาดเอว

51:58

ยศใช่มั้ย

52:00

>> ให้ไปเลยไปเป็นสัญลักษณ์

52:03

เอ๊เป็นเอต่อมาภายหลังท่าน

52:07

เกิดขึ้นมาบทเณรบทอันตรว่าไปก็เข้า

52:10

กรุงเทพฯก็เป็นเณร

52:12

>> ก็มีผ้าคาดเอวติเข้าไปก็เเวลานั้นรอ 1

52:16

สวรรคตแล้ว

52:19

>> ตอนเข้ามานี่พ่อตายไปแล้ว

52:20

>> พ่อตายไปแล้วแต่ว่าเป็นเณรอยู่พอแสดงผ้า

52:24

กัดเองเค้าก็รู้เลย

52:28

ว่าเป็นลูกรอ 1 แต่ใครก็ยังไม่รับว่าเป็น

52:30

เจ้าใช่มั้ยแต่ว่าเจ้าเอาไปเลี้ยง

52:35

เขาไม่รับว่าเป็นเจ้าแต่เจ้าสงเคราะห์ว่า

52:39

มันรับไม่ได้มันเป็นชัดใช่มั้ย

52:43

>> ก็ต่อมาต่อมาก็บวชพระกับเรียนจบพระ

52:47

ไตรปิฎก

52:50

พระไตรปิฎกแตกฉันมาไม่จบอย่างเดียวเป็นไป

52:52

สมมิคาญาณปี

52:56

ก็จบพระไตรปิฎกอย่างเดียวมันยังโง่บัดซบ

52:58

อยู่คนน่ะ

53:01

เสียกระดาษ

53:02

แต่ว่าไม่จบพระไตรปิฎกอย่างเดียวเป็นไป

53:05

สวิทาญาณแตกฉานมากเวลานั้นร. 4 ก็บวชก็

53:09

โต้กันกับร. 4 พระพุทธเจ้าจันร. 4 ก็ทราบ

53:12

ว่าเป็นเจ้าจึงว่าถือกันเอง

53:17

ต่อมาเมื่อเมื่อร. 4 บวชแล้วก็ศึกลงมา

53:21

เป็นกษัตริย์รีก็ตั้งให้ของโสโตเป็นพระ

53:25

ราชาชั้นสามัญ

53:28

แล้วนิมนต์เข้ามาเทศน์ในวังเรื่อยๆเทศน์

53:31

ไปเทศน์มาก็บริสุทธิ์ชอบใจก็ตั้งเป็น

53:34

ราชานะเลื่อนเป็นชั้นเทพไปเลย

53:39

>> ก็สิใช่ๆเลื่อนเป็นเทพหน่อยเดียวไม่ชัดก็

53:43

เลื่อนไปสมเด็จพุทธาจารย์โต

53:47

โตไม่ใช่เล็ก

53:49

ก็มีเรื่องที่ต้องทะเลาะเบาะแว้งกันอยู่

53:52

บ่อยๆกับร. 4

53:54

เนี่ยก็คอกันนี่ก็ตั้งแต่เป็นพระเนี่ยนะ

53:58

เข้าไปเทศน์ในวังอีกเ้าหนึ่งเทศน์ยังไงก็

54:01

ไม่รู้ไปเทศน์เรื่องประวัติใส่ความเป็นมา

54:03

ของไอ้คนสมัยก่อนไอ้คนสมัยสมัยพระ

54:07

พุทธเจ้าสมัยโน้นน่ะนะ

54:09

>> เอ้าไอ้ไอ้พี่ไอ้พี่น้องเป็นเมียตอนว่าไป

54:13

ว่ามาเนี่ยนะเกิดขึ้นมาก็ลูกพ่อเดียวแม่

54:16

เดียวกันไอ้พี่ชายก็เอาน้องมาเป็นเมียไอ

54:19

ไปมามันก็ลวดๆมันก็ลามมาถึงกับไอ้

54:22

กษัตริย์

54:23

สมัยรัตนโกสินทร์เนี่ยถึงกรุงเทพฯร. 4

54:27

โกรธ

54:30

สั่งถอดจากสมเด็จ

54:33

อันเนี้ยสั่งถอดเลยถอดเถอดก็ไม่เป็นไรถอด

54:38

ยังไม่พอขับออกนอกประเทศอีก

