แก้ทุกข์ให้ถูกจุดด้วยมโนมยิทธิ | ธรรมะหลวงพ่อฤาษีลิงดำ
981 segments
เอ่อบรรดาเพื่อนภิกษุสามเณรทั้งหลาย
แล้วก็บรรดาญาติโยมพุทธบริษัท
ที่กำลังนั่งฟังอยู่เวลานี้
วันนี้ก็คุยกันถึงความรู้สึกตามความเป็น
จริง
ความจริงคเสิกก่อน
ที่ต้องลบทิ้งไป
รู้สึกว่าพูดตรงกับความรู้สึกตามความเป็น
จริงเกินไป
ที่ว่าเกินไปก็เพราะว่า
พูดตรงๆนี่ก็เลยสงสัยว่าบรรดาท่านผู้ฟัง
จะมีถ้ามีขันติดีก็ดีอยู่
ถ้ามีขันติไม่ดี
ก็จะเกิดสร้างความโกรธแค้นขึ้นมาจะเป็น
การลำบาก
เพราะว่าเวลานี้ปรากฏว่าภาวะของพระเทศน์
ที่พูดนี่เป็นวันที่
10 เอ่อเป็นที่ 17
กรกฎาคม 2527
เพราะว่าเวลานี้ปรากฏว่าตามมหาวิทยาลัย
ต่างๆมีการเคลื่อนไหวมาก
เนื่องจากทางราชการ
จับบุคคลที่กล่าวหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์
ข้อเท็จจริงนี้จะเป็นประการใดก็เป็น
เรื่องของทางราชการ
ก็เป็นเหตุผลของแต่ละฝ่ายแต่ฝ่ายพระนไม่
เกี่ยว
แต่ความจริงไม่เกี่ยวพูดเรื่องของพระตาม
ความเป็นจริง
ถ้าคนอีกกลุ่มหนึ่ง
การไม่พอใจบุคคลใดบุคคลหนึ่งคณะใดคณะ
หนึ่งซึ่งไม่เกี่ยวกับการจับการกุมเป็น
เรื่องของทางพระศาสนา
ก็จะกลายเป็นว่าผมเป็นปัจจัยสร้างความแตก
แยกของบุคคลขึ้นในพระศาสนา
ทางบ้านเมืองกำลังจะทะเลาะกัน
เราศาสนาก็เริ่มทะเลาะกันอีกก็เป็นการไม่
ดี
จึงได้ขอเปลี่ยนเวลาซะใหม่ก็ตามความพูด
ตามความเป็นจริงเหมือนกัน
แต่ว่างดอาการเครียดที่ผ่านมาเสีย
วันนี้ก็ขอปรารภเรื่องมโนมยิทธิ
คำว่ามโนมยิทธิแปลว่ามีฤทธิ์ทางใจ
บรรดาท่านพุทธบริษัทและญาติโยม
ที่นั่งอยู่ที่นี่ทุกคนทำได้แล้วทั้งหมด
และโดยเฉพาะอย่างยิ่งพระที่เข้ามาบวชใน
วัดนี้ต้องทำได้ก่อน
เมื่อทำได้แล้วก็พยายามจะให้เสื่อมเสีย
ถ้าปล่อยให้เสื่อมจะถือว่าเป็นการปรามาส
พระพุทธเจ้า
เพราะว่าความรู้นี้เป็นของพระพุทธเจ้า
หากว่าจะมีใครถาม
ว่าทำไมจะต้องสอนมโนยิทธิ
ซึ่งมีคนหลายกลุ่มหลายคน
หลายคนนี่ความจริงเไม่ได้พูดที่อื่นบางคน
ก็มาพูดใส่หน้าผมเอง
ว่าสอนนอกรีดนอกรอยไม่เป็นเรื่อง
ไอ้คำว่าสอนนอกรีดนอกรอยนี่บางทีเขาจะคิด
ว่าผมเป็นแบบพระกปิรภิกขุ
ที่ในพระวินัยท่านบอกว่าตายจากความเป็นคน
ไปเกิดในอเวจีมหานรก
แล้วก็พาโยมกับน้องสาวลงอเวจีมหานรกด้วย
เฉพาะท่านกปิระ
เมื่อลงอเวจีแล้วขึ้นมาเป็นปลาสีทองเป็ด
สีทองพอพระพุทธเจ้าถามตามความเป็นจริง
เสียใจเอาหัวตีข้างเรือตายและไปเกิดใน
เวทีมหานรกใหม่
ความจริงผมไม่หนักใจแบบท่านกปิระ
เพราะว่าความรู้นี้เป็นของพระพุทธเจ้าที่
ให้ไว้
ถ้าท่านใดเห็นว่าไม่เป็นเรื่องไม่เป็นราว
ก็จงคิดว่าพุทธเจ้าไม่เป็นเรื่องโดยก็
แล้วกัน
ที่พุกล่าวนี้ผมไม่ได้ประณามพระพุทธเจ้า
แต่ว่าเมื่อท่านทั้งหลายเห็นว่าความรู้
ของพพุทธเจ้าใช้ไม่ได้ก็แสดงว่าท่านผู้
นั้นไม่ยอมรับนับถือพระพุทธเจ้าเป็น
เรื่องของท่านผมปฏิบัติตามไม่ได้
แล้วบางท่านก็หาว่า
เป็นการสะกดจิตบ้างความจริงการสะกดจิตน่ะ
ต้องเป็นเหมือนกันหมดทำอะไรทำเหมือนกัน
รู้อะไรรู้เหมือนกัน
ต้องทำได้เหมือนกันทุกอย่างเพราะถูกจิต
บังคับ
แต่ว่าการที่มาฝึกหนี้ทุกคนไม่ใช่ได้
เหมือนกันบางคนวันเดียวได้บางคน 2 วันได้
บางคนถึง 3 วันได้แต่ก็มีบางรายที่ 4 วัน
เริ่มได้
แล้วบางท่านบอกว่าเป็นการเป็นโอเป็น
โอภาสงสว่างอันนี้ก็ไม่ถูก
คำว่าโอภาสน่ะเป็นแสงสว่างเฉยๆเป็นผลการ
เจริญสมถะภาวนาบวกวิปัสสนาภาวนา
ถ้าหลับตาไปแล้วจะเห็นแสงสว่างทั้งข้าง
หน้าข้างหลังข้างล่างข้างบนอันนี้ผมเคย
ผ่านมาแล้ว
ก็ไม่ใช่มโนยิทธิ
บางท่านบอกว่าเป็นอุปาทาน
อุปานี่แปลว่าการยึดมั่นถือมั่นจะต้องรู้
อยู่ก่อนคิดไว้ก่อนว่าภาพนั้นภาพนี้เป็น
ยังไงแล้วไปเจอแบบนั้นอย่างนี้เรียกว่า
อุปาทานคือยึดถือภาพไม่ยอมปล่อย
จะต้องเป็นเหมือนที่ฉันเห็นมาก่อนคิดไว้
ก่อนจึงจะถูกต้องอันนี้ก็ไม่ใช่อีก
แล้วก็ที่ผมพูดอย่างนี้นะขอบรรดาเพื่อน
ภิกษุสามเณรทั้งหลายและบรรดาญาติโยม
พุทธบริษัท
ก็จงอย่าไปโกรธผู้พูด
ท่านพูดเพราะท่านเข้าใจผิด
ท่านไม่ได้เคยศึกษาเรื่องนี้มาก่อน
ก็เป็นเรื่องของท่านถ้าคิดว่าทำไมจะไม่
ศึกษาก็ต้องนึกถึงตัวเราเองตัวเราเองท่าน
ก็ดีผมคุณก็ดีผมก็ดีญาติโยมพุทธบริษัทก็
ดีเดิมทีเดิมทีเดียวเราก็เชื่อนรกสวรรค์
แต่ว่าเราไม่เคยเห็นนรกสวรรค์
ขอโทษต้องกินน้ำ
วันนี้ป่วย
อาการป่วยเครียดมากเดินก็งงนั่งก็งงแต่ก็
เพื่อพระพุทธศาสนาเพื่อความดีของบรรดา
ญาติโยมพุทธบริษัทก็ทำ
ก็เป็นนั้นว่าเราก็มาพูดตามเรื่องของเรา
เรื่องเมื่อกี้ทิ้งไว้กินน้ำเอื้อเดี่ยว
หายไปเลยผมไม่มีหนังสือ
ผมไม่ได้ถือหนังสือมาในความรู้สึกของผมมี
อย่างหนึ่ง
คือว่าผมมีความรู้สึกตัวผมนี่เลวมาก
ในสมัยก่อน
สมัยเป็นเด็กเรื่องนรกเรื่องเทวดานี่ผมพบ
มาก่อนผมเชื่อ
พอทุกอย่างถ้าไม่ผมไม่พบมาก่อนนี่ผมไม่
เชื่อ
ผมก็เป็นคนประเภทหนึ่งที่เรียกว่าไม่ยอม
เชื่อลอยๆจะต้องมีเหตุมีผลมีประสบการณ์
