สัญญาณเตือนจากนิมิต! ทำไมชีวิตติดขัด อานิสงส์สมเด็จองค์ปฐมและเจดีย์พุดตาล | หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ฟังธรรม
916 segments
วันนี้ตรงกับวันที่ 23 พฤศจิกายน
2534
แล้วก็เมื่อตอนเช้า
เวลาประมาณ 9:00 น.ราส
หลังจากทำงานจากหนังสือแล้ว
ก็นอนพัก
พอพักเริ่มภาวนา
ก็มีพระท่านมา
บอกว่าเรื่องการสร้างเจดีย์ก็ดีสร้างองค์
พระปฐมก็ดีสร้างวิหารองค์พระปฐมก็ดีทั้ง
หมดนี้ควรจะทำเป็นหนังสือไว้
เพื่อลูกหลานทั้งหลายเมีความเข้าใจว่า
สร้างทำไม
ก็ขอนำเรื่องนี้มาคุยกันอันนี้ไม่มี
ตำรานะ
คุยกันแบบธรรมดาๆดา
คือว่าการสร้างเจดีย์ในบรรดาท่าน
พุทธบริษัทท่านลูกหลานทุกคน
โปรดทราบว่า
เมื่อต้นปี 2534
ตอนนั้นกำลังป่วยมาก
เวลานี้ก็ป่วย
แต่ว่าการป่วยคราวนั้นต่างกับเวลานี้ถ้า
ถึงเวลา 16:00 น.
มันจะเริ่มอาเจียน
แล้วก็อาเจียนเรื่อยไปถึง 23:00 น.
หลังจาก 23:00 น.แล้วยังนอนได้เป็นอย่าง
นี้ทุกวัน
การฉันอาหาร
ก็ฉันไม่ได้มาก
แล้วก็จะกินน้ำบางทีพอกินน้ำไป 1 แก้วก็
เจียน 3 แก้ว
ท้องก็ผูก
แล้วต่อมาก็มีโรคความดันสูง
ถึง 160
แล้วก็มีน้ำอะไรครับน้ำในปอดหมดหัวใจเต้น
ไม่เป็นจังหวะ
นี้เป็นต้น
ได้รับการทรมานทางร่างกายอย่างหนักแต่ถ้า
ว่าบรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลาย
ไม่มีใครเคยคิด
ว่าเนื้อแท้จริงๆ
ทำไมอาตมาจึงทำการก่อสร้าง
ถ้าพูดถึงการก่อสร้างแล้วเบื่อจริงๆเวลา
นี้อยากจะหยุดทุกอย่างที่ทำ
เพราะว่าทั้งแก่และทั้งป่วย
แต่ว่าในขณะนั้น
มีวันหนึ่ง
ตอนต้นปี
ขณะที่เจริญภาวนาอยู่
ว่าท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆเป็นที่พอใจ
เป็นที่สบายแล้วกลับพื้นที่
ก็กลับพื้นที่พอจะถอนสมาธิ
ก็พดีเห็นพระท่านมา
ท่านบอกว่าคุณยังตายไม่ได้นะ
ความจริงเวลานั้นหรือเวลานี้ก็ตามอยากตาย
เต็มที
ถ้าตายเมื่อไหร่ก็มีความสุขเมื่อนั้น
เพราะมีบ้านอยู่
แต่ก็ลองดูคราวหนึ่งถอยหลังจากนี้ไป
ประมาณ 20 วันเศษๆจะไปจริงๆประตูบ้านถูก
ปิด
เข้าเขตบ้านไม่ได้
เพราะว่าเค้าบอกว่ายังไม่ถึงเวลา
มันก็ลำบากเหมือนกัน
ก็ต้องนั่งมากลับทรนมานั่งทรมานคุยอยู่
นี่แหละ
แต่เป็นว่าพระท่านบอกว่าวัดยังไม่เสร็จ
ยังตายไม่ได้
แต่ประการที่ 2 คุณสำหรับบำรุงวัดในพระ
สงฆ์ภายหลังถ้ายังมีไม่พอยังตายไม่ได้
อย่างอื่นไม่สำคัญเรื่องทุนจะไปเกรงใคร
เค้า
ทุกข์คนต่างคนต่างก็มีทุกข์
ทุกขต่างก็หากินพอบ้างไม่พอบ้างไอ้ที่
เหลือกินเค้าก็มี
เขาจำเป็นต้องกินต้องมีต้องเก็บไปใช้บ้าง
อืก็เป็นว่าแล้วท่านก็บอกว่าวัดยังขาด
เจดีย์
คุณอย่าคิดนะว่าวัดเนี่ยทำครบถ้วนแล้วตาม
ความประสงค์ของฉัน
จะลืมนะบรรดาท่านพุทธบริษัท
วัดท่าทุงที่สร้างขึ้นนี้ไม่ได้สร้างตาม
ความประสงค์ของอาตมา
อาตมาเองหนีการก่อสร้างมาจากวัดบางโค
เบื่อการก่อสร้าง
หวังจะหาอยู่ที่สงัดเมื่อเห็นวัดท่าทรงมี
สภาพวัดร้างก็คิดว่าถ้าวัดอย่างนี้ไม่
ค่อยมีคนมา
เราจะสร้างกุฏิสักหลังเดียวแบบกระต๊อก
กระต๊อบเล็กๆก็สบายใจแล้ว
แต่ที่ไหนได้
นั่นเป็นความประสงค์อาตมาต่อมาก็กลายเป็น
ความประสงค์ของพระ
ท่านมากะเนื้อ
ว่าต้องสร้างให้เต็มตามบริเวณนี้มีเนื้อ
ที่เท่านั้นสร้างรูปอย่างนั้นสร้างรูป
อย่างนี้เวลานั้นสตางค์ก็ไม่มี
เงิน 100 บาทยังไม่เคยติดกระเป๋า
จึงได้เลยถามว่าจะสร้างได้ยังไงท่านบอก
ว่าไม่เป็นไรฉันจะช่วยหาสตางค์
ในเมื่อท่านรับปากจะช่วยก็ยอมรับ
เมื่อทำมาถึงขั้นนี้มันก็ใกล้จะเสร็จ
ยังขาดอยู่วิหาร 100 วิหาร 25 เม็ดเอขอ
โทษ 25 ไร่ยังไม่ได้ทาสี
ทางเดินร้อยรอบ 100 ไร่ยังไม่ไปจบกันแต่
ถึงยังไงก็ดีก็ต้องพบกันได้ค่อยๆทำไปจน
เสร็จถ้ายังไม่ตาย
บอกว่าที่คนคิดว่าเสร็จมันก็ยังไม่เสร็จ
กุฏิที่สร้างมาในครั้งก่อนหลังโบสถ์ให้
รื้อขึ้นมาเป็นคอนกรีตให้หมดจะได้ไม่พัง
แล้วอีกประการหนึ่งวัดต้องมีเจดีย์
เลยชี้ให้ท่านดูยอดวิหาร
ว่าวิหารแล้วว่าบรรดกทุกหลังมียอดทั้งหมด
คล้ายใจดีอยู่แล้ว
ท่านบอกแล้วท่านบอกว่านั่นมันยอดวิหารยอด
บรดกไม่ใช่ใช่เจดีย์คุณต้องสร้างเจดีย์
จึงจะครบถ้วน
ก็ได้ถามว่าจะสร้างที่ไหนผมไม่มีที่จะ
สร้าง
ท่านบอกว่าถ้าสร้างที่ 100 ไร่ก็ได้ไป
กล่าวเป็นท่านบอกว่าท่าที่ 100 ไร่ไม่
สร้าง
ทั้งนี้เพราะอะไรเพราะว่า
ที่ร่
ปลูกต้นไม้ไว้เต็ม
ต้องการให้เป็นป่าเพื่อความร่มเย็นเป็น
สุขทั้งคนในสัตว์
ท่านก็เลยบอกว่าวันแรกตกลงกันไม่ได้
ท่านกำหนดสร้างพระดีใหญ่มาก
>> แล้วก็สูงมาก
ต่อมาวันที่ 2 ท่านมาใหม่ในเวลาเดียวกัน
คือเวลาประมาณเกือบ 4:00 น.
