HomeVideos

ทางรอดเมื่อชีวิตวิกฤต! ธรรมะชนะกรรม หลวงพ่อปาน

Now Playing

ทางรอดเมื่อชีวิตวิกฤต! ธรรมะชนะกรรม หลวงพ่อปาน

Transcript

893 segments

0:35

ท่านสาธุชนพุทธบริษัททั้งหลาย

0:39

เสียงเพลงที่บรรดาท่านพุทธบริษัทได้ฟัง

0:43

อยู่เวลานี้

0:46

เป็นเสียงสัญลักษณ์แห่งการมรณภาพ

0:51

ทั้งนี้ก็เพราะว่าเสียงเพลงประเภทนี้เป็น

0:54

เพลงไทย

0:58

แต่ว่าชาวไทยทั้งหลายเรียกกันว่าเพลงมอญ

1:03

บรรยากาศการเปิดเพลงประเภทนี้ขึ้นมามี

1:06

ความประสงค์อะไร

1:09

ตรงนี้บรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลายจะได้

1:12

ทราบชัด

1:14

ก็ทั้งการที่เปิดเพลงนี้ขึ้นมาก็เพราะว่า

1:18

ปีนี้เป็นปีพ.ศ. 2518

1:24

ตรงกับปีที่หลวงพ่อปานมรณภาพคือเกิดมา

1:29

แล้ว

1:31

ได้ 100 ปีพอดี

1:35

หรือที่เรียกกันว่าเป็นปีครบรอบ 100 ปี

1:38

เกิดหลวงพ่อปานวัดบานำโคอำเภอเสนาจังหวัด

1:42

พระนครศรีอยุธยา

1:46

ซึ่งเป็นคณาจารย์ชั้นพิเศษที่มีบุคคลทั้ง

1:49

ทั้งหลายมีความเข้าใจกันมากมายหลายประการ

1:55

สำหรับท่านทั้งหลายที่เกิดทันหลวงพ่อปาน

1:58

ก็มีความเข้าใจดี

2:01

ว่าหลวงพ่อปานนี้เป็นพระที่มีคติครบถ้วน

2:05

บริบูรณ์

2:08

ถือว่ามีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาจริงๆ

2:15

มิได้เคยคิดว่าการบวชนี้จะนำทรัพย์สินของ

2:18

บรรดาท่านพุทธบริษัท

2:22

จะไปตั้งเนื้อตั้งตัวไปสร้างความร่ำรวย

2:26

แก่ตัวเองหรือญาติมิตร

2:30

อาการเช่นนี้บรรดาคณะสิตยานุศิษหรือท่าน

2:34

ทั้งหลายที่มีความรู้จักหลวงพ่อปานเป็น

2:37

อันดีย่อมทราบชัด

2:40

ว่าหลวงพ่อปานเป็นสาวกขององค์สมเด็จผู้

2:43

ทรงสวัสดีโ

2:48

นี้บรรดาท่านพุทธบริษัท

2:52

เป็นการครบรอบ 100 ปีของท่าน

2:58

บรรดาคณะสิตยานุศิษ์ทั้งหลายต่างพากัน

3:02

บำเพ็ญกุศลบุญญราศี

3:05

เป็นการสนองความดีของครูบาอาจารย์

3:11

ตามความคิดเห็นของอาตมาก็คิดว่าปีนี้

3:16

ถ้ามีคณะศิษย์ของหลวงพ่อปานวัดวานโคอยู่

3:19

ที่ไหน

3:21

ที่นั่นก็ควรจะจัดการบำเพ็ญกุศลเป็นกรณี

3:25

พิเศษ

3:27

แต่ถ้าหากว่าบังเอิญท่านทั้งหลายที่อ้าง

3:31

ตัวว่าเป็นศิษย์ของพระปราน

3:34

และก็ไม่ได้บำเพ็ญกุศลบุญญราศีอันนี้

3:38

อาตมาก็สงสัย

3:41

เพราะว่าลูกศิษย์ของหลวงพ่อปานี่มีมากมาย

3:44

ด้วยกัน

3:46

มีทั้งลูกศิษย์ภายในและลูกศิษย์ภายนอก

3:52

แต่ว่าเรื่องการบำเพ็ญกุศลหรือไม่นั้นก็

3:55

ไม่ได้หมายความว่าคนที่ไม่ได้ทำบุญ

3:59

ไม่จัดการบำเพ็ญกุศลจะเป็นท่านที่ขาดความ

4:02

กตัญญูรู้คุณครูบาอาจารย์ก็หาเป็นเช่น

4:06

นั้นไม่

4:09

นี่แหละบรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลาย

4:13

วันนี้

4:16

ตรงกับวันที่ 6 สิงหาคม

4:21

พ.ศ. 2518

4:25

ถ้าจะถอยหลังไป 100 ปีก็เป็นวันก็เป็น

4:29

เดือนกรกฎาคมพ.ศ. 2418

4:35

ซึ่งเป็นเดือนเป็นวันละเดือนเกิดของหลวง

4:38

พ่อปานแต่วันที่เท่าไหร่อาตมาจำไม่ได้

4:43

ถึงแม้ว่าจำได้ก็คงไม่อยากจะจำ

4:48

ทั้งนี้เพราะอะไรก็เพราะว่า

4:51

เห็นว่าไม่มีความสำคัญนัก

4:55

ทางวัดบานโคก็ได้ทำประวัติหลวงพ่อปานเล่น

4:58

ใหญ่

5:01

ออกแจกแต่กับบรรดาท่านพุทธศาสนิกชนทั้ง

5:04

