HomeVideos

ขุมทองในไทยมีจริงไหม? ฟังธรรมหลวงพ่อฤาษีลิงดำ เผยความลับ ทะเลทรัพย์ใต้ดิน ที่เทวดาสั่งห้ามเอาขึ้นมา

Now Playing

ขุมทองในไทยมีจริงไหม? ฟังธรรมหลวงพ่อฤาษีลิงดำ เผยความลับ ทะเลทรัพย์ใต้ดิน ที่เทวดาสั่งห้ามเอาขึ้นมา

Transcript

977 segments

0:01

ท่านสาธุชนพุทธบริษัททั้งหลาย

0:05

และบรรดาเพื่อนภิกษุสามเณรทุกท่าน

0:09

สำหรับวันนี้ยังเป็นวันที่ 23 กรกฎาคม

0:14

2527

0:18

อการป่วยไข้ไม่สบายผมยังเป็นปกติ

0:22

เมื่อเช้านี่หมอให้น้ำเกลือไป 1,000 ซีซ

0:29

ว่าอาการทั้งร่างกายยังโรเรอยู่มาก

0:32

วันนี้ถ้ามีการข่าวดแมอก็ต้องขออภัยด้วย

0:39

ก็ยังอยู่ในระหว่างการป่วยไข้ไม่สบายแต่

0:42

ก็พูด

0:44

วันนี้ก็ขอเล่าเรื่องความบ้าของผมต่อไป

0:50

แต่ว่าวันนี้จะเป็นการบ้าเรื่องแร่

0:53

ยูเรเนียม

0:55

ความจริงแร่ยูเรเนียมนี่ผมก็ไม่เคยสนใจ

1:01

ก็ในประเทศไทยจะมีหรือไม่มีแต่ความจริง

1:04

ครับพยากรณ์ต่างๆเผมไม่เคยสนใจเลย

1:08

ทั้งนี้เพราะอะไรเพราะว่าทำจิตมีกังวล

1:13

แต่ว่าถ้ามีอะไรกระทบใจเข้าหน่อยหนึ่งใจ

1:16

มันก็รู้ของมันเป็นเอง

1:19

อาการอย่างนี้บรรดาเพื่อนภิกษุสามเณรญาติ

1:22

โยมพุทธบริษัท

1:24

จงอย่าคิดว่าเราดีเลิศประเสริฐแล้ว

1:29

ความรู้สึกหรือว่าคำว่าทิพจกุญาณ

1:34

ที่เราได้กันนี่มันเป็นเศษผงเล็กๆที่พระ

1:38

อรหันต์ท่านได้เท่านั้น

1:41

แต่ก็ยังดีถึงแม้ว่าเราจะมีความรู้อย่าง

1:44

เป็ด

1:46

เป็ดสำหรับเป็ดที่บินได้เดินได้ดำน้ำได้

1:50

ว่ายน้ำได้

1:53

ก็ยังดีกว่าเป็ดพลาสติก

1:56

หรือว่าเป็ดที่เขาทำหลอกไว้

2:00

ยังไงยังไงก็จะรู้จักคำว่าเดินเป็นยังไง

2:04

ว่ายน้ำยังไงดำน้ำดำน้ำไม่หมดตัวจุ่มแค่

2:08

หัวก็ถือว่าเป็นการดำน้ำ

2:13

บินก็ได้ถึงบินสูงไม่ได้ก็รู้จักการบิน

2:17

ร้องเสียงจะไม่ดังก็จะรู้จักการร้องก็ยัง

2:21

ดีกว่าเป็ดพลาสติกหรือเป็ดเป็ดปูน

2:24

ปัสสเตอร์เป็ดปูนซีเมนต์

2:27

โดยเป็ดใจสลักด้วยไม้ซึ่งใช้อะไรไม่ได้

2:30

เลย

2:34

ความการฝึกทิศของพวกเรา

2:37

ค่อยๆทำไปอย่าประมาทจนจะคิดว่าความดีเรา

2:42

ดีซะแล้วนี่ไม่ถูกต้อง

2:45

ถ้าหากว่าท่านจะถามว่าความรู้สึกมันเกิด

2:48

ขึ้นได้ยังไง

2:50

ความจริงผมอยากจะพูดให้ฟังอยากจะปรารภ

2:54

ความจริงว่าพวกท่านเนี่ยบรรดาญาติโยมทั้ง

2:58

หลายเเก่งกว่าผมมาก

3:02

การฝึกวิชานี้มาจากหลวงพ่อปานแต่ความจริง

3:05

วิชานี้จริงๆนะครับผมเริ่มได้มาตั้งแต่

3:09

ป.ศ.ก็ตั้งแต่อายุ 7 ปี

3:13

7 ปีเมื่อความรู้สึกเกิดขึ้นมันจะถูก

3:15

ต้องตรงความตามความเป็นจริง

3:19

แล้วก็ไปนอนบ้านไหนขึ้นแรกจะพบว่าคนบ้าน

3:22

นี้ตายไปแล้วกี่คน

3:25

แล้วทรัพย์สมบัติมีที่ไหนอะไรบ้างที่มี

3:28

ความสำคัญ

3:30

แต่ที่รู้นี่ผมก็ไม่ทำให้รู้มันรู้ขึ้นมา

3:34

เฉยๆสำหรับคนตายเวลากลางคืนเมาแสดงตัวให้

3:38

ปรากฏ

3:41

เค้าก็บอกเค้าชื่อนั้นชื่อนี้เป็นอะไรกับ

3:43

เจ้าของบ้านแล้วก็บอกฐานะความเป็นอยู่บอก

3:47

ทรัพย์สินที่เ้ายังให้ไว้ไม่หมดลูกหลาน

3:50

ยังไม่ทราบบอกให้บอกด้วย

3:53

นี่มันก็เป็นความรู้สึกแต่ว่าถ้าคนที่ตาย

3:57

ไปแล้วเแสดงภาพให้ปรากฏ

4:00

ผมก็ไม่ทราบว่าได้มาจากอะไร

4:05

แต่เหตุที่เพิ่งทราบในชาตินี้คือว่าท่าน

4:08

แม่บังคับครับให้ภาวนาว่าพุทโธก่อนหลับ

4:12

ก่อนที่จะหลับจริงๆอย่างน้อยต้องว่าให้

4:15

ท่านฟัง 3 ครั้ง

4:18

แล้วต่อมาเมื่อโตขึ้นมาแล้วเป็นพระ

4:21

ผมก็ใช้อารมณ์สมาธิแบบหนึ่ง

4:25

คือว่าผมจับพระพุทธรูปองค์ใดองค์หนึ่งก็

4:28

ได้

4:31

ที่เราคมีความพอใจ

4:34

นั่งก็ดีเดินก็ดีนอนก็ดียืนก็ดีเห็นอยู่

4:38

ในอกเสมอ

4:40

เวลาเดินไปไหนผมก็บังคับให้จิตเห็นภาพพระ

4:43

พุทธรูปในอก

4:46

ไม่จะไปไหนทำอะไรก็ตามถ้าว่างจะภารกิจนิด

4:49

เดียวจิตผมก็เห็นภาพพุทธรูปในอกแล้วต่อมา

4:53

ก็เห็นพระพุทธรูปในสมองอีกองค์หนึ่ง

4:57

ก็เห็นไว้เป็นปกติแต่นี้มีความสำคัญว่า

5:00

ถ้าใครก็พูดอะไรขึ้นมา

5:02

ภาพนั้นจะปรากฏกับจิตทันที

5:07

ถ้าถ้าท่านจะถามว่าตั้งเวลาไว้เท่าไหร่

5:12

การเห็นภาพพุทธรูป

5:14

ก็ตั้งเวลาผมตั้งเวลาไว้เฉพาะที่ว่างว่าง

5:18

จากการงานต่างๆของจิตของมันเห็นเป็น

5:21

อัตโนมัติ

5:23

ถ้าว่างจากภาระกิจอย่างอื่นมันจะเห็นภาพ

5:25

พุทธรูปเข้ามาทันที

5:28

ถ้าเดินไปไหนอันนี้บังคับจริงบังคับเลย

5:31

ให้เห็นตลอดเวลาจนกว่าจะเข้าถึง

5:37

การทำอย่างนี้เป็นปัจจัยให้เกิดความรู้

5:40

สึกตามเสียงเขาพูด

5:43

ใครพูดว่ายังไงแล้วก็สงสัยบางทีไม่สงสัย

5:46

เห็นภาพนั่นเลยอันนี้ก็เป็นมาตั้งแต่เด็ก

5:50

จากเด็กถึงความเป็นพระ

5:53

แต่ก็จงอย่านึกว่าเลิศหรือประเสริฐยัง

5:56

ครับเป็นชั้นอนุบาลเท่านั้น

6:00

ความดีนี้มันจะสลายตัวเมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ

6:03

ครับแล้วต่อมาเรื่องอันนี้พูดแรกยูรเนียม

6:08

ผมก็จำพ.ศ.ไม่ได้

6:11

ถ้าจำได้ก็ไปถามเจ้ากรมเสริมท่านดู

6:15

ว่าพ.ศ.เท่าไหร่ก็ไม่ทราบ

6:19

