คำเตือนสุดท้าย ทำไมชีวิตติดขัด? เปิดความลับ "มโนมยิทธิ" ช่วยพ้นภัย | หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
973 segments
เอ่อบรรดาเพื่อนภิกษุสามเณรทั้งหลาย
และญาติโยมพุทธบริษัท
เวลานี้ที่พูดนี่ก็ยังเป็นวันที่ 17
กรกฎาคม 2527
ที่บอกไว้เพราะว่าจะได้ทราบว่าพูดตั้งแต่
สมัยไหน
แล้วต่อไปเสียงนี้ก็จะเป็นเสียงโบราณ
ผมอาจจะตายเมื่อไหร่ก็
ถ้าตายไปเมื่อไหร่เสียงยังอยู่
แล้วจะได้ทราบว่าพูดไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่
ดีไม่ดีญาติโยมสมัยหลังถ้าเราไปเปิดให้
ฟังจะหาว่าเป็นเสียงปลอม
ถ้าบอกไว้คงไม่มีใครปลอม
วันนี้เราก็มาพูดกันถึงอันอนาคตังสยาน
อนาคตังสยานี่
ก็ไม่ใช่อะไรเป็นทิปขุญาณนั่นเอง
ก็รวมความว่า
เราปฏิบัติ
ในทิพจุขอย่างเดียวเป็นผลมาจากมโนยิทธิ
แล้วก็รู้อนาคตได้
อนาคตคือรู้เหตุการณ์ข้างหน้า
รู้เรื่องของเรารู้เรื่องของคนอื่น
รู้เรื่องของสัตว์อื่นรู้เรื่องของสถาน
ที่
ถ้าอยากจะทราบว่าถ้าเป็นคนไทยนะถ้าอยากจะ
ทราบว่าประเทศไทยข้างหน้าจะเป็นยังไง
จะหมดสภาพความเป็นไทยมั้ยถ้าสงครามเกิด
ขึ้นเวลานี้สงครามก็ล้อมรอบประเทศไทย
อ่านหนังสือพิมพ์พบพากญวนยกทัพเข้ามา
ประชิดไล่เขมรติเขตไทย
แล้วก็ทางด้านลาวก็เคลื่อนเข้ามาใกล้เ
กลางแม่น้ำโขง
ทางด้านภาคน่านเค้าก็ก็คิดเข้ามา
ทางด้านตะวันตกทางด้านตะวันตกก็ไว้ใจไม่
ได้
ทางด้านทิศใต้ทางด้านใต้ทางด้านตะวันตก
ตะวันออกของใต้ก็ไว้ใจไม่ได้
ความในทะเลหลวงเราก็ไว้ใจไม่ได้
อยากจะรู้ว่าในสถานที่รอบประเทศมีอะไร
บ้าง
เราก็ใช้กำลังของมโนิธิที่เราฝึก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ดูก็ได้
ถ้าดูอนาคตว่าเหตุการณ์ข้างหน้าจะเป็นยัง
ไง
จะวุ่นวายขนาดไหนใครจะเป็นอะไรบ้าง
อันนี้เราต้องการทราบได้ใช้กำลังของมโนธิ
ไปดูสถานที่ต่าง
ทิกุญาณเราก็ทราบ
เห็นสถานที่ตั้งได้แต่มันไม่ชัดนักไม่แน่
ใจไปไม่ถึงที่ใช้กำลังของมโนิธิ
ไปในที่ตั้งๆของเขาเลย
เขาตั้งกองทหารอยู่ที่ไหนมีอาวุธอะไรบ้าง
อะไรนี้มีกำลังเท่าไหร่
วันนี้เห็นแล้วจะตกใจว่าโอ้อาวุธของเขา
มากมายเหลือเกิน
ของประเทศไทยเรามีไม่เท่าเขา
กำลังพลไม่สำคัญความสามารถสำคัญความฉลาด
สำคัญความสามัคคีสำคัญ
ที่เราจะทรงความเป็นไทยไว้ได้หรือไม่ได้
เราทราบ
เราทราบทราบถึงการปะทะระหว่างทหารไทยกับ
ทหารข้าศึก
ว่ามีสภาพยังไงในวันหน้าเราก็ทราบ
จะได้สร้างความสบายใจให้ปรากฏ
การทราบข้างหน้านี่ครับการพูดอย่างนี้ไม่
ได้สอนธรรมะกันอย่างเดียว
มันเป็นเรื่องประวัติของผมด้วย
แต่อย่าลืมนะครับ
อย่าลืมว่าไอ้การทราบข้างหน้าเนี่ยผมกลาย
เป็นคนบ้ามาหลายปี
ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2518
ผมก็พูดเรื่องน้ำมันในประเทศไทย
ว่าในประเทศไทยมีน้ำมันมหาศาล
มีทั้งแก๊สทั้งน้ำมันเวลานั้นกลิ่นคาวน้ำ
มันยังไม่ปรากฏ
แต่ว่าสิ่งที่ปรากฏตามเสียงผมพูด
ก็คือมีเสียงย้อนเข้ามาถึงหูว่าผมบ้า
ผมก็เลยนั่งนิ่งนี่
ใครจะว่าดีใครจะว่าชั่วเป็นเรื่องของท่าน
ผู้นั้น
จะมีความเห็นเราไปทำลายความเห็นกันไม่ได้
เรามีสิทธิ์จะพูดตามความที่เรารู้เราก็
พูด
ท่านจะมีสิทธิ์ที่จะตำหนิจะด่าจะว่าเป็น
เรื่องของท่าน
ถ้าอาการอย่างนั้นปรากฏขึ้นอย่าลืมนึกถึง
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า
นัตถิโลเกนินทิโต
คนที่ไม่ถูกเลยไม่มีในโลก
วัตถุต่างๆที่ไม่มีการเคลื่อนไหวเช่นหิน
ชิ้นปูนเป็นต้นก็ยังถูกนินทา
แม้แต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเอง
ก็ถูกเขานินทาถูกเขาด่าต่อหน้า
ฉะนั้นทุกคนถือว่าไปให้ถือว่าเป็นเรื่อง
ธรรมดา
อย่าไปสะดุ้งอย่าไปสะเทือนเราเกิดมาเพื่อ
ชาวบ้านเขานินทา
เราเกิดมาเพื่อชาวบ้านเติเตียน
เราเกิดมาเพื่อชาวบ้านเด่า
เราก็ทำตามเรื่องเราอยากจะทำอะไรตามความ
รู้ของเราเราก็ทำท่านอยากจะด่าเราตามความ
รู้สึกของท่านท่านก็ด่าให้เป็นเรื่องของ
ท่านไป
ตอนนี้ไปเราก็มาคุยกันถึงเรื่อง
อนาคตังสยาน
อนาคตังสยานี่
มีประโยชน์มาก
ไม่รู้วิถีชีวิตของเราเอง
ว่าข้างหน้าเราจะเป็นยังไง
เวลาที่เรายังไม่ตายเนี่ยปีไหนจะมีสภาพ
เป็นยังไง
จะป่วยไข้ไม่สบายเป็นยังไงจะมีความดีจะมี
คนชมจะมีคนติเป็นยังไงชีวิตเราจะ
รุ่งเรืองจะจะซบจะซบเซาเป็นยังไง
เราต้องการรู้รู้แล้วก็บันทึกไว้อย่าพูด
ไป
ก็รู้ไว้คนเดียวกาลเวลามันยังไม่ถึงทาง
ที่ดีรู้ยาวๆแล้วก็รู้สั้นๆ
คำว่ารู้ยาวๆหมายความว่ารู้ข้างหน้าไกล
ออกไปหลายๆปีตลอดชีวิต
แล้วก็รู้สั้นๆไว้เป็นเครื่องวัดพยะรู้