เองที่มีเหตุมีผลแล้วผมก็ยังไม่เชื่อต้อง
ชนเอง
แล้วต่อมาผมเป็นพระ
แล้วก็ผมเรียนนักธรรมเรียนบาลี
แล้วผมได้บรรดาพูดผมได้พยายามพูดให้บรรดา
ญาติโยมพุทธบริษัทเข้าใจเรื่องนรกสวรรค์
ท่านเชื่อแต่ก็ไม่หมดการแคลงใจ
ต่อมาเป็นนักเทศน์เทศน์เท่าไหร่ญาติโยมก็
ไม่หมดการแคลงใจยังมีความรู้สึกเนี่ยเรา
เลวเหลือเกิน
ที่กินข้าวของญาติโยมผ้าผ่อนสบายที่ใช้
ญาติโยมก็หาให้
สถานที่อยู่ญาติโยมก็หาให้
แล้วก็การป่วยไข้ไม่สบายญาติโยมโยมก็หายา
รักษาโรคให้รักษาหมอมาให้
แต่ว่าเราไม่สามารถจะสนองความดีของญาติ
โยมได้ตามความเป็นจริง
ไม่สามารถจะเปลื้องอารมณ์ของท่านได้มี
ความรู้สึกว่าเลวมาก
ทั้งๆที่ความรู้นี้มีอยู่
จึงได้มาปรารภว่าความรู้ขององค์สมเด็จพระ
บรมครู
คือพระพุทธเจ้าความรู้ที่ท่านสอนไว้ที่
บรรดาผู้โบราณาจารย์คือท่านใครล่ะท่านพระ
พุทธโฆษาจารย์
ที่อยู่เมืองสะเทมสุธรรมวดี
ท่านกรุณาเขียนวิสุติมรรคเวลาที่จะไปแปล
พระไตรปิฎก
ให้บรรดาพระอรหันต์ทั้งหลายเหล่านั้นตรวจ
ถ้าวิสุติมรรคเขียนไม่ถูกต้องเขาไม่ยอม
ให้แปลพระไตรปิฎกจากภาษาสิงหลมาเป็นภาษา
มคต
ท่านก็พยายามเขียนเขียนแล้วเถูกต้องจึง
ได้ยอมให้แปลพระไตรปิฎก
ผมก็มีความมั่นใจว่าในฐานะที่พระ
พุทธโกษาจารย์
แห่งเมืองสุธรรมวดี
ท่านเป็นพระอรหันต์ปฏิสัมิทาญาณ
แลบรรดาพระที่ลังกาที่เป็นผู้ตรวจสอบท่าน
ก็เป็นพระอรหันต์
ฉะนั้นความรู้ที่พระพุทธโฆษาจารย์รนาไว้
ต้องไม่ผิดคณะสงฆ์จึงยกเป็นประกรณ์พิเศษ
เป็นหลักสูตรของเรียน 8 ประโยค
แต่ท้าว่าถ้าถือในวิสุทธิมรรคจริงๆผม
ปฏิบัติมาตามสายนั้นมันใช้เวลามากจริงๆผม
บวชมาแล้วใช้เวลาเกือบ 2 เดือน
จึงสามารถทำวิชานี้ได้
แต่ถ้าทำได้แต่ท่านอย่านึกว่าผมน่ะเป็นคน
วิเศษวิโสนะความรู้ที่ผมมาสอนพวกท่านก็ดี
หรือว่าที่ผมทรงไว้ได้ก็ดีมันเป็นความรู้
เป็ด
เป็นเศษความสามารถของบรรดาพระอรหันต์
อรหันต์ทั้งหลายท่าน
แต่ก็เราสามารถจะรู้จักสวรรค์นรกกันได้ก็
ยังดี
ผมก็แต่ว่าในวิสุทธิมรรคคือพุทธโฆษาจารย์
ทรจนาไว้ว่าบุคคลผู้ใดถ้าเคยได้แล้วมัน
ไม่ใช่ก่อนอย่างทิพยานเป็นต้นท่านบอกว่า
ไม่ต้องตั้งท่าตั้งทางทำกสิณ
เพียงเห็นแสงสว่างจากช่องฝาที่รอดมา
เมื่อจับแสงสว่างเป็นอารมณ์ก็สามารถจะได้
คิดได้
ผมก็มาคำนึงถึงเรื่องนี้ว่าคนที่เกิดมา
นี้ที่ดีมีมาก
ที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่าคนมี 4 เหล่าคือ
1 อุคติตัญญู
มีกำลังใจเตรียมพร้อมในการปฏิบัติ
พร้อมจะได้มีความสามารถพร้อมท่านประเภท
นี้ฟังคำหัวข้อแค่หัวข้อเท่านั้นก็สามารถ
จะเข้าใจปฏิบัติได้ทันทีทันใด
2 วิปติตัญญู
ท่านประเภทที่ 2 นี้มีกำลังใจดีแต่ความ
ฉลาดน้อยไปนิดนึงฉลาดน้อยกว่าพวกก่อนแนะ
นำได้เพียงหัวข้อไม่เข้าใจต้องอธิบายจึง
เข้าใจทำได้
3 ปัเนยะ
ท่านพวกนี้มีกับความมีกำลังความดีพอควร
แต่สามารถจะเป็นพระอริยเจ้าได้แต่จะต้อง
ปลุกปล้ำกันหน่อยจึงจะเข้าใจถ้าสอนผ่านไป
ผ่านมาอันนี้ไม่เข้าใจต้องจ้ำต้องจ้ำจี้
แจ่มชัยซ้ำแซะกัน
และก็ 4 ปทปรมะ
ท่านพวกนี้ไม่มีเหตุไม่มีผล
เป็นคนที่ไม่เอาไหนประเภทที่เรียกว่าสอน
เท่าไหร่ก็ไม่รู้จักจำปฏิบัติเท่าไหร่ก็
ไม่มีผลเพราะอกุศลครอบงำมากคนประเภทนี้
พระพุทธเจ้าทรงหลีกนี่แหละบรรดาเพื่อน
ภิกษุสามเณร
ผมปรารภอย่างนี้จึงปรารภว่าพระธรรมคำสั่ง
สอนขององค์สมเด็จพระชินสี
สมัยเมื่อพระองค์ยังอยู่พูดไม่กี่คำใช้
เวลาไม่นานคนก็บรรลุมรรคผลมีอยู่แล้ว
เมื่อองค์สมเด็จพระบรมครูนิพพานไปแล้ว
บรรดาพระอรหันต์ทั้งหลายท่านพูดหน่อย
เดียวคนก็บรรลุมงคล
แต่ว่าความรู้ที่องค์สมเด็จพระทศพลสอนไว้
ต้องมี
ต้องมีง่ายๆง่ายกว่าที่ผมศึกษามา
จึงได้พยายามค้นคว้าค้นคว้านั้นไม่ใช่
ปัญญาของผมเองนะครับ
ต้องถือว่าค้นคว้าหลักสูตรที่พระพุทธเจ้า
ทรงสอน
เมื่อพบแล้วประมาณ 40 อย่างเศษลองมา
ปฏิบัติก็รู้สึกว่าทำง่าย
แต่ว่าง่ายจริงๆจะต้องใช้เวลาถึง 7 วัน
แต่ก็อย่าลืมว่าผมเคยฝึกมาแล้วต้องใช้
เวลาถึง 7 วัน
ถ้าชาวบ้านนี่เวลา 7 วันเไม่ไหวถ้าพระ 7
วันบางทีชาวบ้านอาจจะต้องใช้เวลาถึง 7
เดือน
ชาวบ้านไม่มีเวลาทำแน่จึงได้คิดว่าจะต้อง
หาความรู้ที่ง่ายที่สุดและมีผลสม่ำเสมอ
กัน
ก็จึงไปได้หลักสูตรนี้มา
หลักสูตรนี้จะได้มาต้องใช้เวลาจริงๆ 23
ปี
23 ปีไม่ใช่ใช้ปัญญาค้นคว้าเองหาบุคคล
คือหลักสูตรหาได้แต่ต้องหาบุคคลที่ทำได้
ด้วย
คนที่ทำได้ต้องมีแล้วก็ต้องลองฝึกดูเป็น
เครื่องพิสูจน์
ก็เป็นอันว่าความรู้อันนี้นะ
ที่ผมก็ไปได้มาจากอาจารย์ศุขซึ่งท่านเป็น
ฆราวาส
บรรดาเพื่อนภิกษุสามเณรแปลกใจมั้ยครับ
ที่ผมยอมตัวไปเป็นลูกศิษย์ฆราวาส
ท่านอาจจะแปลกใจหากว่าท่านมีมานะทิฐิ
ถ้าท่านมีมานะการถือตัวถือตนท่านแปลกใจ
แน่
ว่าพระไม่ควรจะน้อมตนเข้าไปเป็นลูกศิษย์
ฆราวาส
แต่ว่าคนอย่างผมซะจัง
ผมยังไม่เคยคิดว่าผมดี
ยังมีความรู้สึกว่าผมเลวแล้วก็ผมโง่
ทั้งนี้เพราะอะไรโง่จริงๆกินข้าวของญาติ