เลิกเจริญกรรมฐาน
ท่านก็มาพูดอีกอาตมาก็ไม่ยอมรับว่าถ้าจะ
ให้ผมซื้อที่ใหม่นี่ผมไม่ซื้อ
ที่บอกที่จะสร้างเจดีย์ไม่มียังไงก็ตาม
เจดีย์ใหญ่ขนาดนั้นผมไม่ทำแน่นอน
ท่านก็นิ่งแล้วท่านก็กลับไป
วันที่ 3 ท่านมาใหม่ท่านบอกเอาอย่างี้ก็
แล้วกันองค์ใหญ่ไม่ต้องทำ
แต่ให้ทำองค์เล็กๆแต่ต้องราคาแพง
ถามถว่าราคาประมาณเท่าไหร่บอกไม่รู้ละฉัน
หาให้ทันก็แล้วกันนั่นราคาไม่แน่นอนเพราะ
ของมันจะขาดของมันจะขึ้นราคาข้างหน้า
ไม่ช้าของจะขาดมือลงในท้องตลาดถ้าคาจะสูง
ขึ้นถ้ากำหนดราคานี้ก็ใช้ไม่ได้
ก็เป็นว่าท่านยอมรับว่าท่านจะหาเงินให้
ทัน
แล้วท่านก็สั่งบอกว่าถ้าจะสร้างนะเอาที่
ตรงนี้นะ
เอาที่ใกล้ๆพระพุทธรูปอุ้มบาตรยืนนตรง
นั้น
ต้องทำให้สวย
แล้วก็มีดอกไม้
แล้วก็ดอกไม้ได้ปิดทองตามร่องปิดกระจก
ต้องเป็นเห็นมองเห็นความสวยถามท่านว่า
ทำไมจึงต้องสวยท่านบอกว่าเป็นการเจริญ
ศรัทธา
ทุกอย่างที่ให้ทำนี่ไม่ต้องการโอ้อวด
ไม่ต้องการแข่งขันกับใคร
จึงทำไม่เหมือนภัยต้องการอย่างเดียวให้
ทุกคนที่มองเห็นแล้ว
ติดตาจิตใจว่าวัดท่าทรงมีอะไรบ้าง
ที่เราชอบใจ
ถ้าเวลาก่อนเขาจะตายจิตเนึกขึ้นมา
ว่าเราเคยเห็นวัดท่าทรงชอบใจตรงนั้นชอบใจ
ตรงนี้ในขณะนั้นก็เพราะกับเขาตายไปเขาจะ
ไปสวรรค์ทันที
อันนี้เป็นลีลาของพระท่านที่ต้องการจะให้
คนไปสวรรค์
โดยใช้รูปแบบสวยๆ
จึงเรียกได้ช่างประเสริฐกับจำเนียนสามี
ภรรญาเป็นช่างประจำวัดช่างปั้นพระซึ่ง
ความสวยงามต้องยกให้ 2 คน
2 คนนี่มีความรู้บวกกันแล้วเป็นป. 8
ก็นั่นก็หมายความว่าเมียป. 4 ผัวก็ป. 4
ถ้าบวกกันแล้วก็เป็นป. 8
มาปรึกษาหารือให้กราสถานที่ว่าท่าที่ตรง
นี้จะสูงขนาดไหน
เธอกะสถานที่แล้วก็บอกว่าที่ตรงนี้จะสูง
ได้ก็ประมาณไม่ต่ำกว่าพระยืนเฉพาะยอดนะ
เอาถึงยอดเป็นที่พอใจ
ก็บอกว่าเธอว่าเจดีย์นี้ต้องมีดอกพุตตาล
ทั้งหมด
ดอกพุทตาลทั้งหมดติดทองคำ
ร่องพุทตาล
ก็ติดกระจกกระจกเงาขาวใส
ห้ามใช้กระจกสีเพราะว่าไม่สวยเวลาทอแสง
แดดสะท้อนแสงแดด
ก็เป็นตกลงเธอก็ใช้เวลาผ่านมานานี่ใกล้
ฤดูฝนถึงจะเป็นพฤษภาคม
2534 ก็ลงมือทำ
ก่อนที่จะทำก็มีคุณ
อวิชชาติสุขุม
รู้ข่าวเข้าก็ไปนไปถ่ายภาพเจดีย์มาจากวัด
ต่างๆอย่างวัดโพธิ์บ้างวัดไหนบ้างก็ตาม
เอามาหลายภาพเอามาให้เลือก
แล้วไม่เป็นที่พอใจของพระท่าน
ทีนี้จะให้ประเสริฐ
ให้เขียนภาพขึ้นมา 2 ภาพแบบเรียบๆกับมี
ขั้นตอน
เธอก็เขียนขึ้นมาท่านเป็นที่พอใจ
ต่อมาเขาก็ลงมือสร้าง
ส่วนล่างทั้งหมดถึงคอระฆัง
เป็นเรื่องของประเสริฐกับจำเนียน
ด้านคระฆัง
เป็นเรื่ององค์พระสามารถซึ่งมีความรู้
ความเชี่ยวชาญตรงนี้อยู่พอสมควร
ก็เป็นการก่อสร้างเจดีย์ก็อันเริ่มขึ้น
เจดีย์นี้มีความสำคัญยังไง
ก็ต้องขอตอบว่าถ้าเฉพาะเจดีย์จริงๆก็มี
ความสำคัญ
เพราะว่าพระเจดีย์ถือว่าเป็นองค์แทนของ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ถ้าเราเห็นพระเจดีย์เรานึกถึงพระพุทธเจ้า
ก็เป็นพุทธานุสติ
ถ้าได้เห็นพระเจดีย์นึกถึงพระสงฆ์ผู้
สร้างก็เป็นสังฆานุสติ
เห็นภาพเจดีย์สวยเป็นผ้าของกุศลตายไป
สวรรค์ทันที
ถ้ามีจิตใจมั่นคงมากเป็นสมาธิสูงก็ไป
พรหมโลกได้นี่เฉพาะจดดี
ตอนนี้การก่อสร้างทุนไม่มีบรรดาท่าน
พุทธบริษัท
คงจะมีคนทำบุญมารวมแล้วทั้งหมดไม่เกิน
3,000 บาท
เพราะไม่ได้โฆษณา
เมื่อเจริญการก่อสร้างความอภิชาติสุขุม
ซึ่งอยู่กรุงเทพฯก็นำทุนมาให้ 100,000
บาท
ต่อมาให้อีก100ส000บาทต่อมาให้อีก 100,000
บาทรวมได้ 300,000 บาทเป็นพลสำรอง
ไม่ใช่ให้ยืนนิดให้เลยให้ทำเลย
ก็ทำด้วยไปจนกระทั่งจบ
ไอ้จบนี้ก็ไม่รู้ราคาเท่าไหร่
เพราะวัดนี้การก่อสร้างไม่ค่อยรู้ราคาแน่
นอนเพราะเวลาทำงานทำร่วมกันหมดทำหลายทำ
คราวหลายสถานที่ซื้อของมาพร้อมกัน
จะให้ตีราคาคร่าวๆเรื่องของเจดีย์
ทั้งองค์เจดีด้วยของนายเจดีย์ด้วยให้ตี
ราคาสัก 5 ล้านนี้ไม่พอ
ทั้งนี้เพราะอะไรเพราะว่าคุณอภิชาติสุขุม
กับคุณแสงเดือนแม้น
ไปซื้อแก้วเจรนัย
จากฝรั่งเศสไม่ใช่แก้วลูกเดียวนะเ้าสวย
งามมากมีกิ่งมีก้านมีเครื่องประดับประดา
สวยสดงดงามเป็นแก้วใหญ่มากราคาเรือนแสน
อามาเป็นที่ใส่พระบรมสารีกธาตุ
แล้วก็ในนั้น
ก็ยังมีพระที่มีคุณค่าสูง
อย่างพระทองคำ
เป็นทองคำบุณ
โยมสันผู้อาจารย์สันผู้พิสุโลกนำมาถวาย