ท่านเอาถ้อยคำของพระองค์หนึ่ง

6:23

มาบอกว่าที่ลำปางมีแร่ยูเรเนียม

6:29

ท่านก็เอาแผนที่มาให้ดูไอ้ทั้งแผนที่แผน

6:31

ทางนี่ผมไม่เข้าใจในมันเลย

6:35

ผมไม่สนใจก็เลยบอกท่าว่าเอางี้ก็แล้วกัน

6:39

พอท่านพูดความรู้สึกมันก็เกิดว่าที่ภูเขา

6:43

ลูกนี้มันมี 2 จุด

6:47

แต่ว่า 2 จุดนี่มีปริมาณไม่สูงแต่อยู่

6:50

ตื้นถ้าเจาะขุดลงไปจะไม่ลึก

6:54

ถ้าเอาเครื่องวัดไปทางเครื่องบินเครื่อง

6:56

วัดจะสั่นมากเพราะมันอยู่ตื้นอีถึงจุดนี้

7:01

ปริมาณมันมากเกร็ดเหมือนกันแต่มันอยู่ลึก

7:05

เครื่องวัดเข็มยสั่นน้อยๆผมก็ไม่รู้เวัด

7:08

กันด้วยอะไรความรู้สึกมันบอกเป็นเข็มๆ

7:13

ผมบอกท่านแล้วผมก็ไม่เช่นแน่ใจเลยแต่ว่า

7:16

ผมมั่นใจว่าความรู้สึกเป็นยังไงผมบอกตาม

7:19

นั้นผิดก็ผิดถูกก็ถูกไม่ได้ตั้งใจจะโกหก

7:25

ผมนึกว่าท่านเจ้ากรมเสริมท่านจะไม่ไปรุ่ง

7:29

ขึ้นตอนเย็นท่านกลับมาบอกไปแล้วครับแล้ว

7:33

ก็เป็นตามนั้นจริงๆ

7:36

ผมก็เลยมีความมั่นใจว่าโอหนอ

7:40

ความรู้ที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรง

7:42

ประทานนี่มีคุณมีประโยชน์มาก

7:47

ต่อมาก็คุยกันถึงเรื่องแรกยูเนียมมีที่

7:50

ไหนบ้าง

7:52

ผมก็เรียนว่าเอางี้ดีกว่ารู้แค่นั้นยังไง

7:55

เราก็ทำไม่ได้

7:58

เพเรายังไม่ทราบว่าใครที่ไล่ยูรเนียมเข้า

8:01

มาได้ต่อมากลับมาถึงวัด

8:05

ไอ้เรื่องต่างๆนี่คุณทั้งหลายถ้ามันสะดุด

8:09

นิดเดียวจิตมันมีสภาพจำ

8:13

มันจิตจำมันได้ผมนั้นเลิกจำแต่มันจะจำของ

8:17

มัน

8:19

ก็เป็นอันว่า

8:22

เมื่อมาถึงวัดอารมณ์เดิมยังมันค้างอยู่พอ

8:26

อารมณ์สงัดใจสบายไม่ใช่นั่งสมาธินะครับ

8:31

คือนั่งเล่นๆลมพัดเย็นๆใต้ต้นสตือ

8:36

ก็มีความรู้สึกเกิดขึ้นว่าแร่ยูเรเนียมมี

8:39

ที่ไหนบ้าง

8:42

เวลานั้นมันมีความรู้สึกจเฉพาะจุดใหญ่ๆ

8:45

จริงๆปริมาณสูงมากมีถึง 16 จุดในประเทศ

8:50

ไทย

8:53

แล้วก็ทราบอารมณ์จิตก็บอกเหมือนกันประจุด

8:55

ย่อยๆยังมีอีกเยอะแต่ก็เลยขี้เกียจจะรู้

9:00

ถ้ารู้ไปมันก็แค่นั้นแหละก็ไม่ได้มี

9:03

ประโยชน์อะไร

9:06

คือคำไม่มีประโยชน์หมายความว่าผมไม่มี

9:08

ประโยชน์สำหรับผมผมเอามาไม่ได้และคนไทย

9:12

ที่มีความสามารถผมก็ยังไม่ทราบว่าใครแต่

9:16

ต้องมีแน่

9:18

ปีนั้นจำได้ปีที่รู้หนักที่รู้ว่าแร่

9:22

ยูรเนียม

9:24

มีมากคงจะเป็นพ.ศ. 2516 มั้ง

9:30

ผมจำประจำวันเวลารู้ไม่ได้ไม่ได้จำแต่ว่า

9:34

เมื่อปีพ.ศ. 2516

9:38

ความวุ่นวายเกิดขึ้นภายในกรุงเทพฯ

9:43

ผมก็มีความรู้สึกอย่างหนึ่งคิดว่าใน

9:47

ประเทศไทยนี่มีใครบ้างมั้ย

9:50

ที่เ้ามีความสามารถได้ยูเดนเนี่ยถ้ามีก็

9:55

จะดีมากความจริงผมมีความรู้สึกว่าผมอยาก

10:00

จะพบคนที่มีความรู้ความสามารถ

10:05

เลือกเอาแร่ยูเรเนียมขึ้นมาใช้

10:09

แล้วนึกในใจว่าถ้ามีจริง

10:13

ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายดลใจบุคคลนั้น

10:16

มาพบภายใน 3 วัน

10:20

แต่ก็เรื่องน่าอัศจรรย์วันที่ 3

10:23

ก็นอนเล่นลมพัดเย็นๆใต้ต้นสตรีเหมือนกัน

10:27

เวลานั้นกระแสไฟฟ้ามันก็มีดอกแดกดอกแดกเ

10:31

กลางวันเก็ไม่ค่อยจ่ายจ่ายกลางคืนเป็นต้น

10:36

แล้วก็กำลังกระแสไฟฟ้าก็น้อย

10:40

เราก็ต้องไปพักอาศัยลมธรรมชาติ

10:44

โคนต้นไม้มันสบาย

10:46

ก็มีผู้ชายคนหนึ่งอายุประมาณจะไม่ถึง 40

10:52

พูดว่าขาวหน้าตาดีนั่งรถเมล์ผ่านมา

10:57

เมื่อรถเมล์มาถึงวัดหลังวัดท่านก็ลงแล้ว

11:00

ก็เดินเข้ามาความจริงคนนี้ไม่เคยรู้จัก

11:03

กันมาก่อนเลยมาท่านหน้าตาท่านดีอัธยาศัย

11:07

ก็ดีมากเป็นคนนิ่มนวลน่ารัก

11:11

พูดจาก็ดีคุยไปคุยมาผมก็สงสัยนะท่าน

11:16

ว่าท่านผู้นี้เป็นใครไม่เคยรู้จักมาก่อน

11:20

แล้วมาก็ไม่แสดงว่าจะมีธุระอะไรสักอย่าง

11:23

มาคุยเฉยๆ

11:27

ก็เลยสงสัยว่าคนนี้จะมีความรู้สึกมีความ

11:31

สามารถแล่ยูรเนียมมั้ยก็ถามท่านว่าท่าน

11:35

เคยศึกษาเรื่องนำแร่ยูรเนียมขึ้นมาจาก

11:39

พื้นดินมั้ยพอพูดเรื่องแรกท่านบอกโอ้หลวง

11:43

พ่อครับผมเรียนเรื่องนี้มาโดยตรงจากต่าง

11:46

ประเทศ

11:48

แร่ทุกประเภทผมมีความเข้าใจผมศึกษาเรื่อง

11:51

แร่สำหรับแร่ยูรเนียมนี่เอาขึ้นมาได้แน่

11:55

ครับ

11:58

เอาขึ้นมาได้แน่แล้วมีประโยชน์ผมสามารถ

12:01

ขึ้นมาได้

12:03

เพราะว่าผมเรียนแล้วก็ฝึกเรื่องนี้มาโดย

12:06

ตรงจากต่างประเทศ

12:08

รวมความทั้งเรียนท่านทั้งฝึกท่านมีความ

12:11

มั่นใจแต่ท่านบอกว่าถ้าจะนำขึ้นมาต้อง

12:16

เพิ่มค่ากระแสไฟฟ้ากำลังไฟฟ้ามากกว่านี้

12:18

ครับเพราะกำลังไฟฟ้าเท่านี้ไม่พอใช้ต้อง

12:23

ใช้กระแสฟ้ายิงเป็นจังหวะจังหวะให้รังสี

12:27

มันห่อตัว

12:30

ผมก็ขอพูดทิ้งไว้ตรงนี้

12:33

เพฉะนว่าก็ปลื้มใจว่าเอ๊ะประเทศเราคนที่

12:37

มีความสามารถจะมีอยู่

12:40

ฉะนั้นในเมื่อโอกาสดีจังหวะถึงกาลเวลา

12:44

เข้ามาถึง

12:46

แร่จูรเนียมคนทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศ

12:49

ชาติมาก

12:51

หลังจากนั้นต่อมาถอยหลังจากนี้จากพ.ศ.