สั้นๆวัน 2 วัน 5 วัน 6 วัน 9 วัน 10 วัน
เนี่ยสำคัญมาก
เป็นเครื่องวัดระยะยาวว่าระยะยาวที่เรา
เข้าใจมีความรู้สึกมันจะถูกจะต้องมถ้า
ระยะสั้นถูกระยะยาวมันก็ถูก
ถ้าระยะสั้นไม่ถูกระยะยาวก็ไม่ถูก
นี่ให้มีความรู้สึกตามนี้
แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
เราก็รู้เรื่องของเราไปถ้าระยะสั้นระยะ
ยาวมันถูกหมด
แล้วก็ดูอนาคตไกลแสงไกลนั่นคือตายไปแล้ว
เราตายไปแล้วเราจะไปอยู่ที่ไหน
ก็วัดกำลังใจของเราไว้ด้วย
ตายไปแล้วจะไปอยู่สวรรค์อยู่พรหมโลกแล้ว
ไปนิพพาน
หรือว่าสถานสปฐานไม่เป็นที่พอใจเราอาจจะ
เป็นมนุษย์
หรือว่าจะถอยหลังไปเป็นสติฐานเป็น
เป็นอสุรกายเป็นสัตว์นรก
ดูกฎของกรรมที่เราทำว่ามันจะให้ผลไปไหน
อันนี้เราก็ทราบ
เมื่อเราทราบเรื่องของเราได้เราก็ทราบ
เรื่องของคนอื่นได้
ว่าคนที่เราสัมผัส
ที่เราคบหาสมาคมเขาจะดีหรือเขาจะเลว
นี้เค้าดีเวลาหน้าเค้าเป็นยังไง
ไอ้ผมน่ะก็เป็นคนจังไร
เรารู้แล้วความจริงเราเฉยๆว่าดีกว่า
ความเมตตาเป็นปัจจัยให้เกิดความเร่าร้อน
เหมือนกัน
ถ้าเมตตาไม่ถูกทาง
แล้วผมก็เคยผ่านมาแล้วให้ความเมตตาปราณี
แต่ความดีไม่ปรากฏ
สิ่งที่สะท้อนย้อนหลังเข้ามาคือเพื่อนลืม
ไม่ต้องการ
พอดีแล้วเลืมเลยอันนี้เยอะ
แต่ต่อไปความเร่าร้อนความทุกข์ความไม่
สบายกายสบายไม่สบายใจเกิดขึ้น
ความปรารถนาไม่สมหวังเกิดขึ้นเย้อนถอย
หลังกลับเข้ามาใหม่
ทีนี้ทำยังไงผมก็ยอมผมก็รับในฐานะที่ผม
คิดว่าผมเป็นมิตรที่ดีของคนทุกคน
และสัตว์ทุกประเภทในโลกผมถือว่าผมจะเป็น
มิตรที่ดีตามกำลังใจที่ผมจะอดทนได้
แต่ว่าเรื่องการสงเคราะห์แบบนั้นก็เลิก
กันถืออุเบกขา
ถ้ามาถาม
ก็จะบอกว่าไม่มีอะไรแล้ว
เวลานี้ทุกสิ่งทุกอย่างวางหมด
ผมก็วางจริงๆครับ
วางหมดหมายความว่าผมไม่ยุ่งกับเรื่องของ
ใคร
ใครเขาจะดีเขาจะเลวเป็นยังไงเรื่อง
พยากรณ์ให้ไม่มีอีก
ทั้งนี้เพราะอะไรเพราะผมเข็ด
ตอนนี้อติตังอนาคตก็รู้ของคนอื่น
คนอื่นบรรดาญาติโยมพุทธบริษัท
ที่มีกำลังศรัทธาในพระสงฆ์ในพุทธศาสนา
พระสงฆ์ท่านก็ดีหลายประเภท
บางท่านก็องค์อาจารยยิ้มแย้มแจ่มใสบาง
ท่านก็มีนั่งขึม
อะไรของท่านแต่ละคนจริยาไม่เหมือนกัน
บางท่านก็มีความเมตตาปราณีโอภาปราศัยดี
องค์พระองค์ท่านก็เงียบ
เราก็ใช้อนาคตังสยาน
ว่าพระองค์นี้ถ้าตายจากความเป็นคน
จะเป็นเทวดาหรือจะเป็นพรหมหรือจะเป็นจะไป
นิพพาน
หรือว่าท่านไม่อยากจะไป
จะถอยหลังกลับไปโลกันตนรกอเวจีมหานรกนรก
ขุมไหนเป็นเปสุรกายก็ได้
ใช้อนาคตังสญาณดู
ถ้าดูแล้วเห็นแล้วมีความเข้าใจแล้วบันทึก
ไว้
วันหลังทำใจสบายลืมเรื่องเก่าซะก่อน
เริมลืมเรื่องที่บันทึกไว้ก่อนรวบรวม
กำลังใจไปนิพพาน
ถ้าจิตไปถึงตรงนั้นมันเป็นอุเบกขาจริงๆ
ไม่ยุ่งกับอะไรทั้งหมดจิตสะอาดมาก
หลังจากนั้นก็ทิ้งเรื่องเก่าก็ทูลถามองค์
สมเด็จพระผู้มีพระภาค
ว่าคนนั้นต่อไปข้างหน้าจะเป็นยังไงชีวิต
ในความเป็นมนุษย์ชีวิตเมื่อตายแล้ว
ถึงทั้งที่เขายังไม่เป็นพระอรหันต์ในเวลา
นั้น
แต่ภกสมเด็จภควันก็สามารถจะบอกได้
ถ้าบอกได้แน่ก็มีคนหลายคน
ที่ท่าทางอิเริเขขะเขขะท่าทางมองกันแล้ว
ไม่ค่อยจะดีนัก
แต่ว่าความรู้สึกว่าเวลาข้างหน้าคนนี้จะ
ดี
แล้วเก็บความรู้สึกไว้
บางทีก็คิดว่าเราจะมีความเมตตาเกินไป
แต่ว่าในที่สุด
เขาก็ดีตามนั้น
นี่แหละบรรดาญาติโยมพุทธบริษัททุกท่านถ้า
ใช้อนานาคตญาณทำบุญจะไม่ผิดบุญ
จึงไม่ต้องถูกเหลอกลวง
เคยพบมามาก
ระยะไกลๆ
เห็นญาติโยมพุทธบริษัททั้งหลายเอาเงินไป
ทอดกฐินบ้างผ้าป่าบ้างอันนี้ไม่ใช่ไม่ใช่
ทั่วไปนะอาตมาพบในสถานที่ใกล้จริงๆของ
อาตมา
พอกฐินเข้ามาพอป่าเข้ามาก็เหล้าเต็มศาลา
ปลา
เรืองเล่าเอะไวๆได้รับกฐินมาป่าที 50,000
60,000 ทั้งแสนก็มี
แต่ปีรับหลายครั้งผ้าป่าคิดรับปีแล้วเป็น
แสน
แต่ว่าไม่มีอะไรปรากฏเข้ามาเลยเงินหมด
นี่อย่างนี้ที่ว่าเป็นการทำบุญผิด
ถ้าเราใช้อนาคต
และเจตวุรยานก็
เจโตวริญาณดูกำลังใจของบุคคลผู้รับผลทาน
จากเรา
ที่เราไปทำบุญแล้วถวายเป็นทานทกกดินผ้า
ป่า
แล้วว่าอนาอนาคตังสยานไม่ใช่ที่
อนาคตังสยาน
ดูข้างหน้าว่าคนนี้เงินจำนวนนี้ถ้าเราไป
ถวายไว้เงินจะไปไหนบ้าง
มันก็จะทราบชัดรู้ว่ามันไปผิดทางเราก็ไม่
ให้ซะเลยก็หมดเรื่องไม่ทำแล้วก่อนจะไปจอง
ก่อนจะไปมุกๆสถานที่ที่ทำบุญ
เราก็ดูซะก่อนว่าควรทำหรือไม่ควรทำอันนี้
จะมีประโยชน์กับบรรดาท่านพุทธสัทจะไม่มี
การสูญเสียอะไรทั้งหมดแต่อย่าลืมนะรักษา
กำลังใจตามที่กล่าวมา
ถ้าพระพุทธรูปก็ดีภาพพระรูปองค์สมเด็จพระ
สัมมาสัมพุทธเจ้าก็ดีพยายามทรงเวลาให้มัน
