HomeVideos

ทำสมาธิยังไงไม่ให้ฟุ้งซ่าน? วิธีแก้อารมณ์ "พล่าน" ฉบับเร่งรัด โดยหลวงพ่อฤาษีลิงดำ #ธรรมะสอนใจ

Now Playing

ทำสมาธิยังไงไม่ให้ฟุ้งซ่าน? วิธีแก้อารมณ์ "พล่าน" ฉบับเร่งรัด โดยหลวงพ่อฤาษีลิงดำ #ธรรมะสอนใจ

Transcript

901 segments

0:01

เอ่อสำหรับต่อนี้ไป

0:05

ขอท่านทั้งหลาย

0:08

ตั้งใจสดับคำแนะนำในการเจริญพระกรรมฐาน

0:15

สำหรับการเจริญพระกรรมฐานต่อไปนี้

0:20

ขอให้ชื่อว่าเป็นคำสอนในระหว่างเข้าพรรษา

0:25

2521

0:26

7

0:29

จะได้ทบทวนกันมาตั้งแต่ต้น

0:33

เป็นตามลำดับไป

0:37

ทั้งนี้เพราะอะไรเพราะว่าพิสูจน์แล้ว

0:41

จากคำสอนที่สอนมาในอันดับแรกๆ

0:47

ยังเห็นว่าบรรดาภิกษุสามเณรอุบาสก

0:51

อุบาสิกา

0:55

ที่รับฟังคำสอนกันมาตั้งแต่ต้น

1:00

แล้วก็ยังมีปฏิปทาหรืออารมณ์ใจที่เข้าถึง

1:04

ไม่สมควรแก่กาแก่คำสอน

1:09

เพราะว่าเวลาการผ่านมามาก

1:13

ก็ยังมีอีกหลายท่าน

1:17

ที่ยังบูชากิเลสอยู่เป็นอย่างหนัก

1:22

ทั้งนี้ก็เป็นที่น่าเสียดายเวลาที่พัก

1:25

ผ่านมาอย่างยิ่ง

1:29

ว่าการรับอบรมในการเจริญพระกรรมฐานก็ดี

1:35

การอุทิศตัวเข้ามาอยู่ในขอบเขตของพระ

1:38

พุทธศาสนาก็ดี

1:42

เวลาการผ่านมานับเป็นปี

1:47

แม้แต่ฌานโลกียเบื้องต้นคืออุปจารสมาธิ

1:51

ก็ไม่สามารถจะทรงได้

1:56

เป็นที่น่าสิ้นดายกาลเวลาที่ผ่านไปอย่าง

2:00

ยิ่ง

2:02

ฉะนั้นต่อนี้ไป

2:06

ขอบรรดาท่านพุทธบริษัทชายหญิงภิกษุรสมเณร

2:14

จงมีความตั้งใจดี

2:18

อย่าบูชากิเลส

2:23

เราอุทิศตนเข้ามาในขอบเขตในศาสนาขององค์

2:27

สมเด็จพระบรมโลกเทศ

2:29

เพื่อหวังความดี

2:33

ความจริงคำสอนต่างๆที่มีมาแล้วครบถ้วน

2:39

ภิกษุบางรุ่น

2:42

รับคำสอนมาหลายๆรอบ

2:47

ซึ่งเป็นที่น่าสิ้นอย่างยิ่ง

2:51

ที่บรรดาท่านพุทธพุทธบริษัทชายหญิงซึ่ง

2:54

ยังเป็นผู้ครองเรือนอยู่

2:58

สามารถก้าวหน้าเลยท่านไปมาก

3:03

อาการอย่างนี้เป็นที่น่าละอายมาก

3:07

เพราะว่าเราเป็นสาวกขององค์สมเด็จพระผู้

3:10

มีพระภาคเจ้า

3:14

เราเป็นปูชนิยบุคคล

3:18

แต่ก็ทำใจของตนไม่คู่ควรคนกับปฏิเวทาที่

3:24

เขาควรจะแก่การบูชา

3:28

นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

3:31

สำหรับท่านที่มีกำลังใจยังประกอบไปด้วย

3:35

กิเลส

3:38

มิได้มุ่งหมายความดีตามคำสั่งสอนขององค์

3:42

สมเด็จพระบรมโลกเชษฐ

3:46

ผมจะให้โอกาสท่านอีกวาระหนึ่ง

3:51

ถ้าคำสอนนิพพานพรรษาไปแล้ว

3:56

ท่านทั้งหลายยังเอาดีทางกำลังใจไม่ได้ตาม

4:00

สมควร

4:02

อันนี้ก็ต้องขออาราธนาท่านศึกออกไปจากขอบ

4:06

เขตของพระพุทธศาสนา

4:10

คือว่าท่านเป็นอภัพพบุคคล

4:13

ไม่ควรจะพากกาสาวพัสดา

4:18

ท่านพุทธบริษัทที่เป็นอุบาสกอุบาส

4:21

อุบาสิกาก็เช่นเดียวกัน

4:25

ระเบียบวินัยใดๆของสำนักมีอยู่จะแสดงถึง

4:30

อาการไม่เคารพในคำสั่งสอนขององค์สมเด็จ

4:34

พระบรมครู

4:36

คือฝ่าฝืนระเบียบปฏิบัติก็จะขอเชิญท่าน

4:40

กลับไปบ้านของท่านปฏิบัติให้สบายใจตาม

4:44

อัิยาศัย

4:47

[เพลง]อันนี้เพราะว่าท่านไม่คู่ควรจะอยู่

4:50

ในขอบเหตุของพระพุทธศาสนา

4:55

ต่อแต่นี้ไปก็มาตั้งใจกันเสียใหม่

5:00

อบรมใจกันให้ดีความจริงการเจริญพระ

5:04

กรรมฐานนี้เป็นการเจริญเพื่อทรงสติ

5:08

สัมปชัญญะ

5:11

แล้วก็เป็นการเจริญให้มีหิริละโอตปะ

5:15

คือมีความละอายต่อความชั่ว

5:20

เกรงกลัวตัวผลของความชั่ว

5:24

แต่ถ้าว่าเรายังขืนคบความชั่วอยู่ก็แสดง

5:28

ว่าทำตัวไม่คู่ควรกับขอบเขตขีดของพระ

5:32

พุทธศาสนา

5:35

จัดว่าเป็นอรัชีมีใจด้านเกินไป

5:41

ถ้ามีอาการอย่างนี้อารมณ์ใจไม่แจ่มใสเรา

5:45

จะเข้ามาบวชในพระพุทธศาสนาเพื่อประโยชน์

5:48

อะไร

5:50

เสียเวลาประกอบกรรมความเลวของท่านของเรา

5:54

ในสมัยเป็นฆราวาส

5:58

ต่อนี้ไปขอท่านทั้งหลายจงตั้งใจสดับ

6:04

เมื่อฟังแล้วก็ต้องจำ

6:08

จะจำได้หรือไม่ได้ก็ต้องถือว่าจำได้

6:13

เมื่อจำได้แล้วก็ต้องปฏิบัติได้

6:18

ถ้าปฏิบัติไม่ได้ขึ้นชื่อว่าคำว่าให้อภัย

6:22

ซึ่งกันและกันไม่มี

6:26

พระพุทธศาสนาต้องการคนดี

6:31

ตัวอย่างเมื่อองค์สมเด็จพระชินศรี

6:34

บรมศาสดา

6:36

สัมมาสัมพุทธเจ้า

6:37

ยังทรงพระชนม์อยู่

6:41

องค์สมเด็จพระบรมครูไม่เคยง้อคนเลว

6:46

อย่างพระฉันะซึ่งเป็นสหชาติ

6:50

นำองค์สมเด็จพระบรมโลกประนาถออกสู่

6:54

มหาภิเนสกร

6:57

แต่ว่าพระชนะมาบวชเข้ามาแล้วเป็นคนเลว

7:01

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ไม่ทรง

7:04

เหลียวแล

7:07

และในตอนหลังก็สั่งให้สงฆ์ลงพรหมทรรย์คือ

7:11

ไม่คบหาสมาคมด้วย

7:15

นี่เป็นตัวอย่างจงอย่าถือว่าเข้ามาเป็น

7:19

พระแล้วผู้บังคับบัญชาจะต้องประคับประคอง

7:23

ง้ออยู่เสมอ

7:26

คนประเภทนี้ไม่มีใครเขาต้องการ

7:31

จะง้อกันเพื่อประโยชน์อะไร

7:34

