HomeVideos

คำเตือนสุดท้าย ทำไมชีวิตติดขัด? เปิดความลับ "มโนมยิทธิ" ช่วยพ้นภัย | หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง

Now Playing

คำเตือนสุดท้าย ทำไมชีวิตติดขัด? เปิดความลับ "มโนมยิทธิ" ช่วยพ้นภัย | หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง

Transcript

973 segments

0:01

เอ่อบรรดาเพื่อนภิกษุสามเณรทั้งหลาย

0:04

และญาติโยมพุทธบริษัท

0:08

เวลานี้ที่พูดนี่ก็ยังเป็นวันที่ 17

0:12

กรกฎาคม 2527

0:16

ที่บอกไว้เพราะว่าจะได้ทราบว่าพูดตั้งแต่

0:19

สมัยไหน

0:22

แล้วต่อไปเสียงนี้ก็จะเป็นเสียงโบราณ

0:25

ผมอาจจะตายเมื่อไหร่ก็

0:30

ถ้าตายไปเมื่อไหร่เสียงยังอยู่

0:33

แล้วจะได้ทราบว่าพูดไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่

0:37

ดีไม่ดีญาติโยมสมัยหลังถ้าเราไปเปิดให้

0:41

ฟังจะหาว่าเป็นเสียงปลอม

0:45

ถ้าบอกไว้คงไม่มีใครปลอม

0:49

วันนี้เราก็มาพูดกันถึงอันอนาคตังสยาน

0:55

อนาคตังสยานี่

0:56

ก็ไม่ใช่อะไรเป็นทิปขุญาณนั่นเอง

1:00

ก็รวมความว่า

1:03

เราปฏิบัติ

1:05

ในทิพจุขอย่างเดียวเป็นผลมาจากมโนยิทธิ

1:10

แล้วก็รู้อนาคตได้

1:13

อนาคตคือรู้เหตุการณ์ข้างหน้า

1:18

รู้เรื่องของเรารู้เรื่องของคนอื่น

1:23

รู้เรื่องของสัตว์อื่นรู้เรื่องของสถาน

1:25

ที่

1:27

ถ้าอยากจะทราบว่าถ้าเป็นคนไทยนะถ้าอยากจะ

1:31

ทราบว่าประเทศไทยข้างหน้าจะเป็นยังไง

1:35

จะหมดสภาพความเป็นไทยมั้ยถ้าสงครามเกิด

1:39

ขึ้นเวลานี้สงครามก็ล้อมรอบประเทศไทย

1:47

อ่านหนังสือพิมพ์พบพากญวนยกทัพเข้ามา

1:51

ประชิดไล่เขมรติเขตไทย

1:55

แล้วก็ทางด้านลาวก็เคลื่อนเข้ามาใกล้เ

1:59

กลางแม่น้ำโขง

2:01

ทางด้านภาคน่านเค้าก็ก็คิดเข้ามา

2:05

ทางด้านตะวันตกทางด้านตะวันตกก็ไว้ใจไม่

2:08

ได้

2:11

ทางด้านทิศใต้ทางด้านใต้ทางด้านตะวันตก

2:14

ตะวันออกของใต้ก็ไว้ใจไม่ได้

2:18

ความในทะเลหลวงเราก็ไว้ใจไม่ได้

2:22

อยากจะรู้ว่าในสถานที่รอบประเทศมีอะไร

2:25

บ้าง

2:27

เราก็ใช้กำลังของมโนิธิที่เราฝึก

2:31

โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ดูก็ได้

2:36

ถ้าดูอนาคตว่าเหตุการณ์ข้างหน้าจะเป็นยัง

2:39

ไง

2:41

จะวุ่นวายขนาดไหนใครจะเป็นอะไรบ้าง

2:46

อันนี้เราต้องการทราบได้ใช้กำลังของมโนธิ

2:51

ไปดูสถานที่ต่าง

2:54

ทิกุญาณเราก็ทราบ

2:57

เห็นสถานที่ตั้งได้แต่มันไม่ชัดนักไม่แน่

3:00

ใจไปไม่ถึงที่ใช้กำลังของมโนิธิ

3:04

ไปในที่ตั้งๆของเขาเลย

3:07

เขาตั้งกองทหารอยู่ที่ไหนมีอาวุธอะไรบ้าง

3:12

อะไรนี้มีกำลังเท่าไหร่

3:15

วันนี้เห็นแล้วจะตกใจว่าโอ้อาวุธของเขา

3:18

มากมายเหลือเกิน

3:22

ของประเทศไทยเรามีไม่เท่าเขา

3:26

กำลังพลไม่สำคัญความสามารถสำคัญความฉลาด

3:30

สำคัญความสามัคคีสำคัญ

3:34

ที่เราจะทรงความเป็นไทยไว้ได้หรือไม่ได้

3:37

เราทราบ

3:40

เราทราบทราบถึงการปะทะระหว่างทหารไทยกับ

3:44

ทหารข้าศึก

3:47

ว่ามีสภาพยังไงในวันหน้าเราก็ทราบ

3:52

จะได้สร้างความสบายใจให้ปรากฏ

3:56

การทราบข้างหน้านี่ครับการพูดอย่างนี้ไม่

3:59

ได้สอนธรรมะกันอย่างเดียว

4:02

มันเป็นเรื่องประวัติของผมด้วย

4:05

แต่อย่าลืมนะครับ

4:08

อย่าลืมว่าไอ้การทราบข้างหน้าเนี่ยผมกลาย

4:11

เป็นคนบ้ามาหลายปี

4:16

ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2518

4:22

ผมก็พูดเรื่องน้ำมันในประเทศไทย

4:25

ว่าในประเทศไทยมีน้ำมันมหาศาล

4:30

มีทั้งแก๊สทั้งน้ำมันเวลานั้นกลิ่นคาวน้ำ

4:33

มันยังไม่ปรากฏ

4:36

แต่ว่าสิ่งที่ปรากฏตามเสียงผมพูด

4:40

ก็คือมีเสียงย้อนเข้ามาถึงหูว่าผมบ้า

4:45

ผมก็เลยนั่งนิ่งนี่

4:48

ใครจะว่าดีใครจะว่าชั่วเป็นเรื่องของท่าน

4:51

ผู้นั้น

4:53

จะมีความเห็นเราไปทำลายความเห็นกันไม่ได้

4:58

เรามีสิทธิ์จะพูดตามความที่เรารู้เราก็

5:01

พูด

5:03

ท่านจะมีสิทธิ์ที่จะตำหนิจะด่าจะว่าเป็น

5:05

เรื่องของท่าน

5:09

ถ้าอาการอย่างนั้นปรากฏขึ้นอย่าลืมนึกถึง

5:13

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

5:17

ที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า

5:19

นัตถิโลเกนินทิโต

5:22

คนที่ไม่ถูกเลยไม่มีในโลก

5:26

วัตถุต่างๆที่ไม่มีการเคลื่อนไหวเช่นหิน

5:29

ชิ้นปูนเป็นต้นก็ยังถูกนินทา

5:33

แม้แต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเอง

5:36

ก็ถูกเขานินทาถูกเขาด่าต่อหน้า

5:41

ฉะนั้นทุกคนถือว่าไปให้ถือว่าเป็นเรื่อง

5:43

ธรรมดา

5:46

อย่าไปสะดุ้งอย่าไปสะเทือนเราเกิดมาเพื่อ

5:50

ชาวบ้านเขานินทา

5:53

เราเกิดมาเพื่อชาวบ้านเติเตียน

5:57

เราเกิดมาเพื่อชาวบ้านเด่า

6:01

เราก็ทำตามเรื่องเราอยากจะทำอะไรตามความ

6:04

รู้ของเราเราก็ทำท่านอยากจะด่าเราตามความ

6:09

รู้สึกของท่านท่านก็ด่าให้เป็นเรื่องของ

6:11

ท่านไป

6:14

ตอนนี้ไปเราก็มาคุยกันถึงเรื่อง

6:17

อนาคตังสยาน

6:19

อนาคตังสยานี่

6:21

มีประโยชน์มาก

6:24

ไม่รู้วิถีชีวิตของเราเอง

6:27

ว่าข้างหน้าเราจะเป็นยังไง

6:31

เวลาที่เรายังไม่ตายเนี่ยปีไหนจะมีสภาพ

6:34

เป็นยังไง

6:36

จะป่วยไข้ไม่สบายเป็นยังไงจะมีความดีจะมี

6:41

คนชมจะมีคนติเป็นยังไงชีวิตเราจะ

6:45

รุ่งเรืองจะจะซบจะซบเซาเป็นยังไง

6:51

เราต้องการรู้รู้แล้วก็บันทึกไว้อย่าพูด

6:54

ไป

6:56

ก็รู้ไว้คนเดียวกาลเวลามันยังไม่ถึงทาง

7:00

ที่ดีรู้ยาวๆแล้วก็รู้สั้นๆ

7:04