54:42

>> ห้ามอยู่ในขอบขันสีมา

54:45

ไปไงถ้าเป็นเจ้าคุณราชพรหมยานก็ตายห่าไป

54:50

แล้ว

54:53

ไม่รู้จะไปทางไหนมั้

54:55

จะลุกมาขับก็ไปเว่าบ้านเไม่อยู่เราก็ไม่

54:59

ต้องอยู่อยู่บ้านของเรานเบ่งไม่ใช่ไม่ใช่

55:04

ย่อท้อเถียงกันคอดังพอแดงโกรธกันแล้วนี่

55:09

>> ออ

55:09

>> โกรธกันแล้วเมื่อไล่เข้าไปไปนอนนี่โบสถ์

55:12

วัดพระแก้ว

55:15

พระเ

55:15

>> เออถ้าเป็นฉันก็แหงายแขไปแล้วเจไม่มีทาง

55:20

ไปไหน

55:22

พระเจ้าอยู่หัวสั่งให้เจ้าพนักงานไปไล่ว้

55:25

พระแก้วท่านก็เฮ้ยนี่มาที่วัดเว้ยไม่ใช่

55:29

ที่ที่หัว

55:31

นี่ที่หัวไม่มีสิทธิ์ในที่วัดวะเอ้าสิที่

55:36

เขาสงฆ์เอาสิไม่ได้เพราะนอนนั้นถึงบ่าย

55:40

ปวดถึงขี้ต้องเยี่ยวของเราไม่รู้ปขี้กันน

55:43

กูต้องเยี่ยวในนั้น

55:46

พอถึงตอนบ่ายๆที่หัวก็สั่งเจ้าหน้าที่ไป

55:50

ก็บอกว่าเอางี้ก็แล้วกันอนุญาตให้สัวโต

55:54

เข้าขอบขันสีมาได้

55:57

ก็ออกจากพกบแก้วเดินท่อมๆมาที่ท่าที่

56:02

ท่าจันท์มั้ย

56:04

>> จะข้ามฟาก

56:06

หัวก็สั่งให้พนักงานเอาพัสมเด็จมาถวาย

56:09

>> อ้า

56:11

>> ถามทำไมพอเจหัวสั่งพระสมเด็จถวายบอกเฮ้ย

56:15

ไม่ได้รับไม่ได้ไอ้ห่าใครเ้าตั้งสมเด็จ

56:19

การถนนวะเออ

56:22

มีร่ะสร้างสมเด็จการถนนหนทางแล้วไปนี่หัว

56:26

มึงไม่ใช่เรื่อง

56:28

มีอย่างงี้ใช่มั้อะไรดูถูกกันนี่หวว่า

56:31

>> ตำแหน่งสมเด็จตำแหน่งเล็กน้อยนะเออเจ้า

56:35

หน้าที่มันปรับท่านก็เดินข้ามฝากมาแจ้าง

56:39

จ้างมันแจไม่ทันใจลุ่งแจวไปจ้างเอง

56:43

กูเลิกไปสำเร็จทำอะไรก็ได้วะ

56:47

>> เวลานี้ไม่ใช่สำเร็จนะเว้ยไอ้คนแกไม่ต้อง

56:50

แกไม่ต้องแกเองแกไม่ทันใจเอาเองเอาเองเลย

56:54

>> แจ้งตั้ง

56:56

ต่อมาสำเร็จก็ต้องเสียของใหม่

57:00

ถึงวันเวลาก็นิมนต์ก็ไม่ได้ในวังตั้ง

57:03

สำเร็จต้องเสียพัต้องถวายพระถวายผ้ากาย

57:07

ถวายแต่ใหม่เสียทาสได้

57:11

ต่อมาขอเล่าเรื่องนี้มันไม่จบแล้วเรื่อง

57:14

นี้ตายหมดพันวันนี้ฉันไม่จบหรอกเรื่องนี้

57:17

นะ

57:20

ก็ขอสรุปขั้นสุดท้ายวัน 1 พระชายาเมียา

57:29

เมีย

57:31

>> โชาวบ้านเเรเมียๆดันเสือด้วยชายาไหนเอยู่

57:36