พร้อมด้วยเครื่องประดับ
เอาบรรจุใส่กล่องไว้ในนั้น
แล้วก็มีพระสมัยรุ่นโน้นเค้าลือกันว่า
เป็นสมัยที่พระเจ้า
อ่าพระเจ้าศรีธรรม่อศรีธรรมปิฎก
พระเจ้าศรีธรรมปิฎกก็คือพระเจ้าพรหมหาราช
เราเรียกกันว่าพระเจ้าพรหมหาราชเป็นชื่อ
เดิม
แต่เนื้อแท้จริงๆไม่ว่าถ้าเป็นพระเจ้า
แผ่นดินชื่อพระเจ้าศรีธรรมปิฎก
พระเจ้าศรีธรรมปิฎกหรือพระเจ้าพรหมมหาราช
มาสร้างวัดวัดหนึ่ง
ใกล้เขตพิษณุโลก
กับเพชรบูรณ์ต่อกัน
ไม่ทราบอยู่ตรงไหนแน่
แล้วก็สร้างพระเจดีย์
บรรจุพระพุทธรูปเทวรูปไว้มาก
คณะคุณโยมสันโพกทราบข่าวว่ามีคนเ้าไปขุด
ก็ไปติดต่อคอซื้อเขาก็ให้
เป็นว่าชาวคณะนี้ลงทุนไปหลายหมื่นบาท
เพราะโดยเฉพาะอย่างยิ่งตลับใส่พระ
บรมสาริกธาตุเขาคิดหมื่นบาทความจริงตลับ
ไม้ท่านก็ซื้อมา
คณะนี้ศรัทธาสูงมาก
แต่ก่อนที่จะซื้อมาท่านบอกว่าก่อนที่จะทำ
การขุด
ว่าคนที่เค้าขุดพบน่ะเค้าขายเอกสิทธิ์
เขาขุดพบเได้อะไรไปบ้างก็ไม่ทราบคณะนี้
ต้องการจะขุดต่อไป
เขาขายสิทธิของเขาทั้งๆที่ไม่ใช่เจ้าของ
เค้าขายให้ราคาหลายหมื่นบาท
จำไม่ได้ว่า 30,000 หรือ 40,000
ก่อนที่ลงมือขุดก็ทำพิธีบวงสรวง
คำว่าบวงสรวงนี่บรรดาท่านพุทธบริษัท
ถ้าเป็นนักธรรมเกินไปแล้วก็
มันจะไร้เหตุไร้ผล
เป็นพิธีกรรมที่มีผล
พิธีกรรมที่เขาเชิญเทวดามาได้เชิญพรหมมา
ได้อาราธนาพระมาได้ก็แล้วกัน
อย่างเค้าเข้าทรงในพิธีของเขาเค้าทำ
อะไรแปลกๆมันก็เห็นอยู่แล้วว่าสิ่งนี้ลับ
ที่มีอยู่ที่เราไม่สามารถจะเห็นได้นอยู่
เมื่อทำพิธีบวงสงฆ์เสร็จเสียงใต้ดินคึกๆ
คล้ายๆกับคนขนของจะหนี
เสียงดังสะท้ากันมาเหนือดิน
คุณโยมสันผู้บอกว่า
ไม่ได้เอาไปไหนหรอก
จะขุดไปถวายหลวงพ่อที่วัดท่าสง
เพราะว่าหลวงพ่อท่านก็เป็นพระ
ท่านก็จะมีสิทธิ์เป็นเจ้าของก็ของนี้เป็น
ของสงฆ์
ก็ถือว่าไปถวายหลวงพ่อก็แล้วกัน
พอบอกเพียงเท่านั้นเสียงก็เงียบ
แล้วก็ขุดได้ตามความประสงค์
เมื่อขุดไปขุดไปแล้วก็เธอก็นำเอาของมาเอา
มาแจ้งข่าวให้ทราบ
ว่ายังไม่ได้พระบรมสารีกธาตุ
ก็บอกให้ไปบูชาใหม่ว่าพระรมสาริกธาตุอยู่
ทางไหนให้ตั้งใจขุดทางนั้นให้คิดจะขุดทาง
นั้น
ก็เป็นว่าอันเป็นว่าได้พระบรมสารีกธาตุ
เอาพระพุทธรูปเทวรูปมามาก
ฉะนั้นเจดีย์องค์นี้จึงบรรจุของทั้งหมด
คณะคุณโยมสอนผู้กรพิษโลกทางคณะของท่านนำ
มาเอาไว้ในเจดีย์หลังนี้
คือพูดผิดไปเอาไว้ในเจดีย์องค์นี้ั้นก็
ยังมีของอื่นอีกมากที่บรรดาญาติโยมพุทธ
กษัตริย์บูชา
ที่เป็นแก้วเหมือนแหวนเงินทองที่บูชาพระ
รัตรมาก
ถ้าจะคิดจริงๆราคาในทั้งเจดีย์และเจดีย์
ถ้าใครให้ 5 ล้านหรือ 10 ล้านก็ไม่ขาย
ทั้งนี้เพราะอะไรเพราะพระไม่มีอาชีพขาย
ที่ดีพระไม่มีอาชีพขายพระพุทธรูป
ก็รวมความว่าเจดีย์มีค่าสูงสุดที่มีความ
สำคัญจริงบรรดาท่านพุทธบริษัท
ก็คือว่าที่พระท่านมาจัดการสร้างเอง
ท่านเที่ยวเห็นให้สร้างเป็นความประสงค์
ของท่านเป็นการยากที่เราจะได้พบ
และสถานที่ท่านก็ชี้ว่าต้องสร้างตรงนี้
เพราะบริเวณนี้เป็นที่มีพระบรมสารีกธาตุ
มากสร้างทักลงไป
กับวิหารของพระเ่อพระพุทธเจ้าพระองค์ปฐม
อีกหลังหนึ่งนั่นทับที่พระบรมสาริยธาตุ
ขึ้นอยู่เสมอ
เวลาขึ้นมาจากดินก็สวยอาร่ามเหมือนกับดาว
ดวงใหญ่ลอยเหลือยอดไม้อยู่บ่อยๆวนไปวนมา
แล้วกลับที่เดิม
วิหารนั้นต้องท่านก็สั่งต้องสร้างตรงนั้น
แล้วตรงนั้นก็เป็นสิ่งมหัศจรรย์
รถแทรคเตอร์เกตที่
อยู่ดีๆถึงตรงนั้นดับเครื่องไปไม่ได้
จะถอยสไตเครื่องติด
ทำงานอื่นได้ก็ถึงที่ตนั้นเครื่องดับ
ห้ามผ่าน
และบรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลายเจดีย์
หลังนี้
เมื่อสร้างเสร็จ
จึงกำหนดจะบรรจุพระบรมสาริกธาตุ
วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2 2535 5
ตรงกับวันกลางวันมาฆบูชา
ถ้านับอายุอาตมา
ตามใบสุทธิก็ 75 ปี
ครบอายุไข
เพราะเวลานี้เป็นเวลาอายุไขมีแค่ 75 ปี
ไม่ใช่ 100 ปี
ก็ถือว่าเป็นเวลาที่ควรจะตาย
อยู่มานานแล้ว
แต่ว่าทั้งนี้ก็สุดแล้วแต่พระท่าน
พระท่านจะให้ตายหรือไม่ให้ตายเป็นเรื่อง
ของท่าน
ถ้ายังอยู่ทำงานไหวก็ทำ
ทำงานไม่ไหวก็เลิกทำ
เพราะอะไรเวลานี้มันเบื่อทุกอย่าง
งานที่ไม่เบื่ออยู่อย่างเดียวคือสอน
กรรมฐาน
สอนกรรมฐานเท่านั้นที่ไม่เบื่อก็ถือเป็น
หน้าที
ฉะนั้นขอบรรดาลูกหลานทุกคนเงินที่ทำการ