เขาเอาใจกันแต่คนดีเท่านั้นคนเลวมีหน้า

7:38

ที่อย่างเดียวจะขับไล่ออกไปนอกสถานที่

7:44

การที่เราจะปฏิบัติความดีในอันดับต้น

7:49

วันนี้เราพูดกันต้นจริงๆ

7:54

เรียกว่าขึ้นกอกันจริงๆ

7:59

ตามที่โบราณาจารย์

8:01

หรือพระอาจารย์ต่างๆนับตั้งแต่องค์สมเด็จ

8:05

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าลงมา

8:09

สืบสวนกันเป็นลำดับอันดับ

8:13

อันดับแรกองค์สมเด็จผู้ทรงสวัสดีโภาค

8:17

ทรงแนะนำ

8:20

ให้นักเจริญพระกรรมฐานทรง

8:23

อานาปานุสติกรรมฐาน

8:26

เป็นปกติ

8:30

ทั้งนี้เราจะเห็นได้ว่าใน

8:32

มหาสติปัฏฐานสูตร

8:36

พระพุทธเจ้าทรงหยิบเอาอานาปานุสติกรรมฐาน

8:40

ขันธ์ขึ้นมาก่อน

8:44

ถ้าอานาปานุสติกรรมฐาน

8:46

ไม่ดีแล้วองค์สมเด็จพระชินวร

8:51

ก็ไม่นำยกขึ้นมาให้ปฏิบัติก่อนเป็นอันดับ

8:55

ต้นของกรรมฐานอื่นๆ

8:59

ตนี้สำหรับอานาปานุสติกรรมฐาน

9:04

ก็หมายถึงว่าการกำหนดรู้ลมหายใจเข้าหายใจ

9:08

ออก

9:12

นี่เรื่องนี้เราพูดกันมาหลายพันครั้ง

9:17

ปีนึง 365 วัน

9:21

ดูเหมือนว่าจะพูดทุกวัน

9:25

จำกันได้หรือเปล่าสำหรับท่านผู้เก่า

9:30

สำหรับท่านที่มาใหม่ก็ควรจะเข้าใจไว้ด้วย

9:34

อย่าถือว่าเป็นผู้มาใหม่

9:38

จะมาใหม่ขนาดนี้ก็ดีใหม่ทีหลังก็ดี

9:43

คำสอนใดก็ตามทีที่สอนไปแม้แต่สอนก่อนก็

9:48

ต้องถือว่ารู้คำสอนนี้

9:52

รว่าคนถ้าไม่หวังดีจงอย่ามาอยู่ที่นี่

9:58

จะตอบใช้คำว่าไม่รู้อยู่ก่อนนั้นไม่ได้

10:04

ในศาสนาของพระองค์สมเด็จพระจอมไตร

10:11

โดยเฉพาะอย่างยิ่งระเบียบพระวินัย

10:17

มีฟังกันไว้ทุกวัน

10:20

สำหรับท่านที่บวชเก่า

10:24

กลับทำตาเป็นตากระทู้หูเป็นหูกระทะ

10:30

ไม่สนใจกับระเบียบวินัยที่กล่าวไว้แล้ว

10:33

นั่นเป็นความเลวที่สุดของท่าน

10:38

จงมีความสำนึกตัวไว้ด้วยว่าเราเลวเกิน

10:42

กว่าที่ใครเขาจะคบเราได้

10:48

นอกจากนั้นความเลวของท่านผู้เก่าที่มี

10:52

อยู่ยังมียิ่งไปกว่านี้

10:56

ซึ่งได้รับรายงานจากคนภายนอกที่คนจะเชื่อ

11:00

ได้

11:02

อันนี้ก็จะยกกันไป

11:05

รู้ตัวจงกลับใจกลับความประพฤติ

11:11

ถ้าไม่กลับใจไม่กลับความประพฤติพึงรู้สึก

11:14

ถึงว่าไม่ช้าท่านก็ต้องออกไปจากที่นี่

11:20

เพราะว่าจะต้องปฏิบัติตามปฏิปทาขององค์

11:23

สมเด็จพระชินสี

11:27

อย่างพระวลิไม่สนใจในการปฏิบัติธรรม

11:32

เป็นผู้นั่งฟังธรรมองค์สมเด็จพระ

11:35

สัมมาสัมพุทธเจ้า

11:37

ใกล้ชิดทุกวันสิ้นเวลา 3 ปี

11:42

แต่ทว่าพระวักกลินี้ก็ไม่เคยได้อะไร

11:47

สนใจแต่พระรูปพระโฉมขององค์สมเด็จพระ

11:50

สัมมาสัมพุทธเจ้า

11:54

ฉะนั้นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

11:57

เห็นว่าพระวคลิไม่เอาไหน

12:01

สมเด็จพระจอมไตรเพียงทรงตัดสินว่าไทยขับ

12:05

พระวกลิออกจากสำนัก

12:09

นี่จงจำไว้ด้วยว่าสำนักในพระพุทธศาสนา

12:14

ไม่ได้ตั้งใจประคับประครองคนเลว

12:19

เขาประคับประครองกันแต่คนดีแม้แต่องค์

12:23

สมเด็จพินสีห์ก็เช่นเดียวกัน

12:28

ขอบรรดาภิกษุสามเณรอุบาสกอุบาสิกาทุกท่าน

12:32

จงรู้สำนึกตัว

12:36

ที่ใครเไม่ว่าไม่กล่าวไม่ติไม่เตียนจะพึง

12:40

คิดว่าเขาต้องการเรา

12:43

ความจริงนั่นเนั่งดูจริยาของเราต่างหาก

12:49

ว่าเราพอจะคลายความเลวลงบ้างหรือไม่

12:54

ถ้าไม่คลายความเลวลงเพียงใดไม่ช้าความเลว

12:58

ที่เราทำไว้มันจะสะสมตัว

13:02

แล้วก็จะไม่มีทางเลี่ยงมันใจผลต่อท่าน

13:06

เมื่อถึงเวลาอันสมควร

13:10

ความจริงเราให้โอกาสกันมากเกินไปแล้ว

13:14

ตอนนี้ไป

13:16

จงพยายามกลับใจทรงไว้ซึ่งความดี

13:23

ในอันดับแรกขอทุกท่านทั้งเก่าเราใหม่เลว

13:27

หรือ

13:30

กลับตัวกลับใจปฏิบัติตามนี้

13:35

อันดับแรกที่สุด

13:38

ให้ทุกท่านสนใจกับอานาปานุสติกรรมฐาน

13:46

อย่าลืมนะ

13:48

ผมแนะนำให้ท่านสนใจกับอานาปานุสติกรรมฐาน

13:55

ผมไม่ได้บอกให้ท่านสนใจในเพลงละครใดๆ

14:01

ไม่ได้สอนให้ท่านสนใจในความเป็นคนเจ้าชู้

14:07

ไม่ได้สอนให้ท่านสนใจเป็นคนโลภมากละมุก

14:11

โลภมากในลาภสักการะซึ่งเป็นกิริยาที่มี

14:15

การไม่สมควร

14:18

พระประกอบอาชีพไม่มีพระพุทธเจ้าไม่ทรง

14:23

ต้องการ

14:25

ประกอบอาชีพก็เป็นความโลภ

14:28

เมื่ออยากจะโลภบวชเข้ามาในพระพุทธศาสนา

14:32

ทำไม

14:34

อยู่เป็นฆราวาสโลภด้วยตามสบาย

14:38

และก็ผมไม่ได้สอนให้ท่านตั้งใจตั้งไว้ใน

14:42

ความโกรธในความพยาบาทการอิจฉาริษยาบุคคล

14:46

อื่นแม้แต่ครูบาอาจารย์ก็สามารถจะไปนินทา

14:51

ได้ทั้งๆที่ครูบาอาจารย์ไม่ได้ทำอะไรก็

14:55

ร้อนตัวกันไปเอง

14:58

คิดว่าทำหาครูบาอาจารย์บีบบังคับส่วนโน้น

15:02

บ้างส่วนนี้บ้าง

15:05

ดีก็ด่าชั่วก็ด่า

15:08

อันนี้ไม่ได้เตือนท่านไม่ได้เตือนให้มี

15:11

จิตคิดอย่างนี้

15:15

และก็ไม่ได้สอนให้ท่านมีความหลงตัวเอง

15:18

เป็นสำคัญ

15:21