ทรงตัว
จับให้ชัดเจนแจ่มใสไว้จะลืมฝึกกำลังใจให้
เห็นชัดทุกวันทุกเวลาที่เราต้องการ
ยามว่างเกิดขึ้นเมื่อไหรใช้กำลังใจจับพระ
รูปโฉมทันที
หรือจับภาพพระพุทธรูปแก้วใสที่เราใช้เป็น
นิมิต
ให้ติดตาและจิตใจไว้ตลอดเวลา
บอกไม่มีเวลาจะทำโถไม่ต้อง
ไม่ต้องออกแรงไม่ต้องใช้เวลามากนึกมาล
เห็นปั๊บนึกมาลเห็นพัยามปกติของผมสมัยที่
ผมฝึก
ผมเห็นของผมได้ตลอดคืนตลอดวันเว้นไว้ตลับ
ถ้าเราเห็นภาพพระในอกเห็นภาพพระคลุมตัวผม
ผมจะชื่นใจจิตมีความสุข
แล้วการภาวนา
การภาวนานี่ผมก็แปลกกว่าคนอื่นเขาอาจจะมี
คนดีกว่าผมก็มาก
นั่นคือเวลาเดินบิณฑบาต
ผมแทนชื่อว่าพุทโธสัมมาอรหังเป็นต้น
ผมล่ออิติปิโสทั้งจบ
เพราะทั้งหมดเนี่ยเราไม่ลืมต้องพยายามนึก
ในใจเบาๆช้าๆเคลื่อนขึ้นไปจนกว่าจะจบจน
กว่าจะเดินไปบิณฑบาตจนกว่าจะเดินกลับ
จนกว่าจะเลิกเข้ามากลับถึงที่นั่นผมจะ
เลิกเลิกภาวนาอิติปิโส
ทำอย่างนี้จิตใจชุ่มชื่นมีอารมณ์ทรงตัว
เมื่อใช้บทยาวๆภาวนาธุระที่จะคุยมันก็คุย
ไม่ได้
ถ้าคุยแล้วภาวนาจะขาดเราก็เลยไม่อยากจะ
คุย
ในเมื่อไม่คุยจิตคุมอารมณ์
ผลต่างๆมันก็เกิดตามมาทั้งหมดญาณต่างๆก็
เกิดปรากฏขึ้น
แล้วการจะใช้อารมณ์เข้าคุยกับเทวดาหรือ
พรหมหรือใครก็ตาม
จะใช้เวลาได้แบบตามสบายๆ
การนึกถึงอิติปิโสกว่าจะไปปิบาทกลับมัน
ไม่ใช่เวลาเล็กน้อย
นั่นหมายความหัดทรงสมาธิทั้งๆที่มีงานอัน
นี้มีความสำคัญมาก
นักเจริญสมาธิเฉพาะเวลาสงัดใช้ไม่ได้
ต่อไปปัจจุบปัจจุปนังสยาน
ปัจจุปนังสยานนี้มีประโยชน์
ว่าปัจจุบันนี้ใครอยู่ที่ไหนทำอะไรอยู่มี
ชีวิตอยู่หรือว่าตายไปแล้วมีความสุขหรือ
มีความทุกข์ผลงานที่เราสั่งงานไว้ที่โน่น
ที่นี่เค้าทำดีตามที่เราสั่งมั้ยหรือว่า
มีการบิดชี้เป็นประการใดอันนี้
มีความจำเป็นบรรดาท่านพุทธบริษัทจำเป็นจะ
ต้องรู้
แล้วก็จำเป็นจะต้องทำเพื่อเป็นความสุขของ
เรา
นี้ต่อมายถากโมตาญาณ
ยถากโมตาญาณเเป็นเครื่องบอก
เป็นเครื่องบอกว่าความสุขก็ดีความทุกข์ก็
ดีความเสียหายก็ดีความได้กำไรก็ดีที่
ปรากฏขึ้นมาเวลานี้เป็นผลจากความดีมาจาก
ไหน
นั่นก็หมายความโรย
เราโรยขึ้นมามีลาภสักการะมากลาภเกิดจากผล
อะไรผลความดีในชาติปัจจุบันและผลความดีใน
ชาติในอดีตชาติในอดีตชาติไหนเราทำอะไรไว้
ภาพนั้นจะปรากฏ
ถ้าผลงานมันขาดทุนแล้วก็ทราบอีกเหมือนกัน
ว่าขาดทุนเพราะกรรมอะไรเราทำพลาดเพราะใช้
ปัญญาน้อยไปใช้ความละเอียดละอน้อยไปหรือ
ว่ากรรมอะไรที่เราเคยรบกวนเขาไว้เขมาสั่ง
สมมาทำลายเรามาสนอง
ความจริงยถามยถากัมตาญาณมีประโยชน์แล้ว
กลับเข้ามาอีกทีก็คือการป่วยไข้ไม่สบาย
การป่วยไข้ไม่สบายนี่จถากัมุตตาญาณก็บอก
เหมือนกัน
เราจะทราบว่าการป่วยไข้ไม่สบายนี้เราไม่
ชอบมันเสียหายเงินทองเสียเวลาเสียทรัพย์
สินเสียความสุข
เราไม่ชอบแต่เราก็ต้องดู
อย่าไปนั่งบ่นอย่าไปนั่งว่า
ทั้งนี้เพราะอะไรครับเพราะว่ากรรมเก่าๆ
หรือกรรมใหม่ที่เราทำไว้
อย่างในสมัยเด็กๆก็ไม่เด็กอผมบวชแล้วนะ
ก่อนที่จะผมจะมีพรรษา 20 พรรษา 4 ปี
ขณะเวลานั้นผมกำลังอาบน้ำอยู่ที่หน้าวัด
ผมทำงานทั้งวัน
งานตั้งแต่เช้าผมเวลาหนุ่มๆผมทำงานยัน
กลางคืนคืน
ญาติโยมมาก็รับแขกญาติโยมไปก็ทำงานทำงาน
กลางวันไม่เสร็จผมก็ทำกลางคืน
เป็นว่าวันนั้นมันร้อนจัดผมทำงานแล้วก็
ตอนเย็นก่อนจะทำวัดเย็นผมก็ไปอาบน้ำที่
หน้าวัด
ลงไปแช่น้ำได้ประมาณ 5 นาทีร่างกายมัน
เย็นจิตใจก็ชุ่มชื่น
เกิดความรู้สึกขึ้น
ว่านับตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป
จะต้องป่วยแล้วก็นอนโรงพยาบาล 2 ปี
ไอ้การนอนโรงพยาบาลไม่ใช่เพียบแปร
ไม่ใช่เพียบแต่ถ้าไม่เข้ามันเพียบเข้าไป
แล้วมันก็สบาย
ออกมาเมื่อไหร่มันจะอาการไข้จะเพียบได้
อีกอาการจะไม่ซ้ำกันถ้าเข้าไปมันก็สบาย
จำเป็นต้องอยู่โรงพยาบาลจริงๆ 2 ปี
แต่ตอนต้นอาจจะเข้าอาจจะออกบ้างแล้วก็
ต้องไปพักฟื้นอีก 1 ปีใกล้ๆโรงพยาบาลซึ่ง
หมอจะติดตามรักษาให้
ความรู้สึกเกิดขึ้นในขณะที่มีความเย็นก็
เชื่อกำลังใจ
ว่าความจริงอย่างนี้ต้องปรากฏ
แต่ว่า
คนอย่างผม
อันนี้ผมก็ไม่ได้อวด
ผมไม่เคยไว้วางใจของผมเลย
ความรู้สึกของผมไม่ไว้วางใจผมปล่อยถึง
เวลาช่วงไปประมาณ 1 อาทิตย์
วันหนึ่งตอนเช้ามืดทำจิตตอนที่ 2 เป็น
ปกติ
ผมก็ลึกลุกขึ้นทำกรรมฐานของผมบางทีบางคืน
ผมนอนชั่วโมงเดียว
บางคืนก็ไม่ได้หลับเลยเช้าก็ทำงานต่อไป
ร่างกายในตอนนั้นมันดีมากร่างกายแข็งแรง
กำลังก็ดีไม่เหมือนเวลานี้
เวลานี้วันที่พูดนี่ก็โยเยโยเย
เดินก็งงนั่งก็งงนอนก็งงไม่มีความสุข
ร่างกายไม่มีความสุขแต่ใจมีความสุขถ้าถาม