ก่อสร้างนี้นอกจากเงิน 300,000 คุณ
อภิชาติสุขแล้วนอกจากนั้นทั้งหมดเป็นเงิน
ที่ลูกหลานทุกคนให้มาใช้เป็นส่วนตัว
เงินใช้เป็นส่วนตัวนี้ใช้ทุกจุด
พระพุทธรูปองค์ละ 50,000 ไม่พอเอาเงิน
ส่วนตัวใช้ห้องละ 50,000 ไม่พอก็เติมได้
เงินส่วนตัว
ว่าขอญาติโยมลูกหลานทุกคนที่มาที่วัด
ท่าซุง
พอเห็นเอาเจดีย์องค์นี้เข้าจงคิดว่า
เจดีย์นี้เป็นของเราเรา
เป็นเจ้าของพระเจดีย์
กำลังใจของบรรดาพุทธบริษัทจะมีธรรมปีติ
เมื่อตั้งใจนึกถึงเจดีย์ที่วัดท่าสุงเห็น
เแล้วจำภาพได้
เป็นนึกนึกวันไว้ทุกวันทุกคืนตื่นใหม่ๆ
นึกนิดนึง
หลับก่อนจะหลับนึกหน่อยนึงเพียงเท่านี้จะ
มีอารมณ์ติดใจเป็นฌาน
จิตจะจับในภาคของกุศลเพียงเท่านี้บรรดา
ท่านพุทธศาสนิกชน
เมื่อเวลาท่านตายท่านจะหลีกอบายภูมิได้
การทำบุญที่วัดนี้ทำไมถึงต้องทำให้สวยมี
บางคนเบอกว่าทำเกินหน้าชาวบ้านเค้าบ้างทำ
เอาเด่นบ้าง
มีคนเขมาเล่าให้ฟังเไปว่าคนหนึ่งเป็นผู้
ใหญ่ว่าอาตมาชอบเอาเด่น
ความจริงไอ้คำว่าดีหรือว่าคำว่าเด่นเมัน
ไม่รู้อยู่ตรงไหน
ที่ทำนี่ทำตามใจพระ
ไม่ใช่ตามใจคนพูด
คนพูดพุทธนไม่มีส่วนในการทำ
แล้วก็ไม่มีส่วนในการทำบุญสตางค์บาทหนึ่ง
ก็ไม่เคยให้
แล้วจะไปตามใจทำไม
ถ้าถามว่าทำตามใจพระมีประโยชน์ยังไงก็ขอ
ตอบว่าในเมื่ออาตมาบวชพระ
บวชมาเพราะพระท่านสอนก็ต้องตามใจท่าน
มีชีวิตได้เพราะอาศัยพระมีข้าวกินเพราะ
พระมีผ้านุ่งผ้าห่มเพราะพระมีที่อยู่
เพราะพระมียารักษาโรคเพราะพระ
มีเครื่องใช้ไมสอนทุกอย่างเพราะพระพระ
ท่านสงเคราะห์
ปฏิบัติตามใจท่านญาติโยมก็ชอบใจ
เมื่อญาติโยมชอบใจมีศรัทธาญาติโยมก็ให้
อาศัยบารมีของพระ
ถ้าเราเราบวชมาเพราะอาศัยพระแต่เราไม่
เชื่อพระ
บอกว่านรกมีจริงสวรรค์มีจริงพรหมโลกมี
จริงนิพพานมีจริง
ตายแล้วยังไม่สิ้นไม่ยังไม่สิ้นกิเลสต้อง
เวียนว่ายตายเกิดเราไม่เชื่อ
เราไม่เชื่อแสดงว่าเราเป็นเดิรถี
เป็นคนนอกพระศาสนาเวลาบวชอาศัยพระอาศัย
บารมีของพระถ้าบวชเข้ามาแล้วกลับไป
เปลี่ยนแปลงคำสอนของพระ
อาตมาก็ยอมทำตามนั้นไม่ได้อีกประการหนึ่ง
ก็บอกว่าสร้างอะไรก็ใหญ่มาก
มีคนผู้น่ารังเกียจไม่ใช่ผู้ทรงเกียรติ
ท่านหนึ่ง
เมื่อสร้างศาลา 2 ไร่ได้ 2 ปี 10 ไป 2 ปี
แกมานั่งเคราะห์พื้นที่ว่าสร้างทำไม
มันใหญ่โตจะพวกคนที่ไหนมาแต่ความจริงการ
สร้างศาลา 2 รัน่ะช้าไป 1 ปี
การสร้างมันสร้างปี 6 เดือนเสร็จ
มันก็ไม่ช้าแต่ว่าที่เช้าเพราะว่ามีปี
หนึ่งพอกฐินทอดเสร็จพระท่านก็สั่งปีนี้
ต่อไปนี้ต้องสร้างศาลาถึง 2 ไร่ให้แล้ว
เสร็จภายในกฐินปีหน้า
บรรดาญาติโยมพุทธบริษัทมันเป็นคอนกรีตจะ
สร้างเสร็จได้ยังไง
ก็ยังสร้างเสร็จพอถึงกฐินปีหน้าปีนั้น
ปรากฏว่าเฉพาะรถบัสมา 50 คัน
พระพินิจไม่พอล้น
รถเก๋งอีกต่างหากรถตู้อีกต่างหาก
พอสร้างเสร็จ
กฐินปีที่สร้างเสร็จล้นสคนล้นศาลา
ไม่ใช่พอดีกับคนในคนล้นศาลา
โดยเฉพาะปีนี้ไหลล้น 2534 ไหลล้นศาลา
เป็นอันว่าตั้งแต่ปีพ.ศ. 2300 เอ่อ 300
พ.ศ. 25
535 เป็นต้นไปจะรับกฐินที่ศาลา 12 ไร่
ศาลาที่ 12 ไร่ถึงไม่ใช่คนอื่นอาตมาเองก็
คิดว่าท่านสั่งสร้างทำไม
ทีแรกก็คิดไม่ออกคิดว่าถ้าเป่ากว่าเพชร
ศาลา 2 ไร่ก็พอต่อมาไม่พอใช้ศาลา 4 ไร่
ร่วมเป็น 6 ไร่ก็ไม่พอ
ต่อมาศาลา 12 ไร่ต้อง 3 รอบ
อบรรดาท่านพุทธบริษัท
เรื่องของการสร้างเจดีย์ก็ยุติกันเพียง
เท่านี้นะในวันมาฆบูชา
2535 ตรงที่ 18 กุมภาพันธ์
ขอบรรดาทุกท่าน
มาร่วมกันนมัสการพระเจดีย์แต่หนังสือนี้
ออกวันนั้นนะหนังสือนี้จะออกวันบรรจุ
บรงธาตุจะแจกแจกเฉพาะกับคนที่ทำบุญไม่ใช่
แจกฟรี
ถ้าแจกฟรีเดี๋ยวไปทำกระดาษเช็คก้นหมด
บรรดาท่านพุทธบริษัทเมื่อเวลาก็หมดแล้วขอ
ลาก่อนขอความสุขสวัสดิ์วิภัตนงคลสมบูรณ์
บนผลจงมีแต่บรรดาท่านพุทธศาสนิกชนทุกท่าน
สวัสดีเหลือเวลาอีก 28 วินาที
ท่านสาธุชนทั้งหลาย
ตอนนี้ก็มาพูดกันถึงเรื่องสมเด็จองค์ปฐม
ซ้ำเซ้ำกับคำว่าสมเด็จองค์ปฐมก็คือพระ
พุทธเจ้าองค์แรก
องค์แรกหรือองค์ที่ 1 เรียกว่าปฐม
การที่จะหล่อรูปสมเด็จองค์ปฐมก็มีอยู่ว่า
มีนายแพทย์จรูญเคยปรารภ
ว่าหลวงพ่อเคยปรารภเรื่องสำเร็จองค์อยู่
เสมอทำไมจึงไม่หล่อลูก
จึงคิดตั้งใจจะหล่อลูกท่านขึ้นมา
ขอเล่าย้อนตอนหลังสักนิดนึง
คือเมื่อประมาณพ.ศ. 2513
จะไม่ได้แน่นอน
อาจจะผิดก็ได้พ.ศ.