12:55

2527 ไปประมาณ 2-3 ปี

12:59

ผมก็จำไม่ได้ผมก็ไม่ค่อยสบายร่างกายมันก็

13:03

ซดโทรมป่วย

13:06

นั่งรับแขกวันนั้นเป็นการบังเอิญ

13:10

ญาติโยมพุทธบริษัทไม่ค่อยจะมีใครมามีญาติ

13:14

โยมผู้ใหญ่คือผู้เฒ่ามาสัก 3-4 คนแล้วก็

13:17

เดินทางกลับ

13:20

แต่ว่าท่านผู้เฒ่า 3-4 คนจะกลับก็มีเด็ก

13:24

สาวสาว

13:26

เธอหน้าตายังสาวแต่งงานแล้วยังก็ไม่ทราบ

13:31

เธอบอกว่าเธอเป็นนักศึกษาจุฬาลงกรณ์ผมก็

13:34

ไม่รู้เหมือนกันใช่หรือไม่ใช่เป็นคำบอก

13:37

เล่าของเธอเรื่องคนนี่ผมขี้เกียจสงสัยเธอ

13:41

ว่ายังไงก็ว่าตามนั้น

13:45

เธอมาถามว่าหลวงพ่อเจ้าคะพูดเก่งน่ารัก

13:50

แต่ประเทศไทยมีแร่ยูรียมั้ย

13:54

ก็บอกถึงว่าฉันไม่ได้สำรวจละเอียด

13:58

แค่กระทบใจเท่านั้นทราบว่าแหล่งใหญ่ๆของ

14:02

เรามีมี 16 แห่ง

14:07

และก็เป็นแร่ยูเรดเนียมที่มีคุณภาพสูง

14:11

กว่าต่างประเทศเขา

14:13

แล้วเธอก็ถามต่อไปว่าที่หลังจังหวัดอุทัย

14:18

นี่มีมั้หลวงพ่อ

14:21

ตอนนี้ผมก็เล่นเพลงเดา

14:23

ผมก็ถามว่าหนูคณะของหนู 5-6 คนเนี่ยไปพบ

14:28

มาแล้วใช่มั้ยที่หลังจังหวัดอุทัย

14:32

พวกเธอก็พากันหัวเราะบอกใช่เจ้าค่ะถามว่า

14:36

หลวงพ่อทำไมจึงรู้ก็เลยบอกหลวงพ่อก็คนแก่

14:39

ก็เดาๆถ้าเธอปารภที่ไหนแสดงว่าเธอไปมา

14:44

แล้วจากที่นั่น

14:46

แต่ก็บอกว่าไปมาแล้ว

14:49

ก็เลยยอมรับแต่ว่าในป่านหลังจังหวัดอุทัย

14:52

ออกไปนี่มันหมายถึงว่าถึงไม่น้ำเมยกันเลย

14:54

นะพุ่งตรงออกไปนี่หรือจะอาจจะใกล้เมือง

14:59

กันก็ได้มียอดยูเรเนียมขนาดหนักเป็น

15:03

ปริมาณสูงกว่าที่อื่นแล้วเกรดดีมาก

15:08

ก็รวมความว่าผมพูดเรื่องนี้นะไอ้นี่มัน

15:11

เป็นความบ้าส่วนหนึ่งแต่บ้าลับๆ

15:15

ไม่มีใครเ้าว่าบ้ามากๆเหมือนกับบ้าน้ำมัน

15:20

เพราะบ้าน้ำมันนี่

15:22

ถวายพระพรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

15:26

แล้วก็ลงเป็นหนังสือเลยบ้ายาวไปหน่อย

15:32

บ้าไกลบ้ายาวบ้าไปมีปริมาณสูงแต่ก็ไม่

15:36

เป็นไร

15:38

พอพ.ศ. 2524 ผมก็เลิกบ่า

15:43

หยุดการบ้าแต่ผมก็มาบ้ากับตุ๋มกระติ๋มก็

15:47

ตมกติเรื่องแร่ยูเรเนียม

15:51

แล้วต่อมาก็เรื่องทอง

15:54

นี่สิ่งที่ผมสนใจจริงๆ

15:58

อย่างอื่นผมไม่มีความรู้กับเขาพวกแร่ต่าง

16:01

ๆมันมีค่ายังไงผมไม่รู้อ่ะถ้าให้ผมไปกุด

16:05

แร่ผมก็เสียแรงเปล่าทั้งนี้เพราะอะไรผม

16:08

ไม่รู้ค่าของแรกมันเหมือนกับไก่ไม่รู้ค่า

16:11

ของเพชรพลอยหินก็เป็นหินธรรมดา

16:17

แต่สิ่งที่ผมสนใจมากก็คือทองคำธรรมชาติ

16:22

หรือทองคำที่เขาถลงหลอมแล้วแต่ว่าทำเป็น

16:27

สร้อยหรือไม่ทำก็ตาม

16:30

ว่าในพื้นพิภพภายใต้แผ่นดินของเมืองไทย

16:33

เนี่ยมีมั้ย

16:37

ในเมื่อความสงสัยเกิดขึ้น

16:41

อารมณ์ดวงหนึ่งก็เกิดขึ้นว่าจะยุ่งทำไมนะ

16:45

ทำไมเรื่องนี้มันเป็นเรื่องของโลก

16:48

เมื่อเราถ้าติดอยู่ในภาวะของโลกเราก็ไม่

16:51

สิ้นทุกข์

16:53

ยังจะต้องเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ

16:57

เราควรจะวางอารมณ์เสียไม่ควรจะยุ่งรู้ไป

17:02

ก็ไม่ได้เรื่อง

17:05

แต่ต่อมาอารมณ์หนึ่งมันก็เกิด

17:08

อารมณ์หนึ่งมีความรู้สึกว่ารู้ไว้ใช่ว่า

17:12

ใส่บาปแบกหามตามคติของโบราณ

17:17

รู้ไว้จะเป็นอะไรไปจะได้ทราบว่าทองคำ

17:21

ธรรมชาติมันก็เป็นโลหะประเภทหนึ่ง

17:25

ซึ่งความจริงแล้วถ้าคนไม่นิยมมันก็ไม่มี

17:28

ค่าอะไร

17:30

เป็นโลหะประเภทสีเหลืองๆแต่ความจริงสิ่ง

17:34

ที่เป็นโลหะสีเหลืองไม่ใช่สำคัญทำก็เยอะ

17:36

ไป

17:39

เวลานี้เขาก็ทำกันได้สีสวยกว่าทองคำ

17:44

แต่ว่าคนไปยอมรับว่าทองคำมีค่าสูง

17:49

ฉะนั้นทองคำจึงมีความสำคัญสำหรับโลกอยู่

17:52

มากทุกประเทศถือทองคำเป็นสำคัญ

17:56

จะซื้อข้าวซื้อของกันก็ถือว่าต้องทองคำก็

18:00

ไปแลกเปลี่ยน

18:02

ก็เป็นอันว่าไอ้จิตดนั้นมันก็บอกมีความ

18:05

รู้สึกสึกว่าควรจะรู้

18:08

แต่ผมก็เก็บ

18:11

อีกดวงหนึ่งก็บอกอย่ายุ่งเลยเนี่ยอารมณ์

18:13

ของคนไม่เสมอกันนะคุณนะบรรดาท่านที่รับ

18:17

ฟังและญาติโยมพุทธบริษัทฟังดูอารมณ์ให้ดี

18:22

อารมณ์ดวงหนึ่งก็คืออารมณ์หนึ่งมัน

18:24

ต้องการจะรู้

18:27

ไอ้ต้องการรู้ขึ้นมาแล้วความโลภมันจะมี

18:30

มั้ยแต่ว่าผมขอยืนยันความโลภอย่างอื่นอาจ

18:35

จะมีมีหรือไม่มีก็ไม่ทราบแต่ว่าความโลภ

18:40

เรื่องขุดทองคำไม่มีแน่

18:44

นจะเล่าเรื่องราวขุดทรงคำของพระท่านหนึ่ง

18:47

มันก็ยาวเยอะเกินไปขอเล่าเรื่องนี้ไปก่อน

18:50

ทีหลังถ้านึกได้ก็คุย

18:53

เป็นอวันนั้นก็ตัดอารมณ์ต่อมา

18:58

หลังจากนั้นแล้วไม่นาน

19:01

มันเป็นเวลาการประมาณเดือน 7 เค้าเรียก

19:04

ว่าเดือน 7 ก็แล้วกันไอ้เดือนพฤษภาคม

19:06

มิถุนายนไม่ต้องพูดกันน่ะเอาเดือนแท้ๆ

19:10

เดือนไทยแท้ๆคือเดือน 7

19:14

ก็มีภารกิจไปดำเนินสะดวก

19:19

คือไปบ้านคุณเฉลิมคงทองเธอเป็นนิมนต์

19:22

ประจำปี

19:24

แต่ว่าเวลานี้ไม่ได้ไปมา 2-3 ปีแล้วไม่

19:27

ไหวจริงๆ

19:30

อยู่ที่วัดนี้แค่ลงสอนกรรมฐานยังไม่ไหว

19:34

ถ้าเดินทางไกลขนาดนั้นก็จะแย่ใหญ่ก็ต้อง

19:38

งดไปบ้านคุณเฉลิมคงทแล้วก็เลยไปจังหวัด

19:42

ชุมพร

19:44

ไปที่อำเภอท่าแซะ

19:47

น่าจะเ้าเรียกอำเภอท่าแซะนะ

19:52

แล้วไปหมู่บ้านใกล้ๆถึงหมู่บ้านไม่โต

19:56

ตัวอาคารก็ไม่โต

20:00

ไปที่นั่นเค้าก็มีการ

20:03

เรียกว่ามีการไหว้ประจำปีทำบุญประจำปีกัน

20:09

ประเพณีการทำบุญประจำปีเพื่อความอยู่เป็น

20:12

สุขก็ไหว้เจ้าที่เจ้าทางไหว้เทวดาไหว้พระ

20:15

เป็นของธรรมดาของคน

20:18

แต่ว่าคนจะคิดว่าไหว้เทวดาเป็นของไม่ดี

20:21

เป็นเรื่องของท่าน

20:24

แต่ก็จงอย่าลืมว่าพระพุทธเจ้าสอนไว้ใน

20:26