ว่าพูดได้ยังไง
มันจะแปลกอะไรผมนั่งไม่ไหวผมก็นอนพูด
พอใช้ไมโครโฟนนี่ผมก็นอนเวลานี้ผมก็นอน
ไปฟังเสียงเนี่ยผมนอนพูด
ผมตั้งใจว่าขณะใดที่ผมอยู่ในระหว่างธรรมะ
ถ้ามันตายเวลานั้นผมพอใจ
คุณก็ไปผมปล่อยเวลาไว้ 1 อาทิตย์
ตอนเช้ามืดทำจิตสบาย
ขึ้นถามตรงพระพุทธเจ้า
ถามว่าความรู้สึกของผมที่ปรากฏนั้นมันจะ
ตรงตามความเป็นจริงมั้ย
ท่านก็บอกว่าจริง
งานการทุกอย่างต้องระมัดระวังจะให้มันยาว
เพราะป่วยคราวนี้ไม่มีโอกาสจะออกมาทำงาน
ต่อไปได้อีก
ท่านก็บอกชัดว่าการป่วยครั้นี้มันเป็น
ปัจจัยตัดงานส่วนหนึ่งภายใน
แล้วก็จะต้องยกแยกยกตัวออกจากวัดไปอยู่
ที่อื่น
การเปิดครั้งนี้เป็นการช่วยให้ทางจิตดี
ขึ้น
แต่ขืนอยู่ที่วัดทางกำลังใจจะไม่ดีขึ้น
เลย
คนนี้การตั้งใจมาก่อนเกิดผมก็ตกใจ
ไอ้ผลการตั้งใจมาก่อนเกิดมันจะไม่มีผล
ก็ถามว่าไอ้ก่อนเกิดน่ะผมตั้งใจอะไรไว้
ในภาพนั้นท่านก็บอกว่า
ก่อนเกิดนมาจากพรหม
เดิมทีปรารถนาพุทธภูมิมาตลอดเวลา
แล้วก็มาชาตินี้
จะต้องบำเพ็ญบารมีให้ใกล้เต็ม
ถ้าใกล้เต็มแล้วไม่เวลาท่านก็บอกตรงๆว่า
ถ้ามีอายุถึง 60 ปีบารมีพุทธภูมิจะเต็ม
แล้วก็จะไปอยู่ชั้นดุสิต
แต่ว่าสิ่งที่ตกลงกันมาว่าจะมาลาพุทธภูมิ
ลาพุทธภูมิรัดตัดทางไปเลย
ตัดทางไปเลยก็ผมไม่ได้หมายความว่าผมจะ
เป็นพระอรหันต์
หมายความว่าถ้าปรารถนาพุทธภูมิก็ช้านาน
มาก
อยากจะรัดไปให้มันใกล้ทางเสียเป็น
สาวกภูมิดีกว่า
ยังไงยังไงเราก็ต้องมุ่งพระนิพพานกัน
เหมือนกันหมด
ท่านก็บอกว่าถ้าพูดถึงกฎของกรรม
กฎของกรรมจากการเป็นนักรบ
มีการฆ่าเขาบ้างมีการทำลายทรัพย์สินเขา
บ้างโดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎถึงการฆ่าเขาหนัก
ที่สุด
ต้องเป็นเหตุให้ต้องนอนโรงพยาบาลจริงๆ 2
ปี
แต่ว่าไอ้การรบแต่ละทีก็ต้องประกอบด้วย
ความเมตตาปราณีเหมือนกัน
ถ้ายึดพื้นที่เขาได้ยึดคนได้ก็ให้การ
เลี้ยงดูปู่เสื่อน
ถอนถ้าเขามีความทุกข์ก็ช่วยมีความสุขเขา
ไม่มีกินก็ช่วยมีกินฉะนั้นขณะที่ไปนอนที่
โรงพยาบาล
คนเก่าๆที่เรารู้จัก
จะหาไม่ได้จะมีสักคน 2 คน
ทุกคนเขาจะไม่มองเราเลย
ก็ความว่าเค้าปล่อยให้ตายดีกว่า
ใครจะคิดอย่างนั้นหรือไม่ก็ไม่ทราบนะ
ให้พูดเอาเอง
แต่ว่าจะรับความเมตตาปราณีจากคนใหม่
คนใหม่การอุปถัมภ์ค้ำชูเป็นอย่างดียิ่ง
การเงินขณะที่เข้าโรงพยาบาลจะไม่มีติดตัว
จะมีอย่างมากไม่เกิน 20 บาท
ไอ้ 20 บาทนี่ไม่เป็นเงินประจำกระเป๋าคือ
ถ้าจะไม่มีขนาดไหนก็ตามจะเก็บไว้ 20 บาท
เป็นประจำถ้ามีมากกว่านั้น
ถ้ามีมากกว่านั้นก็ทำบุญหมดมีความรู้สึก
ว่าชีวิตของเราไม่มีความหมาย
ตายแล้วเราไปไม่ได้แล้วเมื่อเราไปไม่ได้
จะเก็บไว้ทำไมให้มันมากให้มันเป็น
ประโยชน์กับคนอื่นก็เลยทำบุญก่อสร้าง
เลี้ยงพระมั่งหมด
แล้วก็ผลที่สุดท่าก็เลยบอกว่าเราก็จะไม่
เป็นไรเมื่อไปถูกเทอดทิ้งมากๆความเบื่อ
หน่ายก็เกิด
คนเก่าทอดทิ้งแต่คนใหม่เขาเลี้ยง
อันนี้เป็นกฎของกรรมของการยึดประเทศชาติ
เขา
ทำให้คนเก่าเมีความละหมาดพอแต่ว่าเรายึด
ได้เมืองไหนเป็นเชลยเราเลี้ยงให้มีความ
สุขฉะนั้นคนเก่าๆที่เราเคยสนุถนอมมาลงมา
เขาจะหลีก
เขาจะไม่มองเราไม่มีใครสงเคราะห์แต่คน
ใหม่จะเข้ามาสงเคราะห์ความจริงบรรดา
เพื่อนภิกษุสามเณร
เป็นความจริงตามนั้นผมนอนป่วย 2 ปี
คนเก่าๆทายกเห็นหน้า 2 คน
เห็นหน้า 2 คนไปครั้งเดียวไปทำไมไม่ใช่ไป
เยี่ยมไปขอทรัพย์สินที่มีอยู่ขอผมเถอะ
ผมก็เลยบอกว่าทั้งหมดของที่มีอยู่ที่วัด
เป็นของสงฆ์
ผมออกมาจากวัดผมไม่มีอำนาจอะไรเลยผมคิด
ว่าเป็นของสงฆ์จริงๆไม่ใช่เป็นเล่ห์
เหลี่ยม
และจากนั้นมาก็ไม่เคยมีใครไปอีกแต่ว่าคน
ใหม่ที่ไม่เคยรู้จักบรรดาท่านพุทธบริษัท
อนหนาฝาคั่งมากเข้าไปนอนป่วยในที่นั้นพระ
ที่เข้ามาป่วยก็ดีฆราวาสก็ดีพลอยได้กิน
อาหารวันนึงเต็มๆโต๊ะๆใหญ่ๆเหลือแหล่เข้า
ของใช้ของสอนของกินบริบูรณ์สมบูรณ์นี่
แหละเป็นผลจากการยึดธาตุคิดเขาได้เรา
บำรุงเขาบรรดาท่านพุทธบริษัท
ยาถากัมตาญาณมีประโยชน์อย่างนี้วันนี้ก็
หมดเวลาแล้วแต่สัญญาณบลาปรากฏก็ต้องขอลา
ก่อนขอความสุขสวัสดิพิพัฒนมงคลสมบูรณ์พู
ผลจงมีแด่บรรดาท่านพุทธศาสนิกชนคนผู้รับ
ฟังทุกท่านสวัสดี
>> ท่านสาธุชนพุทธบริษัทและบรรดาญาติโยม
พุทธบริษัททั้งหลาย
และเพื่อนภิกษุสามเณร
สำหรับวันนี้ยังเป็นวันที่ 17 กรกฎาคม
2527 อยู่
ที่ 17 ที่ 18 ความจริงผมพูดมาทั้ง 3
หน้าแล้ว
พัวผมว่าวันที่ 17 เป็นความจริงไม่ถูกนะ
มันเป็นวันที่ 18 กรกฎาคม 2527
ตอนนี้ก็เป็นหน้าที่ 4 ประโยชน์แห่งการ
เจริญมโนิธิ