หลาย

5:06

มีราคาประมาณเล่มละ 150 บาทหรือยังไงก็

5:09

ไม่ทราบชัด

5:12

เป็นเล่มใหญ่มาก

5:15

แล้วถ้าว่าหนังสือเล่มนั้นบรรดาท่าน

5:18

พุทธบริษัททุกท่าน

5:21

อาตมาเห็นหน้าปกเข้าก็รู้สึกว่าเป็นของ

5:24

อัศจรรย์

5:28

ก็ปรากฏว่ามีภาพหลวงพ่อปานเอาไว้หนวดแล้ว

5:31

ก็หนวดขาว

5:34

ผมขาวเพราะเป็นภาพสีเห็นชัดเจน

5:39

แล้วก็ไหล่ลู่

5:42

มียันต์แขวนที่หน้าอก

5:46

พอมองเห็นเข้าแล้วก็ตกใจ

5:50

อาตมานี่ขาข่ายความรอบคอบไปมาก

5:54

เพราะในฐานะที่อยู่กับหลวงพ่อปานมาหลายปี

6:00

แล้วการอยู่ณที่นั้นกับหลวงพ่อปาน

6:05

ทำไมอาตมาจึงไม่เห็นหลวงพ่อปานมีหนวดหงอก

6:10

แล้วก็มีผมหงอก

6:13

หนวดยาประเภทนั้นถ้าเราจะกะประมาณการไว้

6:17

หนวดก็ต้องใช้เวลาถึง 3-4 เดือน

6:22

หนวดจริงจะยาวขนาดนั้น

6:25

แล้วในสมัยนั้นก็ปรากฏว่า

6:29

พระ 15 วันโกนผมครั้งหนึ่ง

6:34

ถ้าบังเอิญจะเป็นพระที่ขี้เกียจโกนหนวดก็

6:38

จะโกนพร้อมๆกับโกนผม

6:42

แล้วเมื่อพิจารณาไปแล้วผมยาวไม่สมควรกับ

6:45

หนวด

6:47

เป็นอันว่ากลายเป็นหลวงพ่อปานเล่นหนวดไป

6:53

แล้วมองไปที่มือบรรดาท่านพุทธบริษัท

6:57

ก็ปรากฏว่ามีเล็บยาว

7:01

หลวงพ่อปานเคยสอนบรรดาพุทธบริษัทแลบรรดา

7:04

ลูกศิษย์ลูกหาทั้งหลาย

7:08

ว่าให้มีความเคารพในพระธรรมวินัยที่องค์

7:12

สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า

7:16

ทรงแนะนำ

7:19

แล้วถ้าจะว่ากันไปแล้วอาตมาก็ขาดความรอบ

7:23

คอบไปมาก

7:25

ทั้งๆที่อยู่กับท่านมาหลายปีแต่ไม่เคย

7:28

เห็นภาพเช่นนี้เลยมันน่าอัศจรรย์

7:34

จะนาขอบคุณท่านที่สามารถนำภาพหลวงพ่อปาน

7:37

ที่อาตมาไม่เคยเห็นมันลงไว้เป็นอนุสรณ์

7:42

เป็นการกระตุ้นเตือนใจแสดงถึงความรู้สึก

7:46

หวังดีของบรรดาลูกศิษย์ลูกหาที่นำภาพนี้

7:49

มาใส่เข้าไว้

7:52

แต่ก็เป็นที่น่าสลดใจอยู่นิดนึงว่าหลวง

7:55

พ่อปานเป็นคณาจารย์ใหญ่ทำไมจึงไม่เคารพใน

7:59

พระธรรมวินัย

8:03

เอาเล็บไว้ยาวปล่อยหนวดยาวแต่ผมสั้นกว่า

8:06

หนวด

8:09

ถ้าใครจะมาบอกอาตมาบอกว่าหลวงพ่อป่านเป็น

8:12

พระครึ่มครึไม่ทันสมัย

8:16

แล้วไม่เคารพต่อพระธรรมวินัยอย่างนี้

8:19

อาตมาก็จะรู้สึก

8:22

ว่ามีความลำบากใจที่จะพูดว่าไม่เป็นเช่น

8:25

นั้น

8:28

เพราะนัดท่านได้อยู่ด้วยกันมาเรื่องพระ

8:30

ธรรมวินัยนี่หลวงพ่อปานเคารพมาก

8:34

เพราะมีความแน่ใจว่าเมื่อองค์สมเด็จพระ

8:37

ผู้มีพระภาคเจ้าทรงเสด็จดับขันเข้าสู่พระ

8:41

ปรินิพพานแล้ว

8:44

องค์สมเด็จพระประทีปแก้วเคยตรัสกับพระ

8:47

อานนท์

8:49

ว่าอานันทะดูก่อนอานนท์

8:53

เมื่อเราปรินิพพานอันเป็นแล้วพระ

8:56

ธรรมวินัยที่เราสอนเธอไว้จะเป็นศาสดาสอน

8:59

เธอ

9:02

ก็หมายถึงว่าพระธรรมวินัยนี้เป็นการแทน

9:05

องค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดานั่นเอง

9:10

แลก็ในเมื่อหลวงพ่อปานเป็นพระทรงฌาน

9:13

สมาบัติเป็นพระโพธิสัตว์เกร่งวาจาก่อนใน

9:18

ขณะที่บำเพ็ญกุศลแล้วต่อหน้าประชาชน

9:22

ว่าผลบุญในคราวนี้ที่ข้าพเจ้าบำเพ็ญกุศล

9:25

ขอให้เป็นปัจจัยข้าพเจ้าได้สำเร็จพระ

9:28

สัมมาสัมโพธิญาณ

9:31

เป็นพระพุทธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่งใน