อนุสติ 10 ประการในพระกรรมฐาน

20:30

มีเทวตานุสติการนึกถึงความดีของเทวดาไว้

20:33

ด้วยฉะนั้นผมจะเห็นว่าคนทั้งหลายเหล่า

20:37

นั้นเขาทำไม่ผิด

20:41

เวลาที่เค้าบูชากันเค้าก็นิมนต์ผมไปมั่ง

20:45

ผมก็ไปในเมื่อเ้านิมนต์ไปมันก็ไม่เสียหาย

20:49

อะไรเขานั่งก่อนที่เขาจะไหว้ศาลเขาจะไหว้

20:53

เทวดาเค้าก็ไหว้พระก่อน

20:56

ผมก็นึกในใจว่าผมเป็นพระดีพอที่เขาจะไหว้

21:00

แล้วหรือยังก็ไม่ทราบ

21:03

เพราะผมเองไม่มีความรู้สึกว่าผมเป็นคนดี

21:09

ขณะที่เค้าไหว้เบูชาเสวดกันมันก็ใช้เวลา

21:15

ไอ้เวลาที่ต้องใช้เวลาเช่นนานอยู่ประมาณ

21:17

เกือบครึ่งชั่วโมงกว่าพิธีกรรมเขาจะเสร็จ

21:21

ผมก็ไม่มีเวลาจะคุยกับใครเวุ่นวายกันอยู่

21:24

ผมก็นั่งเฉยๆ

21:26

นั่งเฉยๆเวลานั้นมีความรู้สึก

21:32

ว่ามีเทวดาดา 4 องค์

21:36

เรื่องเทวดาเนี่ยผมเชื่อ 4 องค์ท่าน

21:39

ประกาศตัวท่านบอกเลยองค์นี้คือท้าว

21:42

เวสสุวรรณ

21:43

องค์นี้ท้าวทศรสองค์นี้ท้าววรลห 6 องนี้

21:46

ท้าววรลปักเป็นท้าวมหาราชทั้ง 4

21:51

ท่านมาท่านก็ถามบอกว่า

21:54

พระคุณเจ้าสงสัยเรื่องปราณทะเลทรัพย์ใช่

21:57

มย

21:58

เรื่องปราณในทะเลทรัพย์มันเป็นอย่างนี้

22:00

มันมีหนองอยู่หนองหนองใจมีน้ำตลอดเวลามี

22:05

ปลาชุมมากเป็นที่หากินของชาวบ้านเลี้ยง

22:08

ชาวบ้านได้ดีแต่ว่าปลาเธอจะตั้งใจเลี้ยง

22:12

ไม่ตั้งใจเลี้ยงผมก็ไม่ทราบ

22:15

แต่ว่าชาวบ้านก็ไปจับมากินต่างคนก็จับกัน

22:18

มาแค่พอกินไม่ซื้อไม่ขาย

22:21

วันหนึ่งท่านผู้มีสตางค์

22:24

ไปทำไร่ไปทำสวนทุเรียนที่นั่นท่านก็หวัง

22:28

ความร่ำรวยจากหนองใหญ่ที่มีปรามมากปราม

22:32

ชุมเหลือเกินผมเดินผ่านไปเห็น

22:36

แต่ว่าพอเอาเครื่องสูบสูบน้ำก็จะเสร็จ

22:39

หลายเครื่อง

22:42

กว่าน้ำจะแห้งก็ชเวลาก็เย็นใกล้ค่ำค่ำ

22:45

แล้วไม่ใช่ใกล้ค่ำเป็นค่ำเลย

22:50

ต่างคนต่างเห็นปลามากมายคิดว่าวันพรุ่ง

22:53

นี้เถอะทุกคนตั้งแคมป์ล้อมมาใครมาเอาไม่

22:55

ได้แน่

22:58

ลองมาแต่ว่าพอตอนเช้าปลายกปลาหายหมดเหลือ

23:01

เหลือปลาอยู่ 3 ตัว

23:05

นอกนั้นไม่รู้ไปไหนแล้วก็มีนายบนสมเจ้า

23:09

ของบ้านเคยไปที่ท่าไปที่ถ้ำปลาถ้ำปลาเขา

23:14

เล็กๆต่ำๆเป็นถ้ำลงไปเทบอกมันมีมีโพรงลง

23:19

ไปเคยไม่เป็นพระองค์ต่อไปเห็นน้ำน้ำกว้าง

23:24

ขวางมากไม่รู้ไปถึงไหนเธอเคยทำแพหยกกล้วย

23:28

ลอยไปไม่รู้ว่าที่สดไปที่ไหนกว้างขวางมาก

23:33

อันนี้พอเธอเล่าฟังผมก็สงสัยทางนี้ว่าไอ้

23:37

ทะเลน้ำจืดอยู่ที่ใกล้ทะเลน้ำเค็ม

23:41

แล้วก็บริเวณนั้นมีปลามากเธอบอกปลามากมาย

23:44

เหลือเกินปลามาจากไหนอยู่ได้ยังไงอันนี้

23:48

แปลกใจใต้ดิน

23:52

เรื่องนี้สงสัยท่านทหารท่านหนึ่งที่ท่าน

23:55

ให้นามว่าท้าเวสสุวรรณ

23:58

เพราะว่าพระคุณเจ้าสงสัยทะเลทรัพย์ใช่

24:00

มั้ยผมจะพาไปดู

24:03

รวมความแล้วท่านก็พาไปดูตามความรู้สึกว่า

24:06

ตามความรู้สึกเหมือนฝัน

24:09

ว่าท่านไปไหนก็ไปด้วยกันลงไปดูโอ้ทะเล

24:13

ทรัพย์เขาเรียกทะเลถูกแต่ว่าความจริงที่เ

24:16

เรียกทะเลทรัพย์มันเป็นหนองน้ำใหญ่แต่ไม่

24:20

ใหญ่ปริมาณของน้ำน้ำจริงๆภายในนั้น

24:26

มันกว้างขวางมากมายบ้างปลาตัวเล็กตัวใหญ่

24:29

ขนาดหนักใหญ่ขนาดโลมานี่ก็มีเยอะ

24:35

ผมไปพบปลาหมอตัวหนึ่งปลาหมอแล้วเนี่ยปลา

24:38

หมอตานาแล้วเนี่ยโอ้โหใหญ่เหลือเกิน

24:44

จะเทียบกับเรือพายก็เรือหมูขนาดใหญ่

24:49

แล้วถ้าก็ชี้ดูผูปลาหมอก็มากปลามากปลา

24:53

ช่อนปลาสะดูก็เยอะแยะปลาเค้าโอ้มันใหญ่ๆ

24:57

จริงจริง

24:59

อย่านึกในใจว่าปลาพวกนี้ต้องมีอายุเป็น 10

25:03

หรือเป็นรปี

25:06

ก็ยังนึกดีใจว่าเธออยู่สถานที่นี้ปลอดภัย

25:09

กับเธอมากเมื่อผ่านจากที่นั้นไปแล้วท่าน

25:14

ก็พาเรื่อยไปขึ้นจากทะเลทะเลใต้ดินขึ้นไป

25:20

ช่วงในระหว่างภูเขาลูกหนึ่งซึ่งมันยาว

25:22

เหยียดอยู่เหนือพื้นที่ที่พัก

25:25

เป็นภูเขายาวมากข้างในเป็นถ้ำใหญ่ยาว

25:29

เหลือเกิน

25:31

เราในนั้นเป็นทองแท่งทองแท่งนี่ความกว้าง

25:35

เความหนานะของแต่ละแท่งประมาณ 1 ฟุต

25:40

ยาวจริงๆประมาณ 3 ฟุตแต่ละแท่ง

25:45

แล้วกว้างจริงๆก็ประมาณฟุตเศษๆวางเปลียง

25:48

เป็นตับเป็นกำแพงสูงเหนือหัวเขไปไหนๆ

25:54

ความสูงจริงๆประมาณ 10 เมตวางเรียงจริงๆ

25:57

นับเป็นแถวได้ 10 แถวได้ยาวยาวเกินแถวนะ

26:02

ยาวเกินครึ่งกิโลเมต

26:05

เป็นทองแท่งมหาศาลผมก็ตกใจเอ๊ะต้องถามทอง

26:08

อะไร

26:10

พอถามเ่าเวท่านเวสสุวรรณว่าทองอะไรมาอยู่

26:13

ที่นี่แล้วใครนำมาเก็บท่านท้าวเวสสุวรรณ

26:17

ไม่ทันจะตอบก็มีเทวดา 2 องค์เป็นเจ้าหน้า

26:20

ที่รักษาเป็นเทวดาชั้นจาตุมหาราชแต่งตัว

26:25

สีแดงประดับเพชร

26:29

มาถึงท่านก็ยกมือไหว้ท้าไหว้สวรรค์ท่าน

26:32

บอกท่านรับทองนี่เป็นทองสำหรับพระเจ้า

26:36

จักรพรรดิ

26:37

ถ้าใครเป็นพระเจ้าจักรพรรดิขมาต้องขนไป

26:40

ให้เขาถ้าใครจะนำไปแล้วนำไปไม่ได้นะครับ

26:46

พระเวสสุวรรณท่านก็บอกว่าฉันพาพระท่านมา

26:49

ดูฉันไม่ได้มาเอาหรอกมันเป็นขนทองของเธอ

26:52

เทวดาทั้ง 2 คนยกมือไหว้ท่านท้าเวสสุวรรณ

26:56

แล้วก็หลีบไป

26:58

ท่านท้าเวสสุวรรณท่านก็เลยบอกว่าเอางี้ก็

27:00

แล้วกันครับในเมื่อเจ้าของก็หวง

27:04

ผมพาพระคุณเจ้ามาชมว่าไอ้ทรัพย์ใต้ดินมัน

27:07

มีมากๆกว่านี้อีกเยอะเราก็ไปที่อื่นกันดี

27:11

กว่าเขาหวงแล้วก็ไปท่านก็พาไปความรู้สึก

27:17

ว่ามันไปใต้ดิน

27:20

ไปเจิดทางอีกแหล่งหนึ่งโอ้โหคราวนี้ไม่

27:23

ค่อยจะไกลไป

27:26

ขึ้นมาทางเหนือจากบ้านนั้นตามถนนสายชมพร

27:30

ประจวบ

27:33

ถ้าเดินทางขึ้นมาประมาณ 30 ก.เสร็จๆ

27:39

แล้วก็จะมีทางเดินออกไปท่าเดินผิวดิน

27:43

ออกไปจากถนนเส้นนั้นห่างประมาณ 8 กก.