ถ้ายังนึกว่าท่านอยู่ก็แสดงว่าท่านเลวถึง

15:25

ที่สุดของความเลว

15:29

ใครบ้างปฏิบัติตามนี้ก็จำไว้ก็แล้วกันรู้

15:33

ตัวไว้ความจริงเรู้กันมากแล้วทั้งพระทั้ง

15:37

ฆราวาสชาวบ้านก็รู้เกือบจะหมดประเทศแล้ว

15:43

ถ้าตัวของตัวเองยังไม่รู้ก็เลวเกินไป

15:48

สำหรับอานาปานุสติกรรมฐาน

15:53

ผมขอแนะนำให้ทุกท่านใช้ทุกขอิริยาบถที่

15:57

ทรงอยู่

16:01

จำไว้ให้ดีด้วยนะ

16:04

ถ้าว่าท่านใช้ทุกอิริยาบถที่ทรงอยู่แล้ว

16:07

ก็อารมณ์จิตมันเลี้ยวเข้าไปหาความเลวไม่

16:10

ได้

16:13

จะมีเวลาว่างเพื่อสร้างความเลวตรงไหน

16:18

จะกินอยู่ก็ดี

16:21

จะเดินอยู่ก็ดีจะนั่งอยู่จะนอนอยู่จะทำ

16:26

การงานอยู่จะพูดจาปราศรัยก็ดี

16:30

ให้เอาใจของทุกท่านกำหนดจับ

16:33

อานาปานุสติกรรมฐาน

16:35

ไว้เป็นปกติ

16:40

จำได้มั้ย

16:44

แล้วก็ลองคิดดูทีว่าถ้าเราเอาจิตไปจับ

16:47

อนาปานุสติกรรมฐาน

16:49

ไว้เป็นปกติ

16:52

จิตมันไม่มีเวลาว่างจากการกำหนดรู้ลมหาย

16:56

ใจเข้าหายใจออก

17:00

แล้วว่าจิตดวงนี้มันจะเอาอารมณ์เลวมาจาก

17:04

ไหน

17:06

อกุศลกรรมใดๆที่จะมาเข้าแทรกจิตได้

17:13

โปรดจำด้วยว่าการกำหนดรู้ลมหายใจเข้าหาย

17:18

ใจออกจงทำเป็นปกติ

17:23

นี่ผมไม่ได้บอกว่าให้ท่านเลือกเวลาทำ

17:28

ขณะใดที่ใจของท่านยังตื่นอยู่แม้ตาจะหลับ

17:35

แต่ว่าใจยังตื่นอยู่ให้เอาจิตกำหนดรู้ลม

17:39

หายใจเข้าออกไว้เสมอ

17:43

เวลาหายใจเข้ารู้อยู่ว่าหายใจเข้า

17:49

เวลาหายใจออกรู้อยู่หายใจออกในด้านของมหา

17:53

มหากติปัฏฐานสูตร

17:55

เท่านี้ก็พอ

17:59

รู้ไว้เสมอแม้แต่เวลาที่เราจะพูดจะคุยกัน

18:05

จิตใจก็ตั้งกำหนดรู้ลมหายใจเข้าออกไว้

18:08

ด้วย

18:10

บางท่านคิดว่าจะเครียดเกินไป

18:15

แต่อย่าลืมว่าผมทำมาแล้ว

18:19

มันไม่ใช่ของหนักของคนที่มีความประสงค์ดี

18:23

กับตัว

18:26

ระยะเวลาใหม่ๆมันก็จะลืมบ้างถ้าเราตั้งใจ

18:30

ไว้

18:33

ทรงสติสัมปชัญญะไว้ว่าเราจะกำหนดรู้ลมหาย

18:37

ใจเข้าหายใจออก

18:39

คือหายใจเข้ารู้อยู่ว่าหายใจเข้า

18:44

หายใจออกรู้อยู่ว่าหายใจออก

18:49

หายใจเข้ายาวสั้นหายใจออกยาวเราสั้นก็รู้

18:54

อยู่

18:57

ถ้าหากว่าจิตรู้สึกว่าจะว่างไปนิดนึง

19:03

ถ้าเราจะกำหนดรู้เฉพาะลมหายใจเข้าหายใจ

19:06

ออกรู้สึกว่าจะว่างๆไปสำหรับท่านที่

19:10

ต้องการภาวนา

19:13

แม้แต่ท่านที่เจริญวิปัสสนาญาณก้าวไปสู่

19:17

ระยะไกลเขาก็ไม่ทิ้งลมหายใจเข้าหายใจออก

19:22

การเจริญพระกรรมฐานตั้งแต่เริ่มต้นจน

19:25

กระทั่งจบความเป็นอรหันต์

19:28

และก็ทรงความเป็นพระอรหันต์แล้วเขาก็ไม่

19:32

ทิ้งลมหายใจเข้าหายใจออก

19:37

แม้แต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเอง

19:40

ก็ทรงตรัสจากพระสารีบุตร

19:44

ว่าสารีปุตตะดูก่อนสารีบุตร

19:48

เราเองก็เป็นผู้มากไปด้วยอานาปานุสติกม

19:52

กรรมฐาน

19:54

คำว่ามากก็หมายความว่าพระพุทธเจ้าทรง

19:58

กำหนดรู้ลมหายใจเข้าออกเป็นปกติ

20:03

ทั้งนี้เพราะอะไรเพราะว่า

20:04

อนาปานุสติกรรมฐาน

20:07

หรือว่าการกำหนดรู้ลมหายใจเข้าออกนี่เป็น

20:10

กรรมฐานระงับกายสังขาร

20:14

คือเป็นกรรมฐานคลายอารมณ์เครียดของจิตใจ

20:20

และก็เป็นกรรมฐานขันคลายอารมณ์เครียดทาง

20:23

ร่างกายอาการเครียดทางร่างกายมีทุกขเวทนา

20:26

เป็นต้น

20:29

เราทรงเอาฌานในอานาปานุสติกรรมฐาน

20:33

ได้ก็คล้ายๆกับคนฉีดมอร์ฟิน

20:38

ซึ่งเป็นยาระงับปวดเป็นยาระงับเวทนา

20:44

อานาปานุสติกรรมฐานจงทำให้มากจงอย่าละ

20:50

ต่อที่ไปเราจะสังเกตกันได้

20:54

ว่าพระเณรองค์ใดก็ดี

20:58

อุบาสกอุบาสิกาคนใดก็ดีที่พูดเลวทำเลวคิด

21:04

เลว

21:06

แสดงอาการเลวจะได้รู้ได้ว่าคนนั้นทิ้งการ

21:10

กำหนดรู้ลมหายใจเข้า[เพลง]หายใจออก

21:12

>> อีกคำสหคนเผลอมาเซงไม่ปาก

21:15

>> จำไว้ว่าโทษดีก็เป็นทางไปบอกวันนั้น

21:19

>> ว่าปีต่อไป[เพลง]ระยะต่อไปนี้มีความ

21:23

จำเป็น

21:25

ที่จะต้อง[เพลง]เคร่งเครียดต่อปฏิปทาหนัก

21:30

เพราะว่า

21:33

เวลานี้พระพุทธศาสนากำลังถูกย่ำยี่

21:38

ถ้าพระเณรอุบาสกอุบาสิกาของเราไม่ดีมันก็

21:43

พาพระพุทธศาสนาเศร้าหมองไปด้วย

21:47

สำหรับอุบาสกอุบาสิกาที่เข้ามาอยู่นี้จง

21:50

รู้ตัวไว้ด้วย

21:53

อย่าสร้างตนทำตนให้ผิดระเบียบวินัยจะมา

21:57

จากไหนไม่สำคัญ

22:00

มีฐานะเช่นใดไม่สำคัญ

22:04

มีความสำคัญอยู่อย่างเดียวปฏิบัติตนอยู่

22:07

ในระเบียบวินัยมีความสะอาดมัธยัตหมดจด

22:11

มั้ย

22:12

มีกิริยาวาจาดีมยถ้าไม่ดีเชิญไปได้ทันที

22:17

ถ้าไม่ไปก็จะเชิญไป

22:21

ระมัดระวังคนที่ทำตัวทำใจเลวๆนะไม่อยู่

22:28

ต่อนี้ไป

22:30

ถ้าหากว่าเห็นว่าการกำหนดรู้ลมหายใจเข้า

22:34

หายใจออกมันว่างเกินไปก็ใช้คำภาวนาควบ

22:40

คำภาวนาเป็นของไม่ยากเวลาหายใจเข้านึกว่า