ของโยมญาติโยมเลี้ยงสถานที่ญาติโยมหาให้
ภาพผ่อนทสบายญาติโยมให้ยารักษาโรคหมอ
รักษาโรคหมอโยมก็ให้
แต่ว่าผมเป็นคนจังไรไม่สามารถจะสนองกำลัง
ใจของญาติโยมให้เข้าใจสวรรคจริงๆได้
ฉะนั้นผมคิดว่าในเมื่อผมยังเลวอยู่ถ้าใคร
เดีกับผมผมยอมรับเป็นครู
ผมเคยรับคำแนะนำของเด็กแค่อายุ 12
ให้เหตุให้ผลนี้ผมเชื่อแต่คนนั้นไม่ใช่
ใครเป็นลูกศิษย์ของผมเอง
นี่แหละบรรดาเพื่อนภิกษุสามเณรนิสัยผม
เป็นอย่างนี้แต่ว่าถ้าใครมาเบ่งอดอดเลวนะ
ไม่ใช่อดีอันนี้ผมยอมไม่ได้
ไม่ยอมไม่ได้หมายความว่าจะไปโชวนตีกับ
เค้าผมก็ไม่ยอมรับคำแนะนำของเขา
ว่าคนผู้นั้นต้องมาแบบดีมาตามลีลาของ
พุทธเจ้าผมยอมรับ
ฉะนั้นความรู้นี้ต้องถือว่าเป็นประวัติ
ส่วนหนึ่งของผม
ขณะที่ผมไปพบท่านอาจารย์สุข
มันเป็นการบังเอิญจริงๆครับ
ที่ว่าเป็นการบังเอิญจริงๆท่านกำลังเอา
งี้ก็แล้วกันอาจารย์ศุขเวลานั้นท่านก็
ดื่มเหล้าเป็นเรื่องแปลก
แล้วก็คนกินเหล้าวงเดียวกันเกิดท้าทาย
ว่าไอ้สุขขอประทานอภัยผมไม่เรียกท่าน
อย่างนั้นนะเรียกตามข่าวคำที่ได้ยินมาไอ้
สุขก็ว่าเมืองสอนสอนคนไปสวรรค์ไปนรกได้
ใช่ไหม
อาจารย์ศุขก็บอกว่าใช่
คนนั้นก็บอกกูไม่เชื่อกูไม่เชื่อสวรรค์มี
นรกมีกูก็ไม่เชื่อความสามารถในคำสอนของ
มึงเอาแล้ว
ก็เกิดการท้าทายว่าอาจารย์สุขก็บอกว่าถ้า
หากว่ากูสอนให้มึงเห็นนรกได้
หรือว่าเห็นสวรรค์ได้มึงจะยอมเสียเหล้ากู
1 ขวดมั้ย
เรื่องนี้เป็นเรื่องแปลกนะครับมันไม่น่า
จะเป็นไปได้คนนั้นก็ยอมนั้นก็เลยบอกว่า
ถ้ามึงทำให้กูไปไม่ได้มึงต้องเสียเล่าให้
กู 1 ขวดทั้งสองเกิดท้าทายกันก็มาหันหน้า
มาที่ผมก็บอกว่าพระคุณเจ้าเป็นพยานดูนะ
ครับ
ผมก็เลยนึกดีวันนี้เป็นกรรมการขี้เมา
แต่ผมไม่ได้เมากับเขาเป็นอันว่าท่าน
อาจารย์สุท่านก็สั่งหาดอกไม้มา 3 ดอกดอก 1
สีซึ่งมันหาไม่ยาก
มีข้างๆตัวคนนั้นก็เด็ดมาเอาธูปมา 3 ดอก
เอาเทียนเบูชาที่เรียกว่าเทียนหนักบาตร
ความจริงมันหนักไม่ถึงบาทมัน 1 เล่ม
แล้วใช้สตางค์ 1 สลึงยกครู
แล้วก็ใช้เหล้า 1 ขวดอันนี้แปลก
ผมก็นั่งนึกในใจว่าเอ้เออไอ้เรื่องเพิ่น
อย่างนี้เี่มันไม่น่าจะมีเหล้ามียา
แต่ก็นั่งดูเค้าจะทำยังไงกันต่อมาท่าน
อาจารย์ศุขก็ไปกลิ้งพกตำข้าวมา
พกตำข้าวนี่จะเข้าใจไม่เข้าใจผมไม่อธิบาย
ให้คนนั้นนั่งที่นกพกตำข้าว
แล้วก็ท่านให้ภาวนาว่ามะพะทะอันนี้แปลก
ไม่มีวิธีกรรมอะไรเลย
หลังจากนั้นท่านก็ใช้สธานน้ำมนต์พรหม
เมื่อพรหมน้ำมนต์แล้วท่านก็ยืนอยู่ใกล้ๆ
ท่านบอกว่าท่านภาวนาว่านะโมทายะเป็นการ
ควบคุม
หลังจากนั้นเสร็จสักครู่หนึ่งท่านก็เอา
ธูปหอมสุดก็ไปโรยค้ายๆจมูกให้ได้กลิ่นหอม
แล้วก็กระดาษจุดไฟช่วยแสงสว่างไปไปส่อง
ที่ข้างหน้าไม่ใช่จะถึงเนื้อนะให้สว่าง
ท่านถามว่าสว่างแล้วหรือยังสว่างแล้วหรือ
ยังคนไหนบอกสว่างแล้วสว่างแล้วท่านก็ดับ
ไฟ
ดับไฟแล้วท่านก็ถามสว่างได้ยังบอกสว่าง
แล้วเห็นแสงขาวๆพุ่งลงมามีมั้ยแสงสว่าง
แล้วพุ่งออกไปมีมั้ยคนนั้นบอกว่าเห็นแสง
สว่างพุ่งลงมาจากข้างบนท่านก็เลยบอกถ้า
อย่างนั้น
ตัดสินใจพุ่งกลายไปตามแสงทันที
คนนั้นก็บอกว่าเวลานี้ออกจากกายแล้ว
ท่านก็เลยบอกว่าถ้าอย่างงั้นตั้งใจไปนรก
คนนั้นก็บอกเวลานี้ถึงนรกแล้ว
เมื่อถึงนรกแล้วก็อธิบายความเป็นมารยของ
นรกถูกต้องตามไตรภูมิ
และก็ถูกต้องตามที่ประสบมาตามพระบาลี
ผมฟังแล้วก็เป็นเรื่องอัศจรรย์
ก็เป็นว่าไปๆมาคนนั้นพบนรกหลายๆขุมตามที่
เราเข้าใจผมก็แปลกใจว่าเรื่องที่อย่าง
เนี้ยพระมีศีลแท้ๆไปไม่ได้แต่คนขี้เล่า
เมายาไปได้แล้วต่อมาคนนั้นก็ร้องบอกว่า
อยากจะพบคุณปู่ที่ตายไปแล้ว
ท่านอาจารย์สุขก็บอกว่านึกถึงพระยายโยม
ท่านเชิญท่านมาสงเคราะห์
คนนั้นก็บอกเวลานี้ท่านพยายามโยมท่านมา
ยืนข้างๆแล้วพอให้ถามท่านว่าบอกท่านว่า
คุณปู่ชื่อนั้นชื่อนี้ตายไปเมื่อไหร่
เวลานี้อยู่นรกมั้ยก็ปรากฏว่าคนนั้นบอกมา
ว่าพระยายโยมท่านบอกว่าในนรกไม่มีคนนี้
แล้วคนนี้เมื่อมีชีวิตอยู่มีความดีมาก
ท่านเป็นคนดีมีความดี
แล้วก็ประการที่ 2 คนนี้มีศีล 5 ครบถ้วน
มานานใช้เวลาประมาณถึง 30 ปี
แล้วก็มีความเคารพในพระพุทธเจ้าในพระธรรม
พระอริยสงฆ์จริง
คนนี้มีจิตอยากจะไปนิพพาน
แล้วก็อาจารย์สุขก็บอกว่าถามท่านพยายม
ท่านปนิพพานยังท่านพยายมบอกว่ายังคนนี้ไป
อยู่ชั้นดุสิต
เพราะก่อนจะตายเป็นพระโสดาบัน
เอ่อคนนั้นก็ถามว่าพระโสดาบันมีความ
ประพฤติยังไงบ้างแต่ก็บอกว่า 1 มีความรู้
สึกว่าชีวิตนี้มันต้องไม่มันจะต้องตายคือ
ไม่ประมาทในความตาย
2 เคารพพุทธเจ้าในพระธรรมพระอริยสงฆ์
จริง
แล้ว 3 มีศีล 5 บริสุทธิ์
4 จิตต้องการจุดเดียวคือนิพพาน
ถ้าอย่างนี้เมื่อเป็นพระโสดาบันแล้วกราบ
บาปกรรมทั้งหมดจะไม่สามารถลงโทษต่อไปอีก
ถ้าไปถึงนิพพานไม่ได้อย่างชั้นดุสิตต่อไป
ก็สามารถมาฟังเทศน์จากพระสีอานจบเดียวจะ
เป็นพระอรหันต์ไปนิพพานเลย
แล้วคนนั้นก็เลยหันไปถามท่านว่าคนอย่างผม
จะเป็นพระโสดาบันได้ไหม