9:34

อนาคตกาลนั้นเถิด

9:37

พระโพธิสัตว์

9:41

ที่บำเพ็ญกุศลแล้วเปล่งวาจาต่อหน้าประชา

9:44

ชนปรารถนาพระโพธิญาณ

9:48

นี่ตามที่ทราบกันมาก็หายความว่าท่านผู้

9:52

นั้นมีบารมีเป็นปรมัตถบบารมี

9:56

ใกล้จะบรรลุอภิเษกสัมมาสัมโพธิญาณ

9:59

แล้ว

10:01

ถ้านี้เป็นภาพของหลวงพ่อปานจริงก็เป็นที่

10:04

น่าสลดใจอย่างยิ่ง

10:09

ไม่ทราบว่าท่านไปถ่ายไว้ที่ไหน

10:13

แล้วก็อาตมาเองก็ไม่เคยพบท่านจะไปดูภาพ

10:17

ภายในจริยาต่างๆ

10:21

ซึ่งในหนังสือเล่มเดียวกันก็ไม่ปรากฏกด

10:24

ว่าหลวงพ่อปานมีโหนดเอาไว้โหนดเล็บยาวนี่

10:27

แหละบรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลาย

10:31

ที่เป็นเหตุให้อาตมาเกิดความเศร้าใจ

10:36

โดยคิดว่าเพราะเจตนาอันใดบรรดาคณะลูก

10:40

ศิษย์ทุกสำนัก

10:44

จึงได้นำภาพวันนี้มาเชิดโชว์ไว้ที่หน้าปก

10:50

ถ้าเราจะคิดว่าเป็นการเชิดชูความดีของครู

10:54

บาอาจารย์ก็เป็นของยาก

10:58

เพราะว่าการแสดงตนแบบนั้นเป็นการไม่เคารพ

11:02

ในองค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า

11:06

เรื่องนี้ขอยกไว้ดีกว่าบรรดาท่าน

11:09

พุทธบริษัท

11:12

ที่พูดมานี้ก็เพราะว่ามีคนมาถามกันหลายคน

11:18

ว่าสมัยที่อยู่กับหลวงพ่อปานเ่ะเคยเห็น

11:20

หลวงพ่อปานเอาไว้หนวดมย

11:24

อาตมาก็จะตอบได้แต่ถึงว่าในขณะที่อยู่

11:28

ด้วยไม่เคยเห็นหลวงพ่อปานเอาไว้หนวด

11:33

แลเวลาที่หลวงพ่อปานมรณภาพเป็นวันสุดท้าย

11:37

ของชีวิต

11:39

ก็ไม่ปรากฏว่าหลวงพ่อปาน

11:43

มีผมขาวมีหนวดขาวอย่างนั้น

11:48

ถ้าจะกล่าวถึงพระผมหงอกกันแล้วหลวงพ่อปาน

11:51

ก็คงจะหงอกไม่ถึง 1 ใน 100 ของ

11:54

เปอร์เซ็นต์ที่ผมมีอยู่

11:58

นี่ที่บรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลายเป็น

12:00

เหตุให้สงสัย

12:03

ว่าภาพนี้คงจะปรากฏขึ้นมาได้ด้วย

12:06

อิทธิฤทธิ์ของพระปาน

12:09

หรือมิฉะนั้นก็เป็นอิทธิฤทธิ์ของใครบุคคล

12:12

ใดบุคคลหนึ่ง

12:14

ที่สร้างสันดให้เกิดขึ้นแล้วก็ทำหนวดขาว

12:18

ผมขาวเป็นของไม่ตรงตามความเป็นจริง

12:23

แต่ถ้าว่าจะมีได้อีกสิ่งหนึ่งก็เพราะว่า

12:26

หลวงพ่อปานตายมาแล้วตั้ง 100 ปี

12:30

ไม่มีโอกาสจะโกนหนวดโกนผม

12:34

ไอ้หนวดมันก็เลยยาวแต่ผมสั้น

12:39

แล้วก็หนวดที่มีอายุตั้งนานตั้ง 100 ปีก็

12:42

เลยขาวผมก็ขาวไปด้วย

12:47

ถ้าจะว่าอย่างนั้นก็เป็นที่สงสัยอีกก็ว่า

12:50

หลวงพ่อปานมรณภาพไปแล้ว

12:54

ประมาณ 100 วันเสร็จๆเราก็เผากัน

12:58

ไม่ได้เก็บเอาซ่าศพของท่านไว้ถ้าหากจะบอก

13:03

ว่าหนวดมันงอกขึ้นมาแล้วมันแก่ลงไปมันก็

13:06

เป็นของอัศจรรย์

13:16

ข้อนี้อาตมามีความสงสัยมากถ้าหากว่าทาง

13:20

วัดบนโคมีโอกาส

13:24

จะแจ้งมาให้อาตมาทราบเพื่อจะแจ้งได้แจ้ง

13:27

แก่บรรดาท่านพุทธบริษัทว่าภาพนี้ได้มาจาก

13:30

ไหนก็จะเป็นการดี

13:33

แล้วต่อแต่นี้ไปก็มาพูดถึงความสัมพันธ์

13:36

ของอาตมากับหลวงพ่อปาน

13:42

ว่าทำไมอาตมาจึงมีความเคารพของหลวงพ่อปาน

13:45

มาก

13:48

จะไปที่ไหนก็ไม่เคยไปทิ้งครูบาอาจารย์

13:52

และการกระทำอะไรทุกอย่างก็ต้องใช้นามของ

13:56

พ่อปานติดไว้เสมอนี่แหละบรรดาท่าน

13:59