22:44

พุทธเวลาหายใจออกนึกว่าโท

22:48

หากว่าทุกท่านมีความขยันหมั่นเพียงด้วย

22:52

การตั้งใจจริง

22:56

พยายามกำหนดรู้ลมหายใจเข้าหายใจออกไว้

22:59

เป็นปกติ

23:02

แล้วเวลาหายใจเข้านึกว่าพุทธหายใจออกนึก

23:05

ว่าถูก

23:07

เวลาปีนี้เราสอนก็เฉพาะผิด

23:12

ไม่อนุญาตในระบบใดๆทั้งหมด

23:17

อนุญาตกันตามใจนี่รู้สึกว่าจะเลอะเทอะ

23:20

เกินไป

23:22

ระวังนะพระก็ดีเณรก็ดีอุบาสกอุบาสิกาก็ดี

23:28

ใครก็ตามถ้าเลอะ

23:31

ถ้าเลอะเมื่อไหร่ขับกันเมื่อนั้นไม่เลือก

23:34

ว่าเวลาเข้าพรรษาออกพรรษา

23:39

ตอนนี้คบคนชั่วไม่ได้แล้ว

23:43

รู้ว่าการบีบีพรัภายนอกปีรัดเข้ามามาก

23:48

จำเป็นที่จะต้องกำจัดคนชั่วภายในให้หมดไป

23:54

ตั้งตัวตั้งใจทำความดีไว้ให้ดี

23:59

แล้วก็เมื่อบรรดาท่านทั้งหลายกำหนดรู้ลม

24:02

หายใจเข้าหายใจออกอยู่อย่างนี้เป็นปกติ

24:08

อะไรที่ไหนมันจะเกิดขึ้น

24:12

สิ่งที่มันจะเกิดขึ้นก็คือฌานสมาบัติ

24:18

ตั้งใจกำหนดรู้ลมหายใจเข้าออกไว้เสมอนั่ง

24:22

อยู่ยืนอยู่เดินอยู่นอนอยู่ทำงานอยู่พูด

24:26

อยู่

24:27

หรือว่ากินอยู่ก็ไม่ยอมละกำหนดรู้ลมหายใจ

24:31

เข้าออก

24:33

ถ้าพอใจในคำภาวนาก็ภาวนาไปด้วย

24:39

อย่างนี้ฌานโลกียที่จะพึงเกิดกับท่านใน

24:43

อันดับของฌาน 4

24:46

อย่างเลวที่สุดเพียงระยะ 1 เดือนทุกท่าน

24:50

จะทรงฌาน 4 หมด

24:54

ถ้าจะถามว่าผมรู้ได้ยังไงผมขอพูดชัดๆว่า

24:58

ผมทำมาแล้ว

25:01

และก็ผมทำอย่างนี้เพียงแค่วันที่ 3 ของ

25:05

การอุปสมบทในพระพุทธศาสนา

25:10

ผมเองนี่แหละกับเพื่อน 2 คนเข้าถึงฌาน 4

25:13

ด้วยกันทั้งหมด

25:17

แล้วพวกท่านจะมาเถียงว่ามันเป็นไปไม่ได้

25:20

นะไม่ได้ผมทำมาแล้ว

25:23

ไอ้ที่ได้มาไม่ใช่ผู้วิเศษวิโสเอาจริงเอา

25:26

จังตามคำสั่งสอนของครูบาอาจารย์เท่านั้น

25:32

และคนที่จะทรงจิตอารมณ์ทรงอยู่ในฌานเนี่ย

25:35

เขาไม่พูดมาก

25:39

ไม่รุ่มร่ามกับอำนาจของความรัก

25:43

ไม่รุ่มร่ามกับอำนาจของความโกรธ

25:48

ไม่รุ่มร่ามกับอำนาจของความโลภไม่มีความ

25:51

หลงในตัวเอง

25:54

ไม่แสวงหาทรัพย์สินนอกขอบเขตในความเป็น

25:58

สมณะ

26:01

ไม่แสวงหาลาภโดยการขอไม่มีเขตจำกัดไม่ว่า

26:05

ใครต่อใครเห็นหน้าใครก็ขอดะไอ้คนที่มี

26:09

ความโลภแบบนี้มันไม่ใช่

26:12

มันเป็นโจร

26:15

และต้องไม่มีการค้าขายใดๆที่เราอยู่ไม่

26:18

อยู่ในฐานะแห่งความจำเป็น

26:22

ผลรายได้ถ้าจะได้มาในกรณีพิเศษผลนั้นต้อง

26:26

อยู่ในส่วนกลาง

26:28

ไม่ใช่เอาไปรวบรวมไว้เป็นสมบัติของตน

26:33

นี่เราจะเห็นว่าคนที่ทรงฌานเมีความเรียบ

26:38

ร้อยของจิตอย่างนี้

26:41

เราจะเป็นที่สังเกตได้แล้วก็ผู้ทรงฌานจะ

26:46

เข้าสังคมใดๆก็ตามจะไม่มองดูความดีและ

26:50

ความเลวของบุคคลอื่น

26:53

ไม่ติดใครจะมีความกตัญญูรู้คุณต่อบุคคล

26:57

ผู้มีคุณ

26:59

ไม่อกตัญญูต่อผู้มีคุณแม้แต่ผู้มีคุณก็

27:04

เป็นนินทาทั้งๆที่เขายังไม่ทำอะไร

27:08

กำลังใจอย่างนี้ไม่ใช่กำลังใจของผู้ทรง

27:12

ฌานเป็นกกำลังใจของผู้มีสันดานเป็นสัตว์

27:16

ในอบายภูมิ

27:18

เอาล่ะต่อนี้ไปก็ขอบรรดาท่านทั้งหลาย

27:23

ตั้งใจกำหนดรู้ลมหายใจเข้าหายใจออก

27:28

เวลาหายใจเข้านึกว่าพุทธเวลาหายใจออกนึก

27:31

ว่าโท

27:34

ที่ผมบอกอย่างนี้ไม่ใช่เฉพาะวันนี้นะตลอด

27:37

ชีวิตที่ท่านบวชอยู่

27:40

ในฐานะที่ท่านเป็นองค์ฟ้าขององค์สมเด็จ

27:43

พระบรมโครเอาล่ะสำหรับวันนี้

27:47

กาลเวลาที่จะแนะนำกันก็หมดแล้วขอทุกท่าน

27:51

ตั้งกายให้ตรงดำรงจิตให้มั่น

27:55

กำหนดรู้ลมหายใจเข้าหายใจออกและควบคู่กับ

27:58

คำภาวนาว่าพุทโธ

28:01

เวลาหายใจเข้านึกว่าพุทธเวลาหายใจออกนึก

28:05

ว่าโทจนกว่าจะถึงเวลาที่ท่านเห็นว่าสมควร

28:11

ท่านประโยคคราวทั้งหลาย

28:16

สำหรับวันนี้

28:18

ก็ขอปรารภ

28:22

เรื่องอานาปานุสติกรรมฐาน

28:24

ต่อไป

28:27

สำหรับการเจริญพระกรรมฐาน

28:31

ท่านจะจับกรรมฐานกองใดกองหนึ่งก็ตาม

28:37

เช่นอานาปานสติกรรมฐาน

28:41

และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการปฏิบัติ

28:46

เราก็มักจะปฏิบัติควบกับ

28:48

พุทธานุสติกรรมฐาน

28:53

การทำอย่างนี้ไม่ใช่ของผิด

28:58

เป็นของถูกเเป็นพระอรหันต์กันมามากแล้ว

29:04

ก็ขอเตือนว่าท่านจะใช้กรรมกรรมฐานกองใด

29:08

กองหนึ่งก็ตาม

29:11

จงใช้กองนั้นให้ถึงอรหัตผล

29:17

ในเมื่อเราเริ่มทำสมถะกองใด

29:22

จงใช้สมถะกองนั้นให้ถึงอรหัตผล

29:27

คือว่าไม่ต้องไปเที่ยววิ่งไปหาที่น่นวิ่ง

29:31

ไปหาที่นี่

29:33

ไอ้ความดีหรือไม่ดีมันอยู่ที่จิตของเรา

29:39

ทราบไว้แต่เพียงเท่านี้

29:43

การพลั้งพลาดที่ผ่านมาแล้วจงถือว่าเป็น

29:47

ครู

29:51

คำว่าพั้งพลาดในที่นี้เพราะว่าเราใช้เวลา

29:55

มาก

29:57

แต่ถ้าว่าผลแห่งการปฏิบัติมีผลน้อย