คำว่ารู้ยาวๆหมายความว่ารู้ข้างหน้าไกล

7:07

ออกไปหลายๆปีตลอดชีวิต

7:11

แล้วก็รู้สั้นๆไว้เป็นเครื่องวัดพยะรู้

7:15

สั้นๆวัน 2 วัน 5 วัน 6 วัน 9 วัน 10 วัน

7:18

เนี่ยสำคัญมาก

7:21

เป็นเครื่องวัดระยะยาวว่าระยะยาวที่เรา

7:24

เข้าใจมีความรู้สึกมันจะถูกจะต้องมถ้า

7:29

ระยะสั้นถูกระยะยาวมันก็ถูก

7:33

ถ้าระยะสั้นไม่ถูกระยะยาวก็ไม่ถูก

7:38

นี่ให้มีความรู้สึกตามนี้

7:43

แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่ง

7:46

เราก็รู้เรื่องของเราไปถ้าระยะสั้นระยะ

7:49

ยาวมันถูกหมด

7:51

แล้วก็ดูอนาคตไกลแสงไกลนั่นคือตายไปแล้ว

7:58

เราตายไปแล้วเราจะไปอยู่ที่ไหน

8:02

ก็วัดกำลังใจของเราไว้ด้วย

8:06

ตายไปแล้วจะไปอยู่สวรรค์อยู่พรหมโลกแล้ว

8:09

ไปนิพพาน

8:11

หรือว่าสถานสปฐานไม่เป็นที่พอใจเราอาจจะ

8:15

เป็นมนุษย์

8:17

หรือว่าจะถอยหลังไปเป็นสติฐานเป็น

8:19

เป็นอสุรกายเป็นสัตว์นรก

8:23

ดูกฎของกรรมที่เราทำว่ามันจะให้ผลไปไหน

8:27

อันนี้เราก็ทราบ

8:32

เมื่อเราทราบเรื่องของเราได้เราก็ทราบ

8:34

เรื่องของคนอื่นได้

8:37

ว่าคนที่เราสัมผัส

8:40

ที่เราคบหาสมาคมเขาจะดีหรือเขาจะเลว

8:45

นี้เค้าดีเวลาหน้าเค้าเป็นยังไง

8:49

ไอ้ผมน่ะก็เป็นคนจังไร

8:53

เรารู้แล้วความจริงเราเฉยๆว่าดีกว่า

8:57

ความเมตตาเป็นปัจจัยให้เกิดความเร่าร้อน

9:00

เหมือนกัน

9:02

ถ้าเมตตาไม่ถูกทาง

9:06

แล้วผมก็เคยผ่านมาแล้วให้ความเมตตาปราณี

9:12

แต่ความดีไม่ปรากฏ

9:15

สิ่งที่สะท้อนย้อนหลังเข้ามาคือเพื่อนลืม

9:18

ไม่ต้องการ

9:20

พอดีแล้วเลืมเลยอันนี้เยอะ

9:25

แต่ต่อไปความเร่าร้อนความทุกข์ความไม่

9:28

สบายกายสบายไม่สบายใจเกิดขึ้น

9:31

ความปรารถนาไม่สมหวังเกิดขึ้นเย้อนถอย

9:36

หลังกลับเข้ามาใหม่

9:40

ทีนี้ทำยังไงผมก็ยอมผมก็รับในฐานะที่ผม

9:45

คิดว่าผมเป็นมิตรที่ดีของคนทุกคน

9:49

และสัตว์ทุกประเภทในโลกผมถือว่าผมจะเป็น

9:53

มิตรที่ดีตามกำลังใจที่ผมจะอดทนได้

9:58

แต่ว่าเรื่องการสงเคราะห์แบบนั้นก็เลิก

10:01

กันถืออุเบกขา

10:03

ถ้ามาถาม

10:05

ก็จะบอกว่าไม่มีอะไรแล้ว

10:09

เวลานี้ทุกสิ่งทุกอย่างวางหมด

10:13

ผมก็วางจริงๆครับ

10:17

วางหมดหมายความว่าผมไม่ยุ่งกับเรื่องของ

10:20

ใคร

10:21

ใครเขาจะดีเขาจะเลวเป็นยังไงเรื่อง

10:24

พยากรณ์ให้ไม่มีอีก

10:28

ทั้งนี้เพราะอะไรเพราะผมเข็ด

10:31

ตอนนี้อติตังอนาคตก็รู้ของคนอื่น

10:36

คนอื่นบรรดาญาติโยมพุทธบริษัท

10:40

ที่มีกำลังศรัทธาในพระสงฆ์ในพุทธศาสนา

10:46

พระสงฆ์ท่านก็ดีหลายประเภท

10:49

บางท่านก็องค์อาจารยยิ้มแย้มแจ่มใสบาง

10:53

ท่านก็มีนั่งขึม

10:56

อะไรของท่านแต่ละคนจริยาไม่เหมือนกัน

11:00

บางท่านก็มีความเมตตาปราณีโอภาปราศัยดี

11:04

องค์พระองค์ท่านก็เงียบ

11:07

เราก็ใช้อนาคตังสยาน

11:10

ว่าพระองค์นี้ถ้าตายจากความเป็นคน

11:15

จะเป็นเทวดาหรือจะเป็นพรหมหรือจะเป็นจะไป

11:18

นิพพาน

11:21

หรือว่าท่านไม่อยากจะไป

11:24

จะถอยหลังกลับไปโลกันตนรกอเวจีมหานรกนรก

11:28

ขุมไหนเป็นเปสุรกายก็ได้

11:32

ใช้อนาคตังสญาณดู

11:36

ถ้าดูแล้วเห็นแล้วมีความเข้าใจแล้วบันทึก

11:41

ไว้

11:43

วันหลังทำใจสบายลืมเรื่องเก่าซะก่อน

11:47

เริมลืมเรื่องที่บันทึกไว้ก่อนรวบรวม

11:50

กำลังใจไปนิพพาน

11:53

ถ้าจิตไปถึงตรงนั้นมันเป็นอุเบกขาจริงๆ

11:58

ไม่ยุ่งกับอะไรทั้งหมดจิตสะอาดมาก

12:02

หลังจากนั้นก็ทิ้งเรื่องเก่าก็ทูลถามองค์

12:06

สมเด็จพระผู้มีพระภาค

12:10

ว่าคนนั้นต่อไปข้างหน้าจะเป็นยังไงชีวิต

12:13

ในความเป็นมนุษย์ชีวิตเมื่อตายแล้ว

12:17

ถึงทั้งที่เขายังไม่เป็นพระอรหันต์ในเวลา

12:20

นั้น

12:22

แต่ภกสมเด็จภควันก็สามารถจะบอกได้

12:27

ถ้าบอกได้แน่ก็มีคนหลายคน

12:32

ที่ท่าทางอิเริเขขะเขขะท่าทางมองกันแล้ว

12:36

ไม่ค่อยจะดีนัก

12:40

แต่ว่าความรู้สึกว่าเวลาข้างหน้าคนนี้จะ

12:43

ดี

12:45

แล้วเก็บความรู้สึกไว้

12:48

บางทีก็คิดว่าเราจะมีความเมตตาเกินไป

12:53

แต่ว่าในที่สุด

12:55

เขาก็ดีตามนั้น

12:58

นี่แหละบรรดาญาติโยมพุทธบริษัททุกท่านถ้า

13:02

ใช้อนานาคตญาณทำบุญจะไม่ผิดบุญ

13:07

จึงไม่ต้องถูกเหลอกลวง

13:10

เคยพบมามาก

13:13

ระยะไกลๆ

13:16

เห็นญาติโยมพุทธบริษัททั้งหลายเอาเงินไป

13:18

ทอดกฐินบ้างผ้าป่าบ้างอันนี้ไม่ใช่ไม่ใช่

13:21

ทั่วไปนะอาตมาพบในสถานที่ใกล้จริงๆของ

13:25

อาตมา

13:28

พอกฐินเข้ามาพอป่าเข้ามาก็เหล้าเต็มศาลา

13:31

ปลา

13:33

เรืองเล่าเอะไวๆได้รับกฐินมาป่าที 50,000

13:37

60,000 ทั้งแสนก็มี

13:40

แต่ปีรับหลายครั้งผ้าป่าคิดรับปีแล้วเป็น

13:44

แสน

13:46

แต่ว่าไม่มีอะไรปรากฏเข้ามาเลยเงินหมด

13:52

นี่อย่างนี้ที่ว่าเป็นการทำบุญผิด

13:56

ถ้าเราใช้อนาคต

13:59

และเจตวุรยานก็

14:01

เจโตวริญาณดูกำลังใจของบุคคลผู้รับผลทาน

14:05

จากเรา

14:08

ที่เราไปทำบุญแล้วถวายเป็นทานทกกดินผ้า

14:11

ป่า

14:13

แล้วว่าอนาอนาคตังสยานไม่ใช่ที่

14:16

อนาคตังสยาน

14:18

ดูข้างหน้าว่าคนนี้เงินจำนวนนี้ถ้าเราไป

14:22

ถวายไว้เงินจะไปไหนบ้าง

14:26

มันก็จะทราบชัดรู้ว่ามันไปผิดทางเราก็ไม่

14:29

ให้ซะเลยก็หมดเรื่องไม่ทำแล้วก่อนจะไปจอง

14:34

ก่อนจะไปมุกๆสถานที่ที่ทำบุญ

14:39

เราก็ดูซะก่อนว่าควรทำหรือไม่ควรทำอันนี้

14:43

จะมีประโยชน์กับบรรดาท่านพุทธสัทจะไม่มี

14:46

การสูญเสียอะไรทั้งหมดแต่อย่าลืมนะรักษา