ตอนนั้นอาตมามาอยู่วัดท่าทรงแล้ว
พลพคนอากาศเอกอาธรโลจนวิภา
เวลานั้นเป็นนาวากาศเอก
เป็นผู้บังคับกองฝึกกองโรงเรียนการบินที่
นครราชสิมา
ทราบว่าอาตมาป่วยก็นิมนต์ไปพักที่นั่น
ตอนกลางคืนสามีภรรญา
ก็นั่งจะเจริญพระกรรมฐานอาตมาเป็นคนแนะนำ
ขณะที่แนะนำเอยู่แล้วเมื่อเสร็จแล้วก็ทำ
สมาธิ
ขณะที่ทำสมาธิบรรดาท่านพุทธบริษัท
สิ่งที่คาดไม่ถึงก็ปรากฏขึ้น
นั่นคือเห็นเป็นพระพุทธเจ้าในปางนิพพาน
ยืน 2 แถวยาวเหยียด
ไปข้างหน้า
แล้วก็พนมมือ
ยังมีความรู้สึกในใจว่านี่บางทีอาจจะเป็น
พระอุปาทานของเรา
เพราะว่าพระพุทธเจ้าไม่เคยก้มทิสาให้ใคร
แม้แต่บ้านเรือนเล็กๆที่หลังคาต่ำๆ
ที่พระพุทธเจ้าเข้าไปหลังคาก็สูงขึ้น
แต่เวลานี้เราเห็นพระพุทธเจ้าเจ้ายืนพนม
มือ
อุปาทานคือกิเลสคือกินใจมาก
เมื่อนึกเพียงเท่านี้ก็เห็นภาพหลวงพ่อปาน
ปรากฏขึ้นข้างๆ
ท่านบอกว่าคุณไม่ใช่อุปาทาน
ก็เดี๋ยวพระพุทธเจ้าองค์ปฐมจะเสด็จมา
อีกประมาณสัก 5 นาทีก็ปรากฏว่ามีพระ
พุทธเจ้าองค์หนึ่งรูปร่างใหญ่โตมากสูงมาก
มาในรูปของปางนิพพาน
เดินมาระหว่างระหว่างช่องกลาง
พระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ก็ก้มศีษะแสดงความ
เคารพเพราะบลมมืออยู่แล้ว
พอท่านเดินมาถึงอาตมา
ท่านก็พูดว่าข้าจะนั่งที่ไหนว่าว่า
ในเมื่อไม่มีที่นั่งอืข้าก็หัวแกเป็นแท่น
ก็แล้วกันก็เลยนั่งบนหัว
แล้วท่านก็บอกว่านับตั้งแต่วันนี้เป็นต้น
ไป
ก่อนที่แกจะเจริญสอนกรรมฐานก็ดี
จะพูดธรรมะก็ดีจะเทศน์ก็ดีบอกฉันก่อน
ฉันให้พูดตอนไหนฉันให้เทศน์ตอนไหนก็ว่า
ตามนั้น
ก็เป็นความจริงบรรดาท่านพุทธบบริษัท
เวลาสอนกรรมฐานก็ดีเทศน์ก็ดี
บางทีคิดว่าวันนี้จะพูดเรื่องอย่างนี้
แต่พอพูดเข้าจริงๆเรื่องนั้นไม่ได้พูด
ไปพูดอีกจุดหนึ่ง
อันนี้เป็นลีลาขององค์สมเด็จพระ
สัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆพระองค์
การเทศน์ของพระพุทธเจ้ามุ่งเฉพาะบุคคล
สำคัญคนใดคน
ไม่ได้หวังคนทั่วไปควรจะนั่งสัก 1,000
2,000 5,000 ก็ตาม
ท่านจะดูจิตใจว่าบุคคลใดจะรับคำเทศนาของ
ท่านได้
จะสามารถบรรลุมรรคผลได้ท่านจะจี้จุดเฉพาะ
คนนั้นเอาจุดเด่น
แต่ว่าคนที่มีความดีใกล้เคียงกันก็พลอย
บรรลุมรรคผลตามกัน
อันนี้ก็เช่นเดียวอาตมาเวลาเทศน์หรือสอน
กรรมฐาน
ก็ไม่เคยได้พูดตามที่คิดไว้สักที
อาจจะเป็นเพราะท่านดลใจ
ถ้าจะถามว่าเป็นที่ชอบใจของคนทุกคนมั้ย
ท่านก็ขอตอบว่าไม่แน่นัก
แน่นักท่านี้เพราะอะไรเพราะว่าท่านอาจจะ
จี้จุดเฉพาะคนใดคนหนึ่ง
แต่คนบางคนอาจจะไม่ถูกใจก็ได้นี่เป็น
เรื่องธรรมดา
ก็จึงมาคิดว่าในเมื่อท่านมีพระคุณอย่าง
นี้
แล้วก็เห็นเป็นปกติจึงคิดจะหล่อโลกซึ่งมา
วันหนึ่งจึงอาราธนาเพกรรมฐานเสร็จแล้ว
ท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆตามความพอใจ
เมื่อกลับมาถึงที่คิดว่าสมเด็จเป็นองค์
ปฐมจริงๆพวกร่างสมัยที่เป็นมนุษย์ท่าน
เป็นยังไง
ก็ขออาราธนาขอต้องการพบท่าน
ท่านก็มาปรากฏพระองค์ให้เห็นพวดทรงสวยมาก
หน้าของท่านอิ่มเหมือนไข่เหมือนกับไข่
แก้มอิ่มยิ้มน้อยๆ
มีปากไม่บุ๋ม
ไม่เหมือนพระพุทธรูปที่ปั้นกัน
พุทธรูปที่เปั้นกันนี่แก้มตอนตตอนตอนปาก
บมลงไป
ท่านบอกว่ารูปร่างของฉันจริงๆเป็นอย่าง
นี้
ในสมัยที่เป็นมนุษย์
แล้วต่อมาก็เปลี่ยนรูป
ร่างของฉันในสมัยนิพพานแล้วเป็นอย่างนี้
ก็เปลี่ยนให้ดู
้าถามว่าถ้าจะปั้นรูปของท่าน
จะให้ปั้นแบบไหนปั้นปานแบบนิพพานของบาป
มนุษย์
ท่านบอกว่าปั้นอย่างนี้ก็แล้วกันแล้วท่าน
ก็นั่งทำภาพให้ดูเป็นเหมือนพระพุทธรูป
ปั้น
แล้วก็มีเรือนแก้วเป็นพุทธราช
ท่านให้ดูสรูปจริงๆที่ให้ปั้นไม่เหมือน
กับรูปจริง
คือไม่เหมือนกับรูปที่เป็นมนุษย์
และก็ไม่เหมือนกับรูปที่นิพพาน
แต่ว่าเป็นรูปที่ท่านต้องการ
ท่านมาแสดงแบบนั้นอยู่ทั้ง 3 วันติดกัน
มานั่งให้เห็นประมาณวันนึงประมาณ 1 ช่โมง
ก็ดูจนละเอียด
แล้วคิดในใจว่าเราเป็นคนเห็น
แต่ช่างเขาไม่ได้เห็น
เอาจจะปั้นไม่เหมือนก็
จึงขอบารมีของท่านบอกว่าเวลาที่ช่างเขา