27:49

ไปเจอแหล่งทองธรรมชาติมหาศาลเลยโอ้โหไป

27:53

กว้างใหญ่ไพศาลมากปริมาณเนื้อที่ทอง

27:57

ธรรมชาติกองอยู่นะมันดูแล้ว 100 ไร่เศษ

28:00

เกือบจะถึง 200 ไร่

28:03

เลยกองอยู่หนาเป็นเม็ดทรายธรรมชาติจริงๆ

28:07

สวยสุขอารามแต่บรรดาท่านทั้งหลาย

28:12

จะพูดอะไรก็ไม่ได้ในเมื่อสัญญาณบอกเวลา

28:14

ปรากฏว่าหมดแล้วก็ต้องขอลา

28:17

เอาเรื่องทองเรื่องเทิงนี้ไว้ฟังกันในคัด

28:20

เสร็จหน้าต่อไปสำหรับเวลานี้ก็ต้องขอลา

28:24

ก่อนขอความสุขสวัสดิ์พิพัฒนมงคล

28:28

สมบูรณ์พลผลจงมีแด่บรรดาท่านพุทธศาสนิกชน

28:32

และเพื่อนภิกษุสามเณรผู้รับฟังทุกท่าน

28:34

สวัสดี

28:39

อ่าบรรดาเพื่อนภิกษุสามเณรทั้งหลาย

28:43

และญาติโยมพุทธบริษัทผู้รับฟัง

28:47

สำหรับวันนี้ที่บันทึก

28:49

ก็ยังเป็นวันที่ 243

28:52

กรกฎาคม 2527

28:57

แล้วก็อาการป่วยไข้มันสบาย

29:00

อย่างเกษตรหน้าที่แล้วจะเห็นว่าเวลาใกล้ๆ

29:04

จะจบเสียงกหลอมไอขาบเสร็จน้ำลาย

29:10

ทั้งนี้อาการเสมหะในคอมากเหลือเกิน

29:15

แล้วผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าชีวิตของผม

29:18

มันจะอยู่ได้สักกี่วัน

29:20

ฉะนั้นมีอะไรบ้างพอที่จะคุยสู่กันฟังใน

29:23

ชีวิตของผมนับนี้ไปผมจะพูดไว้เรื่อยๆจน

29:28

กว่าจะจบเกม

29:31

พูดปลายทบทวนไปหาต้นๆต้นบ้างปลายบ้างแสดง

29:35

โอกาสการจังหวะจังหวะที่จะพูดมันจะเหมาะ

29:39

สม

29:42

เพื่อเล่าสู่กันฟังว่าเป็นเรื่องของหลวง

29:44

ตาตาแก่คนหนึ่ง

29:47

ที่เกิดขึ้นมาแล้วแม้แต่เป็นพระ

29:51

ก็ยังไม่มีความหมายสำหรับพระด้วยกันมาก

29:54

มาย

29:56

เพพระด้วยกันเอาเฉพาะส่วนน้อยนะ

30:01

ส่วนน้อยแต่ก็หลายเสียง

30:04

เขากล่าวหาว่าผมอ้วอุตริมนุษธรรม

30:09

ไอ้การอุตริมนุษธรรมทำอันยิ่งที่บุคคล

30:12

อื่นไม่มี

30:14

อันนี้ผมไม่มีอ่ะผมมีธรรมะที่ชาวบ้านเค้า

30:18

มีกันแล้ว

30:20

โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิชาความรู้ที่ผมแนะนำ

30:24

มาแนะนำท่าน

30:26

เอนำมาสอนกันในเวลานี้คนอื่นเค้าก็ได้มา

30:29

เยอะ

30:31

เค้าได้มาก่อนผมเยอะเ้ามีกันและเวลานี้

30:36

บรรดาญาติโยมพุทธบริษัทก็มีความฉลาดมาก

30:41

มีปัญญามากสามารถปฏิบัติได้คล่องแคล่ว

30:48

ถ้าหากว่าท่านทั้งหลายไม่รู้ผมก็ไม่พูด

30:52

อันนี้ท่านรู้ตามแบบฉบับขององค์สมเด็จพระ

30:55

บรมครูคือพระพุทธเจ้า

30:59

ตอนที่พระมุคลาเจออหิเปรต

31:03

หรือต่างๆเมื่อพระมคัลลามาถามท่านมี

31:08

พระลักขณะถามพระมุคัลา

31:12

พระมุคลัลาบอกว่าไปถามเราต่อหน้าพระ

31:14

พุทธเจ้าเถอะ

31:17

เวลาที่พระพุทธเจ้าเทศน์จบพระลักขณะก็ถาม

31:20

พระโมคคลา

31:22

พระโมคคลก็แสดงก็ถามพระพุทธเจ้าต่อพระ

31:26

พุทธเจ้าทรงยืนยันว่าตนนี้

31:30

ตถาคตเคยเห็นแล้วตั้งแต่วันบรรลุอภิเษก

31:33

สัมมาสัมโพธิญาณ

31:36

แต่เวลานั้นคนอื่นยังไม่รู้ตถาคตก็ไม่

31:39

กล้าพูดแต่เวลา

31:43

มุคลาเป็นพยาน

31:46

รู้แล้วเห็นแล้วเป็นพยานตาเก็กล่าวพูด

31:49

ท่านจึงทรงพยากรณ์เหตุความเป็นมาของ

31:52

ทั้งหลายว่าทำความชั่วอะไรไว้บ้าง

31:57

นี่ก็เหมือนกันความจริงความรู้นี้ผมได้มา

32:00

ตั้งแต่อายุ 7 ปี

32:03

ยังไม่บวชเณรยังไม่บวชพระคนก็ลืมว่าเป็น

32:06

องค์เป็นเณรมานานแล้วไม่จริง

32:11

ไอ้อย่างนี้ไม่จริงผมได้มาตั้งแต่ตอนโน้น

32:16

ผมก็มาเล่าสู่กันฟังตอนนี้

32:19

แต่ว่าพุทธเจ้าทรง

32:22

ยืนยันอีกเรื่องหนึ่งที่บรรดาพระทั้งหลาย

32:25

ในสมัยนั้น

32:29

ตพากันโจทย์หาว่าพระโมคคลาออุตริมนุษธรรม

32:33

พ้นสภาพจากความเป็นพระ

32:36

พระพุทธเจ้าก็ทรงยืนยันว่าบุคคลลูกตถาคต

32:40

รู้จริงไม่เป็นอาบัติตามนั้น

32:44

ฉะนั้นถึงแม้ว่าผมจะมีความรู้อย่างเป็ด

32:46

ไม่เหมือนพระโมคคัลา

32:51

ก็เอามาเล่าสู่กันฟังตามภาษาเป็ดๆในเมื่อ

32:55

พูดความจริงท่านจะหาว่าหมดสภาพความเป็น

32:58

พระก็เป็นเรื่องของท่านฉะนั้นท่านพวกนั้น

33:02

กับผมก็เป็นพระกันคนละพวก

33:06

ผมเป็นพระที่มีความรู้มั่งผมก็มาแนะนำกับ

33:09

พวก

33:11

ท่านถือว่าความรู้ที่มีจริงในพระ

33:13

พุทธศาสนาเป็นของไม่จริงก็เป็นเรื่องของ

33:16

ท่านที่ท่านคัดค้านคำสอนขององค์สมเด็จพระ

33:20

สัมมาสัมพุทธเจ้า

33:25

ถ้าผมหรือท่านจะเป็นเห็นไม่ได้เปล่าก็

33:27

เป็นเรื่องที่พิสูจน์กันเอง

33:30

ท่านผู้ใดอยากจะพิสูจน์ก็ได้

33:34

การพิสูจน์ไม่ใช่มานั่งถามกันใช้กำลังใจ

33:39

ของจิตเจตริยาณเป็นเรื่องไม่ยาก

33:44

เป็นเรื่องไม่ยากท่านเทศน์สอนคนอื่นได้

33:46

ทำไมท่านทำไม่ได้รึ

33:49

อันนี้ไม่ได้ต่อว่าท่านนะคุยพวกท่านทั้ง

33:53

หลายฟังท่านทั้งหลายที่ปฏิบัติแบบนี้ก็

33:56

ระมัดระวังแบบผม

33:59

แล้วท่านจะถามว่าในเมื่อถูกโจมตีแบบนั้น

34:02

ผมจะมีความรู้สึกยังไง

34:05

ไอ้เรื่องถูกโจมตีแบบนี้ผมถือว่าเป็น

34:08

เรื่องธรรมดาไม่สะเทือนใจผม

34:12

ผมก็มีความรู้สึกตามคำโบราณ

34:16

แต่ว่าคนตาบอดกับคนตาดีแต่ไม่สว่างนัก

34:22

ตาพร้าวๆพรางๆยังรู้จักคนเป็นกลรู้จัก

34:25

สัตว์เป็นสัตว์รู้จักผู้หญิงผู้ชายรู้จัก

34:28

คนขาวคนดำ

34:30

รู้จักคนสูงคนต่ำก็มีความรู้สึกมีความ

34:34

เข้าใจต่างกับคนตาบอด

34:39

คนตาบอดท่านถือก็ท่านเล่าไว้ว่าคนตาบอด

34:42

คลำช้าง

34:44

คนตาบอด 4 คนเธอไม่รู้จักว่าช้างรูปร่าง

34:48

เป็นยังไง

34:50

ในเมื่อคนหนึ่งเขาไปจับขาช้างเธอก็ร้อง

34:53

ตะโกนบอกเอ้ยช้างรูปร่างมันเสาโว้ย

34:58

อีกคนหนึ่งไปจับงาช้างช้างมันไม่แหลมว่ะ

35:02

อีกคนหนึ่งไปจับโกงช้างบอกว่าเอ้ยไม่ใช่

35:05

ช้างมันปลิ่ง

35:07

อีกคนหนึ่งไปจับหางช้างรู้ไปแล้วว่าเออ

35:10

ไม่ใช่ไม่ใช่ช้างมันไม่กวาดก็รวมความว่า

35:14

คนตาบอดทั้ง 4 คนไม่รู้จักช้างทั้งตัว

35:20

แต่ว่าคนแม้แต่ตาไม่ดีตาพลาดฟาฟางยังพอ

35:25

เห็นยังรู้จักรูปร่างของช้างเป็นยังไง

35:28

ความเข้าใจมันก็ไม่เหมือนกัน

35:31

ฉะนั้นคนที่บวชเข้ามาในพระพุทธศาสนาหา

35:36

ถือแต่ตำราอย่างเดียวพระพุทธเจ้าทรงตรัส

35:39

ว่าเห็นใบลานเปล่า

35:42

นั่นก็หมายความได้แต่ใบลานคือตัวหนังสือ