14:51

กำลังใจตามที่กล่าวมา

14:54

ถ้าพระพุทธรูปก็ดีภาพพระรูปองค์สมเด็จพระ

14:58

สัมมาสัมพุทธเจ้าก็ดีพยายามทรงเวลาให้มัน

15:02

ทรงตัว

15:04

จับให้ชัดเจนแจ่มใสไว้จะลืมฝึกกำลังใจให้

15:09

เห็นชัดทุกวันทุกเวลาที่เราต้องการ

15:13

ยามว่างเกิดขึ้นเมื่อไหรใช้กำลังใจจับพระ

15:16

รูปโฉมทันที

15:19

หรือจับภาพพระพุทธรูปแก้วใสที่เราใช้เป็น

15:22

นิมิต

15:24

ให้ติดตาและจิตใจไว้ตลอดเวลา

15:29

บอกไม่มีเวลาจะทำโถไม่ต้อง

15:33

ไม่ต้องออกแรงไม่ต้องใช้เวลามากนึกมาล

15:36

เห็นปั๊บนึกมาลเห็นพัยามปกติของผมสมัยที่

15:42

ผมฝึก

15:44

ผมเห็นของผมได้ตลอดคืนตลอดวันเว้นไว้ตลับ

15:49

ถ้าเราเห็นภาพพระในอกเห็นภาพพระคลุมตัวผม

15:53

ผมจะชื่นใจจิตมีความสุข

15:58

แล้วการภาวนา

16:01

การภาวนานี่ผมก็แปลกกว่าคนอื่นเขาอาจจะมี

16:05

คนดีกว่าผมก็มาก

16:08

นั่นคือเวลาเดินบิณฑบาต

16:11

ผมแทนชื่อว่าพุทโธสัมมาอรหังเป็นต้น

16:16

ผมล่ออิติปิโสทั้งจบ

16:19

เพราะทั้งหมดเนี่ยเราไม่ลืมต้องพยายามนึก

16:23

ในใจเบาๆช้าๆเคลื่อนขึ้นไปจนกว่าจะจบจน

16:28

กว่าจะเดินไปบิณฑบาตจนกว่าจะเดินกลับ

16:32

จนกว่าจะเลิกเข้ามากลับถึงที่นั่นผมจะ

16:34

เลิกเลิกภาวนาอิติปิโส

16:39

ทำอย่างนี้จิตใจชุ่มชื่นมีอารมณ์ทรงตัว

16:43

เมื่อใช้บทยาวๆภาวนาธุระที่จะคุยมันก็คุย

16:48

ไม่ได้

16:50

ถ้าคุยแล้วภาวนาจะขาดเราก็เลยไม่อยากจะ

16:53

คุย

16:55

ในเมื่อไม่คุยจิตคุมอารมณ์

16:58

ผลต่างๆมันก็เกิดตามมาทั้งหมดญาณต่างๆก็

17:01

เกิดปรากฏขึ้น

17:04

แล้วการจะใช้อารมณ์เข้าคุยกับเทวดาหรือ

17:07

พรหมหรือใครก็ตาม

17:09

จะใช้เวลาได้แบบตามสบายๆ

17:13

การนึกถึงอิติปิโสกว่าจะไปปิบาทกลับมัน

17:16

ไม่ใช่เวลาเล็กน้อย

17:20

นั่นหมายความหัดทรงสมาธิทั้งๆที่มีงานอัน

17:23

นี้มีความสำคัญมาก

17:26

นักเจริญสมาธิเฉพาะเวลาสงัดใช้ไม่ได้

17:31

ต่อไปปัจจุบปัจจุปนังสยาน

17:36

ปัจจุปนังสยานนี้มีประโยชน์

17:40

ว่าปัจจุบันนี้ใครอยู่ที่ไหนทำอะไรอยู่มี

17:43

ชีวิตอยู่หรือว่าตายไปแล้วมีความสุขหรือ

17:47

มีความทุกข์ผลงานที่เราสั่งงานไว้ที่โน่น

17:51

ที่นี่เค้าทำดีตามที่เราสั่งมั้ยหรือว่า

17:55

มีการบิดชี้เป็นประการใดอันนี้

17:59

มีความจำเป็นบรรดาท่านพุทธบริษัทจำเป็นจะ

18:03

ต้องรู้

18:06

แล้วก็จำเป็นจะต้องทำเพื่อเป็นความสุขของ

18:09

เรา

18:11

นี้ต่อมายถากโมตาญาณ

18:15

ยถากโมตาญาณเเป็นเครื่องบอก

18:20

เป็นเครื่องบอกว่าความสุขก็ดีความทุกข์ก็

18:23

ดีความเสียหายก็ดีความได้กำไรก็ดีที่

18:27

ปรากฏขึ้นมาเวลานี้เป็นผลจากความดีมาจาก

18:31

ไหน

18:33

นั่นก็หมายความโรย

18:36

เราโรยขึ้นมามีลาภสักการะมากลาภเกิดจากผล

18:40

อะไรผลความดีในชาติปัจจุบันและผลความดีใน

18:45

ชาติในอดีตชาติในอดีตชาติไหนเราทำอะไรไว้

18:49

ภาพนั้นจะปรากฏ

18:53

ถ้าผลงานมันขาดทุนแล้วก็ทราบอีกเหมือนกัน

18:57

ว่าขาดทุนเพราะกรรมอะไรเราทำพลาดเพราะใช้

19:01

ปัญญาน้อยไปใช้ความละเอียดละอน้อยไปหรือ

19:05

ว่ากรรมอะไรที่เราเคยรบกวนเขาไว้เขมาสั่ง

19:08

สมมาทำลายเรามาสนอง

19:15

ความจริงยถามยถากัมตาญาณมีประโยชน์แล้ว

19:19

กลับเข้ามาอีกทีก็คือการป่วยไข้ไม่สบาย

19:24

การป่วยไข้ไม่สบายนี่จถากัมุตตาญาณก็บอก

19:28

เหมือนกัน

19:30

เราจะทราบว่าการป่วยไข้ไม่สบายนี้เราไม่

19:33

ชอบมันเสียหายเงินทองเสียเวลาเสียทรัพย์

19:37

สินเสียความสุข

19:40

เราไม่ชอบแต่เราก็ต้องดู

19:43

อย่าไปนั่งบ่นอย่าไปนั่งว่า

19:48

ทั้งนี้เพราะอะไรครับเพราะว่ากรรมเก่าๆ

19:51

หรือกรรมใหม่ที่เราทำไว้

19:55

อย่างในสมัยเด็กๆก็ไม่เด็กอผมบวชแล้วนะ

20:00

ก่อนที่จะผมจะมีพรรษา 20 พรรษา 4 ปี

20:07

ขณะเวลานั้นผมกำลังอาบน้ำอยู่ที่หน้าวัด

20:12

ผมทำงานทั้งวัน

20:15

งานตั้งแต่เช้าผมเวลาหนุ่มๆผมทำงานยัน

20:18

กลางคืนคืน

20:21

ญาติโยมมาก็รับแขกญาติโยมไปก็ทำงานทำงาน

20:26

กลางวันไม่เสร็จผมก็ทำกลางคืน

20:30

เป็นว่าวันนั้นมันร้อนจัดผมทำงานแล้วก็

20:32

ตอนเย็นก่อนจะทำวัดเย็นผมก็ไปอาบน้ำที่

20:36

หน้าวัด

20:39

ลงไปแช่น้ำได้ประมาณ 5 นาทีร่างกายมัน

20:43

เย็นจิตใจก็ชุ่มชื่น

20:46

เกิดความรู้สึกขึ้น

20:49

ว่านับตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป

20:53

จะต้องป่วยแล้วก็นอนโรงพยาบาล 2 ปี

21:00

ไอ้การนอนโรงพยาบาลไม่ใช่เพียบแปร

21:04

ไม่ใช่เพียบแต่ถ้าไม่เข้ามันเพียบเข้าไป

21:07

แล้วมันก็สบาย

21:10

ออกมาเมื่อไหร่มันจะอาการไข้จะเพียบได้

21:13

อีกอาการจะไม่ซ้ำกันถ้าเข้าไปมันก็สบาย

21:17

จำเป็นต้องอยู่โรงพยาบาลจริงๆ 2 ปี

21:21

แต่ตอนต้นอาจจะเข้าอาจจะออกบ้างแล้วก็

21:25

ต้องไปพักฟื้นอีก 1 ปีใกล้ๆโรงพยาบาลซึ่ง

21:29

หมอจะติดตามรักษาให้

21:33

ความรู้สึกเกิดขึ้นในขณะที่มีความเย็นก็

21:36

เชื่อกำลังใจ

21:40

ว่าความจริงอย่างนี้ต้องปรากฏ

21:43

แต่ว่า

21:45

คนอย่างผม

21:48

อันนี้ผมก็ไม่ได้อวด

21:50

ผมไม่เคยไว้วางใจของผมเลย

21:54

ความรู้สึกของผมไม่ไว้วางใจผมปล่อยถึง

21:57

เวลาช่วงไปประมาณ 1 อาทิตย์

22:01

วันหนึ่งตอนเช้ามืดทำจิตตอนที่ 2 เป็น

22:04

ปกติ

22:06

ผมก็ลึกลุกขึ้นทำกรรมฐานของผมบางทีบางคืน

22:09

ผมนอนชั่วโมงเดียว

22:12

บางคืนก็ไม่ได้หลับเลยเช้าก็ทำงานต่อไป

22:17

ร่างกายในตอนนั้นมันดีมากร่างกายแข็งแรง

22:21

กำลังก็ดีไม่เหมือนเวลานี้