เสียงบอกมาพยายามโยมบอกอย่างนี้มันไม่ได้
หรอก
อย่างนี้ต้องเป็นสัตว์นรกเพราะการจะมานี่
ก็กินเหล้ามาเหล้านี่กินเฉยๆไม่มีโทษ
อย่างอื่นก็ต้องตกโลหะคัมภีร์แล้วท่านก็
ชี้ให้ดูโลหะคัมภีร์
คนนั้นร้องวาดตายแล้วพยายามโยมบอกนี่
เหล้าเฉยๆนะกินเหล้าเฉยๆถ้ากินเหล้าแล้ว
โกหกมทิศยังมีอีกขุมหนึ่งกินเหล้าแล้วทำ
ร้ายคนอื่นมีอีกขุมหนึ่งถ้าบาปหนักกว่า
นี้ต้องลงขุมใหญ่อันนี้เป็นนรกเป็นนรก
เล็กๆเศษๆนรกเค้าเรียกว่าโยมโลกินรก
เสียงคนนั้นบอกว่าเวลานี้ก็กำลังกราบ
พยายามโยมว่าถ้าผมจะเป็นคนมีศีลบริสุทธิ์
แล้วปฏิบัติตนอย่างปู่เนี่ยจะไปเหมือนปู่
ได้มั้ย
พยายก็บอกว่าได้ทำไมจะไม่ได้ให้ลืมถึง
ความชั่วทั้งหมดปานาิอทินากาเมวมุสาสุรา
ที่ผ่านมาแล้วทั้งหมด
เลิกกันไม่คิดถึงมันนับแต่วันนี้เป็นต้น
ไปไม่ลืมคิดว่าสักวันหนึ่งข้างหน้าเราจะ
ตายถ้าเราตายแล้วไม่ยอมมานรกอย่างที่ยืน
อยู่ที่นี่เป็นทุกข์เราต้องการไปจุดเดียว
คือนิพพาน
ถ้าไปสวรรค์หรือพรหมต้องหมดบุญวาสนาบารมี
ต้องพุ่งเหลาลงนรกเพราะบาปเก่ามีอยู่
ฉะนั้นพุ่งอย่างเดียวคือปนนิพพานอารมณ์
ทั้งอย่างนี้ถ้าทรงตัวเขาเรียกว่าโสดาบัน
บาปทั้งหมดที่ทำมาแล้วไม่ทำต่อไปตัวความ
ท่านคุยกันอยู่นานประมาณครึ่งชั่วโมงเศษ
ผมก็จะขอระงับ
ไม่พูดมากเป็นว่าคนนั้นก็ถอดตัวกลับจุด
เดิม
ท่านลุกขึ้นกราบอาจารย์ศุข
และขอมอบเล่าพิเศษเป็นค่าเล่าให้แล้วต้อง
ก็เลยบอกว่าเค้าหันมาทางผมว่านับตั้งแต่
บัดนี้เป็นต้นไปขึ้นชื่อว่าศีล 5 ผมจะครบ
ถ้วนครับ
แล้วก็ผมจะไม่ลืมความตายพอเป็นนรกแล้วไม่
ไหวไม่ไหวไอ้เหล้านี่โอ้โหผมกินหน่อย
เดียวคนน่ะนรกเดือดกันคึบๆๆอันนี้ไม่ไหว
จริงๆ
แล้วก็ปรากฏว่านับตั้งแต่เวลานั้นเป็นต้น
มาวันนั้นเค้าให้เล่าอาจารย์ศุขอาจารย์
ศุขก็เลิกกินเหมือนกันด้วยความจริง
อาจารย์สุขท่านทำได้น่าจะเลิกกินเหล้ามา
แต่ปรากฏว่าอาศัยคนนั้นเป็นพิเศษเป็นเหตุ
ให้อาจารย์ศุขก็ไม่กินเหล้าแต่วันนั้น
เป็นต้นมา
และก็ไม่ละเมิดศีล 5 เนี่ยบรรดาท่าน
พุทธบริษัท
ของดีย่อมมีในที่ทุกสถาน
ถ้าเราจะไปนามคนเมา
ว่าคนเมาเลวมันก็ไม่ทุกข์
ความดีก็มีอยู่ทานี้ผมเป็นพระนี่ครับผมมี
ความรู้สึกตัวผมนี่เลวกว่าคนเมา
แล้วชาวบ้านเี่เขาไหว้ผม
ผมไม่ได้ไหว้ชาวบ้านความรู้ก็จ้อย่อย
เพียงเท่านี้
ผมไม่สามารถจะมีมาแจกญาติโยมพุทธบริษัท
นี่ผมเลวมากผมมีความสุขเวลานั้นเมื่อก่อน
เผมก็รู้สึกว่าเลวอยู่แล้วแต่ว่าไอ้ตอน
นั้นรู้สึกเลวหนักขึ้นนี่แหละบรรดาท่าน
ทั้งหลาย
ก็ผมก็ยอมรับตามความเป็นจริงว่าผมเลว
แต่ผมพยายามเปลื้องความเลวเปลื้องได้นิดๆ
หน่อยๆความจริงผมก็มีความรู้สึกว่าความ
รู้มโนยิทธิที่ผมให้ญาติโยมพุทธบริษัทมัน
ยังน้อยกว่าความดีของบรรดาญาติโยมทั้ง
หลายที่สงเคราะห์ผม
อาตมาก็ขอประทานอภัยกับบรรดาญาติโยม
พุทธบริษัททั้งหลายที่นั่งที่นี่ประมาณ
200 คนเสพ
วันนี้น้อยหน่อยนะ
วันนี้น้อยหน่อยที่สนองคุณญาติโยมได้ไม่
เป็นไปตามความประสงค์ต้องขออภัย
แล้วก็ทุกคนตั้งใจปฏิบัติมันจะเล็กๆน้อยๆ
ก็ตามขอสนองได้บ้างก็พอควรนะก็ถือว่าดีพอ
พอ
เป็นอันว่าสำหรับวันนี้บรรดาท่านทั้งหลาย
มองเวลาไปมันก็เหลือ 2 นาที
ผมตั้งใจคิดว่าจะพูดอีกอันหนึ่งที่มี
ประสบการณ์มาตอนนี้ก็เป็นเรื่องของผมผมก็
ตัดสินใจว่าเอาล่ะขอเป็นลูกศิษย์อาจารย์
ศุข
แต่ว่าผมนกินเหล้าไม่เป็นมาตั้งแต่เกิด
ไม่ไม่มีเหล้าเป็นอาชีพ
เรื่องเล่าอาชีพนี่ไม่เอาแน่แต่ว่าเวลายก
ครูท่านก็แปลกวันนั้นสำหรับผมอาจารย์ศุข
เวลายกไหว้ครูท่านไม่ต้องการเล่าเลย
ไม่มีสุราเมาไม่มีอะไรทั้งหมดตัวท่าน
ยาสุขเองท่านก็เลิกเมามันดีมากวันหลังนะ
ความจริงวันนั้นก็ขอเรียนท่านเห็นผลแล้ว
เนี่ย
ขอเรียนจากท่านตักท่านก็ขอร้องบอกเอาวัน
หลังที่ครับวันพรุ่งนี้ผมจะแนะนำให้อล
บรรดาเพื่อนภิกษุทั้งหลายเป็นว่าวันรุ่ง
ขึ้นก็มาแต่มาแล้วจะพูดอะไรกันได้ล่ะ
สัญญาณบอกหมดเวลาทิพย์เสียงจะหมดแล้วก็ขอ
หยุดก่อนขอความสุขสวัสดิ์วิภัตนมงคล
สมบูรณ์พูนผลจงมีแด่บรรดาท่าน
พุทธศาสนิกชนผู้รับฟังทุกท่าน
สาธุชนพุทธบริษัททั้งหลาย
และบรรดาญาติโยมพุทธบริษัทและบรรดาเพื่อน
ภิกษุสามเณรผู้นั่งรับฟัง
สำหรับวันนี้เป็นวาระที่ 2
ที่ผมมาพูดกับบรรดาท่านทั้งหลาย
เรื่องของมนโมยิทธิ
ความจริงผมก็จำวันที่ไม่ได้นะเทปก่อนเก็
ว่าส่งเดชไปเท่านั้นเองจำไม่ได้เพราะนี้
มันป่วยจริงๆเป็นอันว่าวันที่ก็จะขอยกไว้
ก่อนเดือนกรกฎาคมผมขอโอกาสเปิดดูหน่อยว่า
เดือนกรกฎาคมนี้มันเป็นที่เท่าไหร่ขึ้น 2
ค่ำเดือน 8
ตอนนี้มันวันที่เท่าไหร่วันที่ 16 หรือ
จิตมันดีสันดีออ
เอาล่ะเป็นว่าเป็นวันที่ 17 กรกฎาคมแน่
เป็นว่าเทปก่อนก็
เทปก่อนได้พูดเข้าก่อนคงไม่ผิดเพราะมัน
เป็นวันที่ 17 จริงๆก็เดาๆนะวันนี้ป่วย
มาก
ป่วยมากตอนเช้าลุกไม่ค่อยขึ้นมีพระ
มหาวิจิตรเจอคุณศรีศรีวิ
เอ่อศรีอะไรวิสุธิพงษ์
วิ
แล้วก็ศรีวิสุทธิลี
เจ้าคุณวิมล