35:45

ไม่เข้าใจตามความเป็นจริงไม่หมดความสงสัย

35:50

ซึ่งตรงกันข้ามกับคนที่ปฏิบัติตามพระธรรม

35:53

คำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระ

35:55

สัมมาสัมพุทธเจ้า

35:58

ย่อมมีความเข้าใจในคำสอนตามความเป็นจริง

36:01

บ้างถึงแม้ไม่มาก

36:04

ถึงแม้ไม่มากอย่างเป็ดก็ยังพอรู้บ้าง

36:06

เหมือนกับคนหรือว่าจะเปรียบเทียบกับก็แม่

36:10

ครัวหรือท่านสุภาพสตรีที่เป็นแม่บ้าน

36:15

คนหนึ่งคนหนึ่งอ่านตำราทำกับข้าวทางขนมทำ

36:19

ขนมคล่องตัว

36:22

หมายความแกงอะไรต้มอะไรขนมแบบไหนทำยังไง

36:25

อธิบายคล่องแคล่ตามตำรา

36:29

แต่ก็ไม่เคยไม่เคยทำกับข้าวเลยอีกคนหนึ่ง

36:34

ไม่ได้ปฏิเนียนตำรามาก

36:38

เรียนบ้างเล็กน้อยโดยเฉพาะอย่างยิ่งรับ

36:41

ฟังรักคำสอนมาจากบิดามารดา

36:46

ให้หุงหาญด้วยมือมาตั้งแต่เด็กคน 2 คนนี้

36:50

มีผลต่างกันคนมีแต่ตำราไม่เคยได้กินอะไร

36:55

เลย

36:57

ไอ้คนเริ่มทำมาตั้งแต่เด็กตั้งแต่เริ่ม

36:59

ต้มโค้งต้มต้มส้มต้มต้มยำ

37:04

เป็นผลอาหารเล็กๆน้อยๆเบื้องต้นมาถึงที่

37:07

สุดเขาได้กินทุกอย่างเขาได้ทำทุกอย่าง

37:11

แล้วก็มีความรู้ตามความเป็นจริงข้อนี้ฉัน

37:14

ใด

37:16

ความหนักใจของผมไม่มีในฐานะที่ท่านทั้ง

37:19

หลายโจมตีผม

37:23

ความจริงผมไม่ถือว่าท่านโจมตีผมที่ผมไม่

37:25

หนักใจผมถือว่าท่านโจมตีพระพุทธเจ้า

37:32

เพราะว่าความรู้ที่พระพุทธเจ้าสอนมา

37:35

ในเมื่อพระพุทธเจ้าสอนมาท่านเห็นว่าไม่ดี

37:38

ท่านก็โจมตีพระพุทธเจ้าเองท่านก็นินทาว่า

37:42

ร้ายพระพุทธเจ้าเอง

37:44

จะถามว่าหากว่าท่านพวกนั้นไม่คบความจริง

37:48

คบหรือไม่คบไม่ได้มีความหมาย

37:52

ทั้งนี้อะไรก็เพราะว่าผมบวชมานี่ผมเลี้ยง

37:56

ตัวเองนะ

37:59

ญาติโยมพุทธบริษัทท่านสงเคราะห์ผมมา

38:02

พระพวกนั้นแม้แต่หน้าก็ยังไม่เคยเห็นกัน

38:07

วาจาก็ไม่เคยกล่าวแม้แต่เข้าบุดๆสึเม็ด

38:11

เดียวก็ไม่เคยส่งให้

38:13

ผมจะหนักใจอะไรว่าคนที่ไม่มีสาระสำหรับผม

38:19

รวมความผมมีความรู้สึกว่าท่านพวกนั้น

38:22

เหมือนเศษขยะอันหนึ่งที่เขาทิ้งแล้วไว้

38:24

ไกลจากตาผมผมมองไม่เห็น

38:28

เสียงของท่านจึงไม่มีความหมาย

38:32

ถ้าถามว่าถ้าบังเอิญท่านจะรวมตัวกันมา

38:36

กล่าวร้ายกับผมทำให้ผมหมดสภาพความเป็นพระ

38:40

ยังไงผมก็ไม่หมดสภาพความเป็นพระ

38:45

เมื่อหมดท่านไม่ต้องการคบผมก็แยกในกายซะ

38:48

ก็หมดเรื่องผมพร้อมเสมอ

38:51

พร้อมมาหลายสิบปีแล้วอยากจะแยกนิกาย

38:55

แต่ว่าท่านที่ดียังมีอยู่มาก

38:59

ผมไม่หนักใจเรื่องนี้

39:03

ก็มาคุยกันเรื่องบ้าทองต่อไป

39:06

ไอ้การบ้าทองของผมนี่ของผมนี่มันก็กว้าง

39:10

ขวางมาก

39:12

แต่ก็ไปมีบรรดาท่านพวกนี้แหละหาว่า

39:15

อตริมุษธรรม

39:17

แต่ก็ไม่รู้ตัวว่าเป็นใครถ้ารู้ตัวผมจะไป

39:20

คุยที่วัด

39:23

ว่างๆจดหมายมาก็ได้คัด

39:27

ว่าท่านอยู่กันที่ไหนท่านมีความเห็นยังไง

39:31

ท่านบวชในศาสนาไหนปฏิบัติแบบไหนตามศาสดา

39:35

ของท่าน

39:38

เราอยากจะพบกันจริงๆ

39:42

แล้วมาคุยต่อไปดีกว่าพูดมากจะหนัก

39:46

เพราะคนที่ไม่คบกันนี่พูดได้หนัก

39:49

ยังไงผมก็ไม่คบพวกท่านพวกนั้นแน่

39:53

ทั้งนี้เพราะอะไรเพราะว่าผมไม่เห็น

39:56

ประโยชน์สำหรับคนพวกนี้เลย

39:59

มีแต่ทำลายความดีของพระพุทธศาสนา

40:03

พูดเปาๆนะพูดได้แต่ความดีเบื้องหลังญาติ

40:08

โยมพุทธบริษัทรู้แล้ว

40:11

อนาคตังสยาน

40:14

ดูก็ได้ว่าท่านพวกนั้นจะตายแล้วจะไปทาง

40:17

ไหนเรียบร้อย

40:20

ในปัจจุบันในอดีตทำความดีความชั่วอะไรไว้

40:23

ภาพจะปรากฏชัด

40:27

ไม่ต้องรู้จากหน้ารู้แต่เหตุว่าท่านพวก

40:30

นี้โจมตีผมด้านนี้รู้แค่นี้อยากจะทราบเลย

40:35

พวกนี้คนนี้คณะนี้ใครมีรูปร่างหน้าตาเป็น

40:38

ยังไง

40:40

อยู่ที่ไหน

40:42

แล้วก็มีความดีความชั่วเบื้องหลังมีอะไร

40:45

บ้างกรรมทั้งหลายที่ทำจะสนองท่านเวลาที่

40:50

ท่านไปแล้วท่านจะไปอยู่ที่ไหนเรื่องไม่

40:52

ยาก

40:54

แต่ความจริงเวลานี้วาสเยอะ

40:59

เนี่ยผมเอาความรู้อันนี้มาแจกฆราวาส

41:03

ก็เป็นความรู้เล็กๆน้อยๆในพระพุทธศาสนา

41:07

จะทำให้บรรดาญาติโยมพุทธบริษัททั้งหลายท

41:10

โดยทามีความเข้าใจในพระศาสนา

41:15

เลือกนาที่ดีหว่านพืชจะได้มีผลมากๆ

41:20

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสอนมนโนมยิทธิก็

41:23

เหมือนกันหาว่าผมทำเลเลยเถิดไปอุตริมธรรม

41:29

แต่ผมจะไปแปลกอะไรในเมื่อญาติโยม

41:31

พุทธบริษัทท่านทำกันได้บรรดาพระสงฆ์ทั้ง

41:34

หลายทำกันได้เป็นของไม่แปลก

41:39

เป็นอันว่าพึงเข้าใจว่านักบวชที่เราแสดง

41:43

ว่าแต่งตัวคล้ายคลึงกัน

41:47

บางทีทำหน้าตาเหมือนพระอรหันต์แต่พระภาย

41:50

ในบางทีมันเลวยิ่งกับก็มี

41:54

ทีนี้ก็มาคุยกันถึงเรื่องทองคำ

41:57

ทองคำแหล่งที่ว่านี้แสดงปาฏิหาริย์บ่อยๆ

42:02

ความจริงไม่ใช่ต้องคำแสดง

42:05

เป็นเทวดาที่รักษาแสดง

42:09

เรื่องเป็นอย่างนี้ในเมื่อถึงกาลเวลาที่

42:14

ไปพบทองคำที่นั่นเข้าผมก็ถาวถามท่านท้า

42:18

มหาราชแต่องค์ที่ตอบก็คือท้าเวสสุวรรณ

42:23

ถามว่าทองทั้งหลายเหล่านี้จะมีประโยชน์

42:26

กับประชาชนชาวไทยเมื่อไหร่

42:29

เวลานี้ประเทศชาติจึงมีความยากจนเข็มใจคน

42:33

แร้งแค้น

42:35

ประชาชนน่าจะพึงได้

42:38

ท่านก็ตอบว่าถ้าให้ประชาชนคนไทยเวลานี้คน

42:41

ไทยเกือบจะไม่เหลือเลย

42:44

จะตายกันเกือบหมดทั้งชาติ

42:47

ส่วนที่มีชีวิตอยู่ก็จะตกเป็นทาสของชาติ

42:50

อื่น

42:52

ก็เลยถามว่าทองนี้มีความศักดิ์สิทธิ์แค่

42:55

ไหน

42:57

ท่านบอกว่าทองก็แค่วัตถุ

43:00

จะมีความศักดิ์สิทธิ์แค่ไหนไม่สำคัญสำคัญ

43:03

ว่าคนไทยจะยังมีความโลภ

43:07

เห็นทองเข้าก็อย่าฆ่ากันหนักเหมือนแร่ดี

43:10

บกที่เขาสูญแร่ดีบกที่เขาสูญนฆ่ากันตาย

43:14

กันเป็นร้อย

43:16

แต่ว่าถ้าทองคำนี่มันจะตายกันเกือบทั้ง

43:19

ทาตุ

43:20

มึงแย่งกูกูแย่งมึงฆ่ากันไปฆ่ากันมา

43:25

ถ้ากำลังชาวไทย

43:28

อ่อนลงเพราะขาดความสามัคคีมีความโลภเป็น

43:31

เหตุ

43:33

ก็จะทำให้ต่างประเทศบุกรุกเข้ามาไม่มีใคร