22:24

เวลานี้วันที่พูดนี่ก็โยเยโยเย

22:29

เดินก็งงนั่งก็งงนอนก็งงไม่มีความสุข

22:34

ร่างกายไม่มีความสุขแต่ใจมีความสุขถ้าถาม

22:39

ว่าพูดได้ยังไง

22:42

มันจะแปลกอะไรผมนั่งไม่ไหวผมก็นอนพูด

22:46

พอใช้ไมโครโฟนนี่ผมก็นอนเวลานี้ผมก็นอน

22:51

ไปฟังเสียงเนี่ยผมนอนพูด

22:54

ผมตั้งใจว่าขณะใดที่ผมอยู่ในระหว่างธรรมะ

22:59

ถ้ามันตายเวลานั้นผมพอใจ

23:04

คุณก็ไปผมปล่อยเวลาไว้ 1 อาทิตย์

23:08

ตอนเช้ามืดทำจิตสบาย

23:11

ขึ้นถามตรงพระพุทธเจ้า

23:15

ถามว่าความรู้สึกของผมที่ปรากฏนั้นมันจะ

23:18

ตรงตามความเป็นจริงมั้ย

23:21

ท่านก็บอกว่าจริง

23:25

งานการทุกอย่างต้องระมัดระวังจะให้มันยาว

23:29

เพราะป่วยคราวนี้ไม่มีโอกาสจะออกมาทำงาน

23:32

ต่อไปได้อีก

23:35

ท่านก็บอกชัดว่าการป่วยครั้นี้มันเป็น

23:38

ปัจจัยตัดงานส่วนหนึ่งภายใน

23:42

แล้วก็จะต้องยกแยกยกตัวออกจากวัดไปอยู่

23:45

ที่อื่น

23:48

การเปิดครั้งนี้เป็นการช่วยให้ทางจิตดี

23:51

ขึ้น

23:52

แต่ขืนอยู่ที่วัดทางกำลังใจจะไม่ดีขึ้น

23:55

เลย

23:57

คนนี้การตั้งใจมาก่อนเกิดผมก็ตกใจ

24:02

ไอ้ผลการตั้งใจมาก่อนเกิดมันจะไม่มีผล

24:06

ก็ถามว่าไอ้ก่อนเกิดน่ะผมตั้งใจอะไรไว้

24:12

ในภาพนั้นท่านก็บอกว่า

24:16

ก่อนเกิดนมาจากพรหม

24:20

เดิมทีปรารถนาพุทธภูมิมาตลอดเวลา

24:25

แล้วก็มาชาตินี้

24:28

จะต้องบำเพ็ญบารมีให้ใกล้เต็ม

24:32

ถ้าใกล้เต็มแล้วไม่เวลาท่านก็บอกตรงๆว่า

24:36

ถ้ามีอายุถึง 60 ปีบารมีพุทธภูมิจะเต็ม

24:41

แล้วก็จะไปอยู่ชั้นดุสิต

24:44

แต่ว่าสิ่งที่ตกลงกันมาว่าจะมาลาพุทธภูมิ

24:51

ลาพุทธภูมิรัดตัดทางไปเลย

24:54

ตัดทางไปเลยก็ผมไม่ได้หมายความว่าผมจะ

24:57

เป็นพระอรหันต์

24:59

หมายความว่าถ้าปรารถนาพุทธภูมิก็ช้านาน

25:02

มาก

25:04

อยากจะรัดไปให้มันใกล้ทางเสียเป็น

25:06

สาวกภูมิดีกว่า

25:09

ยังไงยังไงเราก็ต้องมุ่งพระนิพพานกัน

25:12

เหมือนกันหมด

25:14

ท่านก็บอกว่าถ้าพูดถึงกฎของกรรม

25:18

กฎของกรรมจากการเป็นนักรบ

25:22

มีการฆ่าเขาบ้างมีการทำลายทรัพย์สินเขา

25:27

บ้างโดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎถึงการฆ่าเขาหนัก

25:31

ที่สุด

25:34

ต้องเป็นเหตุให้ต้องนอนโรงพยาบาลจริงๆ 2

25:37

ปี

25:39

แต่ว่าไอ้การรบแต่ละทีก็ต้องประกอบด้วย

25:42

ความเมตตาปราณีเหมือนกัน

25:45

ถ้ายึดพื้นที่เขาได้ยึดคนได้ก็ให้การ

25:48

เลี้ยงดูปู่เสื่อน

25:50

ถอนถ้าเขามีความทุกข์ก็ช่วยมีความสุขเขา

25:54

ไม่มีกินก็ช่วยมีกินฉะนั้นขณะที่ไปนอนที่

25:58

โรงพยาบาล

26:01

คนเก่าๆที่เรารู้จัก

26:05

จะหาไม่ได้จะมีสักคน 2 คน

26:10

ทุกคนเขาจะไม่มองเราเลย

26:13

ก็ความว่าเค้าปล่อยให้ตายดีกว่า

26:17

ใครจะคิดอย่างนั้นหรือไม่ก็ไม่ทราบนะ

26:21

ให้พูดเอาเอง

26:23

แต่ว่าจะรับความเมตตาปราณีจากคนใหม่

26:27

คนใหม่การอุปถัมภ์ค้ำชูเป็นอย่างดียิ่ง

26:33

การเงินขณะที่เข้าโรงพยาบาลจะไม่มีติดตัว

26:36

จะมีอย่างมากไม่เกิน 20 บาท

26:40

ไอ้ 20 บาทนี่ไม่เป็นเงินประจำกระเป๋าคือ

26:43

ถ้าจะไม่มีขนาดไหนก็ตามจะเก็บไว้ 20 บาท

26:47

เป็นประจำถ้ามีมากกว่านั้น

26:50

ถ้ามีมากกว่านั้นก็ทำบุญหมดมีความรู้สึก

26:54

ว่าชีวิตของเราไม่มีความหมาย

26:59

ตายแล้วเราไปไม่ได้แล้วเมื่อเราไปไม่ได้

27:02

จะเก็บไว้ทำไมให้มันมากให้มันเป็น

27:05

ประโยชน์กับคนอื่นก็เลยทำบุญก่อสร้าง

27:08

เลี้ยงพระมั่งหมด

27:11

แล้วก็ผลที่สุดท่าก็เลยบอกว่าเราก็จะไม่

27:15

เป็นไรเมื่อไปถูกเทอดทิ้งมากๆความเบื่อ

27:19

หน่ายก็เกิด

27:21

คนเก่าทอดทิ้งแต่คนใหม่เขาเลี้ยง

27:25

อันนี้เป็นกฎของกรรมของการยึดประเทศชาติ

27:28

เขา

27:30

ทำให้คนเก่าเมีความละหมาดพอแต่ว่าเรายึด

27:33

ได้เมืองไหนเป็นเชลยเราเลี้ยงให้มีความ

27:36

สุขฉะนั้นคนเก่าๆที่เราเคยสนุถนอมมาลงมา

27:40

เขาจะหลีก

27:43

เขาจะไม่มองเราไม่มีใครสงเคราะห์แต่คน

27:46

ใหม่จะเข้ามาสงเคราะห์ความจริงบรรดา

27:49

เพื่อนภิกษุสามเณร

27:51

เป็นความจริงตามนั้นผมนอนป่วย 2 ปี

27:56

คนเก่าๆทายกเห็นหน้า 2 คน

28:00

เห็นหน้า 2 คนไปครั้งเดียวไปทำไมไม่ใช่ไป

28:03

เยี่ยมไปขอทรัพย์สินที่มีอยู่ขอผมเถอะ

28:10

ผมก็เลยบอกว่าทั้งหมดของที่มีอยู่ที่วัด

28:12

เป็นของสงฆ์

28:15

ผมออกมาจากวัดผมไม่มีอำนาจอะไรเลยผมคิด

28:18

ว่าเป็นของสงฆ์จริงๆไม่ใช่เป็นเล่ห์

28:20

เหลี่ยม

28:21

และจากนั้นมาก็ไม่เคยมีใครไปอีกแต่ว่าคน

28:26

ใหม่ที่ไม่เคยรู้จักบรรดาท่านพุทธบริษัท

28:28

อนหนาฝาคั่งมากเข้าไปนอนป่วยในที่นั้นพระ

28:33

ที่เข้ามาป่วยก็ดีฆราวาสก็ดีพลอยได้กิน

28:36

อาหารวันนึงเต็มๆโต๊ะๆใหญ่ๆเหลือแหล่เข้า

28:40

ของใช้ของสอนของกินบริบูรณ์สมบูรณ์นี่

28:44

แหละเป็นผลจากการยึดธาตุคิดเขาได้เรา

28:48

บำรุงเขาบรรดาท่านพุทธบริษัท

28:50

ยาถากัมตาญาณมีประโยชน์อย่างนี้วันนี้ก็

28:55

หมดเวลาแล้วแต่สัญญาณบลาปรากฏก็ต้องขอลา

28:58

ก่อนขอความสุขสวัสดิพิพัฒนมงคลสมบูรณ์พู

29:03

ผลจงมีแด่บรรดาท่านพุทธศาสนิกชนคนผู้รับ

29:07

ฟังทุกท่านสวัสดี

29:09

>> ท่านสาธุชนพุทธบริษัทและบรรดาญาติโยม

29:12

พุทธบริษัททั้งหลาย

29:15

และเพื่อนภิกษุสามเณร

29:19

สำหรับวันนี้ยังเป็นวันที่ 17 กรกฎาคม

29:22

2527 อยู่

29:27

ที่ 17 ที่ 18 ความจริงผมพูดมาทั้ง 3

29:31

หน้าแล้ว

29:33

พัวผมว่าวันที่ 17 เป็นความจริงไม่ถูกนะ

