HomeVideos

แก้ทุกข์ให้ถูกจุดด้วยมโนมยิทธิ | ธรรมะหลวงพ่อฤาษีลิงดำ

Now Playing

แก้ทุกข์ให้ถูกจุดด้วยมโนมยิทธิ | ธรรมะหลวงพ่อฤาษีลิงดำ

Transcript

981 segments

0:00

เอ่อบรรดาเพื่อนภิกษุสามเณรทั้งหลาย

0:05

แล้วก็บรรดาญาติโยมพุทธบริษัท

0:09

ที่กำลังนั่งฟังอยู่เวลานี้

0:13

วันนี้ก็คุยกันถึงความรู้สึกตามความเป็น

0:16

จริง

0:19

ความจริงคเสิกก่อน

0:22

ที่ต้องลบทิ้งไป

0:25

รู้สึกว่าพูดตรงกับความรู้สึกตามความเป็น

0:28

จริงเกินไป

0:31

ที่ว่าเกินไปก็เพราะว่า

0:35

พูดตรงๆนี่ก็เลยสงสัยว่าบรรดาท่านผู้ฟัง

0:42

จะมีถ้ามีขันติดีก็ดีอยู่

0:46

ถ้ามีขันติไม่ดี

0:49

ก็จะเกิดสร้างความโกรธแค้นขึ้นมาจะเป็น

0:52

การลำบาก

0:54

เพราะว่าเวลานี้ปรากฏว่าภาวะของพระเทศน์

1:00

ที่พูดนี่เป็นวันที่

1:03

10 เอ่อเป็นที่ 17

1:08

กรกฎาคม 2527

1:14

เพราะว่าเวลานี้ปรากฏว่าตามมหาวิทยาลัย

1:17

ต่างๆมีการเคลื่อนไหวมาก

1:20

เนื่องจากทางราชการ

1:23

จับบุคคลที่กล่าวหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์

1:28

ข้อเท็จจริงนี้จะเป็นประการใดก็เป็น

1:31

เรื่องของทางราชการ

1:33

ก็เป็นเหตุผลของแต่ละฝ่ายแต่ฝ่ายพระนไม่

1:36

เกี่ยว

1:39

แต่ความจริงไม่เกี่ยวพูดเรื่องของพระตาม

1:42

ความเป็นจริง

1:44

ถ้าคนอีกกลุ่มหนึ่ง

1:47

การไม่พอใจบุคคลใดบุคคลหนึ่งคณะใดคณะ

1:51

หนึ่งซึ่งไม่เกี่ยวกับการจับการกุมเป็น

1:54

เรื่องของทางพระศาสนา

1:57

ก็จะกลายเป็นว่าผมเป็นปัจจัยสร้างความแตก

2:02

แยกของบุคคลขึ้นในพระศาสนา

2:07

ทางบ้านเมืองกำลังจะทะเลาะกัน

2:11

เราศาสนาก็เริ่มทะเลาะกันอีกก็เป็นการไม่

2:14

ดี

2:16

จึงได้ขอเปลี่ยนเวลาซะใหม่ก็ตามความพูด

2:19

ตามความเป็นจริงเหมือนกัน

2:22

แต่ว่างดอาการเครียดที่ผ่านมาเสีย

2:27

วันนี้ก็ขอปรารภเรื่องมโนมยิทธิ

2:31

คำว่ามโนมยิทธิแปลว่ามีฤทธิ์ทางใจ

2:37

บรรดาท่านพุทธบริษัทและญาติโยม

2:41

ที่นั่งอยู่ที่นี่ทุกคนทำได้แล้วทั้งหมด

2:45

และโดยเฉพาะอย่างยิ่งพระที่เข้ามาบวชใน

2:48

วัดนี้ต้องทำได้ก่อน

2:52

เมื่อทำได้แล้วก็พยายามจะให้เสื่อมเสีย

2:56

ถ้าปล่อยให้เสื่อมจะถือว่าเป็นการปรามาส

2:59

พระพุทธเจ้า

3:02

เพราะว่าความรู้นี้เป็นของพระพุทธเจ้า

3:06

หากว่าจะมีใครถาม

3:09

ว่าทำไมจะต้องสอนมโนยิทธิ

3:13

ซึ่งมีคนหลายกลุ่มหลายคน

3:17

หลายคนนี่ความจริงเไม่ได้พูดที่อื่นบางคน

3:21

ก็มาพูดใส่หน้าผมเอง

3:24

ว่าสอนนอกรีดนอกรอยไม่เป็นเรื่อง

3:30

ไอ้คำว่าสอนนอกรีดนอกรอยนี่บางทีเขาจะคิด

3:33

ว่าผมเป็นแบบพระกปิรภิกขุ

3:37

ที่ในพระวินัยท่านบอกว่าตายจากความเป็นคน

3:41

ไปเกิดในอเวจีมหานรก

3:45

แล้วก็พาโยมกับน้องสาวลงอเวจีมหานรกด้วย

3:51

เฉพาะท่านกปิระ

3:54

เมื่อลงอเวจีแล้วขึ้นมาเป็นปลาสีทองเป็ด

3:58

สีทองพอพระพุทธเจ้าถามตามความเป็นจริง

4:04

เสียใจเอาหัวตีข้างเรือตายและไปเกิดใน

4:09

เวทีมหานรกใหม่

4:13

ความจริงผมไม่หนักใจแบบท่านกปิระ

4:17

เพราะว่าความรู้นี้เป็นของพระพุทธเจ้าที่

4:20

ให้ไว้

4:22

ถ้าท่านใดเห็นว่าไม่เป็นเรื่องไม่เป็นราว

4:26

ก็จงคิดว่าพุทธเจ้าไม่เป็นเรื่องโดยก็

4:29

แล้วกัน

4:31

ที่พุกล่าวนี้ผมไม่ได้ประณามพระพุทธเจ้า

4:34

แต่ว่าเมื่อท่านทั้งหลายเห็นว่าความรู้

4:36

ของพพุทธเจ้าใช้ไม่ได้ก็แสดงว่าท่านผู้

4:40

นั้นไม่ยอมรับนับถือพระพุทธเจ้าเป็น

4:42

เรื่องของท่านผมปฏิบัติตามไม่ได้

4:47

แล้วบางท่านก็หาว่า

4:50

เป็นการสะกดจิตบ้างความจริงการสะกดจิตน่ะ

4:54

ต้องเป็นเหมือนกันหมดทำอะไรทำเหมือนกัน

4:58

รู้อะไรรู้เหมือนกัน

5:01

ต้องทำได้เหมือนกันทุกอย่างเพราะถูกจิต

5:04

บังคับ

5:05

แต่ว่าการที่มาฝึกหนี้ทุกคนไม่ใช่ได้

5:08

เหมือนกันบางคนวันเดียวได้บางคน 2 วันได้

5:11

บางคนถึง 3 วันได้แต่ก็มีบางรายที่ 4 วัน

5:17

เริ่มได้

5:19

แล้วบางท่านบอกว่าเป็นการเป็นโอเป็น

5:23

โอภาสงสว่างอันนี้ก็ไม่ถูก

5:28

คำว่าโอภาสน่ะเป็นแสงสว่างเฉยๆเป็นผลการ

5:31

เจริญสมถะภาวนาบวกวิปัสสนาภาวนา

5:35

ถ้าหลับตาไปแล้วจะเห็นแสงสว่างทั้งข้าง

5:38

หน้าข้างหลังข้างล่างข้างบนอันนี้ผมเคย

5:41

ผ่านมาแล้ว

5:43

ก็ไม่ใช่มโนยิทธิ

5:45

บางท่านบอกว่าเป็นอุปาทาน

5:49

อุปานี่แปลว่าการยึดมั่นถือมั่นจะต้องรู้

5:52

อยู่ก่อนคิดไว้ก่อนว่าภาพนั้นภาพนี้เป็น

5:55

ยังไงแล้วไปเจอแบบนั้นอย่างนี้เรียกว่า

5:59

อุปาทานคือยึดถือภาพไม่ยอมปล่อย

6:03

จะต้องเป็นเหมือนที่ฉันเห็นมาก่อนคิดไว้

6:06

ก่อนจึงจะถูกต้องอันนี้ก็ไม่ใช่อีก

6:11

แล้วก็ที่ผมพูดอย่างนี้นะขอบรรดาเพื่อน

6:14

ภิกษุสามเณรทั้งหลายและบรรดาญาติโยม

6:17

พุทธบริษัท

6:19

ก็จงอย่าไปโกรธผู้พูด

6:22

ท่านพูดเพราะท่านเข้าใจผิด

6:25

ท่านไม่ได้เคยศึกษาเรื่องนี้มาก่อน

6:29

ก็เป็นเรื่องของท่านถ้าคิดว่าทำไมจะไม่

6:32

ศึกษาก็ต้องนึกถึงตัวเราเองตัวเราเองท่าน

6:36

ก็ดีผมคุณก็ดีผมก็ดีญาติโยมพุทธบริษัทก็

6:40

ดีเดิมทีเดิมทีเดียวเราก็เชื่อนรกสวรรค์

6:45

แต่ว่าเราไม่เคยเห็นนรกสวรรค์

6:48

ขอโทษต้องกินน้ำ

6:52

วันนี้ป่วย

6:56

อาการป่วยเครียดมากเดินก็งงนั่งก็งงแต่ก็

7:01

เพื่อพระพุทธศาสนาเพื่อความดีของบรรดา

7:04

ญาติโยมพุทธบริษัทก็ทำ

7:09

ก็เป็นนั้นว่าเราก็มาพูดตามเรื่องของเรา

7:13

เรื่องเมื่อกี้ทิ้งไว้กินน้ำเอื้อเดี่ยว

7:15

หายไปเลยผมไม่มีหนังสือ

7:19

ผมไม่ได้ถือหนังสือมาในความรู้สึกของผมมี

7:23

อย่างหนึ่ง

7:25

คือว่าผมมีความรู้สึกตัวผมนี่เลวมาก

7:31

ในสมัยก่อน

7:33

สมัยเป็นเด็กเรื่องนรกเรื่องเทวดานี่ผมพบ

7:38

มาก่อนผมเชื่อ

7:40

พอทุกอย่างถ้าไม่ผมไม่พบมาก่อนนี่ผมไม่

7:43

เชื่อ

7:45

ผมก็เป็นคนประเภทหนึ่งที่เรียกว่าไม่ยอม

7:48