ความจริงเวลานี้
ทางคณะสงฆ์
ได้ประกาศ
ให้ทุกวัดเจริญสมาธิกรรมฐาน
จะเป็นสมถะวิปัสสนาก็ได้เป็นการเจริญ
สมาธิ
แต่ความจริงผมก็ดีใจ
ที่ผมไม่ต้องรอให้คณะสงฆ์ประกาศ
ผมทำมาพแล้วเป็น 10 ปี
หลังจากที่หลวงพ่อปานฝึกให้ผมได้บ้างเป็น
แบบเป็ดๆ
คือผมมีความรู้ในกรรมฐานแบบเป็ดนะ
และเป็ดก็ไม่ใช่เป็ดเป็ดเทศน์เป็นเป็ดไทย
บินไม่เก่งร้องไม่เก่งเดินไม่เก่งเตาะแตะ
เตาะแตะไปตามเรื่องตำราของผมผม
ก็อุตส่าห์นำประโยชน์เล็กๆน้อยๆที่มันได้
จากมโนยิทธิ
มาแนะนำบรรดาเพื่อนภิกษุสามเณร
แล้วก็บรรดาญาติโยมพุทธบริษัทอุบาสก
อุบาสิกา
ความจริงด้านวิชา 3 หรือว่าด้านมโนยินนี่
ผมปลุกปล้ำมาเป็น 10 ปี
ญาติโยมก็สนใจบ้างไม่สนใจบ้างผมก็ไม่ว่า
ผมไม่เคยว่าผมไม่เคยเบื่อ
ในเฉพาะสุขด้านสุขวิปัสสโก
ญาติโยมสนใจมาก
ผมก็เอาญาติโยมชอบอะไรผมก็ไปแบบนั้นที่
ไหนญาติโยมชอบสุขวิปัสสโกผมก็แนะนำได้
สุขวิปัสสโก
ญาติโยมที่ไหนต้องการด้านเตวิโชโชแนะนำ
ได้เตวิโช
ญาติโยมเพราะพวกไหนต้องการชลปิญโญอันนี้
ผมสอนไม่ได้
ผมสอนได้แต่มโนิธิแบบเป็ดๆ
เรียกว่าพอไปถึงสวรรค์นรกได้ด้วยกำลังของ
ใจ
ไม่เอากายเนื้อไปเอาเอากายในไป
ผมก็ดีใจจนกว่าคณะสนจะฝคณสงฆ์จะแจ้งมานี่
ผมทำมาแล้วแนะนำมาแล้วเกิน 40 ปี
ก็รวมความว่าผมก็ดีใจที่คณะสงฆ์ได้เห็น
ชอบด้วย
คำว่าประโยชน์ใหญ่จริงๆ
ในการมีประโยชน์เมื่อเร็วๆนี้
อ่าท่านมาสัมมนาพระสังฆาธิการ
ผมก็บังเอิญได้รับการแต่งตั้งเป็นพระ
สังฆาริการคือเป็นเจ้าอาวาสเป็ดๆอีกแะ
ไม่กี่วันความจริงตำแหน่งนี้ผมโยนทิ้งมา
ทีแล้ว
ตำแหน่งต่างๆที่พึงได้เพราะโยนทิ้งหมด
ผมไม่เคยสนใจเพราะมันเป็นปัจจัยของความ
ทุกข์
แต่นี้เป็นการบังเอิญมาวัดผมสร้าง
ผมหนีไม่ได้หนีหนีไปแล้วถ้าวัดนี้ผมไม่
สร้างนะ
แต่ความจริงวัดนี้จริงๆมันมีสภาพเป็นวัด
ร้าง
เดิมทีเดียวออกพรรษามีเจ้าอาวาสองค์เดียว
วัดก็มีแต่ทรุดชมมาตามลำดับไม่มีอะไรดี
ขึ้นมีแต่หายไปพระพุทธรูปก็หมดไปปากุฏิดี
ๆก็หมดไปกุฏิดีๆก็หมดไป
ของดีๆมีไม่ได้ก็หมดไปทั้งหมด
ก็รวมความว่ามันมีสภาพจะถึงวาระร้างอยู่
แล้ว
ผมก็โดเร
บังเอิญญาติโยมมาสนับสนุน
ทีแรกคิดว่าจะทำนิดๆหน่อยๆแล้วก็เปิดเข้า
ถ้ำเข้าป่าไปเลยดีกว่าผมว่าอย่างงั้น
แต่มาญาติโยมหลายท่านจะสนับสนุน
เอาสตางค์มาให้นี่ผมไปก็ไม่ได้ไปก็เป็น
ขโมยโยเงินเค้านี่
ถ้าจะวางให้คนอื่นก็มีหวัง
ไม่รู้จะวางให้ใครดีไม่ดีไปวางให้โจรเข้า
ปล้นเงินบรรดาญาติโยมพุทธบริษัทผมก็พลอย
ตกนรกไปด้วย
ทีแรกก็ตัดสินใจว่าทำแค่นั้นเสร็จแค่นี้
เสร็จก็จะไป
ในเมื่อไปไม่ได้ก็สู้
คำว่าสู้นี่ไม่ได้ไปสู้ไปตีกับใครสู้กับ
พลังศรัทธาของบรรดาญาติโยมพุทธบริษัท
เอาไงก็เอากันวัดนี้ที่เจริญรุ่งเรือง
ขึ้นมาได้อาศัยมโนยิทธิช่วยนะอาศัย
กรรมฐานช่วยอันนี้เป็นตัวอย่าง
แล้วก็มีหลายวัดแล้วที่พระท่านฝึกกันไป
มีคนเขมาแจ้งให้ทราบว่าพระองค์นั้นพระ
องค์นี้
มาฝึกไปจากหลวงพ่อแล้วไปถึงท่านรุ่งเรือง
จริงๆวัดของท่าสง่างามคนเข้าช่วยเหลือใน
การก่อสร้างพระกรรมฐานเป็นปัจจัย
นี่แหละบรรดาเพื่อภิกษุสามเณร
ผมว่าความสะอาดของจิตของพระพุทธเจ้า
พระพุทธเจ้าท่านไปไหนท่านไม่เคยอด
พระพุทธเจ้ามีพระมากเท่าไหร่ก็มีที่พักมี
อาหารบริโภคมีอาหารฉัน
เพราะจิตสะอาดพวกเราความสะอาดของจิตไม่
เท่าพระพุทธเจ้า
โดยเฉพาะอย่างผมก็ไม่สะอาดสะอิดน้าก็เป็น
รูปพอลื่นๆเหมือนจิต
คงจะไม่มีสภาพจิตจะแจ่มใสเป็นดาวประกาย
พลิก
ถ้าจิตเป็นดาวประกายพฤกษนี่เป็นจิตพระ
อรหันต์
ผมก็ไม่รู้ไอ้จิตของผมผมไม่เคยสนใจจิตใจ
ของใครผมเวลานี้ผมไม่สนใจไทยทั้งหมด
เมื่อก่อนนี้ผมก็แบบเดียวกับเลขานุการเอก
สิงคโปร์ที่ประจำประเทศไทย
ลูกศิษย์พลเอกทนทองสุวรรณทัตนั่นแหละ
ปรากฏว่าผม
ปรากฏเจอใครชื่อใครไม่ได้รอปั๊บทันที
ได้ยินชื่อปั๊บอันดับแรกใช้เจโตก่อน
ดูจิตของคนนี้มีสภาพเป็นยังไง
ดูไปดูมาจะลืมว่าเวลานั้นผมก็เป็นเป็ดตัว
เล็กๆ
เวลานี้ตัวใหญ่ก็เป็นเป็ดไทยไม่ใช่เป็ด
เทศ
เป็นเป็ดตัวเล็กๆไปเจอเอาพระสำคัญเข้า
พระองค์นี้สำคัญจริงๆ
พอเบอกชื่อปั๊บ
ผมก็จับกับจิตปุ๊บโอ้โห
พวกนี้ประวัติเบื้องหลังใช้ตีตังสยาน
ยาวเหยียด
ยาวนี่ไม่ใช่ไม่ใช่เลวเหยียดนะดีเหยียด
ตั้งแต่บวชมาทุดดงค์ตลอด
เวลาที่ใกล้พรรษาที่ไหนขอจำขออาศัยวัดจำ
พรรษา
พอลืนออกพรรษาแล้วก็เดินุดดงต่อไป
และกำลังใจของท่านเวลานั้นท่านสูงกับผม
มาก
ความจริงเวลานั้นผมยังหนุ่มอยู่
แล้วก็ผมยังเป็นเป็ดที่เดินตัวเล็กๆเดิน
ต่อแตกต่อแตกต่อแตกเดินก็จะชนจะล้ม
ไปดูใจท่านก็ปั๊บท่านปิดปุ๊บทันทีมืดเลย