พุทธบริษัท

14:01

เป็นที่น่าสงสัย

14:04

แต่ว่าเรื่องนี้ยกไว้เสียก่อนเรามาพูดกัน

14:07

ถึงชีวิตความดีของหลวงพ่อปาน

14:12

ที่บรรดาคณะลูกศิษย์ลูกหาต้องพากันอะไรใน

14:16

ท่าน

14:18

คำว่าอะไรในที่นี้ก็คงจะไม่หมายถึงว่าการ

14:22

เศร้าโศกเสียใจ

14:26

ทั้งนี้เพราะอะไรเพราะว่าการเกิดแก่เจ็บ

14:29

ตายเป็นของธรรมดานี่หลวงพ่อปานสอนพวกเรา

14:32

มาตลอดเวลา

14:36

ให้รู้จักยอมรับนับถือกฎของธรรมดา

14:41

แต่ถ้าว่าบรรดาท่านพุทธบริษัท

14:45

การที่หลวงพ่อปรานตายไปในคราวนั้น

14:49

เหมือนกับชีวิตของเราจะผิดลงไปด้วยพร้อม

14:53

กับชีวิตของท่าน

14:56

ทั้งนี้เพราะอะไรก็เพราะว่าพวกเรากับพระ

14:59

อานนท์มีสภาพคล้ายคลึงกัน

15:04

พระอานนท์เป็นอุปัฏฐากขององค์สมเด็จพระ

15:07

ทรงทันบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า

15:13

พระพุทธเจ้าจะไปทางไหนพระพุทธพระอานนท์ก็

15:16

ติดตามพระองค์ไปด้วย

15:20

แต่ว่าในบางโอกาสองค์สมเด็จพระบรมโลกนาถ

15:24

ไม่ได้ไม่มีโอกาสที่จะให้พระอานนท์ติดตาม

15:29

เพราะจิตนั้นพระองค์จะต้องทำแต่พระองค์

15:32

เดียว

15:35

พระองค์ก็ทรงเสด็จไปแสดงพระธรรมเทศนาโปรด

15:39

พุทธบริษัท

15:40

ตามที่ตกอยู่ในข่ายพระยานของพระองค์

15:45

ขั้นเมื่อกลับมาแล้วพระพระองค์ก็ทรงแสดง

15:48

พระธรรมเทศนากันนั้นบอกให้พระอานนท์ฟัง

15:53

ว่าตถาคตไปในคราวนี้ไปโปรดใครที่ไหน

15:58

แล้วก็เทศน์ว่ายังไงเมีผลเป็นประการใด

16:03

ที่องค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดาทำดังนี้

16:08

ก็เพราะว่าพระอานนท์ได้ขอพรไว้

16:12

ในสมัยที่พระอานนท์จะเข้ามาเป็น

16:15

พุทธอุปทาน

16:17

ได้ขอให้องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าทรง

16:21

รับรองว่าถ้าไปเทศน์ที่ไหนถ้าพระอานนท์

16:24

ไม่ได้ฟัง

16:26

ก็ขอให้พระองค์ทรงโปรดมาเทศนาให้ทราบด้วย

16:32

เหตุผลอันนี้ก็เพราะว่าถ้าหากว่ามีใคร

16:35

เข้ามาถาม

16:38

ว่าพระพุทธเจ้าไปเทศน์กับใครที่ไหนว่ายัง

16:42

ไงถ้าเขาสงสัย

16:44

พระอานนท์จะได้บอกให้เขาฟัง

16:48

นี่ก็เป็นเหตุผลที่ดีประการหนึ่งเพราะว่า

16:51

พระอานนท์เป็นปัจฉาสนะพระเดินตามหลังคือ

16:55

ปฏิบัติพระพุทธเจ้าเรียกว่าพุทธปทาน

17:00

ก็จำที่จะต้องรู้ทุกสิ่งทุกอย่างองค์

17:03

สมเด็จพระผู้มีพระภาคจึงได้ทรง

17:06

มหากรุณาธิคุณ

17:09

สงเคราะห์พระอานนท์ตามที่ขอไว้

17:14

เรื่องพระอานนท์กับพระพุทธเจ้ามีสภาวะ

17:17

ฉั้นใด

17:20

คณะสิติยานุศิษของปานที่มีความเคารพในพระ

17:24

ธรรมวินัย

17:27

ที่อาตมาพูดแบบนี้ก็เพราะว่าพระที่บวช

17:30

เข้ามาในพระพุทธศาสนา

17:34

จะอยู่ในสำนักของพ่อปานก็ดีอยู่ในสำนัก

17:38

ของพระพุทธเจ้าก็ดี

17:42

ไม่ได้หมายความว่าท่านผู้นี้จะมีความ

17:44

เคารพในพระธรรมพระวินัยเสมอไป

17:49

มีจำนวนไม่น้อยที่ตั้งใจทำลายพระ

17:52

พุทธศาสนาทำลายครูบาอาจารย์

17:58

ก็คิดว่าตัวเองนั้นเป็นผู้ประเสริฐเป็น

18:01

ผู้วิเศษ

18:04

มีความดีเกินกว่าที่อาจารย์จะพึงให้

18:09

คนที่มีจิตใจประเภทนี้มีอยู่

18:13

ถึงแม้ว่าในเวลาที่องค์สมเด็จพระบรมครู

18:16

ทรงพระชนม์อยู่

18:19