ปั้นขอได้โปรดไปดลใจเป็นไปตามพระ
พุทธประสงค์
ท่านก็ยอมรับ
จึงได้สั่งให้นายประเสริฐแก้วมณี
ปั้นรูปที่พึ่งขึ้น
แล้วก็บอกว่าบอกลักษณะว่าเป็นอย่างนั้น
อย่างนี้แล้วในที่สุดเมื่อปั้นเสร็จก็มา
ให้ดูเหมือนกับรูปที่ท่านแสดงจริงๆ
นี่ก็เป็นเรื่องอัศจรรย์
แต่ว่านายพระเสตคนนี้ก็จะเป็นกรรมฐาน
มโนิธิมโนธิได้
แกก็ทำอะไรตามความตามกำลังใจที่จะได้มา
แล้วอาตมาก็บอกว่าก่อนจะปั้นให้จุดพูดจุด
เทียนก่อน
อาราธนาบารมีของท่านก่อนขอให้ท่านดลใจ
ให้มือทำตามไปที่ท่านต้องการ
ความจริงก็เป็นอย่างนั้น
ตอนนี้ก็มานั่งนึกอีกทีว่าเรามีพระ
พุทธรูปทุกองค์
ในสถานที่สำคัญ
เราก็บรรจุพระบรมสารีกธาตุ
แต่พระบรมสารีกธาตุโดยมากเป็นขององค์
ปัจจุบัน
สำหรับพระบรมสาริกธาตุสำหรับองค์ประถมเรา
จะหาได้ที่ไหน
กำลังใจก็นั่งนึก
คิดว่าเราทำยังไงจึงจะได้พระบรมสีธาตุของ
องค์สมเด็จองค์ปฐม
เมื่อคิดว่าเวลาการนานมาแล้ว
พรมสารีธาตุย่อมหาไม่ได้ก็ไม่เป็นไร
ถ้าหาไม่ได้ก็ไม่เอาขององค์ปัจจุบันบรรจุ
ก็ถือว่าเป็นคนละขั้นตอน
เป็นคนละองค์
ต่อมาขณะที่ท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆจบ
ก่อนจะนอนมันก็ไปไอ้การไปในบรรดาท่าน
พุทธบริษัททั้งหลาย
การทัศนาจรไปเมืองสวรรค์ก็ดีเมืองนรกก็ดี
พรหมก็ดีมันเบื่อเต็มที่แล้ว
จืด
เวลานี้ไม่ไปไหนที่ไปจุดแรกคือเทวสภา
ไปที่ตรงนั้นก็ไปไหว้ท่านผู้มีคุณ
ตั้งแต่ชาติก่อนโน้นมาถึงชาติปัจจุบัน
ที่ท่านเป็นครูบาอาจารย์บ้างเป็นผู้มีคุณ
บ้างเป็นบิดามารดาบ้างเป็นต้น
ไหว้ท่านแล้วท่านก็แนะนำบางอย่าง
ที่ทำถูกบ้างผิดบ้าง
ที่ไหนถูกท่านก็บอกว่าถูกที่ผิดให้ท่าน
ให้แก้ไข
ก็เป็นว่าไปอย่างนี้ทุกคืน
หลังจากนั้นก็เข้าพระจุดามุนีเจรีสถาน
ไปนมัสการพระพุทธเจ้าที่นั่นพระอรหันต์มี
เยอะก็ไหว้ท่าน
ออกจากพระจุฬามุนีสถานแล้วก็ไปนิพพาน
ไปวิมานขององค์สมเด็จปฐมเ้าขอโทษองค์
ปัจจุบันก่อนพระสมณโคดม
ไปนมัสการท่านเสร็จถ้ามีอะไรที่ท่านจะบอก
ท่านก็บอก
ถ้าไม่มีอะไรที่ท่านไม่บอกท่านก็เฉยก็
นั่งสัสการด้วยความชื่นใจ
หลังจากนั้นท่านก็สั่งให้ไปวิมานของเธอ
ในเมื่อไปวิมานของอาตมาเองในที่นั้นจะพบ
พระอรหันต์มาก
จะมีพระพุทธเจ้าเจ้าหลายๆพระองค์มีองค์
ปฐมเป็นประธาน
ทรงให้โอวาทอยู่ทุกวัน
เตือนทุกวัน
มีอะไรผิดมีอะไรถูกมีอะไรควรทำมีอะไรควร
พูด
ท่านจะแนะนำ
ก็เมื่อกลับมาแล้วก็นอน
คิดว่าเราจะนอนให้หลับ
พอกำลังจิตจะเริ่มเคลิ้มก็ได้ยินเสียง
ว่าพระบรมสารีธาตุทงสำเร็จอุปถม
เอามาให้แล้วนะ
วางไว้ที่ตลับบนเตียงข้างๆหัวนอน
ยินเสียงชัดเจนแจ่มใสมากเหมือนเสียงองค์
ปัจจุบัน
จึงลุกขึ้นมาเปิดไฟฟ้า
ปรากฏว่าที่ตรงนั้นไม่เคยวางตลับ
มีแต่วางหนังสือสำหรับดูก่อนหลับ
ก็มีตลับพลาสติก
แบบปัจจุบันอยู่รุ่ง
ไปเปิดดูเห็นพระบรมสาริกธาตุองค์โต 2
องค์ 2 องค์
ก็ดีใจว่าเป็นขององค์ประถมแน่เพราะเราไม่
เคยวางไว้
ก็เก็บไว้ทงที่สักการบูชา
เอาไว้บรรจุท่าน
ต้นเหตุเป็นอย่างนี้นะ
แล้วต่อมาท่านก็บอกว่าจะทำมรดกฉันที่ไหน
ก็ถามท่านว่าสถานที่ไม่มีแล้ว
ด้านหน้าวัดเต็มไปหมดที่มองเห็นได้ไม่มี
มีแต่หลังวัดหลังวัดก็ไม่สมควร
แต่ก็บอกว่ามีที่สำคัญอยู่ที่หนึ่ง
ตอนนั้นก็เวลานั้นกำลังป่วยมาก
ก็พยายามให้พระขับรถไป
ดูสถานที่
ค่อยๆลงจากรถเดินมันก็จะล้ม
แต่ญาติโยมพุทธบริษัทไม่มีใครเข้าใจเพราะ
เวลารับแขกท่าทางพูดท่าทางแข็งแรงนความ
จริงไม่ใช่เป็นกำลังพระท่านช่วย
หลังจากรักแขกแล้วก็ป่วยอาเจียน
ลุกไม่ขึ้นเดินไม่ไหว
นี่เป็นอำนาจพุทธานุภาพ
ไอ้สถานที่ตรงนั้นท่านบอกว่าเอาตรงนี้
สถานที่ตรงนั้นมีความสำคัญท่านบอกมีพระ
บรมสาริกธาตุสำคัญมาก
แต่ความจริงก็เป็นความจริงมีคนเห็นอยู่
เสมอ
ว่ามีดาวดวงใหญ่ขึ้นจากผืนพื้นดินตรงนั้น
มีแสงสว่างมาก
ลอยเป็นเหนือยอดไม้น้อยๆวนไปวนมาในวัด
แล้วก็กลับที่เดิม
มีคราวหนึ่ง
มีพันตีพงษ์เทพเธอมาอยู่เป็นเพื่อนเธอ
เห็นเข้าคือเธอก็นั่งรถกวดว่าดาวดวงนี้จะ
ลอยไปไหนเธอก็วิ่งตามไปวนไปวนมาอยู่พักก็