แล้วก็มหาทองดำนี่ความจริงชื่อท่านดีผมจำ
ไม่ได้แต่เรียกเณรดำเณรดำเป็นมหาบเดรก็
เรียกดำเรื่อยๆท่านมากัน
แล้วก็มีแขกมามีญาติโยมมาจาก
มาจากนครบประถมสัมพราน
คันรถนึงก็ลงรับไม่ได้นี่ป่วยมาก
ก็เป็นว่าท่านจะมีเสียกำลังใจหรือเปล่าผม
ไม่ทราบ
แต่ผมก็บอกท่านป่วยผมเลยงง
ไม่ลงไปรับแขกนี่บรรดาญาติโยมพุทธบริษัท
ทราบไว้ด้วยนี่ท่านมากันตามเวลายังรับไม่
ได้หากว่ามานอกเหนือเวลาไม่รับก็จะหาว่า
หญิงเลยนะให้มีความรู้สึกตามความเป็นจริง
ว่าผมเนี่ยแก่แล้ว
เวลาพักผ่อนมันก็ไม่มีเช้าก็เครียดกลาง
วันก็ต้องรับแขกถึง 16:00 น.เห็นไม่มีใคร
เพูดก็พูดคนเดียวไอ้พูดคนเดียวนี่มัน
เหนื่อยเหลือเกินแต่ว่าเพื่อธรรมะผมพูด
แต่หากว่าหาหมอดูก็จริงแหละผมไม่เอาด้วย
หาหมอดูหาหมอรักษาโรคผมก็เลยให้น้ำเกลือ
อยู่เสมอแพทย์ต้องให้น้ำเกลือ
ผมจะไปรักษาโรคขาใครเหาย
เกความวันนี้ก็มาดูความเลวของผมอีก
เลยเบื้องต้นยังไม่พูดกันนะ
ในตอนต้นก่อนที่จะเรียน
อาจารย์ศุขท่านก็มา
จะลืมว่าเมื่อวานนี้พูดกันถึงว่า
คนเค้าทำบาปคือกินเหล้า
แล้วไม่ได้สมาทานศีล
อยู่ๆเค้าก็ทำกันไปนรกไปสวรรค์ได้
ท่านเห็นความเลวความเป็นพระของผมมยมันเลว
จริงๆผมเป็นพระไม่สามารถจะทำได้นี่ผมเลว
มาก
ความจริงเรื่องส่วนตัวของผมทำได้แต่ว่าผม
ให้คนอื่นเขาไปไม่ได้
แนะนำญาติโยมญาติโยมก็ไม่เข้าใจอันนี้ไม่
ใช่โยมเลวผมเลวไม่สามารถจะแนะนำโยมได้
ผมรู้สึกว่าผมเสียศักดิ์ศรีแสพัส
เสียศักดิ์ศรีมาก
ต่อมาเพราะเริ่มจะเข้าจะเรียนก็พอดี
เหลือบไปเห็นคนทอดแหอยู่ 2 คนเป็นชาย
หนุ่ม
แล้วก็มีภรรญาถือท้ายเรือ
ก็เลยเรียก 2 คนเข้ามาพอ 2 คนเข้ามาแล้ว
บอกกรุณาอาบน้ำอาบท่า้าเสีย
ถามเว่าทอดแหวันหนึ่งได้เท่าไหร่เวลานั้น
ค่าก็เงินสูงเก็บอกว่าถ้าได้มากถึง 20
บาทบางวันก็ขายได้ประมาณ 10 บาทเลี้ยงตัว
ได้
คือเวลานั้นเข้าสารถังนั้นก็จะไม่ค่อย
เต็มบาทดี 90 สตางค์
คุณค่ากลับเข้ารู้สึกว่าเธอมีรายได้ดีบอก
ถ้าอย่างงั้นแล้วก็รายได้เธอได้แล้วเท่า
ไหร่ก็ช่างเถอะ
20 บาทฉันจ่ายให้ขอพิสูจน์ผลความดีสัก
หน่อยได้มั้ยเถามว่าพิสูจน์อะไรบอก
อาจารย์ศุขจะสอนให้คนไปสวรรค์ไปนรกได้เธอ
อยากจะเห็นมั้ยเธอรู้สึกว่าดีใจ
ว่าการหากินการฆ่าสัตว์ตชีวิตบรรดาญาติ
โยมพุทธบริษัท
และเพื่อนภิกษุสามเณรอย่าอย่าตำหนิกันเขา
มีความจำเป็นเต้องการดีเหมือนกันแต่ว่า
เขาจะดีจริงๆนั่นที่ต้องไม่ต้องฆ่าสัตว์
ต่อชีวิตเี่เค้าไม่มีกิน
เค้าก็มีความจำเป็น
อย่าลืมว่าพระพุทธเจ้าไม่ทรงตำหนินายจุน
นายจุนฆ่าหมู่ตั้งเยอะเลี้ยงพระสงฆ์ว่า
นิพพานถวายพุทธเจ้าโดยพระพุทธเจ้ากลับยก
ย่องต้องสรรเสริญทานเได้จนว่ามีผลเลิศ
แล้วก็มีคนมากมายที่มาเข้าหาพระพุทธเจ้า
มาเฝ้าพพุทธเจ้าฟังเทศน์จบเป็นพระโสดา
บ้างเป็นอรหันต์บ้างท่านทั้งหลายเหล่านี้
ก็ทำบาปมาก่อนไม่ใช่คนไม่มีบาปอย่างท่าน
องค์ีมารเฆ่าคนยิ้งๆอยู่
ก็แต่องค์สมเด็จพระบรมครูก็ไม่ทรง
รังเกียจ
สงเคราะห์องค์พองค์ที่มารจนเป็นพระ
อรหันต์
นก็เป็นได้ไม่นานฉะนั้นเรื่องอาชีพอย่า
ตำหนิกัน
เค้าทุกคนต้องการดีแต่ว่าการเลี้ยงตัวมัน
ไม่ดีไม่มีทางอื่นต้องทำอย่างนั้นถ้าหาก
ว่าเค้ามีทางอื่นทำเจะทำ
เว้นไว้แต่ว่าคนที่แนะนำแล้วไม่เห็นด้วย
ถึงกรรมที่เป็นอกุศลให้ผลหนัก
อันนี้ก็ต้องเห็นใจเขาเหมือนกัน
อย่าแต่จงจงคิดถึงตัวเราบางครั้งไม่มี
ความจำเป็นต้องฆ่าสัตว์เราก็ฆ่า
บางคราวไม่มีความจำเป็นหยิบของคนอื่นโดย
คำอนุญาตเราก็หยิบ
บางคราว
เราก็เจ้าชู้ลืมนึกถึงศีลธรรมหรือความดี
หรือประเพณีนิยม
บางคราวอยู่ดีๆเราก็พูดปดมทโกหกเพื่อนก็
ยังได้
บางครั้งนึกสนุกขึ้นมาถือประเพณีเป็น
สำคัญจะทำบุญบ้านหรือเจอหน้าเพื่อนเราก็
เลี้ยงเหล้า
อย่างนี้ก่อนที่จะพูดว่าใครพูดดูถึงตัว
เราเสียก่อนเราก็ยังดีไม่พอ
อย่างผมก็เหมือนกันเป็นฆราวาสนี่ผมก็เลว
มาก
ผมดื่มสุราาเมาไม่เป็นไม่เป็นจริงๆ
ผมไม่สุขบุรี
ผมไม่รักไม่ขโมยใคร
แล้วก็ผม
ด้านความรักนี่ต้องคิดนะ
ผมก็ต้องเข้ากับตัวเองเวลานั้นว่าผมไม่
ได้ไปปล้ำใครไม่ข่มขืนใครก็มีคนเตกลงด้วย
นี่เขาตกลงปลงใจตกลงมอบกายถวายตัวผมก็
ต้องยอมรับผมเป็นผู้ชายต้องมีความเมตตา
ปราณี
ลูกผู้ชายถ้าขาดพรหมวิหาร 4
ขาดเมตตาความรักขาดกรุณาความสงสาร
ไม่เกลือกูลสงเคราะห์เพื่อนหญิงที่เป็น
เพศอ่อนแอ
แล้วก็ลงความว่าหน้าไม่ด้านเท่าผู้ชาย
ความรักที่เกิดในใจก็จะเศร้าหมอง
นี่พูดอย่างคุณพานสมัยโน้นน่ะ
ผมก็เอาตกหลงรักก็รักไม่รักเฉยๆถ้ารักก็
ต้องร่วมรักต้องสนองความรักให้สมบูรณ์แบบ
ถ้ารักเฉยๆไม่สมบูรณ์แบบก็แค่นั้นน่ะ
ปฏิบัติตนไม่ครบถ้วน
อีข้อนี้ผมยอมรับว่าผมเลว
ก็เลวทุกแล้วมาอีกทีนึงการฆ่าสัตว์ชีวิต
อันนี้ผมจำได้ว่าตั้งแต่เกิดมาผมถูก
บังคับให้ฆ่าปลาประมาณ 6 ตัว
แต่ว่าถ้ากระโจโจรผู้ร้ายนี่ผมเอาอีก
นี่มันก็เลวเหมือนกันชีวิตเขาก็รักรวม
ความว่าความเลวของผมก็มีมากฉะนั้นคนใดที่
เค้าเลวผมต้องคำนึงเรื่องนี้ก่อน