คนที่อยู่ในสำนักขององค์สมเด็จพระบรมครู

18:22

ก็ไม่ใช่ว่าจะดีเสมอไป

18:27

ตัวอย่างเช่นพระเทวทัตที่บรรดาท่าน

18:30

พุทธบริษัททั้งหลายก็ทราบแล้ว

18:34

ความจริงก็เป็นญาติขององค์สมเด็จพระ

18:36

ประทีปแก้ว

18:38

มีฐานะเป็นที่คือเป็นลูกของลุง

18:43

แล้วก็เป็นพี่ของพระนามพิมพา

18:48

ในการที่เป็นพี่ของพระนางพิมพาก็เลยกลาย

18:51

เป็นพี่ภรรยาอีกชั้นหนึ่ง

18:55

แต่้าว่าพระเทวทัตมาบวชอยู่กับองค์สมเด็จ

18:58

พระทรงสวัสดิโสภาค

19:03

พระองค์ได้ทรงสั่งสอนพระเทวทัตให้ได้ฌาน

19:07

สมาบัติทรงอภิญญา

19:10

แล้วก็เทวโทรทัศก็กลับทำลายล้างองค์

19:13

สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

19:15

นี่เป็นเรื่องอัศจรรย์

19:19

กฎของธรรมดาความจริงมันมีอย่างนี้บรรดา

19:22

ท่านพุทธบริษัททุกท่าน

19:26

ฉะนั้นคณะสิตยานุสิท์ของหลวงพ่อปานนึกว่า

19:30

เขาจะสนใจในพระธรรมวินัยเสมอไป

19:35

ที่ไม่เอาไหนก็มามันก็เสียมีมากมายเหมือน

19:39

กัน

19:41

ที่ได้ยินเลยกว่าท่านพวกนั้นจะเข้าใจก็มี

19:44

มาก

19:47

ก็มีอุปมาเปรียบประดุจที่หนึ่งว่าสาวกของ

19:51

องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อพระ

19:54

องค์ทรงบำเพ็ญอยู่

19:57

สาวกขององค์สมเด็จพระบรมครูก็มีหลายแบบ

20:01

เช่นพระฉันนะไม่เอาไหนเหมือนกัน

20:05

ใครจะว่าอะไรก็ไม่ได้จะสอนอะไรก็ไม่ฟังทำ

20:09

ผิดทำถูกยังไงก็ช่างใครจะพูดว่ากล่าวเข้า

20:15

ชนะก็อ้างว่าท่านเป็นคนสนิทชิดเชื้อของ

20:18

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

20:23

นี่แหละบรรดาท่านพุทธบริษัท

20:28

ความจริงของกฎธรรมดาเป็นอย่างนี้

20:32

มาเรื่องลูกศิษย์ของหลวงพ่อปานก็เหมือน

20:34

กัน

20:36

เห็นภาพหน้าปกหนังสือของหลวงพ่อว่าปาน

20:39

เข้าเป็นประวัติ 100 ปีของหลวงพ่อปานก็

20:42

รู้สึกสลบใจ

20:46

ว่าไม่ไม่ทราบว่าใครซึ่งมีความจงรักภักดี

20:50

หลวงพ่อปานเป็นพิเศษ

20:53

เอาภาพที่ขัดต่อพระธรรมวินพระวินัยของ

20:56

องค์สมเด็จพระบรมโลกเชษฐมาโชว์เขไว้

21:01

ถ้าจะพูดกันเป็นภาษาไทยๆก็เรียกว่าประจาร

21:05

ครูบาอาจารย์ของของตนเองอันนี้น่าสลดใจ

21:09

อย่างยิ่ง

21:12

ตอนนี้อาตมาก็จะขอตรัส

21:18

ถ้าหากว่าเรื่องนี้จะกลายเป็นหนังสือก็จะ

21:20

ขอตัดอันแต่ตอนปลายขึ้นปลายก่อน

21:25

แล้วก็ย้อนลงไปทางต้น

21:30

ด้วยว่าอาตมานี้เป็นคนอ่านหนังสือชอบอ่าน

21:33

หนังสือตอนจบก่อนอยากจะรู้เรื่อง

21:39

นี้ตอนนี้อาตมาก็จะขอพูดภาวะตอนปลายชีวิต

21:43

ของหลวงพ่อปาน

21:46

ว่าหลวงพ่อปานนี้เคยตายมาหรือว่าเกือบตาย

21:49

มาแล้ว 2 วาระ

21:53

วาระที่ 3 ถึงได้ตายจริงๆ

21:58

เรื่องนี้ปรากฏมีมาในสมัยที่อาตมาอยู่กับ

22:02

ท่าน

22:05

วีดีทราบเรื่องราวต่างๆจากท่านเป็นเรื่อง

22:09

เกล็ดความรู้มากมาย

22:12

แต่ถ้าว่าจะมีใครจำได้หรือไม่หรือไม่จำก็

22:15

ไม่ทราบก็มีหลายคนเหมือนกัน

22:19

ที่อาตมาจำได้แล้วกลับไปพบกันแล้วก็ถาม

22:22

ว่าเรื่องที่หลวงพ่อปานพูดแต่จำได้มั้ย

22:28

มีเวลานี้ก็มีชีวิตอยู่ด้วยกันแล้วเวลา

22:31

นั้นก็รู้สึกว่าท่านทั้งหลายเหล่านั้น

22:34

เป็นผู้เด่นกว่าอาตมามามาก

22:38

เพราะว่า 1 ท่านบวชก่อน