เชื่อลอยๆจะต้องมีเหตุมีผลมีประสบการณ์

7:52

เองที่มีเหตุมีผลแล้วผมก็ยังไม่เชื่อต้อง

7:58

ชนเอง

8:01

แล้วต่อมาผมเป็นพระ

8:04

แล้วก็ผมเรียนนักธรรมเรียนบาลี

8:08

แล้วผมได้บรรดาพูดผมได้พยายามพูดให้บรรดา

8:12

ญาติโยมพุทธบริษัทเข้าใจเรื่องนรกสวรรค์

8:16

ท่านเชื่อแต่ก็ไม่หมดการแคลงใจ

8:20

ต่อมาเป็นนักเทศน์เทศน์เท่าไหร่ญาติโยมก็

8:23

ไม่หมดการแคลงใจยังมีความรู้สึกเนี่ยเรา

8:28

เลวเหลือเกิน

8:30

ที่กินข้าวของญาติโยมผ้าผ่อนสบายที่ใช้

8:35

ญาติโยมก็หาให้

8:38

สถานที่อยู่ญาติโยมก็หาให้

8:42

แล้วก็การป่วยไข้ไม่สบายญาติโยมโยมก็หายา

8:45

รักษาโรคให้รักษาหมอมาให้

8:50

แต่ว่าเราไม่สามารถจะสนองความดีของญาติ

8:53

โยมได้ตามความเป็นจริง

8:56

ไม่สามารถจะเปลื้องอารมณ์ของท่านได้มี

8:59

ความรู้สึกว่าเลวมาก

9:02

ทั้งๆที่ความรู้นี้มีอยู่

9:05

จึงได้มาปรารภว่าความรู้ขององค์สมเด็จพระ

9:08

บรมครู

9:11

คือพระพุทธเจ้าความรู้ที่ท่านสอนไว้ที่

9:16

บรรดาผู้โบราณาจารย์คือท่านใครล่ะท่านพระ

9:21

พุทธโฆษาจารย์

9:24

ที่อยู่เมืองสะเทมสุธรรมวดี

9:28

ท่านกรุณาเขียนวิสุติมรรคเวลาที่จะไปแปล

9:31

พระไตรปิฎก

9:33

ให้บรรดาพระอรหันต์ทั้งหลายเหล่านั้นตรวจ

9:36

ถ้าวิสุติมรรคเขียนไม่ถูกต้องเขาไม่ยอม

9:39

ให้แปลพระไตรปิฎกจากภาษาสิงหลมาเป็นภาษา

9:42

มคต

9:45

ท่านก็พยายามเขียนเขียนแล้วเถูกต้องจึง

9:49

ได้ยอมให้แปลพระไตรปิฎก

9:52

ผมก็มีความมั่นใจว่าในฐานะที่พระ

9:55

พุทธโกษาจารย์

9:58

แห่งเมืองสุธรรมวดี

10:00

ท่านเป็นพระอรหันต์ปฏิสัมิทาญาณ

10:04

แลบรรดาพระที่ลังกาที่เป็นผู้ตรวจสอบท่าน

10:09

ก็เป็นพระอรหันต์

10:12

ฉะนั้นความรู้ที่พระพุทธโฆษาจารย์รนาไว้

10:15

ต้องไม่ผิดคณะสงฆ์จึงยกเป็นประกรณ์พิเศษ

10:19

เป็นหลักสูตรของเรียน 8 ประโยค

10:23

แต่ท้าว่าถ้าถือในวิสุทธิมรรคจริงๆผม

10:27

ปฏิบัติมาตามสายนั้นมันใช้เวลามากจริงๆผม

10:33

บวชมาแล้วใช้เวลาเกือบ 2 เดือน

10:38

จึงสามารถทำวิชานี้ได้

10:42

แต่ถ้าทำได้แต่ท่านอย่านึกว่าผมน่ะเป็นคน

10:45

วิเศษวิโสนะความรู้ที่ผมมาสอนพวกท่านก็ดี

10:51

หรือว่าที่ผมทรงไว้ได้ก็ดีมันเป็นความรู้

10:54

เป็ด

10:55

เป็นเศษความสามารถของบรรดาพระอรหันต์

10:58

อรหันต์ทั้งหลายท่าน

11:01

แต่ก็เราสามารถจะรู้จักสวรรค์นรกกันได้ก็

11:05

ยังดี

11:07

ผมก็แต่ว่าในวิสุทธิมรรคคือพุทธโฆษาจารย์

11:11

ทรจนาไว้ว่าบุคคลผู้ใดถ้าเคยได้แล้วมัน

11:16

ไม่ใช่ก่อนอย่างทิพยานเป็นต้นท่านบอกว่า

11:20

ไม่ต้องตั้งท่าตั้งทางทำกสิณ

11:23

เพียงเห็นแสงสว่างจากช่องฝาที่รอดมา

11:29

เมื่อจับแสงสว่างเป็นอารมณ์ก็สามารถจะได้

11:32

คิดได้

11:34

ผมก็มาคำนึงถึงเรื่องนี้ว่าคนที่เกิดมา

11:39

นี้ที่ดีมีมาก

11:43

ที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่าคนมี 4 เหล่าคือ

11:46

1 อุคติตัญญู

11:49

มีกำลังใจเตรียมพร้อมในการปฏิบัติ

11:53

พร้อมจะได้มีความสามารถพร้อมท่านประเภท

11:58

นี้ฟังคำหัวข้อแค่หัวข้อเท่านั้นก็สามารถ

12:01

จะเข้าใจปฏิบัติได้ทันทีทันใด

12:05

2 วิปติตัญญู

12:08

ท่านประเภทที่ 2 นี้มีกำลังใจดีแต่ความ

12:11

ฉลาดน้อยไปนิดนึงฉลาดน้อยกว่าพวกก่อนแนะ

12:16

นำได้เพียงหัวข้อไม่เข้าใจต้องอธิบายจึง

12:19

เข้าใจทำได้

12:22

3 ปัเนยะ

12:25

ท่านพวกนี้มีกับความมีกำลังความดีพอควร

12:29

แต่สามารถจะเป็นพระอริยเจ้าได้แต่จะต้อง

12:33

ปลุกปล้ำกันหน่อยจึงจะเข้าใจถ้าสอนผ่านไป

12:37

ผ่านมาอันนี้ไม่เข้าใจต้องจ้ำต้องจ้ำจี้

12:41

แจ่มชัยซ้ำแซะกัน

12:44

และก็ 4 ปทปรมะ

12:47

ท่านพวกนี้ไม่มีเหตุไม่มีผล

12:51

เป็นคนที่ไม่เอาไหนประเภทที่เรียกว่าสอน

12:56

เท่าไหร่ก็ไม่รู้จักจำปฏิบัติเท่าไหร่ก็

12:58

ไม่มีผลเพราะอกุศลครอบงำมากคนประเภทนี้

13:03

พระพุทธเจ้าทรงหลีกนี่แหละบรรดาเพื่อน

13:07

ภิกษุสามเณร

13:09

ผมปรารภอย่างนี้จึงปรารภว่าพระธรรมคำสั่ง

13:12

สอนขององค์สมเด็จพระชินสี

13:16

สมัยเมื่อพระองค์ยังอยู่พูดไม่กี่คำใช้

13:20

เวลาไม่นานคนก็บรรลุมรรคผลมีอยู่แล้ว

13:24

เมื่อองค์สมเด็จพระบรมครูนิพพานไปแล้ว

13:28

บรรดาพระอรหันต์ทั้งหลายท่านพูดหน่อย

13:30

เดียวคนก็บรรลุมงคล

13:33

แต่ว่าความรู้ที่องค์สมเด็จพระทศพลสอนไว้

13:36

ต้องมี

13:39

ต้องมีง่ายๆง่ายกว่าที่ผมศึกษามา

13:45

จึงได้พยายามค้นคว้าค้นคว้านั้นไม่ใช่

13:47

ปัญญาของผมเองนะครับ

13:50

ต้องถือว่าค้นคว้าหลักสูตรที่พระพุทธเจ้า

13:53

ทรงสอน

13:56

เมื่อพบแล้วประมาณ 40 อย่างเศษลองมา

13:59

ปฏิบัติก็รู้สึกว่าทำง่าย

14:03

แต่ว่าง่ายจริงๆจะต้องใช้เวลาถึง 7 วัน

14:08

แต่ก็อย่าลืมว่าผมเคยฝึกมาแล้วต้องใช้

14:11

เวลาถึง 7 วัน

14:14

ถ้าชาวบ้านนี่เวลา 7 วันเไม่ไหวถ้าพระ 7

14:18

วันบางทีชาวบ้านอาจจะต้องใช้เวลาถึง 7

14:21

เดือน

14:23

ชาวบ้านไม่มีเวลาทำแน่จึงได้คิดว่าจะต้อง

14:27

หาความรู้ที่ง่ายที่สุดและมีผลสม่ำเสมอ

14:32

กัน

14:33

ก็จึงไปได้หลักสูตรนี้มา

14:37

หลักสูตรนี้จะได้มาต้องใช้เวลาจริงๆ 23

14:41

ปี

14:43

23 ปีไม่ใช่ใช้ปัญญาค้นคว้าเองหาบุคคล

14:47

คือหลักสูตรหาได้แต่ต้องหาบุคคลที่ทำได้

14:52

ด้วย

14:53

คนที่ทำได้ต้องมีแล้วก็ต้องลองฝึกดูเป็น

14:56

เครื่องพิสูจน์

14:58

ก็เป็นอันว่าความรู้อันนี้นะ

15:02

ที่ผมก็ไปได้มาจากอาจารย์ศุขซึ่งท่านเป็น

15:05

ฆราวาส

15:07

บรรดาเพื่อนภิกษุสามเณรแปลกใจมั้ยครับ

15:12

ที่ผมยอมตัวไปเป็นลูกศิษย์ฆราวาส

15:17

ท่านอาจจะแปลกใจหากว่าท่านมีมานะทิฐิ

15:21

ถ้าท่านมีมานะการถือตัวถือตนท่านแปลกใจ

15:25

แน่

15:26

ว่าพระไม่ควรจะน้อมตนเข้าไปเป็นลูกศิษย์

15:30

ฆราวาส

15:32

แต่ว่าคนอย่างผมซะจัง

15:36