เขาจะเลวขนาดไหนก็ตามเราก็เคยเลวมาอย่าง
เขาเหมือนกันบางอย่างที่เราไม่เลวอย่าง
เขาแต่เราจะพึงเข้าใจว่าเราดีเราก็ยังมี
ความเลว
ความว่าเกิดมานี่เราเลวพอมาบวชหมดพระผมก็
เลวอีก
เลวมากๆที่กินของญาติของโยมญาติโยมเลี้ยง
ทุกสิ่งทุกอย่างตามที่กล่าวมาแล้วผมไม่
สามารถจะสนองให้ญาติโยมเห็นรู้จักสวรรค์
นรกจริงๆได้
นี่เลวจริงๆเพราะความเลวของผมจึงต้อง
เกือบกสนใช้เวลาถึง 23 ปี
เพื่อจะหาทางสนองความดีของญาติโยม
พุทธบริษัท
คราวนี้มาพ่อ 2 คนพร้อมยอมรับว่าจะจ่าย
เงินให้คนละ 20 บาทมันก็เป็น 40 บาทแต่คน
ที่นั่งที่นั่นประมาณ 20 คน
เขาเป็นคนรวยเบอกว่า 20 บาทพระคุณเจ้าไม่
ต้องจ่ายครับผมพร้อมออกให้เลยขอให้ 2 คน
มั่นใจเฟักเงิน 20 บาททันทีมอบให้เลย
ให้ปัญญามีเข้าใจชื้นเป็นของธรรมดา
ผมน่ะก็เคยจนมาก่อน
แต่นี้ก็ยังไม่รวยแต่เวลานี้รู้สึกรวย
หน่อยละรวยอะไรมั้ยรวยความดีที่พระ
พุทธเจ้าให้ภูมิใจ
ว่าแม้จะมีสมบัติเล็กน้อยก็ยังภูมิใจนั่น
คือมโนยิทธิ
สามารถจะแจกจ่ายกับบรรดาญาติโยม
พุทธบริษัทได้ถึงแม้ว่าผมจะมีความสามารถ
อย่างเป็ดเป็ด
จะดีเท่าพระอรหันต์ถ้าไม่ได้ไม่เป็นไรยัง
ไงยังไงให้ญาติโยมหลายเห็นเงาสวรรค์เห็น
เงาพรหมโลกเห็นเงานิพพานเห็นเงานรกแปรกาย
ได้รู้อดีตอนาคตได้เท่านี้พอใจ
ผมถือว่าผมรวยอย่างคนแจวเรือจ้าง
คนแจวเรือจ้างข้ามฟากแล้วไปไหนก็ตามท่าน
ได้มา 20-30 บาทสมัยโน้นเปลื้มใจมากกว่า
วันนี้รวย
ผมก็รวยประเภทนั้นไม่ใช่รวยมหาแบบมหาศี
ตอนนี้มาพูดเข้าเรื่องเวลามันจะหมดไปอีก
แล้วพ่อ 2 หนุ่มพร้อม
ถ้าคนทั้งหลายเ่านั้นก็หาเครื่องบูชามา
ครบดอกไม้ 3 ดอกดอกละสี
แล้วก็ธูป 3 ดอกเทียนดักบาตร 1 เล่มแล้ว
เขียนนะโมทยายะ
ใส่กระดาษแล้วก็ปิดตา
เริ่มนั่งครบ
อาจารย์สุขก็บรรยายความตามให้เธอปฏิร
ให้ภาวนาเลยวนมพระทัย
ประเดี๋ยวไม่ถึง 10 นาที 2 คนกาดว่าแสง
สว่างพุ่งปราดออกแล้วครับ
อาจารย์สุก็ถามว่าเธอต้องการเห็นนรก
สวรรค์
คนนั้นบอกว่าผมทอดปลาเมื่อกี้นี้เวลานี้
ผมก็ไม่คิดถึงปลาละแต่ว่าถามอย่างนี้ผมก็
เลยอยากจะรู้ว่าไอ้การทอดแหทอดปลามันไป
ไหน
อาจารย์ศุขบอกให้ไปสำนักพญายม
ไปถามได้ว่าโทษที่มีอยู่มันถึงไหน
ท่านพยายามโยมก็บอกว่าโทษของเธอทั้งหมด
ประมวลแล้วนะถ้าเธอตายเวลานี้เธอต้องตก
นรกขุมที่ 6
หลังจากนั้นต้องผ่านบริวาร 4 ขุมมาเข้าขม
ที่ 5 ที่ 4 เหมือนกันผ่าน 4 ขุมเหมือน
กันแล้วก็มาผ่านยมโลกินรกเป็นเปรตสุรกาย
หมดเป็นสัตติฉานเป็นสัตว์ฆ่าสัตว์เท่า
ไหร่ต้องเกิดเป็นสัตว์ประเภทนั้นให้เขา
ฆ่าจนครบตัว
แล้วก็เป็นสัตว์พิเศษอีกต่างหากจึงจะมา
เกิดเป็นมนุษย์เกิดเป็นมนุษย์ก็เป็นคน
ง่อยคนเปรี้ยตั้งหลายชาติเพราะโทษ
ปณาติบาตเธอตกใจหน้าสบ
ก็พระอาจารย์สุขให้ถามพระญาโยมว่าผมทำยัง
ไงครับจึงจะพ้นบาป
ที่จะพ้นโพชทั้งหลายเหล่านี้พระยาโยมท่า
ก็บอกว่านับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเธอจะ
ดีแล้วมีทางไปสวรรค์
ถ้าเธอมีศีล 5 บริสุทธิ์ยอมรับนับถือพระ
พุทธเจ้าไม่ลืมชีวิตว่าจะตายตั้งใจไว้
เฉพาะว่าเราจะไปนิพพาน
ท่านสอนอารมณ์พระโสดาบันเลย
คนนั้นกราบท่านอาการกราบที่โน่นก็ข้างตัว
ที่นี่ก็แสดงการกราบ
ร่างกายก็เคาะมาแสดงการกราบเรียบร้อยที่
โน่นทำยังไงที่นี่ก็ทำอย่างงั้นเพราะจิต
กับร่างกายตอนนั้นให้โยงกันไว้
พุทธเขาก็ถามว่าการปฏิบัติอย่างนี้ผมมี
ความดีพอจะไปสวรรค์ได้มั้ครับพระยาโยมก็
บอกเจตนาร้ายเธอไม่มีเธอทำเพื่อความจนบีบ
บังคับเวลานี้กำลังจิตเธอเป็นกุศลมีวิมาน
เป็นที่อยู่ให้ขึ้นไปด้านสวรรค์แต่ขอร้อง
อาจารย์ศุขว่าอยากไปสวรรค์อาจารย์ศุขก็
เลยบอกว่าให้ลาพยายมเสีย
เมื่อลาแล้วก็ตั้งใจนึกถึงพระอินทร์ก็
เห็นพระอินทร์ท่านมาเขประกาศพระอินทร์มา
แล้วก็ขอตามท่านไปว่าความดีที่ทำเวลานี้
ไปไหน
อินก็ท่านก็บอกว่าท่านพาไปบอกความดีที่ทำ
เวลานี้มันเป็นฌานสมาบัติ
อันนี้ไม่พักอยู่แค่สวรรค์ต้องไปพรหมโลก
ถ้าให้รักษาความดีอย่างนี้ไว้ถ้าจิตมัน
เลวลงมานิดนึงถ้าเวลาจะตายเธอจะค้างที่
สวรรค์
กำลังใจขนาดนี้จะไปพรหมโลกท่านก็พาไปดู
วิมานของเธอที่พรหม
กำลังใจแบบนี้นะวิมานอันนี้จะอยู่ชั้นที่
9 ก็แสดงว่าขอโทษจะอยู่ชั้นที่ 10 แสดง
ว่าเวลานั้นเธอยังเต้นปึ๊บๆอยู่ก็เป็นฌาน
4 ขั้นหยาบ
เธอดีใจมากเห็นวิมานผ่องใสสวยสดสดงามพอ
ขึ้นไปเท่านั้นแปลว่าร่างกายเธอประกาศออก
มาเลยว่าร่างกายเธอเปลี่ยนว่าเวลานี้ร่าง
กายผมเป็นพรหมหมดแล้วครับเหมือนพรหมทั้ง
หมดสวยสดงดงามมากคือปลื้มใจมากสดชื่นหน้า
ตาข้างนี้เก็สดชื่นไอ้ข้างนู้นดีใจข้าง
ล่างก็ดีใจด้วย
เพราะจิตมันโยนกับร่างกาย
พอเธอท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆจบพอจนจะกลับ
ผมก็อยากจะพิสูจน์เวลานั้นผมอยู่วัดบานม
เออพผมอยู่วัดบานมโคโ
ก็ถามเธอว่าพออาจารย์ศุขบอกให้เธอไปที่
กุฏิผมเสียมีอะไรบ้างกุฏิผมรูปร่างเป็น