22:42

2 ความรู้ทางปริยัติท่านก็มาก

22:46

3 ความเฉลียวฉลาดในการคล่องตัวก็มากมาย

22:52

แต่ถ้าว่าไปถามกาล

22:55

เล่าให้ฟังให้กลับไม่ได้

23:01

นี่แหละบรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลาย

23:03

เรื่องการเข้าใจการจดจำย่อมไม่เสมอกัน

23:08

อาตมาจะย้อนหลังลงไปเมื่อสมัยที่หลวงพ่อ

23:12

ปานอายุ 38 ปี

23:17

ถึงแม้ว่าหลวงพ่อปานจะเป็นผู้มีความดี

23:20

ประกอบไปด้วยความเมตตาปราณีแก่บรรดา

23:23

สรรพสัตว์ทั้งหลายอย่างยิ่งก็ตาม

23:29

ว่าเรื่องขึ้นชื่อว่ากฎของกรรมบรรดาท่าน

23:32

พุทธบริษัททั้งหลายไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้

23:38

วันหนึ่งหลวงพ่อปานไปที่วัดประตูสา

23:41

จังหวัดสุพรรณบุรี

23:44

วัดประตูสานี่อยู่ทางฝั่งตะวันตกของ

23:47

จังหวัดสุพรรณ

23:50

เป็นต้นทางที่จะเดินทางไปวัดป่าเลไรใน

23:53

สมัยนั้น

23:56

ท่านบอกว่าเวลาเข้าไปในห้องน้ำ

24:01

เสียทาสคนร้ายเบังฟันเอา

24:05

คำว่าบังฟันนี่เป็นวิชาพิเศษอันหนึ่งเป็น

24:08

วิทยาคม

24:11

เค้าฟันวัตถุแต่ถ้าว่าแผลมันปปปปปปปรากฏ

24:15

ในร่างกายของเราแต่ว่าด้านหนังภายนอกไม่

24:18

ปรากฏเป็นแผล

24:21

จัดว่าเป็นอันตรายหนักทั้งถูกที่อก

24:27

เมื่อถูกแล้วก็มีล้มลงไปมีอาการหนักมาก

24:32

แต่ว่าสติสัมปชัญญะของท่านอย่างสมบูรณ์

24:38

สมัยนั้นเรือยนต์กลไมมันก็ยังไม่ค่อยจะมี

24:41

บรรดาท่านพุทธบริษัท

24:45

ว่ากันถึงเรือยนต์รถยนต์ไม่ต้องพูดกันใน

24:48

ต่างจังหวัด

24:51

แล้วก็ชนบทแบบนั้นไม่ต้องหารถยนต์เพราะ

24:54

ว่าทางรถมันมีน้อยวิ่งในระยะสั้นๆ

25:00

แล้วก็เรือยนต์นสมานในสมัยนั้นก็หายาก

25:04

หลวงพ่อปานไปไหนก็ใช้เรือสัมปนีมีเก๋ง

25:09

ทาสีขาวทั้งลำมีคนเจ้าหัวเจ้าท้าย

25:14

คนจะเรือของท่านก็จะประเภทถึงก็ช่างไม่

25:18

ถึงก็ช่างไปแบบสบายๆ

25:24

แต่ว่าขณะนั้นหลวงพ่อปานมีอาการใกล้ปาง

25:28

ตายทุกคนก็พากันนำหลวงพ่อปานกลับวัด

25:34

เพราะว่าท่านขอร้องให้ทุกคนพาท่านกลับวัด

25:39

เมื่อเรือเคลื่อนมาจากจังหวัดสุพรรณบุรี

25:42

บรรดาท่านพุทธบริษัท

25:45

แม้จะรีบประการใดก็ดีถ้าจะถึงอำเภอ

25:49

บางปรม้าคือประตูน้ำบางหล

25:54

ก็ต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 6 ช่มงนี่อย่าง

25:57

รีบ

26:00

แล้วประตูน้ำสมัยนั้นกว่าจะเปิดให้แต่ละ

26:02

คราววันนึงก็เปิด 3 ครั้งเท่านั้น

26:06

ถ้ามาไม่ทันกับเวลาเ้าเปิดตามปกติ

26:10

เขาก็จะยังไม่เปิดให้ต้องจอดเรือคอยกัน

26:14

ก่อนอากาศก็แสนร้อน

26:17

อาการทางร่างกายของท่านถ้าเป็นเราก็

26:20

กระสับกระส่ายมากแต่ถ้าว่าหลวงพ่อปานท่าน

26:23

มีอาการปกตินอนเฉยคุมสติสัมปชัญญะได้ดี

26:28

มาก

26:30

เข้าใจว่าจะเอาอารมณ์ทรงไว้เป็นฌาน

26:36

เมื่อเรือผ่านประตูน้ำเจ้า 7 ออกมาแล้วก็

26:39

แจวกันมาใช้เวลาอีกประมาณ 4 ชมง

26:44

ถึงวัดบางซ้ายในปรากฏว่าอาการของท่านหนัก

26:47

มาก

26:50

ท่านจึงบอกให้คนเรือแวะเข้าไปที่วัดบาง

26:53

ซ้ายในเวลานั้นท่านสมภารญวงกำลังเป็นเจ้า

26:57

อาวาส

26:59

อายุเห็นจะเป็นรุ่นราวคราวเดียวกันจะแก่

27:02

กว่าก่อนกันก็ไม่มากนัก

27:09