ผมยังไม่เคยคิดว่าผมดี

15:41

ยังมีความรู้สึกว่าผมเลวแล้วก็ผมโง่

15:45

ทั้งนี้เพราะอะไรโง่จริงๆกินข้าวของญาติ

15:48

ของโยมญาติโยมเลี้ยงสถานที่ญาติโยมหาให้

15:54

ภาพผ่อนทสบายญาติโยมให้ยารักษาโรคหมอ

15:58

รักษาโรคหมอโยมก็ให้

16:01

แต่ว่าผมเป็นคนจังไรไม่สามารถจะสนองกำลัง

16:05

ใจของญาติโยมให้เข้าใจสวรรคจริงๆได้

16:10

ฉะนั้นผมคิดว่าในเมื่อผมยังเลวอยู่ถ้าใคร

16:13

เดีกับผมผมยอมรับเป็นครู

16:17

ผมเคยรับคำแนะนำของเด็กแค่อายุ 12

16:22

ให้เหตุให้ผลนี้ผมเชื่อแต่คนนั้นไม่ใช่

16:25

ใครเป็นลูกศิษย์ของผมเอง

16:29

นี่แหละบรรดาเพื่อนภิกษุสามเณรนิสัยผม

16:31

เป็นอย่างนี้แต่ว่าถ้าใครมาเบ่งอดอดเลวนะ

16:36

ไม่ใช่อดีอันนี้ผมยอมไม่ได้

16:40

ไม่ยอมไม่ได้หมายความว่าจะไปโชวนตีกับ

16:43

เค้าผมก็ไม่ยอมรับคำแนะนำของเขา

16:49

ว่าคนผู้นั้นต้องมาแบบดีมาตามลีลาของ

16:53

พุทธเจ้าผมยอมรับ

16:56

ฉะนั้นความรู้นี้ต้องถือว่าเป็นประวัติ

16:58

ส่วนหนึ่งของผม

17:00

ขณะที่ผมไปพบท่านอาจารย์สุข

17:05

มันเป็นการบังเอิญจริงๆครับ

17:09

ที่ว่าเป็นการบังเอิญจริงๆท่านกำลังเอา

17:13

งี้ก็แล้วกันอาจารย์ศุขเวลานั้นท่านก็

17:16

ดื่มเหล้าเป็นเรื่องแปลก

17:19

แล้วก็คนกินเหล้าวงเดียวกันเกิดท้าทาย

17:24

ว่าไอ้สุขขอประทานอภัยผมไม่เรียกท่าน

17:27

อย่างนั้นนะเรียกตามข่าวคำที่ได้ยินมาไอ้

17:31

สุขก็ว่าเมืองสอนสอนคนไปสวรรค์ไปนรกได้

17:34

ใช่ไหม

17:36

อาจารย์ศุขก็บอกว่าใช่

17:39

คนนั้นก็บอกกูไม่เชื่อกูไม่เชื่อสวรรค์มี

17:43

นรกมีกูก็ไม่เชื่อความสามารถในคำสอนของ

17:46

มึงเอาแล้ว

17:50

ก็เกิดการท้าทายว่าอาจารย์สุขก็บอกว่าถ้า

17:53

หากว่ากูสอนให้มึงเห็นนรกได้

17:57

หรือว่าเห็นสวรรค์ได้มึงจะยอมเสียเหล้ากู

18:01

1 ขวดมั้ย

18:03

เรื่องนี้เป็นเรื่องแปลกนะครับมันไม่น่า

18:05

จะเป็นไปได้คนนั้นก็ยอมนั้นก็เลยบอกว่า

18:09

ถ้ามึงทำให้กูไปไม่ได้มึงต้องเสียเล่าให้

18:13

กู 1 ขวดทั้งสองเกิดท้าทายกันก็มาหันหน้า

18:16

มาที่ผมก็บอกว่าพระคุณเจ้าเป็นพยานดูนะ

18:20

ครับ

18:22

ผมก็เลยนึกดีวันนี้เป็นกรรมการขี้เมา

18:27

แต่ผมไม่ได้เมากับเขาเป็นอันว่าท่าน

18:31

อาจารย์สุท่านก็สั่งหาดอกไม้มา 3 ดอกดอก 1

18:36

สีซึ่งมันหาไม่ยาก

18:38

มีข้างๆตัวคนนั้นก็เด็ดมาเอาธูปมา 3 ดอก

18:45

เอาเทียนเบูชาที่เรียกว่าเทียนหนักบาตร

18:47

ความจริงมันหนักไม่ถึงบาทมัน 1 เล่ม

18:52

แล้วใช้สตางค์ 1 สลึงยกครู

18:55

แล้วก็ใช้เหล้า 1 ขวดอันนี้แปลก

18:59

ผมก็นั่งนึกในใจว่าเอ้เออไอ้เรื่องเพิ่น

19:03

อย่างนี้เี่มันไม่น่าจะมีเหล้ามียา

19:06

แต่ก็นั่งดูเค้าจะทำยังไงกันต่อมาท่าน

19:11

อาจารย์ศุขก็ไปกลิ้งพกตำข้าวมา

19:15

พกตำข้าวนี่จะเข้าใจไม่เข้าใจผมไม่อธิบาย

19:20

ให้คนนั้นนั่งที่นกพกตำข้าว

19:24

แล้วก็ท่านให้ภาวนาว่ามะพะทะอันนี้แปลก

19:28

ไม่มีวิธีกรรมอะไรเลย

19:31

หลังจากนั้นท่านก็ใช้สธานน้ำมนต์พรหม

19:35

เมื่อพรหมน้ำมนต์แล้วท่านก็ยืนอยู่ใกล้ๆ

19:39

ท่านบอกว่าท่านภาวนาว่านะโมทายะเป็นการ

19:42

ควบคุม

19:45

หลังจากนั้นเสร็จสักครู่หนึ่งท่านก็เอา

19:47

ธูปหอมสุดก็ไปโรยค้ายๆจมูกให้ได้กลิ่นหอม

19:53

แล้วก็กระดาษจุดไฟช่วยแสงสว่างไปไปส่อง

19:58

ที่ข้างหน้าไม่ใช่จะถึงเนื้อนะให้สว่าง

20:01

ท่านถามว่าสว่างแล้วหรือยังสว่างแล้วหรือ

20:04

ยังคนไหนบอกสว่างแล้วสว่างแล้วท่านก็ดับ

20:08

ไฟ

20:10

ดับไฟแล้วท่านก็ถามสว่างได้ยังบอกสว่าง

20:13

แล้วเห็นแสงขาวๆพุ่งลงมามีมั้ยแสงสว่าง

20:17

แล้วพุ่งออกไปมีมั้ยคนนั้นบอกว่าเห็นแสง

20:21

สว่างพุ่งลงมาจากข้างบนท่านก็เลยบอกถ้า

20:25

อย่างนั้น

20:27

ตัดสินใจพุ่งกลายไปตามแสงทันที

20:31

คนนั้นก็บอกว่าเวลานี้ออกจากกายแล้ว

20:35

ท่านก็เลยบอกว่าถ้าอย่างงั้นตั้งใจไปนรก

20:40

คนนั้นก็บอกเวลานี้ถึงนรกแล้ว

20:44

เมื่อถึงนรกแล้วก็อธิบายความเป็นมารยของ

20:47

นรกถูกต้องตามไตรภูมิ

20:51

และก็ถูกต้องตามที่ประสบมาตามพระบาลี

20:56

ผมฟังแล้วก็เป็นเรื่องอัศจรรย์

20:59

ก็เป็นว่าไปๆมาคนนั้นพบนรกหลายๆขุมตามที่

21:05

เราเข้าใจผมก็แปลกใจว่าเรื่องที่อย่าง

21:10

เนี้ยพระมีศีลแท้ๆไปไม่ได้แต่คนขี้เล่า

21:15

เมายาไปได้แล้วต่อมาคนนั้นก็ร้องบอกว่า

21:19

อยากจะพบคุณปู่ที่ตายไปแล้ว

21:24

ท่านอาจารย์สุขก็บอกว่านึกถึงพระยายโยม

21:26

ท่านเชิญท่านมาสงเคราะห์

21:30

คนนั้นก็บอกเวลานี้ท่านพยายามโยมท่านมา

21:32

ยืนข้างๆแล้วพอให้ถามท่านว่าบอกท่านว่า

21:36

คุณปู่ชื่อนั้นชื่อนี้ตายไปเมื่อไหร่

21:40

เวลานี้อยู่นรกมั้ยก็ปรากฏว่าคนนั้นบอกมา

21:45

ว่าพระยายโยมท่านบอกว่าในนรกไม่มีคนนี้

21:51

แล้วคนนี้เมื่อมีชีวิตอยู่มีความดีมาก

21:56

ท่านเป็นคนดีมีความดี

21:59

แล้วก็ประการที่ 2 คนนี้มีศีล 5 ครบถ้วน

22:03

มานานใช้เวลาประมาณถึง 30 ปี

22:08

แล้วก็มีความเคารพในพระพุทธเจ้าในพระธรรม

22:11

พระอริยสงฆ์จริง

22:13

คนนี้มีจิตอยากจะไปนิพพาน

22:18

แล้วก็อาจารย์สุขก็บอกว่าถามท่านพยายม

22:21

ท่านปนิพพานยังท่านพยายมบอกว่ายังคนนี้ไป

22:26

อยู่ชั้นดุสิต

22:27

เพราะก่อนจะตายเป็นพระโสดาบัน

22:32

เอ่อคนนั้นก็ถามว่าพระโสดาบันมีความ

22:35

ประพฤติยังไงบ้างแต่ก็บอกว่า 1 มีความรู้

22:40

สึกว่าชีวิตนี้มันต้องไม่มันจะต้องตายคือ

22:43

ไม่ประมาทในความตาย

22:46

2 เคารพพุทธเจ้าในพระธรรมพระอริยสงฆ์

22:49

จริง

22:51

แล้ว 3 มีศีล 5 บริสุทธิ์

22:54

4 จิตต้องการจุดเดียวคือนิพพาน

22:58

ถ้าอย่างนี้เมื่อเป็นพระโสดาบันแล้วกราบ

23:01

บาปกรรมทั้งหมดจะไม่สามารถลงโทษต่อไปอีก

23:05

ถ้าไปถึงนิพพานไม่ได้อย่างชั้นดุสิตต่อไป

23:09

ก็สามารถมาฟังเทศน์จากพระสีอานจบเดียวจะ

23:12