ยังไงเธอไม่เคยรู้จักผมมาก่อนเลยเธอบอก
ถูกหมดของอะไรที่มีความสำคัญพอผมจำได้ถาม
ว่าของสิ่งนั้นอยู่ตรงไหนลักษณะเป็นยังไง
เธอบอกถูกหมด
กุฏิกว่าจะเข้าถึงห้องนอนมีประตูกี่ชั้น
แล้วกุฏิมีลักษณะเป็นยังไงมีฝาเท่าไหร่มี
แต่ตางเท่าไหร่เธอนับเรียบร้อย
ไปๆมาย่องนับตังในกระเป๋าผมเข้า
บอกว่าตังค์ในกระเป๋าของพระคุณเจ้าเวลา
นี้มีอยู่ 30 บาทเท่านั้นครับ
ในย่ามปลงเป๋งเลย
เป็นนว่าชาวบ้านเฮาตึงถามจริงไม่ออกจริงเ
่ากันใหญ่พอบอกสามี 30 บาทอีตอนนี้าบ้าน
เดือดร้อนมึงก็ควักกูควัก
เป็นนะว่าวันนั้นได้จริงๆ 400 บาทเศษเผม
ไม่ได้ขอเขาเเสงสารผมเพราะว่าพระขนาดนี้
มีสตางค์ 30 บาทแล้วก็บอกว่าตามปกติจริงๆ
แล้วมีสตางค์ประจำกระเป๋าก็ 20 บาทเป็น
ประจำ
เหลือจากนั้นทำอาหารเลี้ยงพระบ้างก่อ
สร้างบ้างวัดบกพร่องได้มาเท่าไหร่ก็ตาม
จ่ายหมดจะเหลือคงตัวไว้ 20 บาทถ้ามีความ
จำเป็นไปไหนมันติดยากไปได้ทันทีเท่านี้ก็
บอกมีเท่านั้นแหละบอกเท่านั้นพอแล้ว
นี่บรรดาพระภิกษุสามเณรที่ผมพูดให้กับ
ท่านฟังไม่ใช่โอ้โอนะว่ามักน้อยผมมีความ
รู้สึกอยู่เสมอตามความเป็นจริงเห็นเพื่อน
ๆที่ตายไม่มีใครขนอะไรไปได้เลยแล้วก็ผม
ย่องไปดูนรกแล้วชีวิตของผมผม
ตกนรกมันไหลขุม
ตั้งแต่ขุมที่ 6 ขึ้นมานี่ผมว่าเรียบ
ผมเคยผ่านมาหลายวาระก็เข็ด
อยากให้บรรดาญาติโยมพุทธบริษัทรู้บ้าง
เมื่อเธอเลิกจากการเจริญกรรมฐาน
เป็นที่พอใจคนทั้งหลายเหล่านั้นก็ประกาศ
เลยว่าต่อนี้ไปฉันจะให้ศาลคนละถังนี่คน
หนึ่งพูดต้น 1 เดือนอีก 3 สีอีก 3-4 4
คนฉันก็บอกฉันให้เธอคนละถังเหมือนกันรวม
ความว่าเธอมีโอกาสได้เข้าสารคนละกระสอบ
ถ้าหากไม่ทอดแห่เธอบอกไม่ทอดแล้วก็เขาจะ
ให้เป็นเงินเดือนคนละ 20 บาทต่อ 1 เดือน
คือพอใจ
เพื่อเป็นค่ากับค่าเวลานั้นครูประชาบาล
บางทีบางคนได้เงินเดือน 8 บาทก็มี 4 บาท
ก็มีใน 10 ได้กันเดือน 16 บาท
นั้นเธอได้ตั้ง 20 บาทเข้าสรก็ไม่ต้อง 4
เธอกลายเป็นพุทธมาคนเข้าถึงพุทธศาสนา
อย่างเคร่งครัด
หลังจากนั้นแล้วผมขอเรียนจากอาจารย์ศุข
ชอบใจมาก
เอาคนที่กำลังทำบาปกินเหล้าแล้วก็เอาคน
ที่กำลังทอดแหมาทำได้ผมก็คิดว่าบรรดาญาติ
โยมของผมทั้งหลายท่านก็มีความดีกว่านั้น
มาก
กำลังใจท่านสมบูรณ์แบบด้วยศรัทธามีความ
เลื่อมใสในพระพุทธศาสนาท่านก็ต้องทำได้
หรือเวลาความรู้ที่เรียนผมบอกไว้เลย
ผมไม่ปกปิดเพราะหลักสูตรจริงๆที่ผม
ปฏิบัติมาเรียนมายากเหลือเกิน
ยากสำหรับผมจะลืมว่าผมบวชเกือบ 2 เดือน
จึงทำได้
ครับบรรดาญาติโยมพุทธบริษัททั้งหลายที่
นั่งที่นี่
โปรดอย่าท้อใจมาทำกันแค่ 3-4 วันนานเต็ม
ทีอันนี้บางคนไม่เคยเลยทำวันเดียวไม่ได้
ก็มาเซ้าซีบอกขอยหาหลักสูตรที่ง่ายกว่า
นี้ได้มั้ยว่าทุกคนก็บอกว่าทำวันเดียว
ผม 2 เดือนเกือบ 2 เดือนผมไม่บ่นแต่
เพื่อนพระที่บวชด้วยกันบางท่านบวชทำถึง 30
ปีถ้าไม่ได้ตายไปก็เยอะ
เตั้งใจทำจริงฉะนั้นบรรดาญาติโยมพุทธ
พุทธบริษัทชายหญิงและบรรดาเพื่อนภิกษุ
สามเณร
ที่นั่งอยู่ที่นี่ทั้งหมดให้ภูมิใจในตัว
เองว่าเรามีความสามารถถึงแม้ว่าจะเล็ก
น้อยแล้วก็หมดความสงสัยในเรื่องนรกสวรรค์
นิพพานพรหมโลก
หรือว่าตายแล้วเกิด
ไม่จำเป็นต้องไปเชื่อคำสั่งสอนปรัมปรา
หรือว่าที่ผิดขึ้นมาใหม่ว่าสวรรค์ไม่มี
นรกไม่มีเทวดาไม่มีตายแล้วสูญ
เราจะไปเชื่อเขาทำไมในเรื่องเราพบกันแล้ว
หลักสูตรนี้เป็นอย่างนี้ครับ
หลักสูตรของครู
อันดับแรกต้องท่องอิติปิโสทั้งหมดให้ได้
ก่อน
ความจริงอิติโสทั้ง 3 ห้องเนี่ยที่นั่ง
ที่นี่ทั้งหมดไม่มีใครท่องท่องว่าได้แล้ว
อิติปิโสนี่สำหรับไว้ทำน้ำมนต์
แต่ว่าเวลาจะทำน้ำมนต์ครูจะต้องเจอพระ
พุทธเจ้าก่อนขอกำลังพุทธบารมีช่วยทำน้ำ
มนต์
ถ้าจะถามว่าน้ำมนต์ทำทำไมอันนี้เต็มอัตรา
นะครับน้ำมนต์เจะพรหมเวลาก่อนฝึกพอเริ่ม
จะฝึกเก็พรหมน้ำมนต์กันผีแทรกกันอารมณ์
หลง
พอเลิกประกาศเลิกก็พรหมน้ำมนต์อีกครั้ง
หนึ่ง
แล้วก็สำหรับครู
ใช้คาถาภาวนาว่านะโมพุทธายะ
เวลาเอาธูปเข้าไปหา
ลูกศิษย์ธูปหอมๆให้ชื่นใจหรือจะไฟไฟไป
ส่องที่หน้าใช้คาถาว่านะโมหุทายะ
คืออาศัยบารมีพุทธเจ้า 4 พระองค์กับพระ
ศรีอริยเมตไตรัย
ทั้ง 4 องค์นี้ช่วยสงเคราะห์ให้เขาสว่าง
ไปได้
แล้วก็สำหรับข้าครู
ข้าครูต้องมีอย่าลืมว่า
ของที่บูชาครูคือธูป 3 ดอก
ธูปเล็กๆก็ได้แล้วก็เทียนหนักบาตร 1 เล่ม
แล้วก็มีเงินมีดอกไม้ 3 ดอกดอกละสีดอกไม้
3 สีเงิน 1 สลึง
สำหรับเงิน 1 สลึงนี้ผมก็ได้เคยศึกษากับ
พระท่านท่านบอกว่าอย่าไปคิดว่าจะต้องให้
เค้าเสียเงินเลยเงิน 1 สลึงและ 1 บาทเค้า
เสียไม่ได้เขาก็จงอย่าเรียนกับเราเราก็
กินไม่ได้ใช้ไม่ได้เงินจำนวนนี้
จะต้องเอาไปซื้อของถวายพระซื้ออาหารก็ได้
ซื้ออย่างอื่นก็ได้ไปก่อสร้างก็ได้ให้
เป็นบุญกุศลบอกเงินที่ทุกคนทำจะได้เป็น
การตัดโลภะความโลภเป็นทานบารมีเป็น
จาคานุสติ
จะทำทุกครั้งต้องใช้เงินสดึงทั้งหมดเลย
เขียนคำว่านะโมุทธายะลงในแผ่นกระดาษ
แล้วพับเป็นสามเหลี่ยมให้คนนั้นถือปิด