43:36

จะต่อต้านได้ผลที่สุดทองทั้งหมดจะเป็นของ

43:41

ชาวต่างประเทศ

43:44

น่าดูเลยคนไทยที่เหลือก็ต้องเป็นทาสเขา

43:47

ไอ้ทองก็ไม่ได้กินก็จะไม่มีกินเขาจะใช้

43:51

อย่างธาตุเขาจะข่มขู่อย่างธาตุ

43:56

ท่านบอกว่าถ้าคนไทยดีกว่านี้เมื่อไหร่ทอง

43:59

นี้ใช้ได้เมื่อนั้น

44:02

ถามว่าปริมาณทองมีสักกี่ตันท่านบอกท่าน

44:06

บอกว่าถ้าหมื่นตันนี่มันยังไม่หมดถึง

44:09

ครึ่ง

44:10

โอ้โห

44:13

แล้วก็ทองคำธรรมชาติไม่มีคำว่าหมดมันจะ

44:17

ก่อตัวเกิดอยู่เสมอเสมอ

44:21

ถามว่าเหตุที่ทองก่อตัวเกิดเป็นตัวเพราะ

44:23

อาศัยอาศัยอะไรเป็นเหตุท่านก็บอกให้ฟัง

44:27

แต่ผมจะไม่บอกเวลานี้

44:30

ใครถามต่อไปก็ไม่บอก

44:34

เวิชานี้นักธรณีวิทยาเทราบกันอยู่แล้ว

44:39

ธรณีวิทยามีความรู้ด้านดินมันน่าจะทราบ

44:44

ว่าทองเกิดจากอะไรเขาจะรู้ผมจะขี้เกียจ

44:47

เอาไอ้ตำราเป็ดๆไปพูดให้เฟัง

44:53

หลังจากนั้นแล้วผมก็ถามถึงทองทั่วประเทศ

44:58

ท่านก็พาดูหมดทั้งทองคำธรรมชาติทั้งทอง

45:01

ที่ปรุงแต่งแล้วหลอมแล้วเป็นสร้อยก็มี

45:05

เป็นแท่งก็มีอู้เป็นเพชรนิลยินดาเยอะแยะ

45:08

โรยจัด

45:10

ผมนึกนึกยิ้มในใจว่าแค่ทองอย่างเดียว

45:15

ประเทศไทยก็เป็นมหาหาเศรษฐีของโลกแล้วไม่

45:18

ต้องแร่อื่นยังน้ำมันอีกยังแก๊สอีกยังแร่

45:23

ต่างๆอีกโอมหาศาล

45:26

ผมยิ้มบ้าอยู่คนเดียว

45:30

ไอ้เรื่องทองนี่ใครไม่ยังไม่มีใครบ้าเี่

45:32

ผมเลยต้องบ้าคนเดียวยิ้มๆ

45:37

ชื่นใจว่าสักวันหนึ่งข้างหน้าคนไทยจะดี

45:41

ตอนนี้มาผลของการฝึกมโนยิทธิผมอยากจะพูด

45:45

ก็พูดซะตอนนี้เลย

45:47

ว่ามีผลดียังไงมโนยิทธิ

45:52

ทางพุทธศาสนา

45:55

จะต้องคนที่ได้จะต้องทรงศีลบริสุทธิ์

46:00

1 มีความรู้สึกว่าชีวิตนี้มันจะต้องตาย

46:05

ตายแล้วถ้าเราทำดีไว้

46:08

เราก็จะไปสู่ที่ดีทำชั่วไว้เราก็ไปสู่ที่

46:13

ชั่วที่มีทุกข์

46:16

เรียกว่าถ้าอยู่ก็อยู่เป็นคนดีตายเป็นผี

46:19

ก็เป็นผีดี

46:21

เมื่อมีความรู้สึกว่าจะต้องตายเราจะจะไม่

46:24

ยอมคำว่าตายไม่ยอมไปอบายภูมิก็ยึดพระ

46:28

พุทธเจ้าพระธรรมพระอริยสงฆ์เป็นที่พึ่งมี

46:31

ความเคารพแน่นอนนี่หลักสูตร

46:35

หลังจากนั้นก็มีศีลบริสุทธิ์

46:39

อารมณ์จริงๆต้อง 1 ไม่ทำลายศีลด้วยตนเอง

46:43

สังไม่ยุยงส่งเสริมให้บุคคลอื่นทำลายศีล

46:48

3 ไม่ยินดีเมื่อบุคคลอื่นทำลายศีลแล้ว

46:53

เวลาต้องการให้จิตสะอาดเบื้องต้นก็ต้อง

46:58

ระงับนิวรณ์ 5 ประการได้ทันทีทันใด

47:02

ยามปกติจะไม่ยอมให้นิวรณ์ 5 ประการเป็น

47:05

เจ้านายบังคับใช้จิตของเรา

47:08

จิตของเราต้องมีกำลังเหนือนิวรณ์ 5

47:11

ประการไว้เสมอ

47:13

นิวรณ์ 5 ประการคือ 1 ไม่เมาในรูปเสียง

47:16

รินรสสัมผัสเกินคนดี

47:19

2

47:21

ไม่คิดว่าทุษร้ายกว่าคนอื่น

47:25

3 ไม่ง่วงเวลาทำความดี

47:28

4 จิตไม่ฟุ้งซ่านพุ่งพล่านเกินไป

47:32

ใช้กำลังใจคิดอยู่ในขอบเขตของความดี

47:36

5 ไม่สงสัยผลการปฏิบัติของความในความดี

47:43

หลังจากนั้นต้องทรงอารมณ์ตามนี้อีกท่าน

47:47

ทั้งหลายที่ฟังจำไว้นะครับ

47:50

หากว่าท่านทรงอย่างนี้ไม่ได้

47:53

สมาธิความรู้ต่างๆที่ท่านได้มันจะสลายตัว

47:58

ถ้าทรงไม่ได้ผมขอยืนยันว่าต้องการใช้

48:01

เมื่อไหรก็มีนั้นอารมณ์อารมณ์ต่างๆที่ได้

48:06

ทั้งหมดจะทรงตัวตลอดเวลาไม่ตลอดเวลาไม่

48:08

ถอยหลังมีแต่ 9 หน้าขึ้นไป

48:13

หลังจากนั้นกำลังใจของท่านผู้นั้นต้องทรง

48:15

พรหมวิหาร 4 เป็นปกติ

48:19

คือ 1 จิตคิดว่าเสมอว่าเราจะเป็นมิตรที่

48:22

ดีของคนสัตว์ทั้งหลาย

48:25

ไม่คิดประทุษร้ายใคร

48:28

มีแต่ความรักไม่ใช่เกลียด

48:31

เห็นคนก็รักคนเห็นสัตว์ก็รักสัตว์เห็น

48:34

วัตถุก็รักวัตถุ

48:37

ไม่คิดทำลายทรัพย์สมบัติของใครหมด

48:42

และการที่ 2 กรุณามีความสงสาร

48:47

ตั้งใจไว้เสมอว่าจะสงเคราะห์เพื่อนมนุษย์

48:50

และสัตว์เพื่อนล่มโลกให้มีความสุขตาม

48:54

กำลังถ้าโอกาสมีทรัพย์สินมีปัญญามี

48:59

ถ้าเขาขาดวัตถุเรามีวัตถุเราจะให้วัตถุ

49:04

ถ้าไม่มีวัตถุเราจะให้แหล่งกายช่วย

49:08

ถ้าแรงกายใครเไม่ต้องการเราจะให้แรงปัญญา

49:11

ช่วยเป็นปัจจัยสร้างความสุขร่วมกัน

49:16

แล้วก็สามุถุตาเราจะไม่อิจฉาิษยาใครเห็น

49:20

คนอื่นได้ดีพลอยยินดีด้วย

49:23

อุเบกขาเห็นคนอื่นเพรี่ยงพร้ำเราจะไม่ซ้ำ

49:26

เติมให้มีทุกข์มากไปกว่านั้นเราจะวางเฉย

49:30

จิตพร้อมจะช่วยเหลือไปเสมอ

49:35

นี่นักเจริญมโนยิทธิทุกคนต้องทรงอารมณ์

49:38

อย่างนี้เป็นปกติ

49:41

คำว่าปกติมันทุกข์ลมหายใจเขาออกให้ทรงตัว

49:46

อย่างนี้สมาผลของสมาธิที่ได้จะไม่มีการ

49:49

เสื่อม

49:51

แต่ว่าผมก็ไม่ยืนยันว่าทุกคนที่เฝึกไปได้

49:54

เนี่ยเจะรักษาได้ทุกคนบางคนก็ปล่อยสลาย

49:58

ตัวซะก็มีบางคนก็ไม่มาเอาจริงเอาจัง

50:02

มาแค่วันเดียวปุ๊บๆๆๆแล้วก็ไปคล้ายๆจะมา

50:06

ลองท่านพวกนี้ผมถือว่ายังไม่จริงจังกับ

50:10

พระพุทธศาสนา

50:13

ไม่ใช่เกณฑ์บังคับไม่อยากไม่ใช่อยากให้

50:15

เขามาประพฤติปฏิบัติ

50:18

แต่ว่าผลของผู้ปฏิบัติมีอยู่แล้ว

50:22

ถ้าเทำไปอย่างนั้นไม่ใช้ก็สลายตัวเมื่อ

50:24

สลายตัวเข้ามาแล้วกำลังจิตจะกลุ้ม

50:28

จะมีความวุ่นวายจะดึงไม่กลับความสามารถ

50:33

ความรู้ที่มีอยู่ดึงไม่กลับก็มีอาการ

50:36

คลุ้ม

50:38

แล้วก็หลายคนกลับเป็นปฏิปักษ์กับ

50:40

พุทธศาสนาอันนี้ก็มี

50:43

ฉะนั้นขอสำหรับคนดีมีอยู่ผมคิดว่าคนในโลก

50:47

นี้ผมเกิดมา 1 ชีวิต

50:50

ทำให้คนเข้าใจพุทธศาสนาเพียงคนเดียวผมพอ

50:54

ใจ

50:55

ก็เรียกว่าถ้าเขาผู้นั้น

50:59

มีความรู้สึกว่าชีวิตนี้มันต้องตาย

51:03

ไม่ประมาทในชีวิต

51:06

แล้วก็เขาผู้นั้นตั้งใจมีความเคารพในพระ

51:10

พุทธเจ้าพระธรรมพระอริยสงฆ์จริง

51:14

ทรงศีล 5 บริสุทธิ์จริงสามารถระงับนิวรณ์

51:18

ได้โดยฉับพลันทรงพรหมวิหาร 4

51:23

จิตตั้งไว้ในด้านความดีโดยเฉพาะว่าเรา

51:26

ต้องการพระนิพพาน

51:29

แค่นี้เป็นคนเดียวผมคิดว่าชีวิตนี้ผมได้

51:32

กำไร

51:34

ได้กำไรชีวิตที่คนดีมีอยู่เพียงเท่านี้

51:37

แต่ความจริงไม่ใช่อย่างนั้น