เป็นพระอรหันต์ไปนิพพานเลย

23:16

แล้วคนนั้นก็เลยหันไปถามท่านว่าคนอย่างผม

23:19

จะเป็นพระโสดาบันได้ไหม

23:23

เสียงบอกมาพยายามโยมบอกอย่างนี้มันไม่ได้

23:25

หรอก

23:26

อย่างนี้ต้องเป็นสัตว์นรกเพราะการจะมานี่

23:30

ก็กินเหล้ามาเหล้านี่กินเฉยๆไม่มีโทษ

23:34

อย่างอื่นก็ต้องตกโลหะคัมภีร์แล้วท่านก็

23:39

ชี้ให้ดูโลหะคัมภีร์

23:41

คนนั้นร้องวาดตายแล้วพยายามโยมบอกนี่

23:46

เหล้าเฉยๆนะกินเหล้าเฉยๆถ้ากินเหล้าแล้ว

23:51

โกหกมทิศยังมีอีกขุมหนึ่งกินเหล้าแล้วทำ

23:55

ร้ายคนอื่นมีอีกขุมหนึ่งถ้าบาปหนักกว่า

23:58

นี้ต้องลงขุมใหญ่อันนี้เป็นนรกเป็นนรก

24:02

เล็กๆเศษๆนรกเค้าเรียกว่าโยมโลกินรก

24:07

เสียงคนนั้นบอกว่าเวลานี้ก็กำลังกราบ

24:09

พยายามโยมว่าถ้าผมจะเป็นคนมีศีลบริสุทธิ์

24:16

แล้วปฏิบัติตนอย่างปู่เนี่ยจะไปเหมือนปู่

24:18

ได้มั้ย

24:21

พยายก็บอกว่าได้ทำไมจะไม่ได้ให้ลืมถึง

24:25

ความชั่วทั้งหมดปานาิอทินากาเมวมุสาสุรา

24:30

ที่ผ่านมาแล้วทั้งหมด

24:33

เลิกกันไม่คิดถึงมันนับแต่วันนี้เป็นต้น

24:36

ไปไม่ลืมคิดว่าสักวันหนึ่งข้างหน้าเราจะ

24:39

ตายถ้าเราตายแล้วไม่ยอมมานรกอย่างที่ยืน

24:43

อยู่ที่นี่เป็นทุกข์เราต้องการไปจุดเดียว

24:47

คือนิพพาน

24:49

ถ้าไปสวรรค์หรือพรหมต้องหมดบุญวาสนาบารมี

24:52

ต้องพุ่งเหลาลงนรกเพราะบาปเก่ามีอยู่

24:56

ฉะนั้นพุ่งอย่างเดียวคือปนนิพพานอารมณ์

24:58

ทั้งอย่างนี้ถ้าทรงตัวเขาเรียกว่าโสดาบัน

25:02

บาปทั้งหมดที่ทำมาแล้วไม่ทำต่อไปตัวความ

25:07

ท่านคุยกันอยู่นานประมาณครึ่งชั่วโมงเศษ

25:11

ผมก็จะขอระงับ

25:14

ไม่พูดมากเป็นว่าคนนั้นก็ถอดตัวกลับจุด

25:17

เดิม

25:19

ท่านลุกขึ้นกราบอาจารย์ศุข

25:22

และขอมอบเล่าพิเศษเป็นค่าเล่าให้แล้วต้อง

25:25

ก็เลยบอกว่าเค้าหันมาทางผมว่านับตั้งแต่

25:30

บัดนี้เป็นต้นไปขึ้นชื่อว่าศีล 5 ผมจะครบ

25:33

ถ้วนครับ

25:35

แล้วก็ผมจะไม่ลืมความตายพอเป็นนรกแล้วไม่

25:38

ไหวไม่ไหวไอ้เหล้านี่โอ้โหผมกินหน่อย

25:42

เดียวคนน่ะนรกเดือดกันคึบๆๆอันนี้ไม่ไหว

25:46

จริงๆ

25:49

แล้วก็ปรากฏว่านับตั้งแต่เวลานั้นเป็นต้น

25:51

มาวันนั้นเค้าให้เล่าอาจารย์ศุขอาจารย์

25:54

ศุขก็เลิกกินเหมือนกันด้วยความจริง

25:58

อาจารย์สุขท่านทำได้น่าจะเลิกกินเหล้ามา

26:02

แต่ปรากฏว่าอาศัยคนนั้นเป็นพิเศษเป็นเหตุ

26:06

ให้อาจารย์ศุขก็ไม่กินเหล้าแต่วันนั้น

26:08

เป็นต้นมา

26:10

และก็ไม่ละเมิดศีล 5 เนี่ยบรรดาท่าน

26:13

พุทธบริษัท

26:16

ของดีย่อมมีในที่ทุกสถาน

26:20

ถ้าเราจะไปนามคนเมา

26:23

ว่าคนเมาเลวมันก็ไม่ทุกข์

26:26

ความดีก็มีอยู่ทานี้ผมเป็นพระนี่ครับผมมี

26:32

ความรู้สึกตัวผมนี่เลวกว่าคนเมา

26:37

แล้วชาวบ้านเี่เขาไหว้ผม

26:40

ผมไม่ได้ไหว้ชาวบ้านความรู้ก็จ้อย่อย

26:44

เพียงเท่านี้

26:46

ผมไม่สามารถจะมีมาแจกญาติโยมพุทธบริษัท

26:50

นี่ผมเลวมากผมมีความสุขเวลานั้นเมื่อก่อน

26:54

เผมก็รู้สึกว่าเลวอยู่แล้วแต่ว่าไอ้ตอน

26:57

นั้นรู้สึกเลวหนักขึ้นนี่แหละบรรดาท่าน

27:00

ทั้งหลาย

27:03

ก็ผมก็ยอมรับตามความเป็นจริงว่าผมเลว

27:08

แต่ผมพยายามเปลื้องความเลวเปลื้องได้นิดๆ

27:11

หน่อยๆความจริงผมก็มีความรู้สึกว่าความ

27:15

รู้มโนยิทธิที่ผมให้ญาติโยมพุทธบริษัทมัน

27:19

ยังน้อยกว่าความดีของบรรดาญาติโยมทั้ง

27:22

หลายที่สงเคราะห์ผม

27:25

อาตมาก็ขอประทานอภัยกับบรรดาญาติโยม

27:28

พุทธบริษัททั้งหลายที่นั่งที่นี่ประมาณ

27:30

200 คนเสพ

27:33

วันนี้น้อยหน่อยนะ

27:35

วันนี้น้อยหน่อยที่สนองคุณญาติโยมได้ไม่

27:39

เป็นไปตามความประสงค์ต้องขออภัย

27:42

แล้วก็ทุกคนตั้งใจปฏิบัติมันจะเล็กๆน้อยๆ

27:47

ก็ตามขอสนองได้บ้างก็พอควรนะก็ถือว่าดีพอ

27:50

พอ

27:52

เป็นอันว่าสำหรับวันนี้บรรดาท่านทั้งหลาย

27:56

มองเวลาไปมันก็เหลือ 2 นาที

28:00

ผมตั้งใจคิดว่าจะพูดอีกอันหนึ่งที่มี

28:04

ประสบการณ์มาตอนนี้ก็เป็นเรื่องของผมผมก็

28:09

ตัดสินใจว่าเอาล่ะขอเป็นลูกศิษย์อาจารย์

28:12

ศุข

28:14

แต่ว่าผมนกินเหล้าไม่เป็นมาตั้งแต่เกิด

28:18

ไม่ไม่มีเหล้าเป็นอาชีพ

28:20

เรื่องเล่าอาชีพนี่ไม่เอาแน่แต่ว่าเวลายก

28:24

ครูท่านก็แปลกวันนั้นสำหรับผมอาจารย์ศุข

28:28

เวลายกไหว้ครูท่านไม่ต้องการเล่าเลย

28:33

ไม่มีสุราเมาไม่มีอะไรทั้งหมดตัวท่าน

28:37

ยาสุขเองท่านก็เลิกเมามันดีมากวันหลังนะ

28:41

ความจริงวันนั้นก็ขอเรียนท่านเห็นผลแล้ว

28:43

เนี่ย

28:46

ขอเรียนจากท่านตักท่านก็ขอร้องบอกเอาวัน

28:49

หลังที่ครับวันพรุ่งนี้ผมจะแนะนำให้อล

28:53

บรรดาเพื่อนภิกษุทั้งหลายเป็นว่าวันรุ่ง

28:56

ขึ้นก็มาแต่มาแล้วจะพูดอะไรกันได้ล่ะ

28:59

สัญญาณบอกหมดเวลาทิพย์เสียงจะหมดแล้วก็ขอ

29:03

หยุดก่อนขอความสุขสวัสดิ์วิภัตนมงคล

29:07

สมบูรณ์พูนผลจงมีแด่บรรดาท่าน

29:10

พุทธศาสนิกชนผู้รับฟังทุกท่าน

29:22

สาธุชนพุทธบริษัททั้งหลาย

29:25

และบรรดาญาติโยมพุทธบริษัทและบรรดาเพื่อน

29:28

ภิกษุสามเณรผู้นั่งรับฟัง

29:33

สำหรับวันนี้เป็นวาระที่ 2

29:37

ที่ผมมาพูดกับบรรดาท่านทั้งหลาย

29:42

เรื่องของมนโมยิทธิ

29:44

ความจริงผมก็จำวันที่ไม่ได้นะเทปก่อนเก็

29:49

ว่าส่งเดชไปเท่านั้นเองจำไม่ได้เพราะนี้

29:52

มันป่วยจริงๆเป็นอันว่าวันที่ก็จะขอยกไว้

29:57

ก่อนเดือนกรกฎาคมผมขอโอกาสเปิดดูหน่อยว่า

30:01

เดือนกรกฎาคมนี้มันเป็นที่เท่าไหร่ขึ้น 2

30:05

ค่ำเดือน 8

30:09

ตอนนี้มันวันที่เท่าไหร่วันที่ 16 หรือ

30:11

จิตมันดีสันดีออ

30:17

เอาล่ะเป็นว่าเป็นวันที่ 17 กรกฎาคมแน่

30:23

เป็นว่าเทปก่อนก็

30:26

เทปก่อนได้พูดเข้าก่อนคงไม่ผิดเพราะมัน

30:30

เป็นวันที่ 17 จริงๆก็เดาๆนะวันนี้ป่วย

30:34

มาก

30:35

ป่วยมากตอนเช้าลุกไม่ค่อยขึ้นมีพระ