อันนี้เป็นเครื่องวัดผมเชื่อมั่นเลยว่า
พระองค์นี้ดีจริง
ถ้าไม่ดีจริงๆปิดไม่ทัน
อารมณ์ใจนี่มันรู้กันได้ง่ายๆเมื่อไหร่
ใครเนึกอะไรมานี่ใครจะรู้นี่เราพอนึกปั๊บ
ท่านปิดปั๊บ
หันมาเลยยิ้ม
ท่านพูดเรื่องอื่นอยู่หันมาพูดคนเรามันก็
แปลกนะไอ้คนอื่นเขาได้คิดว่าตัวจะได้บ้าง
มันไม่มีทางไม่มีทางจะอย่าจะทำกันไปคำว่า
คำไม่ทำได้หมายความว่ารู้ไม่ได้แน่ฉันจะ
ปิด
เท่านี้ผมชื่นใจ
ผมกราบได้ทันที
กราบด้วยความสนิทใจว่าท่านเก่งจริงๆ
แลการเก่งอย่างนี้ตามสันนิษฐานของผมว่า
พระองค์นี้ต้องไม่ใช่ปิญญา
เข้าใจว่าจะเป็นปสมิทาญาณ
ก็คุยกันอยู่แท้ๆคนต้องเยอะเรานึกพับปิด
พับทันทีแล้วหันมายิ้มเลยนี่เก่งจริงๆ
ความจริงพระในประเทศไทยเราอย่างนี้มีเยอะ
ในกรุงเทพฯก็มีอย่าไปนึกว่าพระในกรุงเทพฯ
ที่ไม่ดีนะมีนะเยอะ
จะไปชนพระดีตาย
แต่ความจริงพระดีไม่โอดโถงนะ
เราไปคุยท่านก็แบบธรรมดาๆดา
ดีไม่ดีอย่าคิดว่าไอ้หลวงตาถุ่ยๆองค์นี้
ไม่มีความหมายระวังให้ดีนะ
พวกนี้ท่านไม่มีอะไร
ท่านไม่มีอะไรจะอวด
เพราะความจริงมหาเศรษฐี
จะนำทรัพย์มหาศาลไปอวดขอทานมันก็ไม่ได้มี
ประโยชน์
และขอทานก็จะมีอะไรมาเบ่ง
พระดีๆก็เหมือนกันที่ผมเข้าไปท่านก็ทำ
จ๊องๆเพราะอะไรมั้ยเพราะว่าไอ้ผมเป็นสภาพ
ขอทาน
ขอทานคือความดีผมมีนิดเดียวกระจุ๊ม
กระจิ๊มก็ไอ้เป็ดเดินเป๊ะแป๊ะๆแป๊ะ
แล้วจะไปชนกับพระที่มีความดีได้ยังไงท่าน
ก็เลยไม่รู้จะอะไรอวดท่านก็เลยเก็บเงียบ
ทำเหมือนคนไม่มีอะไรนี่เป็นความดีของท่าน
เราดีไม่เท่าท่านท่านก็ทำตัวลงมาเป็นความ
ดีที่ควรจะบูชา
และโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่บรรดาทางราชการ
มั้งเห็นพระท่านว่านะพระท่านบอกว่าทาง
ราชการขอให้พระอบรมศีลธรรม
แต่ความจริงเรื่องอบรมศีลธรรมนี่นิมนต์ผม
ไปที่ไหนผมไม่ไป
บรรดาเพื่อนวิศกสามเณรหลายวัด
ที่บอกผมไปพูดที่นน่นพูดที่นี่อย่าให้บอก
เลยครับผมไม่ไปแน่นอน
ถ้าขืนไปแล้วมันไม่ได้เกิดประโยชน์โทษก็
เกิดกับผมด้วยนั่นคือผมป่วยไข้ไม่สบายแก่
แล้ว
เวลาจะพักจะผ่อนก็ไม่มีเวลาไปถึงหน้าที่
ให้นั่งแกรวถึงเวลาพูดพูดแล้วก็นั่งแกรว
อีกไม่มีเวลาพักผ่อน
อันนี้มันไม่ไหวจริงๆ
แล้วอีกประการหนึ่งการพูดไม่มีผลผมเทศน์
มาตั้ง 20 ปี
ไม่เคยมีญาติโยมเลิกสุราไม่เคยดีขึ้นเลย
ไปแค่ทีไรก็แค่นั้นไปทีไรก็แค่นั้นไปมา
เป็นกลายเป็นรับจ้างเทศน์ไป
รู้บางแห่งเ้ารู้สึกว่าผมไปรับจ้างเเทศน์
ไปเทศน์เอาเงิน
ผมก็เลยท้อใจไม่เกิดประโยชน์คือแต่ว่า
นั่งคิดใหม่ว่าทำยังไงน้อ
จะสนองคุณองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ได้
กลับมาใหม่มาว่ากันเรื่องพระกรรมฐาน
จึงมาพิจารณาด้านสุขสโกขนน้อยอีก
ญาติโยมทำได้ญาติโยมมักจะคุยกันเวลานั่ง
นั่งนานเท่านั้นนั่งนานเท่านี้
อารมณ์แบบนั้นอารมณ์แบบนี้มันก็ไม่จริง
แต่ก็รักษาอารมณ์ได้ไม่จริง
ก็เลยคิดว่าจะสอนได้ 2 ในวิชา 3
และก็มโนยิทธิ
ที่ว่า 2 ในวิชา 3 เป็นฌานโลกีย
เป็นสมาธิต่ำๆความจริงไม่ถึงฌาน
2 นชา 3 นี้ขึ้นในอุปจารสมาธิ
ยังไม่ถึงฌานสมาบัติ
ก็ผมบอกแล้วผมเป็นเป็ด
นจะเอาอีกแล้ว
ไปมาก็ไม่จับได้ 2 ในวิชา 3 โยมเอาไม่ได้
อีก
หาวิธีการต่างๆหลายอย่างหลายแบบให้สั่ง
พระพุทธรูปเอาพุทธรูปเพ่งพระพุทธรูปดูพระ
แก้วดูพระทองก็ไม่ไหวอีก
ไปไม่รอดไปไม่รอดทำยังไง
หันมาจับมโนยิทธิเถิด
มโนิธิตามกำลังที่ผมศึกษามา
ยังไงโยมรับไม่ไหวแน่
เพราะต้องใช้กำลังมากใช้เวลามาก
ไม่เหมาะแก่บรรดาญาติโยมพุทธบริษัท
และก็ไม่เหมาะกับพระที่ใหม่ๆใช้เวลาน้อยๆ
ในที่สุดก็มาหาทางให้ง่ายและให้เร็วตาม
ที่ฝึกอยู่เวลานี้กว่าจะค้นพบก็นาน
การฝึกมโนยิทธิมีประโยชน์แบบไหน
มโนยิทธิจุดบังคับจริงๆ
ถ้าญาติโยมพุทธบริษัทชายหญิงที่มาฝึก
เนี่ยผมก็ไม่มั่นใจว่าท่านจะรักษาได้ทุก
คน
มีบางรายให้ไปแล้วศูนย
ทำได้แล้วกลับไปบ้านบอกว่าไม่กล้าทำเพราะ
ไม่มีโคศรอันนี้เราก็ไม่ติดกัน
เพราะอะไรความเข้มแข็งของจิตที่พระ
พุทธเจ้าทรงเรียกว่าบารมีไม่เสมอกัน
ท่านมีกำลังต่ำแค่นั้นเราจับโยนเข้าไปที่
สงฆยอดไม้ท่านก็หล่น
บางรายทำไปได้แล้วไปถอยเฝือไปบอกไปที่
บ้านมันไม่สว่างไสว
คือว่าไม่สามารถจะทำไม่แจ่มใสมันเหมือนมา
อยู่ที่วัด
อันนี้ก็ทราบได้ว่ากลับไปบ้านท่านไปทำศีล
ขาดตามเดิม
ท่านไม่ทรงความดีเหมือนท่านที่ปฏิบัติ
อยู่ที่นี่
ปฏิบัติอยู่ที่นี่ท่านรักษาความดีไว้ได้
สภาพของจิตเราสื่อใสอารมณ์ยังเป็น
โลกียีวิสัยมันไม่ทรงตัว
แต่ว่าส่วนใหญ่ดีมาก
เพราะอะไรเป็นกฎตายตัวของมโนยิธิที่ต้อง
ทำมันก็ตรงกับที่คณะสงฆ์ขอร้องมา