กลับที่เดิม
เธอก็มาบอกว่าเมื่อคืนนี้แปลกเห็นดวงดาว
ขึ้นจากแผ่นดิน
ก็เลยบอกว่านั่นไม่ใช่ดวงดาวเป็นพระ
บรมศาสิกธาตุ
ถ้าให้สร้างมรดกตนนั้น
จึงสั่งลุงชิกเจ้าแดงเป็นนายช่างทำการก่อ
สร้าง
โดยเฉพาะเรือนแก้วบรรดาท่านพุทธบริษัท
องค์ปฐมสร้างหน้าตัก 4 ศอกเป็นพระหล่อ
เรียกโลหะ
แล้วก็ผสมทองคำ
เฉพาะเพชรที่ประดับเป็นแก้ว
หรือว่าผ้าทิพย์เท่าที่ท่านเห็น
มีราคา 770,000 บาทเศษ
แต่ความจริงไม่ใช่เพชรจริงๆนะอย่าขโมยไป
นะ
ถ้าแกะมา 1 เม็ด
ราคาเต็มของเขาจะประมาณ 12 หรือ 13 บาท
เท่านั้นเอง
ตอนนี้ซื้อมากเพื่อประดับเป็นแก้วให้สวย
เพราะว่าคนใกล้จะตาย
คืออาตมาเองใกล้จะตายอายุครบอายุไขแล้ว
ครบอายุไขก็เป็นอายุที่ควรตายก็ทำทิ้งทวน
แล้วก็มีคนช่วยมาก
มีคนจะมีใครบ้างจะไปขอบัญชีเหลืองมาดู
ถ้าเคัดไว้ก็จะมาพิมพ์ท้ายหนังสือ
มีพลโทสมศักดิ์กับคณะช่วยมา 1 ล้านบาทที่
จำได้นะนอกนั้นมีใครบ้างก็ไม่ทราบมันเยอะ
แยะองค์ประถมองค์ประถมนั้นช่วยกันมาก
สำหรับพื้นที่แรกคิดว่า
จะใช้คลินิกหรืออะไรไม่ทราบมันสวยสวย
แต่ว่าพระท่านบอกว่ามันแข็งมากต้องสั่งเ
ตัดให้พอดี
ก็เลยเลล้มความตั้งใจ
ก็พอดีพันโทนายแพทย์นพรกิ่นสุภา
พร้อมด้วยคณะชาวจังหวัดจันกาญจนบุรี
พลโทนายพายแพทย์นพรนี่เป็นผู้บังคับกอง
พันเสนารักษณ์กพลที่
สนใจเรื่องบุญกุศลมาก
ได้ทำตาดำตาขาวของพระพุทธรูปนจาก 4 นิ้ว
มาถวายประมาณ 600
คู่เศษ
แล้วได้นำนิลก้อนเล็กๆเอามาบอกทำพื้น
ก็เลยตัดสินใจว่าในเมื่อมีผู้ศรัทธา
นำนิลมาให้ตั้ง 1 ตันกว่าเราก็ไม่ควรใช้
อย่างอื่นใช้ขัดพื้นด้วยนิล
แทนที่จะเป็นหินขัดหรือว่าจะเป็นอ่า
เป็นหินอ่อนจะเป็นคลินิกไม่เป็นแล้วใช้
นิลเป็นพื้นเป็นพื้นขัด
ถ้านิลไม่พอจริงๆเอาอื่นผสม
นี่กระบความว่า
ความสำคัญเนื่องในการสร้างองค์ประถม
คือว่าคนไม่เคยคิดแล้วอาจจะคิดบ้างก็ไม่
ทราบ
พุทธเจ้าจริงๆที่มีความลำบากมากคือองค์
ต้น
เพราะไม่เคยมีพุทธเจ้าเป็นครูมาก่อน
ต้องลำบกลำบากบุกบุกมาทั้งๆที่ไม่มีแบบ
เป็นเหตุดลใจให้ตั้งใจคิดจะเป็นพุทธเจ้า
ต้องใช้เวลาถึง 30 อสงไขยกับเศษ
จริงจะได้รู้ก็รู้อภิเษกสัมมาัมโพธิญาณ
ถ้าถามว่ารู้ได้ยังไงก็ตอบว่าถามท่านิ
แล้วคนฟังแล้วคนอ่าน
คิดมั้ว่าพูดอย่างนี้เป็นคนบ้าหรือคนดี
บางท่านจะบอกว่าพระพุทธเจ้านิพพานไปแล้ว
มีสภาพสูญ
จะไปคุยกันได้ยังไง
ก็ต้องขอตอบว่าก็ต้องเป็นคนสูญเหมือนกัน
เมื่อท่านสวนไปแล้วก็ 0 บ้าง
ถ้า 0 ต่อ 0 พบกันก็เป็น 2
2 ก็มีสภาพกลมเหมือนกันแต่โตเล็กกว่ากัน
เท่านั้น
เมื่อ 0 ต่อ 0 คุยคุยกันก็รู้เรื่องกัน
ถ้าท่านสูญเรายังไม่สูญเราก็คุยกับท่าน
ไม่ได้
รวมความว่าอาตมาก็เป็นคนสูญ
เพราะ 1 สูญจากความเป็นหนุ่ม
2 สูญจากความเป็นคนปกติ
มีอาการป่วยไข้ไม่สบายเป็นปกติ
แล้วก็ 3 สูญจากความเป็นคนที่คิดว่าไม่
สูญ
นั่นคือความหวังมีอย่างดีคิดว่าเราจะต้อง
ตาย
เวลานี้อายุ 75 ปีตามไปสุทธิ
เป็นอายุไขควรตายแล้ว
ไหนๆจะตายก็ทำทิ้งโทน
เฉพาะองค์ประถมราคาเท่าไหร่ไม่ทราบเฉพาะ
เพชรที่ประดับ 770,000 เศษ
เอาแล้วก็มดบทั้งหมดก็จะบุกแก้ว
แก้วทั้งข้างนอกข้างในให้คล้ายๆกับวิยของ
ท่าน
ทำแบบคล้ายคลึงกันแต่ไม่เหมือน
พระวิมานของท่านสวยมาก
เดี๋ยวจะถามว่ารู้ได้ยังไงก็ตอบตามเดิม
ว่าคนสูญนี่มันก็รู้อย่างสูญศู
นี่ก็บอกว่านิพพานมีสภาพสูญอาตมาขอย้อน
ว่านิพพานมีสภาพไม่สูง
นิพพานจะสูญจากความชั่ว
จะทรงไว้แต่ความดี
ก็หากจะมีคนคล้ายๆว่าตายแล้วมีสภาพสูญก็
ต้องตอบว่าเป็นเรื่องของท่าน
ต่างคนต่างรู้ต่างคนต่างมีความเห็น
จะให้เหมือนกันไม่ได้ถ้าหากว่านิพพานมี
สภาพจริงๆทำไมสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
จึงกล่าวอ้างอิงถึงพุทธเจ้าองค์นั้นพระ
พุทธเจ้าองค์นี้
อย่างคำว่าสัพปาปัสสะกรณัง
ท่านทั้งหลายจงอย่าทำความชั่วทุกอย่าง
2 กุกุสโสสัมปทาจงทำความดี
สังสติปโยปันณัง
ต้องทำจิตใจผ่องสายจากกิเลสเอตัง
พุทธานสาสนัง
พระพุทธเจ้าทุกองค์ตรัสอย่างนี้เหมือนกัน