ท่านขึ้นไปก็อาศัยสันดานน้ำนอนอยู่

27:13

อาการของท่านเพียบหนักคนทุกคนแจ้งบอกว่า

27:17

เวลานั้นหลวงพ่อปานสลบไป

27:23

ถ้าหากว่าตามความรู้สึกของอาตมาคิดว่าไม่

27:26

สลบ

27:28

คำว่าสลบนี่อาตมาไม่เข้าใจเหมือนกัน

27:33

แต่ว่าอาการที่เป็นแบบนั้นเหมือนกับตาย

27:35

เป็นการจิตที่เคลื่อนออกจากกายของท่าน

27:41

เวลาที่ท่านคุยให้ฟังก็มีสภาพแบบนั้น

27:44

บรรดาท่านพุทธบริษัท

27:49

ขณะที่ท่านคุยให้ฟังท่านก็บอกว่าฉันไม่

27:53

ได้สลบไอ้จิตวิญญาณมันออกจากร่าง

27:59

แลการที่จิตออกจากร่างมันก็เป็นกายเดิน

28:02

ออกไปบนอากาศ

28:05

เดินออกไปได้พักหนึ่งไกลแสงไกล

28:10

แต่ว่าขณะที่เดินไปในเวลานั้นเองเข้าไป

28:13

ระยะประมาณใกล้จะถึงจุดหมายปลายทาง

28:17

เห็นสภาพของอาคารลิบๆอยู่ข้างหน้าพราวๆ

28:22

ระยิบระยับมีความงามสง่าสวยสดงดงามมาก

28:29

ท่านก็ตั้งใจจะเข้าไปสู่ที่อาคารหลังนั้น

28:34

แต่มันยังไกลอยู่

28:37

เวลาการของสาวกขององค์สมเด็จพระบรมครูยัง

28:42

ไม่ถึงคาตบรรดาท่านพุทธบริษัท

28:46

ขณะนั้นก็ปรากฏว่ามีเสียงคนเหนือเรียกว่า

28:51

ท่านปานท่านปานหยุดก่อน

28:56

หลวงพ่อปานบอกว่าเวลานั้นจะได้หันหน้ามา

28:58

ดูเห็นองค์สมเด็จพระบรมครูยืนงามสง่า

29:05

มีรัศมีกายแผ่ซ่านออกมาทั้ง 6 ประการเรา

29:10

ก็เรียกกันว่าพระพุทธเจ้า

29:14

แล้วพระองค์กล่าวว่าคุณปานคุณยังไปไม่ได้

29:18

ภาระใหญ่ของคุณยังมีมากวัดวารามยังสร้าง

29:22

ไม่เสร็จ

29:27

แล้วจิตอื่นที่จะต้องทำยังมีอยู่จงกลับไป

29:30

ปฏิบัติงานให้เสร็จสิ้นซะก่อนจึงจะไปได้

29:35

สถานที่อันนี้ไซ้ไม่เป็นไรเธอมีโอกาสจะมา

29:39

อยู่ได้แน่นอน

29:42

พอสิ้นเสียงขององค์สมเด็จพระชินาวรก็

29:45

ปรากฏว่าจิตวิญญาณเข้าร่างพอดี

29:50

หลวงพ่อปานก็ลืมตาขึ้นทุกคนก็ดีใจ

29:55

เห็นขณะที่หลวงพ่อปานเล่าให้ฟังก็มีท่าน

29:59

ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเป็นคนอาวุโสนั่งอยู่

30:01

ใกล้ๆ

30:03

ท่านไปกับหลวงพ่อปานด้วยท่านบอกว่าเวลา

30:06

นั้นหลวงพ่อปานสลบไปประมาณ 6-7 ช่โมง

30:12

คนทุกคนปาก็ร้องไห้เสียดายหลวงพ่อปานว่า

30:16

เวลานี้หลวงพ่อปานมรณภาพไปแล้ว

30:20

ชื่อว่าเราเสียกำลังใจที่เป็นแก้วกล่าว

30:23

คือตู้พระธรรมที่สำคัญ

30:26

เพราะว่าบุคคลที่จะสงเคราะห์บทบรรดาประชา

30:30

ชนทั้งหลายและภิกษุสามเณรภายในสถานที่

30:33

ต่างๆ

30:36

ด้วยการสั่งสอนธรรมะก็ดีสร้างอาหารการ

30:39

ประเียนที่อาศัยให้เกิดให้แก่บรรดาภิกษุ

30:42

สงฆ์ทั้งหลายก็ดีที่ทำเป็นสาธารณประโยชน์

30:46

อย่างหลวงพ่อปานนี้ไม่มีเเสียใจกันมากอ่ะ

30:51

บรรดาท่านพุทธบริษัทพูดมาประมาณ 30 นาที

30:56

คอมันก็ไม่ดีขอพักเสียงสักหน่อยในขณะนี้

30:59

ก็ขอบรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลาย

31:03

โปรดฟังเพลงมอนต่อไปเพื่อเป็นการพักเสียง

31:07

อของอาตมาสักครู่นึงอ

31:32

คุยกันเรื่องหลวงพ่อปานมรณภาพหรือวัตถุ

31:35

อันตราย

31:38

ก็พอดีสิ่งของคนที่พูดมันก็จะมีสภาพแบบ

31:41

เดียวกัน

31:44

แล้วเวลานี้ก็มีอายุไล่เลี่ยกันกับอายุ

31:47

ของหลวงพ่อปานเมื่อเวลามรณภาพ

31:52

หลวงพ่อปานมีมรณภาพมีอายุ 64 ปี

31:59