29:38

มันเป็นวันที่ 18 กรกฎาคม 2527

29:45

ตอนนี้ก็เป็นหน้าที่ 4 ประโยชน์แห่งการ

29:47

เจริญมโนิธิ

29:51

ความจริงเวลานี้

29:54

ทางคณะสงฆ์

29:56

ได้ประกาศ

29:58

ให้ทุกวัดเจริญสมาธิกรรมฐาน

30:05

จะเป็นสมถะวิปัสสนาก็ได้เป็นการเจริญ

30:08

สมาธิ

30:10

แต่ความจริงผมก็ดีใจ

30:14

ที่ผมไม่ต้องรอให้คณะสงฆ์ประกาศ

30:18

ผมทำมาพแล้วเป็น 10 ปี

30:23

หลังจากที่หลวงพ่อปานฝึกให้ผมได้บ้างเป็น

30:26

แบบเป็ดๆ

30:29

คือผมมีความรู้ในกรรมฐานแบบเป็ดนะ

30:34

และเป็ดก็ไม่ใช่เป็ดเป็ดเทศน์เป็นเป็ดไทย

30:37

บินไม่เก่งร้องไม่เก่งเดินไม่เก่งเตาะแตะ

30:40

เตาะแตะไปตามเรื่องตำราของผมผม

30:44

ก็อุตส่าห์นำประโยชน์เล็กๆน้อยๆที่มันได้

30:47

จากมโนยิทธิ

30:49

มาแนะนำบรรดาเพื่อนภิกษุสามเณร

30:54

แล้วก็บรรดาญาติโยมพุทธบริษัทอุบาสก

30:56

อุบาสิกา

30:59

ความจริงด้านวิชา 3 หรือว่าด้านมโนยินนี่

31:02

ผมปลุกปล้ำมาเป็น 10 ปี

31:07

ญาติโยมก็สนใจบ้างไม่สนใจบ้างผมก็ไม่ว่า

31:13

ผมไม่เคยว่าผมไม่เคยเบื่อ

31:17

ในเฉพาะสุขด้านสุขวิปัสสโก

31:21

ญาติโยมสนใจมาก

31:25

ผมก็เอาญาติโยมชอบอะไรผมก็ไปแบบนั้นที่

31:29

ไหนญาติโยมชอบสุขวิปัสสโกผมก็แนะนำได้

31:32

สุขวิปัสสโก

31:35

ญาติโยมที่ไหนต้องการด้านเตวิโชโชแนะนำ

31:39

ได้เตวิโช

31:41

ญาติโยมเพราะพวกไหนต้องการชลปิญโญอันนี้

31:44

ผมสอนไม่ได้

31:48

ผมสอนได้แต่มโนิธิแบบเป็ดๆ

31:53

เรียกว่าพอไปถึงสวรรค์นรกได้ด้วยกำลังของ

31:56

ใจ

31:58

ไม่เอากายเนื้อไปเอาเอากายในไป

32:02

ผมก็ดีใจจนกว่าคณะสนจะฝคณสงฆ์จะแจ้งมานี่

32:08

ผมทำมาแล้วแนะนำมาแล้วเกิน 40 ปี

32:14

ก็รวมความว่าผมก็ดีใจที่คณะสงฆ์ได้เห็น

32:18

ชอบด้วย

32:20

คำว่าประโยชน์ใหญ่จริงๆ

32:24

ในการมีประโยชน์เมื่อเร็วๆนี้

32:28

อ่าท่านมาสัมมนาพระสังฆาธิการ

32:32

ผมก็บังเอิญได้รับการแต่งตั้งเป็นพระ

32:35

สังฆาริการคือเป็นเจ้าอาวาสเป็ดๆอีกแะ

32:40

ไม่กี่วันความจริงตำแหน่งนี้ผมโยนทิ้งมา

32:44

ทีแล้ว

32:46

ตำแหน่งต่างๆที่พึงได้เพราะโยนทิ้งหมด

32:50

ผมไม่เคยสนใจเพราะมันเป็นปัจจัยของความ

32:53

ทุกข์

32:56

แต่นี้เป็นการบังเอิญมาวัดผมสร้าง

33:00

ผมหนีไม่ได้หนีหนีไปแล้วถ้าวัดนี้ผมไม่

33:04

สร้างนะ

33:06

แต่ความจริงวัดนี้จริงๆมันมีสภาพเป็นวัด

33:09

ร้าง

33:12

เดิมทีเดียวออกพรรษามีเจ้าอาวาสองค์เดียว

33:16

วัดก็มีแต่ทรุดชมมาตามลำดับไม่มีอะไรดี

33:19

ขึ้นมีแต่หายไปพระพุทธรูปก็หมดไปปากุฏิดี

33:23

ๆก็หมดไปกุฏิดีๆก็หมดไป

33:28

ของดีๆมีไม่ได้ก็หมดไปทั้งหมด

33:33

ก็รวมความว่ามันมีสภาพจะถึงวาระร้างอยู่

33:36

แล้ว

33:38

ผมก็โดเร

33:43

บังเอิญญาติโยมมาสนับสนุน

33:46

ทีแรกคิดว่าจะทำนิดๆหน่อยๆแล้วก็เปิดเข้า

33:49

ถ้ำเข้าป่าไปเลยดีกว่าผมว่าอย่างงั้น

33:53

แต่มาญาติโยมหลายท่านจะสนับสนุน

33:56

เอาสตางค์มาให้นี่ผมไปก็ไม่ได้ไปก็เป็น

34:00

ขโมยโยเงินเค้านี่

34:03

ถ้าจะวางให้คนอื่นก็มีหวัง

34:07

ไม่รู้จะวางให้ใครดีไม่ดีไปวางให้โจรเข้า

34:11

ปล้นเงินบรรดาญาติโยมพุทธบริษัทผมก็พลอย

34:14

ตกนรกไปด้วย

34:18

ทีแรกก็ตัดสินใจว่าทำแค่นั้นเสร็จแค่นี้

34:21

เสร็จก็จะไป

34:23

ในเมื่อไปไม่ได้ก็สู้

34:26

คำว่าสู้นี่ไม่ได้ไปสู้ไปตีกับใครสู้กับ

34:29

พลังศรัทธาของบรรดาญาติโยมพุทธบริษัท

34:34

เอาไงก็เอากันวัดนี้ที่เจริญรุ่งเรือง

34:37

ขึ้นมาได้อาศัยมโนยิทธิช่วยนะอาศัย

34:42

กรรมฐานช่วยอันนี้เป็นตัวอย่าง

34:46

แล้วก็มีหลายวัดแล้วที่พระท่านฝึกกันไป

34:51

มีคนเขมาแจ้งให้ทราบว่าพระองค์นั้นพระ

34:53

องค์นี้

34:55

มาฝึกไปจากหลวงพ่อแล้วไปถึงท่านรุ่งเรือง

34:58

จริงๆวัดของท่าสง่างามคนเข้าช่วยเหลือใน

35:03

การก่อสร้างพระกรรมฐานเป็นปัจจัย

35:08

นี่แหละบรรดาเพื่อภิกษุสามเณร

35:11

ผมว่าความสะอาดของจิตของพระพุทธเจ้า

35:16

พระพุทธเจ้าท่านไปไหนท่านไม่เคยอด

35:20

พระพุทธเจ้ามีพระมากเท่าไหร่ก็มีที่พักมี

35:23

อาหารบริโภคมีอาหารฉัน

35:26

เพราะจิตสะอาดพวกเราความสะอาดของจิตไม่

35:30

เท่าพระพุทธเจ้า

35:33

โดยเฉพาะอย่างผมก็ไม่สะอาดสะอิดน้าก็เป็น

35:37

รูปพอลื่นๆเหมือนจิต

35:40

คงจะไม่มีสภาพจิตจะแจ่มใสเป็นดาวประกาย

35:44

พลิก

35:46

ถ้าจิตเป็นดาวประกายพฤกษนี่เป็นจิตพระ

35:49

อรหันต์

35:51

ผมก็ไม่รู้ไอ้จิตของผมผมไม่เคยสนใจจิตใจ

35:56

ของใครผมเวลานี้ผมไม่สนใจไทยทั้งหมด

36:00

เมื่อก่อนนี้ผมก็แบบเดียวกับเลขานุการเอก

36:04

สิงคโปร์ที่ประจำประเทศไทย

36:08

ลูกศิษย์พลเอกทนทองสุวรรณทัตนั่นแหละ

36:12

ปรากฏว่าผม

36:17

ปรากฏเจอใครชื่อใครไม่ได้รอปั๊บทันที

36:23

ได้ยินชื่อปั๊บอันดับแรกใช้เจโตก่อน

36:28

ดูจิตของคนนี้มีสภาพเป็นยังไง

36:32

ดูไปดูมาจะลืมว่าเวลานั้นผมก็เป็นเป็ดตัว

36:36

เล็กๆ

36:39

เวลานี้ตัวใหญ่ก็เป็นเป็ดไทยไม่ใช่เป็ด

36:42

เทศ

36:44

เป็นเป็ดตัวเล็กๆไปเจอเอาพระสำคัญเข้า

36:49

พระองค์นี้สำคัญจริงๆ

36:52

พอเบอกชื่อปั๊บ

36:55

ผมก็จับกับจิตปุ๊บโอ้โห

36:59

พวกนี้ประวัติเบื้องหลังใช้ตีตังสยาน

37:04

ยาวเหยียด

37:06

ยาวนี่ไม่ใช่ไม่ใช่เลวเหยียดนะดีเหยียด

37:10

ตั้งแต่บวชมาทุดดงค์ตลอด

37:14

เวลาที่ใกล้พรรษาที่ไหนขอจำขออาศัยวัดจำ

37:18

พรรษา

37:20

พอลืนออกพรรษาแล้วก็เดินุดดงต่อไป

37:25

และกำลังใจของท่านเวลานั้นท่านสูงกับผม