หน้าไว้แล้วก็ภาวนาว่านะมะพาทะ
ในวิธีการสอนมีเท่านี้นะครับไม่มีอะไรมาก
เรื่องการฝึกเต็มอัตราเวลาเธอทำได้จิตใจ
ฌานสมาบัติเธอยังไม่เรียกก็เต้นตึงตังตึง
ตังตึงตังตบข่าวเป๊ะป๊ะเป๊ะอันนี้ต้อง
ช่วยถ้ามือที่พนมมืออยู่ตีหน้าอกให้จับ
มือมาวางที่เข่าทั้ง 2 ข้างวางคว่ำลงไปหา
เข่า
ที่เป็นอย่างนี้ตนี้เวลาฝึกถ้ามีผู้หญิง
พระเราจับมือไม่ได้ก็ต้องมีผู้หญิงสักคน
หนึ่งถ้าผู้ชายมาจับมือมันก็จะมันไม่สวย
ก็ต้องใช้ผู้หญิงอีกคนหนึ่งมาช่วยกันจับ
มือพวกผู้หญิงลง
เมื่อเรียนแล้วแต่ปรากฏว่าท่านบอกไม่ต้อง
มีเหล้า
ผมศึกษามาแล้ว
เมื่อศึกษามาแล้วเวลาที่จะมาปฏิบัติเมื่อ
ก่อนนี้เมื่อปี 08
ผมลองมาแนะนำกับคน
ได้ประมาณสัก 30 คนภาคเหนือนี่นะแต่ตอน
ที่ผมอยู่ใต้สอนได้เยอะ
แต่ว่าทุกคนไม่มีโอกาสบางไปถึงพรหมนี่
น้อยเต็มทีครับส่วนมากไปแค่สวรรค์
ไปนรกได้ไปสวรรค์ได้กำลังที่ถึงพรหมมี
น้อยแต่ถึงนิพพานจริงๆเกือบจะมีไม่กี่คน
เพราะว่าสอนตามแบบฉบับของครู
ต่อมาผมก็คิดว่ากำลังใจของบรรดาญาติโยม
พุทธบริษัทสะอาดไม่พอ
ผมก็คิดในใจว่าเราเป็นสาวกขององค์สมเด็จ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ได้ความรู้อย่างนี้เขตเบื้องต้นไปถึงแล้ว
ปลายๆต้องไปได้ต่อมาก็มาปฏิวัติใหม่ให้
ทุกคนตั้งใจสมาทานศีล
เมื่อสมาทานศีลให้สมาทานด้วยความเคารพ
เมื่อสมาทานศีลด้วยความเคารพแล้ว
หลังจากนั้นก็แนะนำในอริยสัจเบาๆ
ให้มีความรู้สึกว่าทุกคนที่เกิดมานี่เป็น
มนุษย์มันเป็นทุกข์ไม่มีอะไรเป็นสุข
ให้เข้าใจเรื่องความทุกข์ตามความเป็นจริง
ว่าหิวก็ทุกข์หนาวก็ทุกข์ร้อนก็ทุกข์ป่วย
ไข้ไม่สบายก็ทุกข์มีความปรารถนาไม่สมหวัง
ก็ทุกข์มันทุกข์ไปทุกอย่างความป่วยไข้ไม่
สบายก็ทุกข์ความแก่ก็ทุกข์ความพลัดพลาด
จากของรักของชอบใจก็ทุกข์ความตายก็ทุกข์
ถ้าเรายังต้องการเกิดเป็นมนุษย์อยู่อีก
เราจะมีทุกข์หาที่สุดไม่ได้ดีไม่ดีทำบาป
นิดเดียวเราไปนรก
ให้ตัดสินใจว่าขึ้นชื่อว่าการเกิดเป็น
มนุษย์ก็ดี
เราไม่ต้องการมันอีกการเป็นเทวดาหรือพรหม
เป็นสุขก็สุขชั่วคราว
ไม่สุขนานหมดวาสนาบารมีก็ต้องพุ่งเหลาลง
นรกเราไม่เอาเราหนีเลยเราจะไปนิพพานให้
ทุกคนตัดสินใจว่าต้องการจบเดียวคือนิพพาน
แล้วก็ทิ้งจังหวะให้เกิดความมั่นใจ
หลังจากนั้นก็กระดัดปิดหน้าให้ภาวนาวรรณะ
มะพาทะ
และเวลานั้นทั้งหมดขอทุกคนจังอย่าห่วง
อะไรทั้งหมดแม้แต่ชีวิตร่างกายมันจะตาย
เวลานี้ก็ช่างเราไม่ห่วงตัดสินใจให้แน่
นอนเฉพาะเวลา
หลังจากนั้นก็แนะนำว่าจงอย่ายุ่งกับ
นิวรณ์ 5 นิวรณ์ 5 อย่างมันมี 5 อย่างแต่
เราไม่นึกถึงมันเลยนึกถึงอย่างเดียวคือคำ
ภาวนาก็ลมหายใจเข้าออกหายใจเข้านึกว่ามา
ใจออกแล้วพาทะตอนนี้บรรดาเพื่อนภิกษุ
สามเณร
มีผลเกินคาด
มีการคล่องตัวเพราะแสงสว่างพวกมหากายที่
บอกเห็นพระพุทธเจ้าชัด
ก็เลยบอกทุกคนเกาะชายเติดตามพระพุทธเจ้า
ไปจะบอกขอชายสังคติไม่ถูกเวลานี้ทุกคน
ต้องการนิพพานพระพุทธเจ้าในตามพานิพพาน
ทุกคนถึงนิพพานหมดและมีสภาพแจ่มใสแพรว
พราวยับชัดเจนแจ่มใสเหมือนกลางวันเวลา
เที่ยงเอาล่ะบรรดาท่านพุทธบริษัท
นี่การแก้ไขนิดเดียวสามารถพบนิพพานได้แต่
ว่าคนที่ฟังเองจะหาผมบ้าก็ได้นะนิพพานเขา
สูญของเขาสูญก็ช่างแต่ในพระไตรปิฎกไม่สูญ
และการปฏิบัติของพวกเราก็ไม่สูญเราเชื่อ
ของเราดีกว่าเอาล่ะบรรดาท่านทั้งหลาย
สัญญาณบอกเวลา 2 เครื่องบอกเลิกเถอะหมด
เวลาแล้วก็ต้องขอหยุดก่อนลาก่อนขอความสุข
สวัสดิ์พิพัฒนมงคลสมบูรณ์พูผลจงมีแด่
บรรดาท่านพุทธศาสนิกชนผู้รับฟังและทุก
ท่านสวัสดี Kom.
Ask follow-up questions or revisit key timestamps.
พระอาจารย์ได้แนะนำเรื่องมโนมยิทธิ ซึ่งหมายถึงฤทธิ์ทางใจ และได้ชี้แจงข้อสงสัยและคำวิจารณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยยืนยันว่าเป็นความรู้ที่มาจากพระพุทธเจ้า ท่านเล่าถึงความรู้สึกบกพร่องในฐานะพระภิกษุที่ไม่สามารถทำให้ญาติโยมเข้าถึงเรื่องนรกสวรรค์ได้อย่างแท้จริง ทำให้ท่านพยายามค้นหาวิธีการที่ง่ายและได้ผลสม่ำเสมอ จนได้พบกับอาจารย์ศุข ซึ่งเป็นฆราวาสที่สอนมโนมยิทธิได้ แม้ในขณะที่อาจารย์ศุขยังดื่มเหล้าอยู่ พระอาจารย์ได้เล่าถึงเหตุการณ์สำคัญที่อาจารย์ศุขสอนชายขี้เมาคนหนึ่งให้เห็นนรกสวรรค์และพบกับปู่ที่ล่วงลับไปแล้ว ทำให้ชายผู้นั้นเลิกเหล้าและรักษาศีล 5 อย่างเคร่งครัด รวมถึงเหตุการณ์กับชาวประมงสองคนที่ได้เห็นกรรมของตนและได้ตัดสินใจเลิกอาชีพเดิม มุ่งสู่การปฏิบัติธรรมอย่างจริงจัง จากประสบการณ์เหล่านี้ พระอาจารย์ได้พัฒนาปรับปรุงวิธีการสอนมโนมยิทธิให้ง่ายและเข้าถึงนิพพานได้ โดยเน้นการรักษาศีล 5, การพิจารณาความทุกข์, การตั้งใจตรงสู่นิพพาน และการภาวนาควบคู่กับการหายใจ ซึ่งทำให้ผู้ปฏิบัติส่วนใหญ่สามารถเห็นพระพุทธเจ้าและบรรลุนิพพานได้อย่างแจ่มแจ้ง
Videos recently processed by our community