30:38

มหาวิจิตรเจอคุณศรีศรีวิ

30:42

เอ่อศรีอะไรวิสุธิพงษ์

30:45

วิ

30:47

แล้วก็ศรีวิสุทธิลี

30:50

เจ้าคุณวิมล

30:52

แล้วก็มหาทองดำนี่ความจริงชื่อท่านดีผมจำ

30:56

ไม่ได้แต่เรียกเณรดำเณรดำเป็นมหาบเดรก็

30:59

เรียกดำเรื่อยๆท่านมากัน

31:03

แล้วก็มีแขกมามีญาติโยมมาจาก

31:08

มาจากนครบประถมสัมพราน

31:13

คันรถนึงก็ลงรับไม่ได้นี่ป่วยมาก

31:18

ก็เป็นว่าท่านจะมีเสียกำลังใจหรือเปล่าผม

31:21

ไม่ทราบ

31:23

แต่ผมก็บอกท่านป่วยผมเลยงง

31:26

ไม่ลงไปรับแขกนี่บรรดาญาติโยมพุทธบริษัท

31:29

ทราบไว้ด้วยนี่ท่านมากันตามเวลายังรับไม่

31:34

ได้หากว่ามานอกเหนือเวลาไม่รับก็จะหาว่า

31:38

หญิงเลยนะให้มีความรู้สึกตามความเป็นจริง

31:42

ว่าผมเนี่ยแก่แล้ว

31:46

เวลาพักผ่อนมันก็ไม่มีเช้าก็เครียดกลาง

31:50

วันก็ต้องรับแขกถึง 16:00 น.เห็นไม่มีใคร

31:52

เพูดก็พูดคนเดียวไอ้พูดคนเดียวนี่มัน

31:56

เหนื่อยเหลือเกินแต่ว่าเพื่อธรรมะผมพูด

32:00

แต่หากว่าหาหมอดูก็จริงแหละผมไม่เอาด้วย

32:05

หาหมอดูหาหมอรักษาโรคผมก็เลยให้น้ำเกลือ

32:08

อยู่เสมอแพทย์ต้องให้น้ำเกลือ

32:14

ผมจะไปรักษาโรคขาใครเหาย

32:17

เกความวันนี้ก็มาดูความเลวของผมอีก

32:23

เลยเบื้องต้นยังไม่พูดกันนะ

32:26

ในตอนต้นก่อนที่จะเรียน

32:30

อาจารย์ศุขท่านก็มา

32:34

จะลืมว่าเมื่อวานนี้พูดกันถึงว่า

32:38

คนเค้าทำบาปคือกินเหล้า

32:42

แล้วไม่ได้สมาทานศีล

32:45

อยู่ๆเค้าก็ทำกันไปนรกไปสวรรค์ได้

32:50

ท่านเห็นความเลวความเป็นพระของผมมยมันเลว

32:54

จริงๆผมเป็นพระไม่สามารถจะทำได้นี่ผมเลว

32:59

มาก

33:02

ความจริงเรื่องส่วนตัวของผมทำได้แต่ว่าผม

33:05

ให้คนอื่นเขาไปไม่ได้

33:09

แนะนำญาติโยมญาติโยมก็ไม่เข้าใจอันนี้ไม่

33:13

ใช่โยมเลวผมเลวไม่สามารถจะแนะนำโยมได้

33:20

ผมรู้สึกว่าผมเสียศักดิ์ศรีแสพัส

33:25

เสียศักดิ์ศรีมาก

33:28

ต่อมาเพราะเริ่มจะเข้าจะเรียนก็พอดี

33:32

เหลือบไปเห็นคนทอดแหอยู่ 2 คนเป็นชาย

33:35

หนุ่ม

33:37

แล้วก็มีภรรญาถือท้ายเรือ

33:40

ก็เลยเรียก 2 คนเข้ามาพอ 2 คนเข้ามาแล้ว

33:45

บอกกรุณาอาบน้ำอาบท่า้าเสีย

33:49

ถามเว่าทอดแหวันหนึ่งได้เท่าไหร่เวลานั้น

33:53

ค่าก็เงินสูงเก็บอกว่าถ้าได้มากถึง 20

33:57

บาทบางวันก็ขายได้ประมาณ 10 บาทเลี้ยงตัว

34:01

ได้

34:03

คือเวลานั้นเข้าสารถังนั้นก็จะไม่ค่อย

34:06

เต็มบาทดี 90 สตางค์

34:10

คุณค่ากลับเข้ารู้สึกว่าเธอมีรายได้ดีบอก

34:13

ถ้าอย่างงั้นแล้วก็รายได้เธอได้แล้วเท่า

34:17

ไหร่ก็ช่างเถอะ

34:19

20 บาทฉันจ่ายให้ขอพิสูจน์ผลความดีสัก

34:23

หน่อยได้มั้ยเถามว่าพิสูจน์อะไรบอก

34:28

อาจารย์ศุขจะสอนให้คนไปสวรรค์ไปนรกได้เธอ

34:32

อยากจะเห็นมั้ยเธอรู้สึกว่าดีใจ

34:38

ว่าการหากินการฆ่าสัตว์ตชีวิตบรรดาญาติ

34:41

โยมพุทธบริษัท

34:44

และเพื่อนภิกษุสามเณรอย่าอย่าตำหนิกันเขา

34:48

มีความจำเป็นเต้องการดีเหมือนกันแต่ว่า

34:53

เขาจะดีจริงๆนั่นที่ต้องไม่ต้องฆ่าสัตว์

34:56

ต่อชีวิตเี่เค้าไม่มีกิน

34:59

เค้าก็มีความจำเป็น

35:02

อย่าลืมว่าพระพุทธเจ้าไม่ทรงตำหนินายจุน

35:07

นายจุนฆ่าหมู่ตั้งเยอะเลี้ยงพระสงฆ์ว่า

35:10

นิพพานถวายพุทธเจ้าโดยพระพุทธเจ้ากลับยก

35:14

ย่องต้องสรรเสริญทานเได้จนว่ามีผลเลิศ

35:19

แล้วก็มีคนมากมายที่มาเข้าหาพระพุทธเจ้า

35:22

มาเฝ้าพพุทธเจ้าฟังเทศน์จบเป็นพระโสดา

35:25

บ้างเป็นอรหันต์บ้างท่านทั้งหลายเหล่านี้

35:28

ก็ทำบาปมาก่อนไม่ใช่คนไม่มีบาปอย่างท่าน

35:32

องค์ีมารเฆ่าคนยิ้งๆอยู่

35:36

ก็แต่องค์สมเด็จพระบรมครูก็ไม่ทรง

35:39

รังเกียจ

35:40

สงเคราะห์องค์พองค์ที่มารจนเป็นพระ

35:43

อรหันต์

35:45

นก็เป็นได้ไม่นานฉะนั้นเรื่องอาชีพอย่า

35:48

ตำหนิกัน

35:50

เค้าทุกคนต้องการดีแต่ว่าการเลี้ยงตัวมัน

35:53

ไม่ดีไม่มีทางอื่นต้องทำอย่างนั้นถ้าหาก

35:58

ว่าเค้ามีทางอื่นทำเจะทำ

36:01

เว้นไว้แต่ว่าคนที่แนะนำแล้วไม่เห็นด้วย

36:05

ถึงกรรมที่เป็นอกุศลให้ผลหนัก

36:09

อันนี้ก็ต้องเห็นใจเขาเหมือนกัน

36:12

อย่าแต่จงจงคิดถึงตัวเราบางครั้งไม่มี

36:17

ความจำเป็นต้องฆ่าสัตว์เราก็ฆ่า

36:20

บางคราวไม่มีความจำเป็นหยิบของคนอื่นโดย

36:24

คำอนุญาตเราก็หยิบ

36:26

บางคราว

36:29

เราก็เจ้าชู้ลืมนึกถึงศีลธรรมหรือความดี

36:33

หรือประเพณีนิยม

36:36

บางคราวอยู่ดีๆเราก็พูดปดมทโกหกเพื่อนก็

36:40

ยังได้

36:42

บางครั้งนึกสนุกขึ้นมาถือประเพณีเป็น

36:45

สำคัญจะทำบุญบ้านหรือเจอหน้าเพื่อนเราก็

36:49

เลี้ยงเหล้า

36:51

อย่างนี้ก่อนที่จะพูดว่าใครพูดดูถึงตัว

36:54

เราเสียก่อนเราก็ยังดีไม่พอ

36:57

อย่างผมก็เหมือนกันเป็นฆราวาสนี่ผมก็เลว

37:00

มาก

37:02

ผมดื่มสุราาเมาไม่เป็นไม่เป็นจริงๆ

37:07

ผมไม่สุขบุรี

37:09

ผมไม่รักไม่ขโมยใคร

37:13

แล้วก็ผม

37:15

ด้านความรักนี่ต้องคิดนะ

37:19

ผมก็ต้องเข้ากับตัวเองเวลานั้นว่าผมไม่

37:22

ได้ไปปล้ำใครไม่ข่มขืนใครก็มีคนเตกลงด้วย

37:25

นี่เขาตกลงปลงใจตกลงมอบกายถวายตัวผมก็

37:32

ต้องยอมรับผมเป็นผู้ชายต้องมีความเมตตา

37:34

ปราณี

37:40

ลูกผู้ชายถ้าขาดพรหมวิหาร 4

37:43

ขาดเมตตาความรักขาดกรุณาความสงสาร

37:48

ไม่เกลือกูลสงเคราะห์เพื่อนหญิงที่เป็น

37:50

เพศอ่อนแอ

37:52

แล้วก็ลงความว่าหน้าไม่ด้านเท่าผู้ชาย

37:56

ความรักที่เกิดในใจก็จะเศร้าหมอง

38:01

นี่พูดอย่างคุณพานสมัยโน้นน่ะ

38:05

ผมก็เอาตกหลงรักก็รักไม่รักเฉยๆถ้ารักก็

38:10

ต้องร่วมรักต้องสนองความรักให้สมบูรณ์แบบ

38:15

ถ้ารักเฉยๆไม่สมบูรณ์แบบก็แค่นั้นน่ะ

38:18

ปฏิบัติตนไม่ครบถ้วน

38:21

อีข้อนี้ผมยอมรับว่าผมเลว

38:25

ก็เลวทุกแล้วมาอีกทีนึงการฆ่าสัตว์ชีวิต

38:30