51:41

คนที่รับการฝึกไปรักษาตัวไว้ได้จริงๆมี

51:44

นับเกินแสน

51:47

แสนได้เกินแน่

51:51

แต่ถ้าว่าจะจะเกินไปเท่าไหร่ผมไม่ทราบ

51:55

แล้วพวกนี้ที่ฟังธรรมได้แล้วมีความรัก

51:58

ใคร่มีความสามัคคีกันดีเป็นคณีพิเศษ

52:02

ดีก็ไปเทศน์สอนเป่าๆเพราะว่าผมเทศน์เคย

52:06

เป็นนักเทศน์มา

52:09

เทศน์เท่าไหร่ไม่สามารถจะทำให้คนมีกำลัง

52:12

ใจดีขึ้นมาได้ไปเมื่อไหรนั้นก็กินเหล้า

52:15

อยู่ตามเดิม

52:19

ทานี้พอมาฝึกมโนิธิเข้าดีจริงๆ

52:24

มีหลายคนพอคิดว่าคนที่เขาจะทำได้ต้องเป็น

52:28

คนมีศีล 5 บริสุทธิ์

52:32

ท่านผู้นั้นอยากจะทำบ้างก็เลิกเล่าเลิก

52:35

ฝิ่นมาเลยทำเป็นคนดีตลอดมา

52:39

แล้วบางคนยังไม่รู้ลีลาเข้ามาถึงอ้าวเ

52:42

ห้ามกันแบบนี้หรึก็เลยไม่แปลกใจ

52:47

ทำกับเขามั่งก็พลอยดีเขาไว้ด้วยเป็นอัน

52:50

ว่ามโนมยิทธิครูเป็นแบบฉบับที่ดีเป็น

52:54

เครื่องเตือนใจ

52:57

นรกอยู่ที่ไหน

53:00

รู้จัก

53:02

แล้วก็รู้ว่าตนเองเคยตกนรกขุมไหนมาบ้าง

53:06

ใครทำบาปความชั่วอะไรตกนรกคุมไหนมีโทษยัง

53:10

ไงเห็นภพมาเอง

53:13

เป็นเป็นอสุรกายเป็นสติฐานเพราะกรรม

53:15

อะไรทราบ

53:18

แล้วนอกจากนั้นยังรู้เรื่องของคนอื่นด้วย

53:22

เวลาลงไปนรกอยากจะรู้ว่าใครที่เป็นญาติ

53:25

เป็นพวกเป็นพ้องกันมีมั้ในนรกกบนี้

53:29

ต้องการทราบจะพบทันที

53:32

แล้วก็จะเรียกมาคุยกันได้

53:35

แต่เวลานี้ญาติโยมที่ฉลาดผมก็เสียวๆ

53:38

เหมือนกัน

53:41

เสียวความสามารถของญาติโยม

53:45

ท่านไปนรกท่านก็ขอดูพระในนรกอันนี้ชื่นใจ

53:50

มากว่านรกคุมนี้มีคนที่เคยเป็นพระมีโทษ

53:55

ระหว่างเป็นพระตายแล้วมีมั้ย

53:58

ขอดูสภาพเป็นพระเหลวพฤกบ

54:02

ขอดูพระที่เคยรู้จักชื่อที่มีชื่อเสียง

54:07

เคยรู้จักตัวมีมั้ย

54:09

ปรากฏว่าพบทุกราย

54:13

ดีกว่านั้นอีก

54:16

ท่านใช้อนายคตังสิญาณ

54:18

ถามตรงพระ

54:21

ว่าพระองค์นั้นที่ยังไม่ตายเนี่ยเวลานี้

54:24

ถ้าตกถ้าตายแล้วจะไปสวรรค์นรก

54:28

ภาพก็ปรากฏในนรกบ้างในสวรรค์บ้างที่อื่น

54:32

บ้าง

54:33

และขอดูผลการกระทำของท่านผู้นั้นตั้งแต่

54:38

เริ่มบวชมาทำอะไรบ้างปรากฏภาพชัดมันก็ดู

54:41

โทรทัศน์

54:44

นี่ที่ว่างี้ไม่ใช่ตาสีสายคนรู้คนที่มี

54:47

ปัญญานะที่เรายกย่องสวนว่าท่านได้ปริญญา

54:52

บ้างท่านเป็นดอกเตอร์บ้าง

54:55

นี่ท่านรู้ับกันแล้วก็ญาติโยมพุทธบริษัท

54:58

ก็รู้ตามเวลานี้เข้าใจเรื่องพระ

55:03

บางคนถึงก็มาถามว่าไอ้การเลี่ยไหล่การบอก

55:07

บุญมันเคยทำเป็นประจำเพราะคนที่บอกชอบกัน

55:11

ทำยังไง

55:13

ก็บอกว่าเป็นกำลังใจของญาติโยมอันนี้มัน

55:16

เรื่องของศรัทธามิ้า

55:20

การให้ทานกับคนที่ไม่มีศีลกับการให้ทาน

55:24

กับคนที่มีศีลบริสุทธิ์ค่าต่างกันหลายแสน

55:26

เท่า

55:29

ยิ่งให้ทานกับคนที่มีความบริสุทธิ์ผ่อง

55:32

จึงมีค่าสูงมากบางท่านจริยาเรียบร้อยน่า

55:36

เลื่อมใสน่าบูชา

55:40

แต่ลูกหลานไปดูเข้าโดดป๋องไปอยู่อาเวจี

55:43

มหานรก

55:45

อันนี้เป็นที่น่าภูมิใจที่พระพุทธเจ้าทรง

55:49

ประกาศพระศาสนาให้นักบทไปปฏิบัติตนเป็นคน

55:52

ดี

55:54

เป็นปูชนียอิยบุคคลเป็นบุคคลชาวบ้านคน

55:57

บูชา

55:59

ถ้าพลาดท่าพลาดทางแบบนี้ชาวบ้านรู้แบบนี้

56:02

จะได้เลือกนานาเนื้อนาบุญได้ตามชอบใจ

56:07

ใครอยากได้นาดก็ทำบุญกับนาด

56:10

ใครอยากได้นาลุ่มก็หว่านข้าวหว่านพืชกับ

56:13

นาลุ่มใครอยากได้นาดีก็หว่านพืชผลกับนาดี

56:19

ก็เหมือนกับคนที่อยากได้บุญมากก็ทำบุญกับ

56:22

พระที่มีศีลบริสุทธิ์มีฌานสมาบัติเป็นพระ

56:24

อริยะตามขั้นไป

56:27

ใครอยากได้นรกไว้เป็นปัจจัยเป็นสมบัติก็

56:31

ทำบุญกับนักบวชที่ไม่มีศีล

56:34

ก็หมดเรื่องหมดราวให้บรรดาญาติโยม

56:37

พุทธบริษัทตัดสินใจเอาเอง

56:40

แต่ท่านผู้รับฟังอย่าลืมนะผมเองก็เสียวๆ

56:44

เหมือนกันนะผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าผมลง

56:49

ผมตายแล้วจะลงนรกผมไหน

56:52

ท่านทั้งหลายจงจะคิดว่าผมเป็นผู้วิเศษนะ

56:55

ครับ

56:57

ผมเองก็ดอกแดกดอกแดก

57:00

สงสัยเหมือนกับไอ้ขาข้างใดข้างหนึ่งมัน

57:03

แหย่ลงในขุมบ้างหรือเปล่า

57:07

นี้ขอท่านทั้งหลายที่รับฟังโดยเฉพาะอย่าง

57:10

ยิ่งเพื่อนภิกษุสามเณร

57:13

อย่าประมาทในชีวิตอย่าคิดว่าเราดีแล้ว

57:17

สีคติที่องค์สมเด็จพระทีพงตรัสว่า

57:20

อัตนาโจทยานัง

57:23

จงกล่าวโทษก็โจทย์ความผิดไว้เสมอเราจะได้

57:26

ไม่ผิดต่อไปแล้วบรรดาท่านทั้งหลาย

57:30

วันนี้บ้าเรื่องทองพอสมควรร่างกายก็ยัง

57:34

ไม่ดีสัญญาณบอกเวลาหมดแล้วนี่ขอลาก่อนขอ

57:38

ความสุขสวัสดิ์พิพัฒนมงคลสมบูรณ์พูผลจงมี

57:43

แด่บรรดาท่านพุทธศาสนิกชนผู้รับฟังทุก

57:46

ท่านสวัสดี

57:47

Yeah.

Interactive Summary

พระภิกษุรูปหนึ่งเล่าเรื่องความสามารถพิเศษที่ได้มาตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ซึ่งช่วยให้รู้เห็นสิ่งต่างๆ เช่น แหล่งแร่ยูเรเนียมและทองคำ ท่านอธิบายถึงเทคนิคการทำสมาธิโดยการนึกถึงพระพุทธรูปในอกตลอดเวลา และใช้ความรู้ที่ได้รับมาโดยไม่ได้ตั้งใจเพื่อช่วยยืนยันตำแหน่งของแร่ยูเรเนียมจำนวน 16 จุดใหญ่ในประเทศไทย รวมถึงการพบกับผู้เชี่ยวชาญด้านยูเรเนียมจากต่างประเทศ และการพบแหล่งทองคำมหาศาลใต้ดินผ่านการนำทางของท้าวมหาราชทั้งสี่ โดยเฉพาะท้าวเวสสุวรรณ ซึ่งท่านได้อธิบายว่าทองคำเหล่านี้ยังไม่สามารถนำมาใช้ได้ เนื่องจากความโลภและความแตกแยกของคนไทยจะนำมาซึ่งภัยพิบัติและการตกเป็นทาสของต่างชาติ ท่านยังได้ตอบโต้ข้อกล่าวหาเรื่องอุตริมนุษยธรรม โดยยืนยันว่าความรู้เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการสอนของพระพุทธเจ้า และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปฏิบัติธรรม การรักษาศีล พรหมวิหาร 4 และการควบคุมนิวรณ์ เพื่อให้การฝึกมโนมยิทธิเกิดผลดีและนำไปสู่ความเข้าใจในพระศาสนาอย่างแท้จริง รวมถึงการสามารถเห็นภพภูมิต่างๆ ทั้งนรก สวรรค์ และผลกรรมของบุคคลอื่นได้

Suggested questions

10 ready-made prompts

Recently Distilled

Videos recently processed by our community