หัวปัจจุบันบอกสมเด็จพระราชินีก็คือเมีย

57:40

แหละเคยคุยกันนะเคยคุยก็คือเมียกัน

57:48

เล่าเรื่องราชินีสมเด็จพระราชินีเปวดหัว

57:52

ก็คือเมียน่ะ

57:54

มีอารมณ์เออคุณ 2 คนไปคนละเรื่องไปคนละ

57:59

เรื่องกับที่คุณเห็น

58:03

ไอ้ตอนหนึ่งเมียกำลังท้องแก่

58:07

มันหมอก็ว่าจะออกวันนั้นก็เป็นวันพอดีวัน

58:11

พระที่สมโตจะไปเทศน์

58:14

คือร. 4 ท่านก็หนักใจว่าลูกมันจะออกมาจะ

58:18

เป็นยังไงบ้างไม่เป็นไงบ้างลูกจะเป็นไง

58:20

บ้างเห็นมั้ย

58:22

คือคิดก็บอกสำเร็จตัวบ่อเ้าบอกวันเนี้ย

58:25

เมียจะออกลูก

58:27

เมียๆเมียจะออกลูกก็ขอเทศน์น้อยๆหน่อยนะ

58:31

ให้สบายๆใจ

58:33

ท่านก็สำเร็จโตท่านก็เทศน์เรื่อยไปเทศน์

58:36

เรื่อยๆเพราะเดี๋ยวโมโหทึกมันก็ขึ้นโลก

58:40

ออกมาทุกข์ก็ขึ้นใช่มั้ยตึงตังครมคราม

58:43

แล้ว

58:44

เพลงไทยก็ขึ้น

58:47

ร. 4 ก็นั่งกสรรพส.อยากจะรู้ว่าแม่มัน

58:50

เป็นยังไงลูกเป็นยังไงใช่มั้ยเพก็เทศน์

58:55

เลย

58:56

ไม่จบก็ลุกไม่ได้เพราะว่าท่านเป็นพระมา

59:00

ก่อนโอ

59:02

>> พระพุทธเจ้าบอกว่าธัมโมคุกาตักโพ

59:05

พระพุทธเจ้ายังเคารพในพระธรรมตอนนี้ตัว

59:09

ท่านเองยังไม่เคารพว่าพระธรรมยังไงขนาด

59:11

เป็นนักปราชญ์มาก่อน

59:13

>> พอสก็ท่านก็เทศน์ด้วยไปรสบายใจท่านก็

59:17

เทศน์ด้วยไม่รู้ว่าเชียเนี่ยจนกระทั่งนาน

59:20

ที่สุดนานหน่าๆ่าคิดใจมันเป็นไงก็ช่างมัน

59:24

ก่อนนะวะมันจะตายหรือไม่ตายถ้ามันจะตาย

59:27

เราก็ช่วยไม่ได้เห็นมั้ยตั้งใจฟังเทศน์ขอ

59:30

โตพอเริ่มจิตเป็นสุขก็ตัดสินใจได้นะตั้ง

59:36

ใจเสด็จโตก็เอวังพอมี

59:41

เอพูดไก็ไม่ว่าอะไรเก็กลับ

59:48

ใช่มั้ยตอนนี้มาอีกวันพระหนึ่งถ้าไปเทศน์

59:51

ทุกวันพระ

59:53

ตั้งใจว่าโอ้วันนี้ลูกผมก็สบายแม่สบายทุก

59:57

อย่างโปร่งหมดงานหมดใช่มั้ยวันนี้ตั้งใจ

60:01

ฟังเทศน์ขอโตให้มีความสุขซักหน่อยอย่าฟัง

60:05

สบายพอโตขึ้นไปก็ขออาราธนาสีเทนะโมตัสสะ

60:10

ภะคะวะโตอะระหะโตสัมมาสัมพุทธัสสะ

60:14

จบใช่มั้ย

60:16

อะไรพระมหาพิก็ทรงทราบอยู่แล้วเอวังของมี

60:25

สพุทโธ

60:27

วันนี้ตั้งใจจะฟังเทศน์สบายเสื่อเทศน์ไม่

60:30

เทศน์กันแล้ว

60:32