30:03

ที่เป็นอย่างนี้เพราะขาดความเข้มแข็งของ

30:06

จิต

30:08

ถ้าพูดตามภาษาชาวบ้านี่เค้าถือว่าไม่เอา

30:12

จริงเอาจัง

30:15

สักแต่ว่าทำ

30:17

สักแต่ว่าศึกษา

30:21

มีความเมาในตน

30:24

มีความเมาในจิต

30:27

เมาในราคะเมาในโลภะเมาในความโลภเมาในความ

30:33

โกรธเมาในความหลง

30:38

ก็เพราะว่าเมาจึงไม่สามารถจะทำจิตให้เบา

30:42

บางจากกิเลสได้

30:45

เหตุที่จะมาอย่างเดียวก็คือคาดความเอา

30:49

จริงเอาจัง

30:52

จรณะ 15 ฟังแล้วไม่ปฏิบัติ

30:57

บารมี 10 ฟังแล้วไม่สนใจ

31:01

อิทธิบาต 4 ฟังแล้วก็วางไว้

31:06

พรหมวิหาร 4 ฟังแล้วก็ทิ้งไป

31:11

ที่เราไม่สามารถจะก้าวเข้าไปสู่ระดับของ

31:14

ความดีได้เพราะว่าขาดคุณธรรมประเภทนี้

31:20

ฉะนั้นถ้าหากว่าการขาดคุณธรรมประเภทนี้

31:24

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

31:26

ถือว่าพวกเราเป็นอภัพพบุคคล

31:31

เป็นบุคคลที่เอาดีไม่ได้

31:36

พระพุทธเจ้าสอนไม่ได้แต่ทั้งนี้ก็ยังไม่

31:40

สายเกินไป

31:43

คำว่าอภัพพบุคคล

31:45

นั้นหมายความว่าบุคคลที่ไม่เอาจริงเอาจัง

31:50

เราก็กลับเสียใหม่ได้

31:53

กลับเป็นคนจริงคนจังเสีย

31:57

การเจริญพระกรรมฐานถึงขั้นอรหัตผลไม่ใช่

32:02

ของยาก

32:05

เพราะไม่มีการลงทุน

32:09

เราลงแต่กำลังใจอย่างเดียว

32:13

ฉะนั้นถ้ากำลังใจเข้มแข็งก็หมดเรื่องกัน

32:19

ไม่มีอะไรหนักสำหรับท่านที่มีอารมณ์ใจ

32:22

เข้มแข็ง

32:24

และก็เป็นคนมีความฉลาด

32:28

ฉลาดในที่นี้ต้องหลีกจากกิเลส

32:33

จงอย่าเอากิเลสมาฉลาดจำพุทธภาษิตไว้ว่า

32:38

อัตนาโจทยัตตานัง

32:41

จงเตือนตนด้วยตนเองกล่าวโทษโจทย์ความผิด

32:47

อย่าไปโยนความผิดอย่าไปโยนโทษให้ไปอยู่

32:51

กับใคร

32:53

ถ้าความเร่าร้อนในใจเกิดขึ้นกับเรา

32:58

เราต้องแสวงหาความผิดของตนเองกล่าวโทษ

33:03

โจทย์ตนเองไว้เสมอถ้าเราไม่เลวไม่มีความ

33:07

เร่าร้อน

33:10

ถ้าหาความเลวในชาตินี้ไม่ได้ก็ต้องไปค้น

33:14

คว้าหาความเลวในชาติต่อกันมา

33:19

ในเมื่อเราพบหรือไม่พบเราก็ในที่สุดเราก็

33:23

ยกประโยชน์ให้แก่ขันธ์ 5

33:27

เพราะว่าเรามีขันธ์ 5 เราจึงมีความเร่า

33:30

เข้าร้อน

33:32

ถ้าเราไม่มีขันธ์ 5 เราไม่ติดอยู่ในขันธ์

33:35

5 คือขันธ์ 5 ของเรา

33:38

เราไม่ติดในขันธ์ 5 ของบุคคลอื่นเราไม่

33:43

ติดในทรัพย์สินทั้งหลายทั้งหมดในโลกเราจะ

33:46

มีทุกข์มาจากที่ไหน

33:49

ที่สุดเราก็มายกโทษให้แก่ใจของเราว่าใจ

33:53

เรามันเลวใจเราชอบเกาะสิ่งที่ไม่เป็น

33:57

ประโยชน์ไม่เป็นสาระ

34:00

ถ้ากำลังใจของท่านทรงได้แบบนี้ความเป็น

34:05

อรหันต์เป็นของไม่ยากใช้เวลาไม่นาน

34:10

กำลังใจของท่านต้องดูตัวอย่างเมื่อสมัย

34:14

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

34:18

ทรงประทับอยู่ที่ควงไม้ศรีมาโพชในคราว

34:22

นั้น

34:24

องค์สมเด็จพระภควันทรงตั้งอธิษฐานจิต

34:29

ว่าเลือดและเนื้อของเราจะเหือดแห้งลงไปก็

34:32

ตามที

34:35

ชีวิตอินทรีย์ของเราจะสลายไปก็ตามถ้าเรา

34:39

ไม่สำเร็จพระสัมมาสัมโพธิญาณ

34:41

เพียงใด

34:43

เราจะไม่ยอมลุกจากที่นี้

34:48

ความจริงน้ำพระทัยขององค์สมเด็จพระชินสี

34:52

ตอนนี้ท่านต้องจำแล้วก็ทำตามด้วย

34:57

อย่าทำตนเป็นอภัพพบุคคล

35:01

สำหรับอนาปานุสติกรรมฐาน

35:06

เราเริ่มทำใหม่ๆรู้สึกว่าอยากเป็นของยาก

35:10

ไปนิดนึง

35:13

คำว่ายากก็คือกำลังใจของเรายังเข้มแข็ง

35:17

ไม่พอ

35:20

ความจริงงานที่ผ่านมาสำหรับผมผม

35:24

มีความเข้าใจถึงความยากความลำบากในการ

35:28

เจริญพระกรรมฐานในเบื้องต้น

35:32

แต่ว่าความยากความลำบากของผมดูเหมือนว่า

35:36

มันจะมีอยู่ 3 วันเท่านั้น

35:41

ในความรู้สึกในด้านของสมถะภาวนา

35:46

เขาได้โปรดอย่าคิดว่าผมเป็นพระอรหันต์ภาย

35:49

ใน 3 วันนับแต่บวช

35:52

แล้วก็จงอย่าคิดว่าผมเป็นพระอรหันต์เสีย

35:55

แล้ว

35:58

ถ้อยไอ้คำใดๆที่เป็นคำสอนคำสอนขอให้ถือ

36:02

ว่าเป็นคำสอนที่มาจากองค์สมเด็จพระ

36:05

สัมมาสัมพุทธเจ้า

36:08

แล้วเราก็มาอธิบายสู่กันฟัง

36:12

และขอทุกท่านจงอย่าหลงตัวว่าเป็นผู้ทรง

36:16

ฌานเป็นพระอริยเจ้า

36:19

ความเป็นพระอริยเจ้าไม่ต้องประกาศ

36:24

เห็นหน้าปั๊บรู้จักได้ยินชื่อก็รู้ว่า

36:26

เป็นพระอริยเจ้า

36:29

หากว่าท่านยังไม่เป็นแล้วก็หลงว่าเป็นนี่

36:33

มันจะซวย

36:36

ไม่ต้องประกาศเขาความดีอยู่ที่เราไม่ได้

36:40

บวชเพื่อการบูชาของชาวบ้านเราบวชเพื่อ

36:44

ด้วยความเพื่อความดับไม่มีเชื้อ

36:48

มาพูดกันถึงด้านอานาปานุสติกรรมฐาน

36:51

ที่มันมีความหนักอยู่หน่อย

36:55

นั่นก็คือในตอนต้นที่เราเริ่มปฏิบัติเผ

36:59

ปาก

37:00

>> อาศัยที่ใจของเรามันหยาบมาก่อน[เพลง]

37:05

>> อาศัยที่อารมณ์ของเรามันหยาบมาก่อน[เพลง]