มโนยิธิจริงๆที่จะทรงตัวฟังตามนี้นะญาติ
โยมพุทธบริษัทก็ดีบรรดาเพื่อนภิกษุสามเณร
ที่นั่งฟังก็ดี
หรือว่าจะให้ทรงตัวจริงๆต้องเอาอุทมบริกา
สูตรมาอ่านกัน
ว่าพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ยังไงผมจะเล่าย่อๆ
สำหรับด้านสกิจพระพุทธเจ้าพูดไว้มาก
ผมย่อเอา 1 เราไม่สนใจจริยาของใครซะเลย
2 ไม่โออวด
3 ไม่ยกตนคมท่านแล้วก็ 4
ไม่เอ่อเรียกไม่ถือตัวเกินไป
เอาย่อๆเท่านี้
อาการความดีขนาดนี้พระพุทธเจ้าทรงเรียก
ว่าสะเก็ด
ยังไม่ใหญ่โตเข้าไปเกาะสะเก็ดนิดๆของ
พุทธศาสนาอันนี้ต้องสังเกต
ถ้าใครปฏิบัติไม่ได้อย่างนี้ก็เกาะสะเก็ด
ไม่ได้ไม่ต้องไปดูต่อไปแล้ว
ญาติโยมที่รักษามโนทิธิไว้ได้ดีท่านรักษา
ไว้ได้ดีและอันดับที่ 2 การเข้าถึงเปลือก
พระพุทธเจ้าเจ้าทรงตรัสว่า 1 เราต้องไม่
ทำลายศีลด้วยตนเอง
2 ไม่ยุยงส่งเสริมให้บุคคลอื่นทำลายศีล
3 ไม่ยินดีเมื่อบุคคลอื่นทำลายศีลแล้ว
ก็รวมความว่าเราจะรักษาศีลให้ครบถ้วน
แจ่มใส
หลังจากนั้นจิตมีความเข้มแข็ง
สามารถระงับนิวรณ์ได้ทันทีทันใดตามที่เรา
ต้องการ
ไอ้นิวรณ์กับปฐมฌานนี่เป็นศัตรูกัน
ถ้าขณะใดอารมณ์ของนิวรณ์นิดหนึ่งอย่างใด
อย่างหนึ่งมีขึ้นในจิต
เวลานั้นกำลังของสมาธิจะสลายตัวทันที
เวลาใดที่จิตสงับจากนิวรณ์นิวรณ์ไม่ฟูสงบ
เวลานั้นกำลังจิตสมาธิเป็นปฐมฌานทันที
เหมือนกันโดยไม่ต้องภาวนา
ไม่ต้องทำอะไรเลยถ้านิวรณ์ไม่โฟกขึ้น
ปฐมฌานก็มา
ถ้านิวรณ์มาปฐมฌานก็ไป
ก็แลกกันไปแลกกันมาอย่างนี้
แล้วประการต่อไปอาการที่จะทรงตัวมีความ
แจ่มใสของจิต
จิตจะผ่องใสต้องการรู้ต้องการเห็นอะไร
เมื่อไหร่ได้ทันทีทันใดแล้วก็มีสภาพไม่
ผิดแจ่มใสด้วย
นั่นก็คือพรหมวิหาร 4
พรหมวิหาร 4 ก็ 1 เมตตาความรัก
มีความรู้สึกไว้เสมอว่าเราจะรักคนรัก
สัตว์เสมอด้วยตัวเรา
เราอยากจะฆ่าตัวเรามั้ยไม่มีใครอยากฆ่า
อยากจะขโมยของเราไปทิ้งเราไม่มี
ความเราจะรักเขาเป็นมิตรที่ดีสำหรับเขา
ถ้าโอกาสมีเราจะเกื้อกูลเขาให้มีความสุข
ตามกำลังที่เราจะพึงทำ
เราจะไม่อิจฉาริษยาใครเมื่อบุคคลอื่นได้
ดีเพราะยินดีด้วย
ใครเพี่ยงพล้ำเราไม่ซ้ำเติมระวางเฉยระวัง
เฉยอารมณ์อย่างนี้บรรดาท่านพุทธบริษัท
พรหมวิหาร 4 นี่ถ้าว่าจำใจไว้เสมอศีลก็
บริสุทธิ์
ทานการจาคะก็สมบูรณ์แบบ
แล้วก็สมาธิก็ตั้งมั่นวิปัสสนาญาณคือ
ปัญญาก็แจ่มใสเพราะอารมณ์ใจเยือกเย็น
ก็เป็นกำลังใหญ่เขาตัดโลภะความโลภโทสะ
ความโกรธโมหะความหลง
จิตจะสะอาดอยู่ตลอดเวลา
จิตมีความเยือกเย็นอารมณ์เป็นฌานตลอดเวลา
ต้องการจะรู้อะไรขึ้นมาระงับนิวรณ์ปั๊บ
เดียว
มีความรู้สึกจิตแจ่มใสสะอาดทันที
ทำได้อย่างนี้ถือว่าเป็นการทรงฌานโลกีย
ฌานโลกีจะทรงตัวไม่มีการเสื่อมคลายไม่มี
การถอยหลัง
อันนี้ญาติโยมพุทธบริษัท
ทำได้ดีมากเยอะ
รักษาอารมณ์ทั้งหมดนี่ว่าที่คำว่าอันนี้
พระพุทธเจ้าทรงเรียกเข้าถึงเปลือกที่พระ
องค์ทรงสอน
แปลว่าเปลือกความดีนี่บรรดาญาติโยม
พุทธบริษัททำได้เยอะจริงๆ
รักษาไว้ได้ดีๆทำให้โลกทำให้ประเทศชาติมี
ความเยือกเย็น
มีความสามัคคีกันมีศรัทธาประสาทะดีซะแล้ว
ต่อไปปุพเพนิวาสติ
เข้าถึงคี
ระลึกชาติได้ถึงไม่ใช่เป็นการระลึกชาติ
แบบเป็ดๆ
เค้าก็ทำกันได้
บรรดาท่านเพื่อนภิกษุสามเณรทั้งหลาย
บางท่านฟังแล้วจะหาอวดอตริมนุษธรรม
หาก็หาไปเถอะแต่อย่าลืมว่าคนเทำได้เวลา
นี้เวลาฝึกครูเ้าฝึกกันผมไม่ได้ฝึกเอง
ผมเอาแต่เป็นเพียงประธานนอนเป็นประธาน
อยู่ที่นั่นบ้างนอนประธานที่กุฏิบ้างบาง
ทีหายใจอย่าตายบ้าง
บางทีก็นั่งงงงีงงอย่างเวลาเมื่อ 2 วัน
เนี่ยบานกับวันนี้โงเงบอกไม่ถูก
วันที่ 27 เอ้ยขอโทษวันที่ 17 กับวันที่
18 กรกฎาคม 2527
มันจะทรงตัวไม่ไหว
วันที่ 17 กรกฎาคม
ชาวสามพรานมา 70 คนกว่าลงรับไม่ได้แขก
มันไม่ไหวจริงๆทรงตัวไม่ได้วันที่ 18 นี้
ก็ดีอยู่พักหนึ่งตอนเย็นทักจะไม่ไหว
เหมือนกัน
เวลานี้ก็เลยต้องนอนพูด
สบาย
พูดมันไปอย่างเงี้
ถ้าจะตายไประหว่างธรรมะก็ยอมอันนี้
ประโยชน์ใหญ่สำหรับอุพเพริวาสุตติญาณ
กันระลึกชาติ
ญาติโยมก็สามารถทำกันได้อย่าลืมว่าครู
เป็นเป็ดลูกศิษย์คงจะไม่ใช่โหง
แต่ก็ดีไม่ดีลูกศิษย์อาจจะเป็นโหงก็ได้
อย่างท่านโลุทายี
ท่านไม่เอาไหนจะสามารถแนะนำให้พระทั้ง
หลายสามารถไปได้ดีคือไม่ดีจากท่านหรอก
เค้าเรียนมาจากพุทธเจ้า
แต่บางรายท่านก็ทำเ้าเปลิงไปเหมือนกัน
สำหรับท่านโลุธายีท่านไม่ใช่เป้าเป็น
อย่างท่านจักุบาล
ท่านจักกุบาลนี่ให้ท่านเป็นวิสัย
สุขวิวาสโก
แต่พระที่อยู่กับท่านได้ไปสุมิทาญาณกัน
เป็นแถว