วันก่อนไอ้ลูกมันก็อย่าออกแล้วก็ห่วงทั้ง

60:35

แม่ห่วงทั้งลูกตาบันเพศไม่จบ

60:39

ไอ้เราก็จิตใจไม่เป็นสุขก็บอกว่าพระเทศน์

60:43

เขาต้องเทศน์ให้คนมีความสุขในขณะที่จิต

60:48

ยังไม่มีความสุขก็ต้องเทศน์ให้มีความสุข

60:50

ให้ได้แต่วันนี้มีความสุขอยู่แล้วเทศอะไร

60:53

กันน่ะ

60:56

อ่าน

60:57

>> อ๋อกันเอง

61:02

นั่งเยี่ยวเยี่ยวแตกไม่วังยังไม่มีใคร

61:06

เหรอ

61:06

>> ใช่

61:08

นี่จะฟังไปสักกี่โมง

61:11

มันมีเยอะนะเนี่ยวันนี้มีไง

61:15

อีกวันหนึ่งกำลังนั่งนั่งเทศน์กำลังนั่ง

61:18

แขงข้าวอยู่พอจะยถาทัพพีสมเด็จเยี่ยวแตก

61:23

ราชพื้นมาหลายนองเลย

61:27

เข้าใจอีหัวทบอกคุณโตไหแตกมันยังไม่ถึง

61:31

เวลาลุกเลย

61:36

มันยังไม่ถึงเวลาลกก็ไปไงถาพีไม่ถาภีไอ้

61:40

ขี้ไอเยี่ยวใครห้ามได้อ่ะโอ้โอ

61:44

โอ้โหคนในวางถูกหวยก็สะบัดเลยใบ้หวย

61:51

เขาสมัยเโอ้โหถูกกันจมเลยแหมใบ้โหแบบไม่

61:57

ดี

62:00

กลับมาลงเรือมีเรื่องอีกแล้วมีวันหนึ่ง

62:03

เทศน์อีกเหมือนกันพอพอลงเรือจะเข้าปากไอ้

62:07

ผัวเมียไข่รองเท้าทะเลาะกันอีกไอ้ผัวก็

62:11

ด่าเมียเมียเก็ด่าผัวแต่พระเต็มลำใช่มั้

62:15

มันมาตีกันไม่ได้ 2 คนน่ะข้ามมะพร้าวมาตี

62:18

กันไม่ได้

62:20

ท่านก็เลยแวะเข้าไปไอ้หนูทะเลาะกันเรื่อง

62:22

อะไรนะโจ๊ทะเลาะเบอกทะเลาะขัดคอเรื่องขาย

62:27

ของมีขายของผิดราคา

62:31

อาจจะขายถูกไฟใช่มั้ย

62:33

>> ท่านก็ถามว่ามะพร้าวทั้งลำเนี่ย ח

Interactive Summary

เทศนาในวันนี้เน้นถึงหลักธรรมสำคัญในวันมาฆบูชา คือการละเว้นความชั่ว การทำความดี และการชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ นอกจากนี้ยังเล่าถึงการเผยแผ่ศาสนาช่วงต้นของพระพุทธเจ้า และปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นจากการบำเพ็ญบุญเล็กน้อยในอดีตชาติของพระองค์ รวมถึงอานิสงส์ของการรักษาศีลและการถวายสังฆทาน ท้ายที่สุด พระอาจารย์ได้เล่าเรื่องราวและเกร็ดชีวิตของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ที่แสดงถึงปัญญาและวิธีการสอนธรรมะอันเป็นเอกลักษณ์

Suggested questions

7 ready-made prompts

Recently Distilled

Videos recently processed by our community