37:10

อาศัยที่เราไม่ได้ใช้สติสัมปชัญญะควบคุม

37:13

กำลังใจ

37:16

อารมณ์ใจมันเชื่องกับความคิดที่ไม่มีขอบ

37:20

เหตุ

37:22

ตอนนี้ในเมื่อองค์สมเด็จพระบรมโลกเชษฐ

37:28

แนะนำให้เราใช้อานาปานุสติกรรมฐาน

37:33

ก็เพื่อเป็นการป้องกันหรือยับยั้งหรือว่า

37:37

ประหัสประหารอารมณ์ฟุ้งซ่านของจิต

37:41

ฉะนั้นต่อไปท่านจะเจริญสมถะกองไหนก็ตาม

37:47

จะเจริญภาวนากองไหนก็ตามแล้ว

37:52

หรือว่าจะเจริญวิปัสสนากองใดก็ตาม

37:56

เป็นอันว่า

37:59

ส่วนนั้นๆกรรมฐานกองนั้นๆจะเว้น

38:03

อานาปานุสติกรรมฐาน

38:05

ไม่ได้

38:07

อันดับแรกขอให้ทุกท่านทำ

38:09

อานาปานุสติกรรมฐาน

38:12

ให้เข้าถึงฌาน 4

38:16

เอากันจริงกันจัง

38:18

อย่าสักแต่ว่าทำ

38:21

ความกลุ้มมันจะเกิดขึ้นนิดหน่อย

38:25

หรือว่าใหม่ๆเราจะควบคุมกำลังใจให้มันทรง

38:29

อยู่

38:31

ใจมันก็คงจะแยกไปโน่นแยกไปนี่คิดโน่นคิด

38:35

นี่

38:37

คิดป้วนเปี้ยนนึกว่านอกรีดนอกรอย

38:41

อย่างนี้อย่าเพิ่งตกใจเพราะเราจะไม่ดี

38:47

ถ้าบังเอิญอื่น

38:49

เราทำกำหนดรู้ลมหายใจเข้าออกควบ

38:52

อันพุทธานุสติกรรมฐาน

38:56

ไปได้สักนาที 2 นาที

39:01

จิตนี้มันเกิดอารมณ์พล่าน

39:05

แล้วต่อมารู้มีความรู้สึกตัวว่าโอ้หนอ

39:10

นี่ใจเราออกนู่นลอกตามไปซะแล้วหรือ

39:15

เราก็ดึงอารมณ์เข้ามา

39:18

ดึงอารมณ์เข้ามาจับอานาปานุสติกรรมฐาน

39:22

ให้เป็นปกติ

39:25

กับพุทธานุสติกรรมฐาน

39:27

ควบคู่กัน

39:30

เพราะเดี๋ยวหนึ่งมันก็ไป

39:33

มันไปเรารู้ตัวเราก็จับมันมาใหม่

39:37

การทำอย่างนี้จงอย่าทำแต่เฉพาะเวลาที่ได้

39:42

ยินคำสอน

39:45

จงใช้เวลาของท่านตลอดวัน

39:49

ที่ทำงานอยู่พูดอยู่กินอยู่ขี้อยู่เยี่ยว

39:54

อยู่

39:55

เดินอยู่นอนอยู่ยืนอยู่

40:00

ใช้เวลาเป็นปกติ

40:04

คำว่าเวลาเป็นปกติจะถามว่าเวลาพูดรู้ลม

40:08

หายใจเข้าออกได้หรือ

40:11

เวลาพูดนั่นจริงๆ[เพลง]เราจะขัดจะภาวนา

40:16

เท่านั้นตอว่าโทษ 3 นี้

40:18

>> การกำหนดรู้ลมหายใจเข้าหายใจออกเป็นของ

40:22

ไม่ยาก[เพลง]