37:28

มาก

37:31

ความจริงเวลานั้นผมยังหนุ่มอยู่

37:35

แล้วก็ผมยังเป็นเป็ดที่เดินตัวเล็กๆเดิน

37:38

ต่อแตกต่อแตกต่อแตกเดินก็จะชนจะล้ม

37:44

ไปดูใจท่านก็ปั๊บท่านปิดปุ๊บทันทีมืดเลย

37:49

อันนี้เป็นเครื่องวัดผมเชื่อมั่นเลยว่า

37:52

พระองค์นี้ดีจริง

37:55

ถ้าไม่ดีจริงๆปิดไม่ทัน

37:59

อารมณ์ใจนี่มันรู้กันได้ง่ายๆเมื่อไหร่

38:02

ใครเนึกอะไรมานี่ใครจะรู้นี่เราพอนึกปั๊บ

38:07

ท่านปิดปั๊บ

38:09

หันมาเลยยิ้ม

38:12

ท่านพูดเรื่องอื่นอยู่หันมาพูดคนเรามันก็

38:15

แปลกนะไอ้คนอื่นเขาได้คิดว่าตัวจะได้บ้าง

38:19

มันไม่มีทางไม่มีทางจะอย่าจะทำกันไปคำว่า

38:24

คำไม่ทำได้หมายความว่ารู้ไม่ได้แน่ฉันจะ

38:27

ปิด

38:29

เท่านี้ผมชื่นใจ

38:32

ผมกราบได้ทันที

38:35

กราบด้วยความสนิทใจว่าท่านเก่งจริงๆ

38:40

แลการเก่งอย่างนี้ตามสันนิษฐานของผมว่า

38:44

พระองค์นี้ต้องไม่ใช่ปิญญา

38:48

เข้าใจว่าจะเป็นปสมิทาญาณ

38:52

ก็คุยกันอยู่แท้ๆคนต้องเยอะเรานึกพับปิด

38:55

พับทันทีแล้วหันมายิ้มเลยนี่เก่งจริงๆ

39:01

ความจริงพระในประเทศไทยเราอย่างนี้มีเยอะ

39:06

ในกรุงเทพฯก็มีอย่าไปนึกว่าพระในกรุงเทพฯ

39:10

ที่ไม่ดีนะมีนะเยอะ

39:13

จะไปชนพระดีตาย

39:16

แต่ความจริงพระดีไม่โอดโถงนะ

39:21

เราไปคุยท่านก็แบบธรรมดาๆดา

39:24

ดีไม่ดีอย่าคิดว่าไอ้หลวงตาถุ่ยๆองค์นี้

39:27

ไม่มีความหมายระวังให้ดีนะ

39:31

พวกนี้ท่านไม่มีอะไร

39:34

ท่านไม่มีอะไรจะอวด

39:37

เพราะความจริงมหาเศรษฐี

39:41

จะนำทรัพย์มหาศาลไปอวดขอทานมันก็ไม่ได้มี

39:44

ประโยชน์

39:46

และขอทานก็จะมีอะไรมาเบ่ง

39:49

พระดีๆก็เหมือนกันที่ผมเข้าไปท่านก็ทำ

39:53

จ๊องๆเพราะอะไรมั้ยเพราะว่าไอ้ผมเป็นสภาพ

39:57

ขอทาน

40:00

ขอทานคือความดีผมมีนิดเดียวกระจุ๊ม

40:03

กระจิ๊มก็ไอ้เป็ดเดินเป๊ะแป๊ะๆแป๊ะ

40:07

แล้วจะไปชนกับพระที่มีความดีได้ยังไงท่าน

40:10

ก็เลยไม่รู้จะอะไรอวดท่านก็เลยเก็บเงียบ

40:12

ทำเหมือนคนไม่มีอะไรนี่เป็นความดีของท่าน

40:17

เราดีไม่เท่าท่านท่านก็ทำตัวลงมาเป็นความ

40:22

ดีที่ควรจะบูชา

40:25

และโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่บรรดาทางราชการ

40:30

มั้งเห็นพระท่านว่านะพระท่านบอกว่าทาง

40:34

ราชการขอให้พระอบรมศีลธรรม

40:38

แต่ความจริงเรื่องอบรมศีลธรรมนี่นิมนต์ผม

40:40

ไปที่ไหนผมไม่ไป

40:43

บรรดาเพื่อนวิศกสามเณรหลายวัด

40:47

ที่บอกผมไปพูดที่นน่นพูดที่นี่อย่าให้บอก

40:50

เลยครับผมไม่ไปแน่นอน

40:54

ถ้าขืนไปแล้วมันไม่ได้เกิดประโยชน์โทษก็

40:57

เกิดกับผมด้วยนั่นคือผมป่วยไข้ไม่สบายแก่

41:00

แล้ว

41:02

เวลาจะพักจะผ่อนก็ไม่มีเวลาไปถึงหน้าที่

41:05

ให้นั่งแกรวถึงเวลาพูดพูดแล้วก็นั่งแกรว

41:10

อีกไม่มีเวลาพักผ่อน

41:13

อันนี้มันไม่ไหวจริงๆ

41:18

แล้วอีกประการหนึ่งการพูดไม่มีผลผมเทศน์

41:21

มาตั้ง 20 ปี

41:25

ไม่เคยมีญาติโยมเลิกสุราไม่เคยดีขึ้นเลย

41:31

ไปแค่ทีไรก็แค่นั้นไปทีไรก็แค่นั้นไปมา

41:34

เป็นกลายเป็นรับจ้างเทศน์ไป

41:38

รู้บางแห่งเ้ารู้สึกว่าผมไปรับจ้างเเทศน์

41:42

ไปเทศน์เอาเงิน

41:46

ผมก็เลยท้อใจไม่เกิดประโยชน์คือแต่ว่า

41:49

นั่งคิดใหม่ว่าทำยังไงน้อ

41:53

จะสนองคุณองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

41:56

ได้

41:58

กลับมาใหม่มาว่ากันเรื่องพระกรรมฐาน

42:03

จึงมาพิจารณาด้านสุขสโกขนน้อยอีก

42:08

ญาติโยมทำได้ญาติโยมมักจะคุยกันเวลานั่ง

42:11

นั่งนานเท่านั้นนั่งนานเท่านี้

42:15

อารมณ์แบบนั้นอารมณ์แบบนี้มันก็ไม่จริง

42:19

แต่ก็รักษาอารมณ์ได้ไม่จริง

42:22

ก็เลยคิดว่าจะสอนได้ 2 ในวิชา 3

42:26

และก็มโนยิทธิ

42:28

ที่ว่า 2 ในวิชา 3 เป็นฌานโลกีย

42:33

เป็นสมาธิต่ำๆความจริงไม่ถึงฌาน

42:37

2 นชา 3 นี้ขึ้นในอุปจารสมาธิ

42:41

ยังไม่ถึงฌานสมาบัติ

42:44

ก็ผมบอกแล้วผมเป็นเป็ด

42:48

นจะเอาอีกแล้ว

42:52

ไปมาก็ไม่จับได้ 2 ในวิชา 3 โยมเอาไม่ได้

42:56

อีก

42:58

หาวิธีการต่างๆหลายอย่างหลายแบบให้สั่ง

43:02

พระพุทธรูปเอาพุทธรูปเพ่งพระพุทธรูปดูพระ

43:04

แก้วดูพระทองก็ไม่ไหวอีก

43:08

ไปไม่รอดไปไม่รอดทำยังไง

43:13

หันมาจับมโนยิทธิเถิด

43:17

มโนิธิตามกำลังที่ผมศึกษามา

43:21

ยังไงโยมรับไม่ไหวแน่

43:25

เพราะต้องใช้กำลังมากใช้เวลามาก

43:32

ไม่เหมาะแก่บรรดาญาติโยมพุทธบริษัท

43:35

และก็ไม่เหมาะกับพระที่ใหม่ๆใช้เวลาน้อยๆ

43:42

ในที่สุดก็มาหาทางให้ง่ายและให้เร็วตาม

43:47

ที่ฝึกอยู่เวลานี้กว่าจะค้นพบก็นาน

43:52

การฝึกมโนยิทธิมีประโยชน์แบบไหน

43:57

มโนยิทธิจุดบังคับจริงๆ

44:01

ถ้าญาติโยมพุทธบริษัทชายหญิงที่มาฝึก

44:03

เนี่ยผมก็ไม่มั่นใจว่าท่านจะรักษาได้ทุก

44:06

คน

44:09

มีบางรายให้ไปแล้วศูนย

44:13

ทำได้แล้วกลับไปบ้านบอกว่าไม่กล้าทำเพราะ

44:17

ไม่มีโคศรอันนี้เราก็ไม่ติดกัน

44:20

เพราะอะไรความเข้มแข็งของจิตที่พระ

44:23

พุทธเจ้าทรงเรียกว่าบารมีไม่เสมอกัน

44:28

ท่านมีกำลังต่ำแค่นั้นเราจับโยนเข้าไปที่

44:31

สงฆยอดไม้ท่านก็หล่น

44:35

บางรายทำไปได้แล้วไปถอยเฝือไปบอกไปที่

44:39

บ้านมันไม่สว่างไสว

44:42

คือว่าไม่สามารถจะทำไม่แจ่มใสมันเหมือนมา

44:44

อยู่ที่วัด

44:47

อันนี้ก็ทราบได้ว่ากลับไปบ้านท่านไปทำศีล

44:50

ขาดตามเดิม

44:53

ท่านไม่ทรงความดีเหมือนท่านที่ปฏิบัติ

44:56

อยู่ที่นี่

44:58

ปฏิบัติอยู่ที่นี่ท่านรักษาความดีไว้ได้