อันนี้ผมจำได้ว่าตั้งแต่เกิดมาผมถูก

38:34

บังคับให้ฆ่าปลาประมาณ 6 ตัว

38:38

แต่ว่าถ้ากระโจโจรผู้ร้ายนี่ผมเอาอีก

38:43

นี่มันก็เลวเหมือนกันชีวิตเขาก็รักรวม

38:47

ความว่าความเลวของผมก็มีมากฉะนั้นคนใดที่

38:51

เค้าเลวผมต้องคำนึงเรื่องนี้ก่อน

38:54

เขาจะเลวขนาดไหนก็ตามเราก็เคยเลวมาอย่าง

38:58

เขาเหมือนกันบางอย่างที่เราไม่เลวอย่าง

39:01

เขาแต่เราจะพึงเข้าใจว่าเราดีเราก็ยังมี

39:05

ความเลว

39:07

ความว่าเกิดมานี่เราเลวพอมาบวชหมดพระผมก็

39:10

เลวอีก

39:13

เลวมากๆที่กินของญาติของโยมญาติโยมเลี้ยง

39:16

ทุกสิ่งทุกอย่างตามที่กล่าวมาแล้วผมไม่

39:20

สามารถจะสนองให้ญาติโยมเห็นรู้จักสวรรค์

39:23

นรกจริงๆได้

39:26

นี่เลวจริงๆเพราะความเลวของผมจึงต้อง

39:30

เกือบกสนใช้เวลาถึง 23 ปี

39:34

เพื่อจะหาทางสนองความดีของญาติโยม

39:37

พุทธบริษัท

39:39

คราวนี้มาพ่อ 2 คนพร้อมยอมรับว่าจะจ่าย

39:44

เงินให้คนละ 20 บาทมันก็เป็น 40 บาทแต่คน

39:48

ที่นั่งที่นั่นประมาณ 20 คน

39:52

เขาเป็นคนรวยเบอกว่า 20 บาทพระคุณเจ้าไม่

39:56

ต้องจ่ายครับผมพร้อมออกให้เลยขอให้ 2 คน

40:00

มั่นใจเฟักเงิน 20 บาททันทีมอบให้เลย

40:05

ให้ปัญญามีเข้าใจชื้นเป็นของธรรมดา

40:09

ผมน่ะก็เคยจนมาก่อน

40:13

แต่นี้ก็ยังไม่รวยแต่เวลานี้รู้สึกรวย

40:16

หน่อยละรวยอะไรมั้ยรวยความดีที่พระ

40:20

พุทธเจ้าให้ภูมิใจ

40:23

ว่าแม้จะมีสมบัติเล็กน้อยก็ยังภูมิใจนั่น

40:27

คือมโนยิทธิ

40:29

สามารถจะแจกจ่ายกับบรรดาญาติโยม

40:31

พุทธบริษัทได้ถึงแม้ว่าผมจะมีความสามารถ

40:35

อย่างเป็ดเป็ด

40:38

จะดีเท่าพระอรหันต์ถ้าไม่ได้ไม่เป็นไรยัง

40:42

ไงยังไงให้ญาติโยมหลายเห็นเงาสวรรค์เห็น

40:45

เงาพรหมโลกเห็นเงานิพพานเห็นเงานรกแปรกาย

40:49

ได้รู้อดีตอนาคตได้เท่านี้พอใจ

40:53

ผมถือว่าผมรวยอย่างคนแจวเรือจ้าง

40:58

คนแจวเรือจ้างข้ามฟากแล้วไปไหนก็ตามท่าน

41:01

ได้มา 20-30 บาทสมัยโน้นเปลื้มใจมากกว่า

41:05

วันนี้รวย

41:07

ผมก็รวยประเภทนั้นไม่ใช่รวยมหาแบบมหาศี

41:11

ตอนนี้มาพูดเข้าเรื่องเวลามันจะหมดไปอีก

41:14

แล้วพ่อ 2 หนุ่มพร้อม

41:18

ถ้าคนทั้งหลายเ่านั้นก็หาเครื่องบูชามา

41:21

ครบดอกไม้ 3 ดอกดอกละสี

41:25

แล้วก็ธูป 3 ดอกเทียนดักบาตร 1 เล่มแล้ว

41:29

เขียนนะโมทยายะ

41:31

ใส่กระดาษแล้วก็ปิดตา

41:35

เริ่มนั่งครบ

41:38

อาจารย์สุขก็บรรยายความตามให้เธอปฏิร

41:44

ให้ภาวนาเลยวนมพระทัย

41:48

ประเดี๋ยวไม่ถึง 10 นาที 2 คนกาดว่าแสง

41:53

สว่างพุ่งปราดออกแล้วครับ

41:57

อาจารย์สุก็ถามว่าเธอต้องการเห็นนรก

42:00

สวรรค์

42:02

คนนั้นบอกว่าผมทอดปลาเมื่อกี้นี้เวลานี้

42:06

ผมก็ไม่คิดถึงปลาละแต่ว่าถามอย่างนี้ผมก็

42:10

เลยอยากจะรู้ว่าไอ้การทอดแหทอดปลามันไป

42:12

ไหน

42:15

อาจารย์ศุขบอกให้ไปสำนักพญายม

42:19

ไปถามได้ว่าโทษที่มีอยู่มันถึงไหน

42:23

ท่านพยายามโยมก็บอกว่าโทษของเธอทั้งหมด

42:26

ประมวลแล้วนะถ้าเธอตายเวลานี้เธอต้องตก

42:30

นรกขุมที่ 6

42:33

หลังจากนั้นต้องผ่านบริวาร 4 ขุมมาเข้าขม

42:36

ที่ 5 ที่ 4 เหมือนกันผ่าน 4 ขุมเหมือน

42:38

กันแล้วก็มาผ่านยมโลกินรกเป็นเปรตสุรกาย

42:42

หมดเป็นสัตติฉานเป็นสัตว์ฆ่าสัตว์เท่า

42:45

ไหร่ต้องเกิดเป็นสัตว์ประเภทนั้นให้เขา

42:48

ฆ่าจนครบตัว

42:50

แล้วก็เป็นสัตว์พิเศษอีกต่างหากจึงจะมา

42:54

เกิดเป็นมนุษย์เกิดเป็นมนุษย์ก็เป็นคน

42:56

ง่อยคนเปรี้ยตั้งหลายชาติเพราะโทษ

42:59

ปณาติบาตเธอตกใจหน้าสบ

43:04

ก็พระอาจารย์สุขให้ถามพระญาโยมว่าผมทำยัง

43:07

ไงครับจึงจะพ้นบาป

43:10

ที่จะพ้นโพชทั้งหลายเหล่านี้พระยาโยมท่า

43:13

ก็บอกว่านับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเธอจะ

43:17

ดีแล้วมีทางไปสวรรค์

43:20

ถ้าเธอมีศีล 5 บริสุทธิ์ยอมรับนับถือพระ

43:24

พุทธเจ้าไม่ลืมชีวิตว่าจะตายตั้งใจไว้

43:28

เฉพาะว่าเราจะไปนิพพาน

43:31

ท่านสอนอารมณ์พระโสดาบันเลย

43:35

คนนั้นกราบท่านอาการกราบที่โน่นก็ข้างตัว

43:39

ที่นี่ก็แสดงการกราบ

43:42

ร่างกายก็เคาะมาแสดงการกราบเรียบร้อยที่

43:45

โน่นทำยังไงที่นี่ก็ทำอย่างงั้นเพราะจิต

43:49

กับร่างกายตอนนั้นให้โยงกันไว้

43:52

พุทธเขาก็ถามว่าการปฏิบัติอย่างนี้ผมมี

43:56

ความดีพอจะไปสวรรค์ได้มั้ครับพระยาโยมก็

44:00

บอกเจตนาร้ายเธอไม่มีเธอทำเพื่อความจนบีบ

44:04

บังคับเวลานี้กำลังจิตเธอเป็นกุศลมีวิมาน

44:09

เป็นที่อยู่ให้ขึ้นไปด้านสวรรค์แต่ขอร้อง

44:14

อาจารย์ศุขว่าอยากไปสวรรค์อาจารย์ศุขก็

44:16

เลยบอกว่าให้ลาพยายมเสีย

44:20

เมื่อลาแล้วก็ตั้งใจนึกถึงพระอินทร์ก็

44:24

เห็นพระอินทร์ท่านมาเขประกาศพระอินทร์มา

44:26

แล้วก็ขอตามท่านไปว่าความดีที่ทำเวลานี้

44:31

ไปไหน

44:33

อินก็ท่านก็บอกว่าท่านพาไปบอกความดีที่ทำ

44:37

เวลานี้มันเป็นฌานสมาบัติ

44:41

อันนี้ไม่พักอยู่แค่สวรรค์ต้องไปพรหมโลก

44:46

ถ้าให้รักษาความดีอย่างนี้ไว้ถ้าจิตมัน

44:49

เลวลงมานิดนึงถ้าเวลาจะตายเธอจะค้างที่

44:52

สวรรค์

44:54

กำลังใจขนาดนี้จะไปพรหมโลกท่านก็พาไปดู

44:58

วิมานของเธอที่พรหม

45:01

กำลังใจแบบนี้นะวิมานอันนี้จะอยู่ชั้นที่

45:04

9 ก็แสดงว่าขอโทษจะอยู่ชั้นที่ 10 แสดง

45:10

ว่าเวลานั้นเธอยังเต้นปึ๊บๆอยู่ก็เป็นฌาน

45:14

4 ขั้นหยาบ

45:17

เธอดีใจมากเห็นวิมานผ่องใสสวยสดสดงามพอ

45:22

ขึ้นไปเท่านั้นแปลว่าร่างกายเธอประกาศออก

45:25

มาเลยว่าร่างกายเธอเปลี่ยนว่าเวลานี้ร่าง

45:28

กายผมเป็นพรหมหมดแล้วครับเหมือนพรหมทั้ง

45:32

หมดสวยสดงดงามมากคือปลื้มใจมากสดชื่นหน้า

45:37

ตาข้างนี้เก็สดชื่นไอ้ข้างนู้นดีใจข้าง

45:40

ล่างก็ดีใจด้วย

45:43

เพราะจิตมันโยนกับร่างกาย

45:46

พอเธอท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆจบพอจนจะกลับ

45:51

ผมก็อยากจะพิสูจน์เวลานั้นผมอยู่วัดบานม

45:55

เออพผมอยู่วัดบานมโคโ

45:59

ก็ถามเธอว่าพออาจารย์ศุขบอกให้เธอไปที่

46:02

กุฏิผมเสียมีอะไรบ้างกุฏิผมรูปร่างเป็น

46:05

ยังไงเธอไม่เคยรู้จักผมมาก่อนเลยเธอบอก

46:09

ถูกหมดของอะไรที่มีความสำคัญพอผมจำได้ถาม

46:13

ว่าของสิ่งนั้นอยู่ตรงไหนลักษณะเป็นยังไง

46:17

เธอบอกถูกหมด

46:20

กุฏิกว่าจะเข้าถึงห้องนอนมีประตูกี่ชั้น

46:24

แล้วกุฏิมีลักษณะเป็นยังไงมีฝาเท่าไหร่มี

46:27

แต่ตางเท่าไหร่เธอนับเรียบร้อย

46:31

ไปๆมาย่องนับตังในกระเป๋าผมเข้า

46:36

บอกว่าตังค์ในกระเป๋าของพระคุณเจ้าเวลา

46:38

นี้มีอยู่ 30 บาทเท่านั้นครับ

46:42

ในย่ามปลงเป๋งเลย

46:47

เป็นนว่าชาวบ้านเฮาตึงถามจริงไม่ออกจริงเ

46:50

่ากันใหญ่พอบอกสามี 30 บาทอีตอนนี้าบ้าน

46:55

เดือดร้อนมึงก็ควักกูควัก

46:57

เป็นนะว่าวันนั้นได้จริงๆ 400 บาทเศษเผม

47:01

ไม่ได้ขอเขาเเสงสารผมเพราะว่าพระขนาดนี้

47:05

มีสตางค์ 30 บาทแล้วก็บอกว่าตามปกติจริงๆ

47:09

แล้วมีสตางค์ประจำกระเป๋าก็ 20 บาทเป็น

47:12

ประจำ

47:15

เหลือจากนั้นทำอาหารเลี้ยงพระบ้างก่อ

47:18

สร้างบ้างวัดบกพร่องได้มาเท่าไหร่ก็ตาม

47:22

จ่ายหมดจะเหลือคงตัวไว้ 20 บาทถ้ามีความ

47:26

จำเป็นไปไหนมันติดยากไปได้ทันทีเท่านี้ก็

47:30

บอกมีเท่านั้นแหละบอกเท่านั้นพอแล้ว

47:35

นี่บรรดาพระภิกษุสามเณรที่ผมพูดให้กับ

47:38

ท่านฟังไม่ใช่โอ้โอนะว่ามักน้อยผมมีความ

47:43

รู้สึกอยู่เสมอตามความเป็นจริงเห็นเพื่อน

47:47

ๆที่ตายไม่มีใครขนอะไรไปได้เลยแล้วก็ผม

47:51

ย่องไปดูนรกแล้วชีวิตของผมผม

47:54

ตกนรกมันไหลขุม

47:57

ตั้งแต่ขุมที่ 6 ขึ้นมานี่ผมว่าเรียบ

48:02

ผมเคยผ่านมาหลายวาระก็เข็ด

48:06

อยากให้บรรดาญาติโยมพุทธบริษัทรู้บ้าง

48:10

เมื่อเธอเลิกจากการเจริญกรรมฐาน

48:14

เป็นที่พอใจคนทั้งหลายเหล่านั้นก็ประกาศ

48:16

เลยว่าต่อนี้ไปฉันจะให้ศาลคนละถังนี่คน

48:22

หนึ่งพูดต้น 1 เดือนอีก 3 สีอีก 3-4 4

48:25

คนฉันก็บอกฉันให้เธอคนละถังเหมือนกันรวม

48:29

ความว่าเธอมีโอกาสได้เข้าสารคนละกระสอบ

48:32

ถ้าหากไม่ทอดแห่เธอบอกไม่ทอดแล้วก็เขาจะ

48:36

ให้เป็นเงินเดือนคนละ 20 บาทต่อ 1 เดือน

48:39

คือพอใจ

48:42

เพื่อเป็นค่ากับค่าเวลานั้นครูประชาบาล

48:45

บางทีบางคนได้เงินเดือน 8 บาทก็มี 4 บาท

48:47

ก็มีใน 10 ได้กันเดือน 16 บาท

48:52

นั้นเธอได้ตั้ง 20 บาทเข้าสรก็ไม่ต้อง 4

48:56

เธอกลายเป็นพุทธมาคนเข้าถึงพุทธศาสนา

49:00

อย่างเคร่งครัด

49:02

หลังจากนั้นแล้วผมขอเรียนจากอาจารย์ศุข

49:05

ชอบใจมาก

49:07

เอาคนที่กำลังทำบาปกินเหล้าแล้วก็เอาคน

49:11

ที่กำลังทอดแหมาทำได้ผมก็คิดว่าบรรดาญาติ

49:16

โยมของผมทั้งหลายท่านก็มีความดีกว่านั้น

49:20

มาก

49:22

กำลังใจท่านสมบูรณ์แบบด้วยศรัทธามีความ

49:25

เลื่อมใสในพระพุทธศาสนาท่านก็ต้องทำได้

49:30

หรือเวลาความรู้ที่เรียนผมบอกไว้เลย

49:34

ผมไม่ปกปิดเพราะหลักสูตรจริงๆที่ผม

49:37

ปฏิบัติมาเรียนมายากเหลือเกิน

49:41

ยากสำหรับผมจะลืมว่าผมบวชเกือบ 2 เดือน

49:45

จึงทำได้

49:47

ครับบรรดาญาติโยมพุทธบริษัททั้งหลายที่

49:49

นั่งที่นี่

49:52

โปรดอย่าท้อใจมาทำกันแค่ 3-4 วันนานเต็ม

49:56

ทีอันนี้บางคนไม่เคยเลยทำวันเดียวไม่ได้

50:00

ก็มาเซ้าซีบอกขอยหาหลักสูตรที่ง่ายกว่า

50:03

นี้ได้มั้ยว่าทุกคนก็บอกว่าทำวันเดียว

50:09

ผม 2 เดือนเกือบ 2 เดือนผมไม่บ่นแต่

50:13

เพื่อนพระที่บวชด้วยกันบางท่านบวชทำถึง 30

50:17

ปีถ้าไม่ได้ตายไปก็เยอะ

50:21

เตั้งใจทำจริงฉะนั้นบรรดาญาติโยมพุทธ

50:23

พุทธบริษัทชายหญิงและบรรดาเพื่อนภิกษุ

50:26

สามเณร

50:28

ที่นั่งอยู่ที่นี่ทั้งหมดให้ภูมิใจในตัว

50:30

เองว่าเรามีความสามารถถึงแม้ว่าจะเล็ก

50:34

น้อยแล้วก็หมดความสงสัยในเรื่องนรกสวรรค์

50:37

นิพพานพรหมโลก

50:39

หรือว่าตายแล้วเกิด

50:42

ไม่จำเป็นต้องไปเชื่อคำสั่งสอนปรัมปรา

50:46

หรือว่าที่ผิดขึ้นมาใหม่ว่าสวรรค์ไม่มี

50:49

นรกไม่มีเทวดาไม่มีตายแล้วสูญ

50:53

เราจะไปเชื่อเขาทำไมในเรื่องเราพบกันแล้ว

50:57

หลักสูตรนี้เป็นอย่างนี้ครับ

51:00

หลักสูตรของครู

51:03

อันดับแรกต้องท่องอิติปิโสทั้งหมดให้ได้

51:06

ก่อน

51:08

ความจริงอิติโสทั้ง 3 ห้องเนี่ยที่นั่ง

51:11

ที่นี่ทั้งหมดไม่มีใครท่องท่องว่าได้แล้ว

51:14

อิติปิโสนี่สำหรับไว้ทำน้ำมนต์

51:18

แต่ว่าเวลาจะทำน้ำมนต์ครูจะต้องเจอพระ

51:23

พุทธเจ้าก่อนขอกำลังพุทธบารมีช่วยทำน้ำ

51:28

มนต์

51:29

ถ้าจะถามว่าน้ำมนต์ทำทำไมอันนี้เต็มอัตรา

51:32

นะครับน้ำมนต์เจะพรหมเวลาก่อนฝึกพอเริ่ม

51:36

จะฝึกเก็พรหมน้ำมนต์กันผีแทรกกันอารมณ์

51:41

หลง

51:42

พอเลิกประกาศเลิกก็พรหมน้ำมนต์อีกครั้ง

51:45

หนึ่ง

51:47

แล้วก็สำหรับครู

51:50

ใช้คาถาภาวนาว่านะโมพุทธายะ

51:56

เวลาเอาธูปเข้าไปหา

51:59

ลูกศิษย์ธูปหอมๆให้ชื่นใจหรือจะไฟไฟไป

52:03

ส่องที่หน้าใช้คาถาว่านะโมหุทายะ

52:07

คืออาศัยบารมีพุทธเจ้า 4 พระองค์กับพระ

52:10

ศรีอริยเมตไตรัย

52:13

ทั้ง 4 องค์นี้ช่วยสงเคราะห์ให้เขาสว่าง

52:17

ไปได้

52:20

แล้วก็สำหรับข้าครู

52:23

ข้าครูต้องมีอย่าลืมว่า

52:26

ของที่บูชาครูคือธูป 3 ดอก

52:30

ธูปเล็กๆก็ได้แล้วก็เทียนหนักบาตร 1 เล่ม

52:36

แล้วก็มีเงินมีดอกไม้ 3 ดอกดอกละสีดอกไม้

52:40

3 สีเงิน 1 สลึง

52:44

สำหรับเงิน 1 สลึงนี้ผมก็ได้เคยศึกษากับ

52:47

พระท่านท่านบอกว่าอย่าไปคิดว่าจะต้องให้

52:51

เค้าเสียเงินเลยเงิน 1 สลึงและ 1 บาทเค้า

52:55

เสียไม่ได้เขาก็จงอย่าเรียนกับเราเราก็

52:59

กินไม่ได้ใช้ไม่ได้เงินจำนวนนี้

53:03

จะต้องเอาไปซื้อของถวายพระซื้ออาหารก็ได้

53:06