นี่จะถือว่าครูเป็นเป็ดแล้วลูกศิษย์จะ
เป็นเป็ดเสมอไปไม่ใช่ครูเป็นเป็ดลูกศิษย์
อาจจะเป็นหงส์ทองก็ได้
ฉะนั้นผมก็ในขั้นอัขาตารโรตถาคตา
การประพฤติปฏิบัติเป็นหน้าที่ของบรรดา
ญาติโยมพุทธบริษัทและเพื่อนภิกษุสามเณร
ผมมีหน้าที่บอกเท่านั้นเองผู้รับฟังอาจจะ
ทำได้ดีกับผู้บอกเยอะแยะไปถมเถไป
เป็นอันว่ากพี้ในพุทธศาสนาญาติโยมก็
สามารถทรงตัวได้
ต่อมาแก่นจุปปาทิญาณ
หรือทิพขุญาณ
ท่านก็ทำกันได้กันอีกแล้วต่อมา
ปจุปนังสยานก็ดีอตีตังสยานก็ดีนาขังสยาน
ก็ดี
ท่านทำกันได้ดีมาก
ดีจนกระทั่งท่องเที่ยวไปเจอพระในนรกนเป็น
พระช้างสีดอรเสียด้วย
แล้วก็อโลกันบ้างอเวจีบ้าง
แล้วก็เจอพระในปัจจุบันเนี่ยใกล้ๆใน
สวรรค์บ้างพรหมโลกบ้างเลยพรหมไปบ้าง
ทำให้กำลังใจญาติโยมพุทธโดยสัตว์มั่นคงใน
ความดี
และก็โสดหดหู่ท้อถอยในความชั่ว
จะลืมว่าทุกคนยังเป็นปุถุชน
ยังไม่หนักแน่นนักอาจจะพลาดได้แต่พลาด
น้อยดีว่าพลาดเป็นปกติ
คำแนะนำที่ให้แนะนำไว้เป็นปกตินั่นก็คือ 1
ทุกคนยังจะลืมความตาย
แล้วตายตายแล้วไม่ใช่ตายศูนย
ตายศูนย์อีกศาสนาหนึ่งไม่รู้ศาสนาไหน
ยินเสียงทางวิทยุบ้างโทรทัศน์บ้าง
หนังสือบ้างตายแล้วสูญตายแล้วสูญก็เป็น
เรื่องของท่านเราจะไปตำหนิท่านเมื่อท่าน
จะสูญก็เป็นเรื่องของท่านสวนพวกเราลูก
ศิษย์พระพุทธเจ้าเราไม่สูญ
เราไม่สูญเพราะว่าเขาได้ตีตังสิญาณถอย
หลังปุพนิวาสันติญาณถอยหลัง
เรู้เเคยเกิดมาแล้วตั้งหลายแสนวาระ
ไหลอสงไขยกลับเขาก็ยังไม่สูญ
อนาคตังสยาน
บรรดาญาติโยมพุทธบริษัทบรรดาเพื่อนภิกษุ
สามเณร
สามารถพิสูจน์พระ
ที่ใหญ่
โดยฐานะคือใหญ่กว่าตัวท่านเองฐานะสูงกว่า
อันดับไหนก็ตามว่าจะไปทางไหนเข้าทราบ
แต่ปัจจุปนาสญาณ
ไปชนกันในนรกเลย
แล้วสามารถคุยกันได้รู้ปฏิปทาความชั่ว
เมื่อรู้อย่างนี้แล้วก็ทำให้ทุกคนทราบและ
เกิดความกลัว
ว่าถ้าเราทำอย่างนั้นบ้างอาจจะต้องมีโทษ
อย่าง
อันนี้ก็ต้องเป็นอนาคตังสยาน
พิสูจน์ตัวเองว่าถ้าทำอย่างนั้นจะไปถึง
ไหนก็ทราบได้อีกตอนนี้ล่ะบรรดาเพื่อน
ภิกษุสามเณร
เป็นเหตุให้บรรดาพระก็ดีฆราวาสก็ดีที่เ้า
ได้แล้วเมีความมั่นคงเอาเฉพาะคนที่มั่นคง
นะที่เลอะเทอะมาก็เดี๋ยวไปน่ะไม่ได้
เรื่องราวอะไรบางทีมาคืนเดียวไป
ไม่เมียผมไม่ใช่พระพุทธเจ้ามาเดี๋ยวๆจะ
ได้อะไร
แล้วก็มาไปมาไปประเภทมาคืนเดียวนี่ผมไม่
สนใจ
ไม่สนใจเพราะท่านไม่เอาจริง
แค่ใช้เวลา 6-7 วันมันเป็นของไม่หนัก
ชีวิตท่านทั้งชีวิต
ท่านจะอยู่ไปนานที่เวลาว่าง 5-6 วันว่าง
ไม่ได้ผมก็ไม่สนใจถ้าใครมาอยู่เพื่อจุ
ปฏิบัติ 3-4 วัน 5-6 วันถึง 7 วันผมสนใจ
เป็นพิเศษบางทีผมป่วยไข้สบายผมคลานต้ม
เตรียมตมเตรียมไปให้กำลังใจ
ลงไปสอนเองให้กำลังใจเพราะทางนี้ท่านดี
นี่แะบรรดาเพื่อเป็นโสดสามเณรแล้วก็วัด
หลายวัดที่ได้รับความรู้นี้ไปทำให้วัด
เจริญรุ่งเรือง
แล้วคนนี่ก็รู้เหตุรู้ผลรู้กฎของบุญรู้ผล
ของบุญรู้ผลของบาป
เค้าก็ละความชั่วชั่วเข้ามาทำความดีวัด
เป็นศูนย์กลางแห่งการทำความดี
นี้เป็นอันว่าประโยชน์ของมโนยิทธิ
ประโยชน์ใหญ่มากทำให้คนมีความเข้าใจตั้ง
ใจในเขตแดนของความสงบสุขแล้วก็ปลดเปลื่อน
ความทุกข์คือไม่ทำความทุกข์ให้เกิดแก่ผู้
อื่นเอาล่ะบรรดาท่านพุทธศาสนิกชน
เรือเพื่อนภิกษุสามเณรทั้งหลายท่านบอกหมด
เวลาปรากฏแล้วขอลาก่อนสำหรับประโยชน์แห่ง
การเจริญมโนยิทธิก็หยุดแต่เทืองเท่านี้ขอ
ความสุขสวัสดิ์พัฒนมงคล
สมบูรณ์พลผลจงมีแด่บรรดาท่านพุทธศาสนิกชน
ผู้รับฟังทุกท่านสวัสดีครับ
Ask follow-up questions or revisit key timestamps.
พระผู้บรรยาย (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ) อธิบายถึงญาณต่างๆ ที่เข้าถึงได้ผ่านการฝึกมโนมยิทธิ โดยเฉพาะอนาคตังสญาณ ซึ่งช่วยให้รู้เหตุการณ์ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัว เหตุการณ์บ้านเมือง หรือสถานะทางจิตวิญญาณของบุคคลอื่น ท่านเล่าประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยถูกตำหนิจากการทำนายอนาคต และการป่วยไข้ของท่านที่เกิดจากกรรมในอดีต ท่านวิจารณ์การเทศนาที่ไม่ได้ผลและสนับสนุนการปฏิบัติกรรมฐานอย่างจริงจัง ท่านได้วางหลักการปฏิบัติเพื่อพัฒนาจิตวิญญาณเป็นขั้นๆ ได้แก่ สะเก็ด (ความประพฤติพื้นฐาน), เปลือก (ศีลบริสุทธิ์และการระงับนิวรณ์) และพรหมวิหาร 4 ซึ่งท่านยืนยันว่าฆราวาสก็สามารถเข้าถึงได้ ท่านย้ำว่าความรู้เหล่านี้ช่วยให้บุคคลเข้าใจกฎแห่งกรรม ละเว้นความชั่ว และบำเพ็ญความดี ทำให้วัดเป็นศูนย์กลางแห่งความสงบสุข
Videos recently processed by our community