40:26

เพราะอะไรจึงว่าไม่ยาก

40:29

ถ้าหากว่าเรารู้ไปด้วยมันเป็นของไม่ยาก

40:34

มันไม่ได้ห้ามปากของเราพูด

40:38

เวลาทำงานจะรู้ลมหายใจเข้าไปออกเข้าออกไป

40:42

ด้วยมันก็ไม่ได้ห้ามมือเราธรรม

40:46

เวลาเราจะเดินไปไหนเราจะรู้ลมหายใจเข้า

40:50

ออกมันก็ไม่ได้ห้ามเดิน

40:53

เป็นอันว่าลมหายใจเข้าหายใจออกแล้วก็ลืม

40:57

บ้างไม่ลืมบ้างเป็นของธรรมดา

41:01

แต่ถ้าว่าท่านทั้งหลายมีความเข้มแข็งของ

41:04

จิต

41:07

ตั้งหน้าตั้งตาฝึกฝนจริงๆ

41:12

อาการของอารมณ์มนาปานุสติกรรมฐาน

41:16

จะรู้สึกว่าไม่อยาก

41:21

แต่ถ้าว่าเวลาที่ท่านทั้งหลาย

41:25

จะฝึกไปผมขอแนะนำ

41:29

ว่าควรจะตั้งเวลาทรงฌานไว้ด้วย

41:35

เพื่อประโยชน์ในขณะที่จิตของท่านเข้าถึง

41:39

ฌานด้วยอำนาจพุทธานุสติกรรมฐาน

41:41

หรือว่าอนาปานุสติกกรรมฐาน

41:46

ในตอนนี้ผมจะพูดเฉพาะอารมณ์ของ

41:49

อานาปานุสติกรรมฐาน

41:53

แต่ถ้าว่าเวลาที่ท่านว่างจากคำพูดพูดคุย

41:59

เวลาที่พอที่จะภาวนาได้หายใจเข้านึกว่า

42:03

พุทธหายใจออกนึกว่าโทไปด้วยไม่ใช่ของแปลก

42:07

เป็นของดี

42:09

ถ้าภาวนาไม่ได้ปักมันต้องพูดใจมันต้องคิด

42:13

อย่างอื่นก็ใช้แต่อานาปานุสติกรรมฐาน

42:19

อานาปานุสติกรรมฐาน

42:21

จะทำให้ท่านสบายใจ

42:25

มีความสุข

42:27

จงอย่าลืมว่าวันทั้งวัน

42:31

ผมไม่ได้บอกให้ท่านไปคิดเรื่องอื่น

42:36

ให้คิดถึงอานาปานุสติกรรมฐาน

42:41

หากว่าจะมีคำถามถามเข้ามาว่าถ้าจะทำงาน

42:46

ถ้ากำหนดรู้อานาปานุสติกรรมฐาน

42:49

ขึ้นลมหายใจเข้าออกงานเสียหรือ

42:54

ผมก็ถอตอบว่างานที่ท่านทำมันจะเป็นงานที่

42:58

ดีที่สุด

43:02

เพราะรู้ว่าอานาปานุสติกรรมฐาน

43:05

เป็นอารมณ์ละเอียด

43:08

เป็นอารมณ์ทรงสติสัมปชัญญะ

43:12

ขณะที่เราจะคิดงานก็วางอานาปารติกรรมฐาน

43:16

สักครู่หนึ่ง

43:19

ใช้การคิดพิจารณา

43:23

แต่ความจริงคนที่เคล่องแล้วเขาไม่ทิ้ง

43:26

อานาปานุสติกรรมฐาน

43:30

เพราะว่าขณะที่จับอนาปาอยู่ขาดต่ำๆแค่

43:34

อุปจาร

43:38

>> ตอนนั้นอารมณ์จิตมัน[เพลง]เป็นทิศ

43:42

เมื่ออารมณ์จิตเป็นทิพย์ปัญญามันก็เกิด

43:47

ในเมื่อปัญญาเกิดงานที่ท่านจะทำมันจะมี

43:51

อะไรยาก

43:54

ขอจงพยายามทำกันให้จริง

43:59

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อกี้นี้พูดว่าเวลา

44:02

ที่เจริญไปขอท่านทั้งหลายตั้งเวลากำลัง

44:06

ฌานไว้ด้วย

44:08

นั่นก็คือหาเวลาตั้งไว้ด้วยการนับก็ดี

44:14

หายใจหายใจเข้าหายใจออกนับเป็น 1

44:19

หายใจเข้าหายใจออกนับเป็น 2 จะนับไปเลยก็

44:22

ได้

44:24

ถึง 10

44:27

เตั้งจิตไว้ว่าตั้งแต่ 1 ถึง 10 นี่จะให้

44:31

ไม่ยอมให้จิตของเราแลบไปสู่อารมณ์อื่น

44:36

ถ้ามันไปสู่อารมณ์อื่นเมื่อไหร่เราจะตั้ง

44:39

ต้นใหม่ทันที

44:43

หากว่าถ้าถึง 10 แล้วจิตของเรายังดีมี

44:46

ความสุขเราก็ยังไม่เลิก

44:50

ตั้งต่อไปอีก 10

44:53

เมื่อถึง 10 ได้ยังไม่ยังดีอยู่เราก็ยัง

44:57

ไม่เลิกต่อไปอีก 10

45:01

ในระยะใหม่ๆแค่ 10 ต้นมันก็ไม่สามารถจะ

45:05

ควบคุมได้

45:07

แต่ก็ต้องเราก็ต้องนำน้ำใจขององค์สมเด็จ

45:11

พระจอมไตรมาใช้

45:14

ว่าแค่ 10 ต้นจิตยังสั้นอยู่สมเด็จพระ

45:18

บรมครูทรงดำริว่า

45:22

เลือดและเนื้อของเราจะเหือดแห้งไปก็ตามที

45:25

ชีวิตอินทรีย์จะตายก็ตามถ้าเราไม่สำเร็จ

45:30

พระสัมมาสัมโพธิญาณ

45:32

เพียงใดเราจะไม่รกจากที่นี้

45:36

เราก็จงคิดว่าถ้า 1- 10 นี้เอาดีไม่ได้

45:40

จะให้มันตายไปเสียเลย

45:43

จิตพระนิดเริ่มตั้งต้นใหม่รักษาอารมณ์ใจ

45:47

ให้เข้าถึง 10

45:50

อย่างนี้เป็นจุดหนึ่งแต่เมื่อนานไปถึง

45:55

ครึ่งเดือนแล้วถ้าหากว่ายังท่านยังทำแค่

45:57

10 ผมก็ถือว่าเลวเกินไป

46:01

สำหรับผ้ากาสาวพัส

46:05

หรือว่าบรรดาท่านพุทธบริษัทชายและหญิงที่

46:08

อยู่ในเขตนี้เมื่อถึงเวลา 15 วันผ่านไป

46:13

ท่านทั้งหลายยังรักษาอารมณ์ถึง 10 ก็คิด

46:16

ว่าไม่ควรจะอยู่ในที่นี้

46:20

มันเลวเกินไปสำหรับเขตของพระพุทธศาสนา

46:26

ทั้งนี้เพราะอะไรเพราะผมทำมาก่อนผมรู้

46:31

อย่ามาอ้างเหตุอ้างผลใดๆทั้งหมด

46:36

การอ้างเหตุห้างอ้างผลกับบุคคลที่ผ่านมา

46:39

แล้วมันไม่เกิดประโยชน์

46:43

ทำไมแค่นับ 1 ถึง 10 มันเป็นเวลานิดเดียว

46:49

ที่เขาใช้กันกว่าจะถึง 7 วันเนี่นับหนึ่ง

46:52

เป็นราง

46:56

200 300 จิตมันอย่างสบาย

47:00

ทำให้มันคล่องถ้าเราทำกันทั้งวันไอ้ความ

47:03

ยุ่งของจิตมันไม่มี

47:08

ความโลภมันก็ไม่เกิด

47:11

ความรักในอารมณ์ต่างๆก็ไม่เกิด

47:15

ความโกรธความพยาบาทมันก็ไม่เกิดความหลง

47:19

มันก็ไม่เกิด

47:22

มันจะเกิดมายังไงเพราะจิตมีสภาพรับอารมณ์

47:25

อารมณ์เดียว

47:28

ในเมื่อจิตมารับอารมณ์ที่เป็นกุศลทรงสติ

47:32

สัมปชัญญะด้วยอานาปานุสติกรรมฐาน

47:35

ฐาน

47:37

แล้วอะไรมันจะเข้ามาอีก

47:40

ที่มันเข้ามาได้เพราะว่าพวกท่านทั้งหลาย

47:44

มีหน้าที่แต่เพียงฟัง

47:48

ดีไม่ดีกำลังสอนได้อย่างนี้ก็ไม่ฟัง

47:53

ไปฟังวิทยุเสียบ้างไปนั่งคุยกันเสียบ้าง

47:57

ไปทำงานกันเสียบ้างนั่นแสดงถึงความเลว

48:01

อย่างหนักของพวกท่านจึงไม่ได้

48:05

อันนี้ผมขอพูดแต่เฉพาะคนที่ไม่สนใจ

48:11

สำหรับท่านที่ดีก็มีอยู่มากที่สามารถปราบ

48:15

ปรามอารมณ์ร้ายที่มีอยู่ในจิตความหยาบใน

48:20

จิตหมดไปหรือความละเอียด

48:23

คนที่มีความหยาบในจิตหมดไปเหลือแต่กอง

48:27

ธรรมที่ละเอียดจะดูว่าเขามีคนความขยันขัน

48:31

แข็งในการงาน

48:33

จิตใจเไม่ได้ฟุ้งพล่านไปในด้านโลกียธรรม

48:39

มีความมุ่งมั่นโดยเฉพาะว่างานที่ทำนี่มัน

48:43

เป็นอามิสบูชา

48:46

และการตั้งใจปฏิบัติงานโดยไม่คิดสิงจ้าง

48:50

รางวัลมันเป็นปฏิบัติบูชาเป็น

48:53

จาคานุสติกรรมฐาน

48:56

หรือที่เราเรียกว่าพุทธังชีวีตังยาว

48:59

นิพพานัง

49:02

เรียกว่าการถวายชีวิตองค์สมเด็จพระ

49:05

สัมมาสัมพุทธเจ้าตลอดจนกว่าจะเข้าพระ

49:08

นิพพาน

49:11

เป็นอย่างนี้ที่พูดอย่างนี้จะถือว่าไปยก

49:14

ยอปอปั้นหลอกใช้คน

49:18

เออดูน้ำใจของเขาว่าเทำงานเทำเพื่อตัว

49:23

หรือว่าเทำเพื่อพระพุทธศาสนา

49:27

เขาไม่เคยได้รับฟังว่าจะจ้างเท่าไหร่ให้

49:31

รางวัลเท่าไหร่เขาก็ทำกันด้วยความเต็มใจ

49:37

การทำอย่างนี้เป็นพุทธบูชาคือเป็นปฏิบัติ

49:40

บูชาตรงในพระพุทธเจ้าเพราะเราทำในทรัพย์

49:44

สินขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

49:49

นี่เค้าทำกันอย่างนี้ผมก็ทำมาอย่างนี้

49:54

ไม่เห็นว่างานทำลายพระกรรมฐาน

49:59

เวลาหยิบงานขึ้นมา

50:02

จิตใจก็ตั้งหน้าโดยเฉพาะในการงานที่เราทำ

50:07

สำหรับพระที่รักษาสมบัติของพระพุทธศาสนา

50:11

มีการผลัดเวรเปลี่ยนกันนี่เป็นพุทธัง

50:14

ชีวิตังจริงธัมมังชีวิตังสังฆังชีวิตจริง

50:19

เหมือนกัน

50:21

หรือว่ายอมพลีความสุขส่วนตัว

50:26

เอามารักษาทรัพย์สินของพระสัตศาสนา

50:30

เวลาท่านเดินไปเดินมาแล้วก็ใช้การเดิน

50:34

เป็นเขตของการจงกรม

50:37

อย่าปล่อยให้ใจมันเสียเวลา

50:41

นั่งอยู่ก็จับอานาปานุสติกรรมฐาน

50:45

เป็นปกติ

50:47

ความจริงงานประเภทนี้ได้กำไรมาก

50:52

1 รักษาทรัพย์สินของพระพุทธศาสนาเป็นการ

50:56

แสดงความกตัญญูอยู่ด้วยองค์สมเด็จพระ

50:59

สัมมาสัมพุทธเจ้า

51:02

2 ใช้โอกาสใช้สมถะภาวนาและวิปัสสนาภาวนา

51:07

ไปด้วยช่วยกำลังใจให้มีความสุขเข้าถึง

51:12

อารมณ์ชาย

51:14

เซป

51:16

>> เป็นอันว่าสำหรับวันนี้

51:19

ก็ขอแนะนำท่าน[เพลง]

51:21

ในส่วนที่จะใช้อานาปานุสติกรรมฐาน[เพลง]