45:01

สภาพของจิตเราสื่อใสอารมณ์ยังเป็น

45:05

โลกียีวิสัยมันไม่ทรงตัว

45:09

แต่ว่าส่วนใหญ่ดีมาก

45:14

เพราะอะไรเป็นกฎตายตัวของมโนยิธิที่ต้อง

45:17

ทำมันก็ตรงกับที่คณะสงฆ์ขอร้องมา

45:21

มโนยิธิจริงๆที่จะทรงตัวฟังตามนี้นะญาติ

45:26

โยมพุทธบริษัทก็ดีบรรดาเพื่อนภิกษุสามเณร

45:29

ที่นั่งฟังก็ดี

45:34

หรือว่าจะให้ทรงตัวจริงๆต้องเอาอุทมบริกา

45:37

สูตรมาอ่านกัน

45:40

ว่าพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ยังไงผมจะเล่าย่อๆ

45:45

สำหรับด้านสกิจพระพุทธเจ้าพูดไว้มาก

45:50

ผมย่อเอา 1 เราไม่สนใจจริยาของใครซะเลย

45:55

2 ไม่โออวด

45:58

3 ไม่ยกตนคมท่านแล้วก็ 4

46:01

ไม่เอ่อเรียกไม่ถือตัวเกินไป

46:07

เอาย่อๆเท่านี้

46:09

อาการความดีขนาดนี้พระพุทธเจ้าทรงเรียก

46:13

ว่าสะเก็ด

46:17

ยังไม่ใหญ่โตเข้าไปเกาะสะเก็ดนิดๆของ

46:20

พุทธศาสนาอันนี้ต้องสังเกต

46:23

ถ้าใครปฏิบัติไม่ได้อย่างนี้ก็เกาะสะเก็ด

46:26

ไม่ได้ไม่ต้องไปดูต่อไปแล้ว

46:31

ญาติโยมที่รักษามโนทิธิไว้ได้ดีท่านรักษา

46:34

ไว้ได้ดีและอันดับที่ 2 การเข้าถึงเปลือก

46:40

พระพุทธเจ้าเจ้าทรงตรัสว่า 1 เราต้องไม่

46:42

ทำลายศีลด้วยตนเอง

46:45

2 ไม่ยุยงส่งเสริมให้บุคคลอื่นทำลายศีล

46:50

3 ไม่ยินดีเมื่อบุคคลอื่นทำลายศีลแล้ว

46:54

ก็รวมความว่าเราจะรักษาศีลให้ครบถ้วน

46:58

แจ่มใส

47:00

หลังจากนั้นจิตมีความเข้มแข็ง

47:04

สามารถระงับนิวรณ์ได้ทันทีทันใดตามที่เรา

47:07

ต้องการ

47:11

ไอ้นิวรณ์กับปฐมฌานนี่เป็นศัตรูกัน

47:15

ถ้าขณะใดอารมณ์ของนิวรณ์นิดหนึ่งอย่างใด

47:18

อย่างหนึ่งมีขึ้นในจิต

47:21

เวลานั้นกำลังของสมาธิจะสลายตัวทันที

47:26

เวลาใดที่จิตสงับจากนิวรณ์นิวรณ์ไม่ฟูสงบ

47:31

เวลานั้นกำลังจิตสมาธิเป็นปฐมฌานทันที

47:35

เหมือนกันโดยไม่ต้องภาวนา

47:39

ไม่ต้องทำอะไรเลยถ้านิวรณ์ไม่โฟกขึ้น

47:42

ปฐมฌานก็มา

47:44

ถ้านิวรณ์มาปฐมฌานก็ไป

47:48

ก็แลกกันไปแลกกันมาอย่างนี้

47:51

แล้วประการต่อไปอาการที่จะทรงตัวมีความ

47:54

แจ่มใสของจิต

47:57

จิตจะผ่องใสต้องการรู้ต้องการเห็นอะไร

48:00

เมื่อไหร่ได้ทันทีทันใดแล้วก็มีสภาพไม่

48:02

ผิดแจ่มใสด้วย

48:05

นั่นก็คือพรหมวิหาร 4

48:10

พรหมวิหาร 4 ก็ 1 เมตตาความรัก

48:14

มีความรู้สึกไว้เสมอว่าเราจะรักคนรัก

48:18

สัตว์เสมอด้วยตัวเรา

48:21

เราอยากจะฆ่าตัวเรามั้ยไม่มีใครอยากฆ่า

48:24

อยากจะขโมยของเราไปทิ้งเราไม่มี

48:27

ความเราจะรักเขาเป็นมิตรที่ดีสำหรับเขา

48:31

ถ้าโอกาสมีเราจะเกื้อกูลเขาให้มีความสุข

48:37

ตามกำลังที่เราจะพึงทำ

48:40

เราจะไม่อิจฉาริษยาใครเมื่อบุคคลอื่นได้

48:43

ดีเพราะยินดีด้วย

48:45

ใครเพี่ยงพล้ำเราไม่ซ้ำเติมระวางเฉยระวัง

48:49

เฉยอารมณ์อย่างนี้บรรดาท่านพุทธบริษัท

48:52

พรหมวิหาร 4 นี่ถ้าว่าจำใจไว้เสมอศีลก็

48:57

บริสุทธิ์

48:59

ทานการจาคะก็สมบูรณ์แบบ

49:03

แล้วก็สมาธิก็ตั้งมั่นวิปัสสนาญาณคือ

49:08

ปัญญาก็แจ่มใสเพราะอารมณ์ใจเยือกเย็น

49:13

ก็เป็นกำลังใหญ่เขาตัดโลภะความโลภโทสะ

49:17

ความโกรธโมหะความหลง

49:20

จิตจะสะอาดอยู่ตลอดเวลา

49:23

จิตมีความเยือกเย็นอารมณ์เป็นฌานตลอดเวลา

49:28

ต้องการจะรู้อะไรขึ้นมาระงับนิวรณ์ปั๊บ

49:31

เดียว

49:33

มีความรู้สึกจิตแจ่มใสสะอาดทันที

49:38

ทำได้อย่างนี้ถือว่าเป็นการทรงฌานโลกีย

49:43

ฌานโลกีจะทรงตัวไม่มีการเสื่อมคลายไม่มี

49:46

การถอยหลัง

49:48

อันนี้ญาติโยมพุทธบริษัท

49:51

ทำได้ดีมากเยอะ

49:54

รักษาอารมณ์ทั้งหมดนี่ว่าที่คำว่าอันนี้

49:57

พระพุทธเจ้าทรงเรียกเข้าถึงเปลือกที่พระ

49:59

องค์ทรงสอน

50:01

แปลว่าเปลือกความดีนี่บรรดาญาติโยม

50:04

พุทธบริษัททำได้เยอะจริงๆ

50:07

รักษาไว้ได้ดีๆทำให้โลกทำให้ประเทศชาติมี

50:11

ความเยือกเย็น

50:13

มีความสามัคคีกันมีศรัทธาประสาทะดีซะแล้ว

50:18

ต่อไปปุพเพนิวาสติ

50:20

เข้าถึงคี

50:24

ระลึกชาติได้ถึงไม่ใช่เป็นการระลึกชาติ

50:26

แบบเป็ดๆ

50:29

เค้าก็ทำกันได้

50:32

บรรดาท่านเพื่อนภิกษุสามเณรทั้งหลาย

50:36

บางท่านฟังแล้วจะหาอวดอตริมนุษธรรม

50:40

หาก็หาไปเถอะแต่อย่าลืมว่าคนเทำได้เวลา

50:46

นี้เวลาฝึกครูเ้าฝึกกันผมไม่ได้ฝึกเอง

50:51

ผมเอาแต่เป็นเพียงประธานนอนเป็นประธาน

50:54

อยู่ที่นั่นบ้างนอนประธานที่กุฏิบ้างบาง

50:56

ทีหายใจอย่าตายบ้าง

51:00

บางทีก็นั่งงงงีงงอย่างเวลาเมื่อ 2 วัน

51:03

เนี่ยบานกับวันนี้โงเงบอกไม่ถูก

51:09

วันที่ 27 เอ้ยขอโทษวันที่ 17 กับวันที่

51:12

18 กรกฎาคม 2527

51:15

มันจะทรงตัวไม่ไหว

51:18

วันที่ 17 กรกฎาคม

51:20

ชาวสามพรานมา 70 คนกว่าลงรับไม่ได้แขก

51:26

มันไม่ไหวจริงๆทรงตัวไม่ได้วันที่ 18 นี้

51:31

ก็ดีอยู่พักหนึ่งตอนเย็นทักจะไม่ไหว

51:34

เหมือนกัน

51:37

เวลานี้ก็เลยต้องนอนพูด

51:40

สบาย

51:42

พูดมันไปอย่างเงี้

51:45

ถ้าจะตายไประหว่างธรรมะก็ยอมอันนี้

51:49

ประโยชน์ใหญ่สำหรับอุพเพริวาสุตติญาณ

51:52

กันระลึกชาติ

51:54

ญาติโยมก็สามารถทำกันได้อย่าลืมว่าครู

51:59

เป็นเป็ดลูกศิษย์คงจะไม่ใช่โหง

52:03

แต่ก็ดีไม่ดีลูกศิษย์อาจจะเป็นโหงก็ได้

52:06

อย่างท่านโลุทายี

52:09

ท่านไม่เอาไหนจะสามารถแนะนำให้พระทั้ง

52:12

หลายสามารถไปได้ดีคือไม่ดีจากท่านหรอก

52:15

เค้าเรียนมาจากพุทธเจ้า

52:17

แต่บางรายท่านก็ทำเ้าเปลิงไปเหมือนกัน