หมด
พพุทธเจ้าท่านรู้ได้ยังไง
ถ้านิพพานมีสภาพสูงพุทธเจ้าทำไมถึงจะรู้
พุทธเจ้าทุกองค์ตรัสอย่างนี้เหมือนกันหมด
ก็แสดงว่านิพพานมีสภาพไม่สูญเฉพาะของคน
ไม่สูญ
นิพพานมีสภาพสูญเฉพาะของคนสูญจากนิพพาน
ความว่าบรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลาย
การหล่อลูกองค์ปฐมนี้บรรดาญาติโยม
พุทธบริษัท
นำทองมาถวายกันมาก
เป็นกรณีพิเศษ
แล้วการหล่อรูปนี้ก็จะหล่อวันที่ 15
มีนาคม 2535
มีสมเด็จพุทธโฆษาจารย์การว่าสยาเป็น
ประธานจับใสศีลในการหล่อ
ความจริงพ่อสมเด็จพุทธโฆษาจารย์นี่
บางท่านอาจจะไม่รู้
ความท่านเป็นพระศูรเหมือนกัน
คือศูนย์จากการยศเอ่อยึดตัวยึดยศ
ถาวรณาศักดิ์
ท่านเป็นสมเด็จ
ท่านไม่เคยแสดงความองค์องค์ไปเป็นสมเด็จ
เลย
ไม่เคยถือเนื้อถือตัวถือเป็นกันเองทุก
อย่างกับทุกคนที่ไปหา
ไม่มีมานะทิฏฐิ
แล้วมีความเข้าใจเรื่องของคน
มีความเข้าใจเรื่องของใจคน
อย่างคุณพณโทสมศักดิ์สืบสงวน
พโนโทนะ
เคยไปกับหมอรัดา
ไปหาท่าน
ท่านจะวัดอยู่บนกุฏิ
แล้วก็
ทั้ง 2 คนก็ไปคอยเมื่อถึงเวลาไม่ลงมาท่าน
ไม่ลงมาทั้ง 2 โหก็บอกว่าในเมื่อท่านจะ
วัดเราก็กลับเถอะพูดเบาๆ
เท่านั้นน่ะสิงห์ก็แหล่มเปิดประตู
หน้าต่าง
แล้วท่านก็ลงมา
อาตมาเคยปรึกษากับมหาวิจิตรเรื่องทำบุญ
วันเกิดของท่าน
ปรึกษากันที่ซอยสายลม
ว่าเราคิดจะทำอย่างนี้แล้วไปกราบเรียนให้
ท่านทราบ
ว่าอันไหนท่านตัดเราก็ตัดตามท่านอันไหน
เราให้เติมเราก็เติมตามท่าน
เสร็จแล้วก็ไปหาท่านท่านนั่งรอรับอยู่
ท่านยังไม่ขึ้นกุฏิเมื่อกราบเงยนาคขึ้นมา
ท่านก็บอกว่าปีหน้าจะทำอะไรก็บอกนะทำตาม
ทุกอย่างแหละ
นั่นคุยกันนี่ซอยใสลมถ้าท่านอยู่วัดสามา
ทำไมจึงรู้
ก็เป็นว่าสมเด็จพุทธศาจารย์นี่มีความ
สำคัญมาก
เป็นประธานการหล่อพระคราวไรไม่เคยเสีย
คราวหนึ่งลมแรงจัด
ช่างบอกว่าถ้าลมแรงแบบนี้การเททองลำบาก
ยังไงพระต้องเสียแน่ต้องมีเว้ามีโหว่มี
แหว่ง
แต่เธอก็พยายามทำไปด้วยความลำบากจนเสร็จ
ตอนเช้าตรู่ช่างที่สมเด็จพระโฆษาจารย์
สัศีลนะ
จอเช้าตู่ช่างรีบไปทุบหุ
ไม่อยากคนอื่นเห็นคิดว่าถ้าเสียก็รีบเก็บ
แต่ที่ไหนได้บรรดาท่านพุทธสัตว์พระทุก
องค์เรียบร้อยเกือบไม่ต้องแต่งช่างดีใจ
น้ำตาไหล
ที่ขอท่านหลายจึงมีความเข้าใจว่าสมเด็จ
พุทธโครงศาจารย์พระสัมพยาเป็นพระที่มี
สภาพสวนเช่นเดียวกันอดับบรรดาท่าน
พุทธบริษัททุกท่าน
การเล่าสู่การฟังก็แค่นี้ขอจบเพราะเวลา
หมดในอีกกี่นาทีดี
หรือประมาณครึ่งนาทีขอความสุขสวัสดิ์
วิภัตนมงคลสมบูรณ์ผลจงมีแต่บรรดาพุทธท่าน
พัพุทธสานิชนผู้รับฟังก็ตามผู้อ่านก็ตาม
จงมีแต่ความสุขปรารถนาสมหวัง
รวยตลอดชาติทั้งชาตินี้และชาติหน้า
ถ้าใครต้องการหวังนิพพานก็ได้นิพพานสม
ความปรารถนา
ใครไม่อยากไปนิพพานก็ขอให้รวยตลอดทุกชาติ
สวัสดี Yeah.
Ask follow-up questions or revisit key timestamps.
พระภิกษุผู้บรรยายได้เล่าถึงการก่อสร้างสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดท่าซุง ซึ่งประกอบด้วยพระเจดีย์และพระพุทธรูปสมเด็จองค์ปฐม ท่านเล่าว่าการก่อสร้างเหล่านี้ไม่ได้เป็นไปตามความประสงค์ของท่านเอง แต่เป็นการสนองตามบัญชาของพระท่านที่มาปรากฏให้เห็นและชี้แนะทุกขั้นตอน แม้ว่าท่านจะป่วยหนักและปรารถนาจะมรณภาพแล้ว แต่ก็ได้รับบัญชาว่าวัดยังไม่เสร็จสิ้นและยังต้องบำรุงพระศาสนาต่อไป พระเจดีย์มีความสำคัญในฐานะเป็นองค์แทนของพระพุทธเจ้าและการระลึกถึงกุศล จะช่วยให้ผู้เห็นไปสู่สุคติได้ การสร้างเน้นความสวยงามเพื่อเป็นอุบายในการเจริญศรัทธา ทั้งพระเจดีย์และสมเด็จองค์ปฐมบรรจุพระบรมสารีริกธาตุอันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งพระท่านได้จัดหามาให้และชี้ตำแหน่งการก่อสร้างที่มีความพิเศษ ท่านยังได้กล่าวถึงเรื่องการสื่อสารกับพระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ รวมถึงความเข้าใจเรื่อง "สภาพไม่สูญ" ของนิพพาน
Videos recently processed by our community