51:26

กับพุทธานุสติกรรมกรรมฐานควบคู่กันไปแต่

51:30

ว่างานเฉพาะนี้เป็นงานเฉพาะ

51:33

อานาปานุสติกรรมฐาน

51:36

คือจงพยายามใช้กำลังใจให้อยู่ในขอบเขต

51:40

เหตุ

51:42

มีความเด็ดเดี่ยวถือว่าทำไม่ได้ให้มันตาย

51:46

ไป

51:48

พระอรหันต์ทั้งหลายที่ท่านบรรลุมรรคผล

51:51

ท่านก็เป็นคนมี 10 นิ้วเหมือนเรา 2 มือละ

51:55

10 นิ้วมือละ 5 นิ้วมีอาการ 32 เหมือน

51:59

เรา

52:01

ถ้าดูตามประวัติของท่านแล้วเรากับท่านไม่

52:04

ต่างกันอะไรนัก

52:07

เว้นไว้แต่ว่าเรามีกำลังใจเท่าท่านหรือ

52:11

ไม่เท่านั้น

52:13

โดยเฉพาะอย่างยิ่งนอน

52:18

ก่อนจะนอนจับลมหายใจเข้าออกเป็นปกติจน

52:22

กว่าจะหลับไป

52:24

ให้มันหลับไปด้วยการลมหายใจเข้าออก

52:29

ตื่นขึ้นมาใหม่ๆจะลุกขึ้นมาหรือไม่ลุกก็

52:33

ตามเวลาเช้ามืด

52:35

ใช้อารมณ์ใจให้มันถึงที่สุดทุกวันนี่ความ

52:39

จริงผมสอนมาแล้วนะเรื่องนี้นะ

52:43

เห็นบางท่านที่ผุบๆโผล่ๆน่ะ

52:47

เป็นอันว่ารู้ความรู้ว่าท่านเหล่านั้นไม่

52:50

ได้สนใจอะไร

52:55

เป็นหน้าเสียดายชีวิตของท่านที่ตายแล้ว

52:58

มันจะต้องลงนรก

53:02

เราจะประมาทกันเพื่อประโยชน์อะไร

53:05

เห็นว่าพระพุทธศาสนาไม่ดีก็สึกไปมันก็หมด

53:09

เรื่อง

53:11

ถ้าไหว้ก็เหมือนกันเห็นว่าเขตพระศาสนาไม่

53:14

ดีก็ออกไปเสียก็หมดเรื่องอย่ามาอยู่ให้

53:18

เปลืองที่ของพระศาสนาเพื่อประโยชน์อะไร

53:22

เพียงแค่รักษากำลังใจเท่านี้ยังถือว่า

53:26

ลำบาก

53:28

มันก็ควรแล้วที่จะต้องไปลากโครงทำงานให้

53:32

มันสบายตามอัธยาศัยของตน

53:36

นี่การพูดอย่างนี้จะถือว่าด่าใครไม่ใช่

53:41

เพราะต้องการให้ดี

53:45

รักษากำลังใจนะมันเสียอะไรบ้าง

53:49

เวลาเดินไปปบิญบาตก้าวเท้าซ้ายหายใจเข้า

53:54

ก้าวเท้าขวาหายใจออก

53:57

ทำมันไปจนกว่าจะบิณฑบาตจะกลับ

54:02

แค่นี้จิตมันก็ทรงฌานแบบสบายๆ

54:06

อย่าไปหาเวลาที่ไหน

54:10

ไอ้เรื่องที่ปรารภอะไรอย่างอื่นภายนอกจง

54:14

รู้ตัวว่าเราบวชมาเพื่อ

54:16

นิพพานัสสะสัจิกิริยายะ

54:18

เอตังกาสาวังเวา

54:23

เราอธิษฐานว่าขอรับ้ากาสาวพัสเพื่อทำให้

54:27

แจ้งสิ่งพระนิพพาน

54:30

ฉะนั้นทางใดก็ตามที่เป็นปัจจัยของพระ

54:33

นิพพานเราต้องทำไม่ได้

54:37

[เพลง]

54:38

>> เราต้องชนะจ่ายอย่าลืมว่าวันเดียว 2 วัน

54:42

มันไม่ชนะ[เพลง]ทำมันไปทุกวันมันต้องถึง

54:45

คำว่าชนะ

54:49

คำว่าไม่ชนะไม่มีถ้าเรามีความพยายาม

54:54

ชาวนามาเนี่ยเไถนาด้วยควายตัวเดียวไขทัน

54:58

เดียวน 40 ไร่เขาทำได้เพราะว่าเขาใช้รอย

55:04

ไถน้อยๆแต่ว่าไถบ่อยๆไม่ยอมหยุด

55:09

ข้อนี้มีอุปมาชั้นใดแม้แต่

55:11

อานาปานุสติกรรมฐาน

55:13

ก็เช่นเดียวกัน

55:16

มันจะกลุ้มมันจะกลัดประการใดก็ตามที

55:21

เราถือว่ากิจนี้เป็นกิจที่เราจะต้องทำ

55:27

ยอมตายมันซะสิ

55:30

ถ้ามันทำไม่ได้ให้มันตายไป

55:34

เดินไปเดินมาอย่าทิ้งอารมณ์อนาปานุสติ

55:39

เดินไปก็ใช้เท้าไปเครื่องวัดก้าวไปข้าง

55:43

ซ้ายหายใจออกก้าวไปขวาหายใจเข้าเอามัน

55:48

อย่างเงี้เรื่อยๆไปอย่าไปนั่งนึกไปนั่ง

55:51

คิดอะไรถ้าท่านทำกันอย่างนี้จริงๆ

55:57

ผมให้เวลาอย่างเลวที่สุด

56:02

เพียงแค่เดือนเดียวอารมณ์ฌานใน

56:04

อานาปานุสติกรรมฐาน

56:06

เป็นของท่าน

56:09

สำหรับที่จิตใจของท่านทั้งหลายเข้าสู่

56:12

อารมณ์ฌานจะเป็นฌานไหนก็ตาม

56:15

ฌานก็ดีอุปจารฌานก็ดี

56:19

ใจของท่านทั้งหลายเหล่านั้นมีแต่ความ

56:22

เรียบร้อยของจิต

56:25

มีอารมณ์แนบหนิในด้านแนบสนิทในด้านของ

56:28

กุศล

56:31

การจะทำการจะพูดการจะคิดของแต่ละบุคคล

56:35

เต็มไปด้วยอารมณ์ที่เยือกเย็นปราศจากเวร

56:40

ปราศจากภัย

56:43

ไม่เดือดร้อนแต่กิจการงานใดๆที่มันจะเกิด

56:46

กับเราหรือมันจะหมดไปจากสภาพของเรา

56:51

เอาล่ะสำหรับวันนี้ก็ขอเตือนกันไว้แต่

56:54

เพียงเท่านี้

56:56

สำหรับวันพรุ่งนี้จะได้พูดถึงอารมณ์ของ

56:59

ฌาน

57:01

ในขณะที่ท่านทั้งหลายเอาจิตของท่านก้าว

57:04

เข้าไปสู่ระดับอนาปานุสติกรรมฐาน

57:08

ที่เป็นฌานแล้วก็จะลืมว่าเฉพาะ

57:12

อานาปานุสติกรรมฐาน

57:14

นี้ผมจะแนะนำท่านถึงอรหัตผล

57:18

จะได้ทราบว่าคำสอนขององค์สมเด็จพระทศพล

57:22

แต่ละตอนที่เราปฏิบัติควรทำให้เข้าถึง

57:25

อรหันต์ได้ทุกจุด

57:28

และต่อที่นี้ไปของบรรดาท่านทั้งหลาย

57:32

จงตั้งกายให้ตรงดำรงจิตให้มั่น

57:37

กำหนดรู้ลมหายใจเข้าใจออกใช้คำภาวนาและ

57:41

พิจารณาตามอัธยาศัย

57:45

จนกว่าที่ท่านจะเห็นว่าเวลานั้นเป็นการสง

57:50

ต้องผมไม่ให้เวลากับท่านให้ท่านทำตาม

57:54

อัธยาศัยของ

Interactive Summary

พระอาจารย์ได้ให้คำแนะนำในการเจริญพระกรรมฐาน โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิบัติอานาปานุสสติกรรมฐาน (การกำหนดลมหายใจเข้าออก) อย่างต่อเนื่องและจริงจังในทุกอิริยาบถ ท่านแสดงความผิดหวังที่ผู้ปฏิบัติจำนวนมากยังคงบูชากิเลสและไม่ก้าวหน้า พร้อมเตือนว่าผู้ที่ไม่สามารถพัฒนาตนเองได้จะถูกขอให้ออกจากหมู่คณะ การปฏิบัติอานาปานุสสติกรรมฐานช่วยระงับความเครียดทางกายและใจ และเป็นหนทางสู่ฌานและอรหัตผลได้โดยไม่ยาก หากมีความเพียรพยายามและจริงจัง ท่านเน้นย้ำให้ผู้ปฏิบัติมุ่งมั่นในกรรมฐานกองเดียวจนกว่าจะบรรลุผล และให้ใช้ความเด็ดเดี่ยวตามแบบอย่างของพระพุทธเจ้าในการเอาชนะกิเลส.

Suggested questions

8 ready-made prompts