52:22

สำหรับท่านโลุธายีท่านไม่ใช่เป้าเป็น

52:26

อย่างท่านจักุบาล

52:29

ท่านจักกุบาลนี่ให้ท่านเป็นวิสัย

52:32

สุขวิวาสโก

52:35

แต่พระที่อยู่กับท่านได้ไปสุมิทาญาณกัน

52:38

เป็นแถว

52:40

นี่จะถือว่าครูเป็นเป็ดแล้วลูกศิษย์จะ

52:42

เป็นเป็ดเสมอไปไม่ใช่ครูเป็นเป็ดลูกศิษย์

52:46

อาจจะเป็นหงส์ทองก็ได้

52:50

ฉะนั้นผมก็ในขั้นอัขาตารโรตถาคตา

52:54

การประพฤติปฏิบัติเป็นหน้าที่ของบรรดา

52:57

ญาติโยมพุทธบริษัทและเพื่อนภิกษุสามเณร

53:01

ผมมีหน้าที่บอกเท่านั้นเองผู้รับฟังอาจจะ

53:05

ทำได้ดีกับผู้บอกเยอะแยะไปถมเถไป

53:11

เป็นอันว่ากพี้ในพุทธศาสนาญาติโยมก็

53:14

สามารถทรงตัวได้

53:17

ต่อมาแก่นจุปปาทิญาณ

53:20

หรือทิพขุญาณ

53:22

ท่านก็ทำกันได้กันอีกแล้วต่อมา

53:26

ปจุปนังสยานก็ดีอตีตังสยานก็ดีนาขังสยาน

53:30

ก็ดี

53:32

ท่านทำกันได้ดีมาก

53:35

ดีจนกระทั่งท่องเที่ยวไปเจอพระในนรกนเป็น

53:40

พระช้างสีดอรเสียด้วย

53:43

แล้วก็อโลกันบ้างอเวจีบ้าง

53:47

แล้วก็เจอพระในปัจจุบันเนี่ยใกล้ๆใน

53:51

สวรรค์บ้างพรหมโลกบ้างเลยพรหมไปบ้าง

53:57

ทำให้กำลังใจญาติโยมพุทธโดยสัตว์มั่นคงใน

54:00

ความดี

54:02

และก็โสดหดหู่ท้อถอยในความชั่ว

54:07

จะลืมว่าทุกคนยังเป็นปุถุชน

54:11

ยังไม่หนักแน่นนักอาจจะพลาดได้แต่พลาด

54:14

น้อยดีว่าพลาดเป็นปกติ

54:18

คำแนะนำที่ให้แนะนำไว้เป็นปกตินั่นก็คือ 1

54:23

ทุกคนยังจะลืมความตาย

54:28

แล้วตายตายแล้วไม่ใช่ตายศูนย

54:31

ตายศูนย์อีกศาสนาหนึ่งไม่รู้ศาสนาไหน

54:36

ยินเสียงทางวิทยุบ้างโทรทัศน์บ้าง

54:40

หนังสือบ้างตายแล้วสูญตายแล้วสูญก็เป็น

54:45

เรื่องของท่านเราจะไปตำหนิท่านเมื่อท่าน

54:49

จะสูญก็เป็นเรื่องของท่านสวนพวกเราลูก

54:51

ศิษย์พระพุทธเจ้าเราไม่สูญ

54:55

เราไม่สูญเพราะว่าเขาได้ตีตังสิญาณถอย

54:58

หลังปุพนิวาสันติญาณถอยหลัง

55:02

เรู้เเคยเกิดมาแล้วตั้งหลายแสนวาระ

55:07

ไหลอสงไขยกลับเขาก็ยังไม่สูญ

55:11

อนาคตังสยาน

55:14

บรรดาญาติโยมพุทธบริษัทบรรดาเพื่อนภิกษุ

55:17

สามเณร

55:18

สามารถพิสูจน์พระ

55:22

ที่ใหญ่

55:24

โดยฐานะคือใหญ่กว่าตัวท่านเองฐานะสูงกว่า

55:29

อันดับไหนก็ตามว่าจะไปทางไหนเข้าทราบ

55:35

แต่ปัจจุปนาสญาณ

55:38

ไปชนกันในนรกเลย

55:41

แล้วสามารถคุยกันได้รู้ปฏิปทาความชั่ว

55:47

เมื่อรู้อย่างนี้แล้วก็ทำให้ทุกคนทราบและ

55:50

เกิดความกลัว

55:52

ว่าถ้าเราทำอย่างนั้นบ้างอาจจะต้องมีโทษ

55:55

อย่าง

55:57

อันนี้ก็ต้องเป็นอนาคตังสยาน

56:00

พิสูจน์ตัวเองว่าถ้าทำอย่างนั้นจะไปถึง

56:03

ไหนก็ทราบได้อีกตอนนี้ล่ะบรรดาเพื่อน

56:07

ภิกษุสามเณร

56:11

เป็นเหตุให้บรรดาพระก็ดีฆราวาสก็ดีที่เ้า

56:14

ได้แล้วเมีความมั่นคงเอาเฉพาะคนที่มั่นคง

56:17

นะที่เลอะเทอะมาก็เดี๋ยวไปน่ะไม่ได้

56:21

เรื่องราวอะไรบางทีมาคืนเดียวไป

56:24

ไม่เมียผมไม่ใช่พระพุทธเจ้ามาเดี๋ยวๆจะ

56:27

ได้อะไร

56:29

แล้วก็มาไปมาไปประเภทมาคืนเดียวนี่ผมไม่

56:32

สนใจ

56:34

ไม่สนใจเพราะท่านไม่เอาจริง

56:38

แค่ใช้เวลา 6-7 วันมันเป็นของไม่หนัก

56:43

ชีวิตท่านทั้งชีวิต

56:45

ท่านจะอยู่ไปนานที่เวลาว่าง 5-6 วันว่าง

56:48

ไม่ได้ผมก็ไม่สนใจถ้าใครมาอยู่เพื่อจุ

56:53

ปฏิบัติ 3-4 วัน 5-6 วันถึง 7 วันผมสนใจ

56:56

เป็นพิเศษบางทีผมป่วยไข้สบายผมคลานต้ม

57:01

เตรียมตมเตรียมไปให้กำลังใจ

57:04

ลงไปสอนเองให้กำลังใจเพราะทางนี้ท่านดี

57:08

นี่แะบรรดาเพื่อเป็นโสดสามเณรแล้วก็วัด

57:12

หลายวัดที่ได้รับความรู้นี้ไปทำให้วัด

57:15

เจริญรุ่งเรือง

57:17

แล้วคนนี่ก็รู้เหตุรู้ผลรู้กฎของบุญรู้ผล

57:20

ของบุญรู้ผลของบาป

57:23

เค้าก็ละความชั่วชั่วเข้ามาทำความดีวัด

57:26

เป็นศูนย์กลางแห่งการทำความดี

57:30

นี้เป็นอันว่าประโยชน์ของมโนยิทธิ

57:33

ประโยชน์ใหญ่มากทำให้คนมีความเข้าใจตั้ง

57:37

ใจในเขตแดนของความสงบสุขแล้วก็ปลดเปลื่อน

57:42

ความทุกข์คือไม่ทำความทุกข์ให้เกิดแก่ผู้

57:44

อื่นเอาล่ะบรรดาท่านพุทธศาสนิกชน

57:48

เรือเพื่อนภิกษุสามเณรทั้งหลายท่านบอกหมด

57:51

เวลาปรากฏแล้วขอลาก่อนสำหรับประโยชน์แห่ง

57:55

การเจริญมโนยิทธิก็หยุดแต่เทืองเท่านี้ขอ

57:58

ความสุขสวัสดิ์พัฒนมงคล

58:01

สมบูรณ์พลผลจงมีแด่บรรดาท่านพุทธศาสนิกชน

58:05

ผู้รับฟังทุกท่านสวัสดีครับ

Interactive Summary

พระผู้บรรยาย (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ) อธิบายถึงญาณต่างๆ ที่เข้าถึงได้ผ่านการฝึกมโนมยิทธิ โดยเฉพาะอนาคตังสญาณ ซึ่งช่วยให้รู้เหตุการณ์ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัว เหตุการณ์บ้านเมือง หรือสถานะทางจิตวิญญาณของบุคคลอื่น ท่านเล่าประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยถูกตำหนิจากการทำนายอนาคต และการป่วยไข้ของท่านที่เกิดจากกรรมในอดีต ท่านวิจารณ์การเทศนาที่ไม่ได้ผลและสนับสนุนการปฏิบัติกรรมฐานอย่างจริงจัง ท่านได้วางหลักการปฏิบัติเพื่อพัฒนาจิตวิญญาณเป็นขั้นๆ ได้แก่ สะเก็ด (ความประพฤติพื้นฐาน), เปลือก (ศีลบริสุทธิ์และการระงับนิวรณ์) และพรหมวิหาร 4 ซึ่งท่านยืนยันว่าฆราวาสก็สามารถเข้าถึงได้ ท่านย้ำว่าความรู้เหล่านี้ช่วยให้บุคคลเข้าใจกฎแห่งกรรม ละเว้นความชั่ว และบำเพ็ญความดี ทำให้วัดเป็นศูนย์กลางแห่งความสงบสุข

Suggested questions

7 ready-made prompts

Recently Distilled

Videos recently processed by our community