ซื้ออย่างอื่นก็ได้ไปก่อสร้างก็ได้ให้

53:08

เป็นบุญกุศลบอกเงินที่ทุกคนทำจะได้เป็น

53:12

การตัดโลภะความโลภเป็นทานบารมีเป็น

53:15

จาคานุสติ

53:18

จะทำทุกครั้งต้องใช้เงินสดึงทั้งหมดเลย

53:22

เขียนคำว่านะโมุทธายะลงในแผ่นกระดาษ

53:28

แล้วพับเป็นสามเหลี่ยมให้คนนั้นถือปิด

53:30

หน้าไว้แล้วก็ภาวนาว่านะมะพาทะ

53:35

ในวิธีการสอนมีเท่านี้นะครับไม่มีอะไรมาก

53:40

เรื่องการฝึกเต็มอัตราเวลาเธอทำได้จิตใจ

53:44

ฌานสมาบัติเธอยังไม่เรียกก็เต้นตึงตังตึง

53:47

ตังตึงตังตบข่าวเป๊ะป๊ะเป๊ะอันนี้ต้อง

53:50

ช่วยถ้ามือที่พนมมืออยู่ตีหน้าอกให้จับ

53:54

มือมาวางที่เข่าทั้ง 2 ข้างวางคว่ำลงไปหา

53:58

เข่า

54:00

ที่เป็นอย่างนี้ตนี้เวลาฝึกถ้ามีผู้หญิง

54:03

พระเราจับมือไม่ได้ก็ต้องมีผู้หญิงสักคน

54:06

หนึ่งถ้าผู้ชายมาจับมือมันก็จะมันไม่สวย

54:11

ก็ต้องใช้ผู้หญิงอีกคนหนึ่งมาช่วยกันจับ

54:14

มือพวกผู้หญิงลง

54:17

เมื่อเรียนแล้วแต่ปรากฏว่าท่านบอกไม่ต้อง

54:20

มีเหล้า

54:22

ผมศึกษามาแล้ว

54:26

เมื่อศึกษามาแล้วเวลาที่จะมาปฏิบัติเมื่อ

54:29

ก่อนนี้เมื่อปี 08

54:32

ผมลองมาแนะนำกับคน

54:36

ได้ประมาณสัก 30 คนภาคเหนือนี่นะแต่ตอน

54:40

ที่ผมอยู่ใต้สอนได้เยอะ

54:43

แต่ว่าทุกคนไม่มีโอกาสบางไปถึงพรหมนี่

54:49

น้อยเต็มทีครับส่วนมากไปแค่สวรรค์

54:53

ไปนรกได้ไปสวรรค์ได้กำลังที่ถึงพรหมมี

54:57

น้อยแต่ถึงนิพพานจริงๆเกือบจะมีไม่กี่คน

55:03

เพราะว่าสอนตามแบบฉบับของครู

55:07

ต่อมาผมก็คิดว่ากำลังใจของบรรดาญาติโยม

55:11

พุทธบริษัทสะอาดไม่พอ

55:14

ผมก็คิดในใจว่าเราเป็นสาวกขององค์สมเด็จ

55:17

พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

55:20

ได้ความรู้อย่างนี้เขตเบื้องต้นไปถึงแล้ว

55:23

ปลายๆต้องไปได้ต่อมาก็มาปฏิวัติใหม่ให้

55:28

ทุกคนตั้งใจสมาทานศีล

55:32

เมื่อสมาทานศีลให้สมาทานด้วยความเคารพ

55:37

เมื่อสมาทานศีลด้วยความเคารพแล้ว

55:41

หลังจากนั้นก็แนะนำในอริยสัจเบาๆ

55:45

ให้มีความรู้สึกว่าทุกคนที่เกิดมานี่เป็น

55:49

มนุษย์มันเป็นทุกข์ไม่มีอะไรเป็นสุข

55:53

ให้เข้าใจเรื่องความทุกข์ตามความเป็นจริง

55:55

ว่าหิวก็ทุกข์หนาวก็ทุกข์ร้อนก็ทุกข์ป่วย

55:59

ไข้ไม่สบายก็ทุกข์มีความปรารถนาไม่สมหวัง

56:03

ก็ทุกข์มันทุกข์ไปทุกอย่างความป่วยไข้ไม่

56:07

สบายก็ทุกข์ความแก่ก็ทุกข์ความพลัดพลาด

56:11

จากของรักของชอบใจก็ทุกข์ความตายก็ทุกข์

56:14

ถ้าเรายังต้องการเกิดเป็นมนุษย์อยู่อีก

56:17

เราจะมีทุกข์หาที่สุดไม่ได้ดีไม่ดีทำบาป

56:21

นิดเดียวเราไปนรก

56:24

ให้ตัดสินใจว่าขึ้นชื่อว่าการเกิดเป็น

56:27

มนุษย์ก็ดี

56:29

เราไม่ต้องการมันอีกการเป็นเทวดาหรือพรหม

56:33

เป็นสุขก็สุขชั่วคราว

56:36

ไม่สุขนานหมดวาสนาบารมีก็ต้องพุ่งเหลาลง

56:39

นรกเราไม่เอาเราหนีเลยเราจะไปนิพพานให้

56:44

ทุกคนตัดสินใจว่าต้องการจบเดียวคือนิพพาน

56:50

แล้วก็ทิ้งจังหวะให้เกิดความมั่นใจ

56:54

หลังจากนั้นก็กระดัดปิดหน้าให้ภาวนาวรรณะ

56:57

มะพาทะ

56:59

และเวลานั้นทั้งหมดขอทุกคนจังอย่าห่วง

57:02

อะไรทั้งหมดแม้แต่ชีวิตร่างกายมันจะตาย

57:07

เวลานี้ก็ช่างเราไม่ห่วงตัดสินใจให้แน่

57:10

นอนเฉพาะเวลา

57:12

หลังจากนั้นก็แนะนำว่าจงอย่ายุ่งกับ

57:15

นิวรณ์ 5 นิวรณ์ 5 อย่างมันมี 5 อย่างแต่

57:20

เราไม่นึกถึงมันเลยนึกถึงอย่างเดียวคือคำ

57:22

ภาวนาก็ลมหายใจเข้าออกหายใจเข้านึกว่ามา

57:27

ใจออกแล้วพาทะตอนนี้บรรดาเพื่อนภิกษุ

57:31

สามเณร

57:32

มีผลเกินคาด

57:35

มีการคล่องตัวเพราะแสงสว่างพวกมหากายที่

57:38

บอกเห็นพระพุทธเจ้าชัด

57:42

ก็เลยบอกทุกคนเกาะชายเติดตามพระพุทธเจ้า

57:45

ไปจะบอกขอชายสังคติไม่ถูกเวลานี้ทุกคน

57:49

ต้องการนิพพานพระพุทธเจ้าในตามพานิพพาน

57:53

ทุกคนถึงนิพพานหมดและมีสภาพแจ่มใสแพรว

57:58

พราวยับชัดเจนแจ่มใสเหมือนกลางวันเวลา

58:02

เที่ยงเอาล่ะบรรดาท่านพุทธบริษัท

58:05

นี่การแก้ไขนิดเดียวสามารถพบนิพพานได้แต่

58:10

ว่าคนที่ฟังเองจะหาผมบ้าก็ได้นะนิพพานเขา

58:13

สูญของเขาสูญก็ช่างแต่ในพระไตรปิฎกไม่สูญ

58:18

และการปฏิบัติของพวกเราก็ไม่สูญเราเชื่อ

58:21

ของเราดีกว่าเอาล่ะบรรดาท่านทั้งหลาย

58:23

สัญญาณบอกเวลา 2 เครื่องบอกเลิกเถอะหมด

58:28

เวลาแล้วก็ต้องขอหยุดก่อนลาก่อนขอความสุข

58:32

สวัสดิ์พิพัฒนมงคลสมบูรณ์พูผลจงมีแด่

58:36

บรรดาท่านพุทธศาสนิกชนผู้รับฟังและทุก

58:40

ท่านสวัสดี Kom.

Interactive Summary

พระอาจารย์ได้แนะนำเรื่องมโนมยิทธิ ซึ่งหมายถึงฤทธิ์ทางใจ และได้ชี้แจงข้อสงสัยและคำวิจารณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยยืนยันว่าเป็นความรู้ที่มาจากพระพุทธเจ้า ท่านเล่าถึงความรู้สึกบกพร่องในฐานะพระภิกษุที่ไม่สามารถทำให้ญาติโยมเข้าถึงเรื่องนรกสวรรค์ได้อย่างแท้จริง ทำให้ท่านพยายามค้นหาวิธีการที่ง่ายและได้ผลสม่ำเสมอ จนได้พบกับอาจารย์ศุข ซึ่งเป็นฆราวาสที่สอนมโนมยิทธิได้ แม้ในขณะที่อาจารย์ศุขยังดื่มเหล้าอยู่ พระอาจารย์ได้เล่าถึงเหตุการณ์สำคัญที่อาจารย์ศุขสอนชายขี้เมาคนหนึ่งให้เห็นนรกสวรรค์และพบกับปู่ที่ล่วงลับไปแล้ว ทำให้ชายผู้นั้นเลิกเหล้าและรักษาศีล 5 อย่างเคร่งครัด รวมถึงเหตุการณ์กับชาวประมงสองคนที่ได้เห็นกรรมของตนและได้ตัดสินใจเลิกอาชีพเดิม มุ่งสู่การปฏิบัติธรรมอย่างจริงจัง จากประสบการณ์เหล่านี้ พระอาจารย์ได้พัฒนาปรับปรุงวิธีการสอนมโนมยิทธิให้ง่ายและเข้าถึงนิพพานได้ โดยเน้นการรักษาศีล 5, การพิจารณาความทุกข์, การตั้งใจตรงสู่นิพพาน และการภาวนาควบคู่กับการหายใจ ซึ่งทำให้ผู้ปฏิบัติส่วนใหญ่สามารถเห็นพระพุทธเจ้าและบรรลุนิพพานได้อย่างแจ่มแจ้ง

Suggested questions

6 ready-made prompts

Recently Distilled

Videos recently processed by our community