เวลานี้อาตมาเองก็ใกล้เข้าไปเต็มทีแล้ว

32:02

บรรดาท่านพุทธบริษัท

32:06

มรณภัยเคลือบคราเล่นคลิกคลานเข้ามาเล่น

32:09

งานอยู่ตลอดกีฬา

32:12

โดยเฉพาะอย่างยิ่งปีพ.ศ. 2518

32:19

ปีนี้ต้องใช้น้ำเกลือ

32:22

เกินกว่า 20,000 ลิตรเอ้ย 2 20,000 ซีซ

32:28

เป็นอันว่าชีวิตที่จะอยู่ได้นี้ก็อยู่ได้

32:32

เพราะยาเท่านั้น

32:35

เมื่อมาพูดถึงเวลาการมรณภาพของปานวาระแรก

32:40

ก็มาคิดถึงตัวเอง

32:43

ว่าครูบาอาจารย์ซึ่งมีความดีมีพระคุณใหญ่

32:49

เวลานี้ท่านมรณภาพไปแล้วอาตมาเองก็กำลัง

32:53

จะตามไป

32:57

แต่ถ้าว่าไหนๆยังมีลมปราณอยู่ก็อย่าขอ

33:00

เทิดทูลคุณงามความดีของครู

33:04

ด้วยชีวิต

33:07

ทั้งนี้เพราะอะไรเพราะว่าคำสั่งถือว่า

33:10

เป็นคำสั่ง

33:13

คำสอนคำแนะนำก็จำไว้ได้ทุกอย่าง

33:18

สิ่งที่หลวงพ่อปานสั่งไว้ยังไงปฏิบัติทุก

33:21

อย่างตามนั้น

33:24

แลอาการเช่นใดที่หลวงพ่อปานพยากรณ์ไว้

33:27

บรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลาย

33:31

ไม่มีอะไรผิดพลาดเลย

33:35

จำมาได้ทุกอย่างและก็ตรงทุกอย่าง

33:40

ฉะนั้นหลวงพ่อปานซึ่งมีคุณความดีกับบรรดา

33:43

ไปชาประชาชนทั้งหลายไม่จำกัดชั้นวรรณะไม่

33:47

จำกัดหมู่บุคคล

33:50

ซึ่งเป็นความดีเหลือล้นที่อาตมาจะติดตาม

33:54

ได้

33:56

ยังเป็นพระที่ประสบกับเพราะกรรมร้ายคือ

33:59

ถูกบังฟัน

34:02

สำหรับอาตมานี้นั้นซึ่งมีบุญวาสนาบารมี

34:06

ไม่เทียบเคียงกับหลวงพ่อปานได้

34:10

ในเหตุร้ายทั้งหลายเหล่านี้จะไม่มีก็

34:13

อาตมานี่อาตมาคิดเสมอบรรดาท่านพุทธบริษัท

34:20

คิดเสมอว่าเหตุร้ายมันจะต้องมีแต่ก็ถือ

34:23

ว่าเป็นกฎของกรรม

34:26

เราสร้างความดีมาความดีก็สนองให้ได้ดี

34:32

ถ้าเราทำความชั่วมาความชั่วก็สนองให้

34:35

เดือดร้อน

34:38

และเวลานี้อาตมาเป็นคนใจด้านเสียแล้ว

34:42

บรรดาท่านพุทธบริษัทสัตว์

34:45

ขึ้นชื่อว่าทุกข์ภัยใดๆไม่มีความรู้สึก

34:50

ถือว่ามันเป็นกฎธรรมดา

34:54

เมื่อความเกิดมีขึ้นความแก่มันก็ตามมาโรค

34:58

ภัยไข้เจ็บมันก็ตามมาการขัดข้องในอารมณ์

35:02

มันก็ตามมาความพลัดพร่าจากของรักของชอบใจ

35:06

มันก็ตามมาแล้วก็ความตายในที่สุดมันก็ตาม

35:10

มาทีหลัง

35:14

การที่เราจะตักน้ำไปลดหัวต่อให้มาซึมเข้า

35:17

ไปข้างในย่อมเป็นไปไม่ได้ฉันใด

35:22

เราจะทำบุญทำกุศลประการใดก็ดีที่จะลบล้าง

35:26

ความชั่วเดิมของเรานี้มันก็เป็นไม่ได้

35:29

ฉะนั้น

35:31

ฉะนั้นถ้าหากว่ากรรมอันใดที่จะถูกการย่ำ

35:34

ยีด้วยเหตุใดก็ตามเกิดขึ้น

35:38

อาตมาก็นึกเสมอว่านั่นมันเป็นอกุศลกรรม

35:42

เดิมให้ผล

35:44

ที่เราเป็นคนไม่ดีสร้างความชั่วเขาไว้

35:50

เหตุไรมันจึงได้สนองคุณแบบนี้

35:55

ที่พูดมานี้ไม่ใช่หมายความถึงว่าใครเ้า

35:58

แกร่งแกล้งไม่ใช่อย่างนั้น

36:01

โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ต้องให้น้ำเกลือเกิน

36:03

กว่า 1000 ซีซีเี่มันก็ได้แก่การโรคภัย

36:06

ไข้เจ็บที่มันรบกวน

36:10

กรรมอันนี้อาตมาทราบว่าเป็นโทษของ

36:13

ปาณาธิบาต

36:16

ฉะนั้นขอบรรดาท่านพุทธบริษัทที่มีความ

36:19

เคารพในพระพุทธเจ้าและมีความไม่ประมาทใน

36:23

ชีวิต

36:25

จงอย่าคิดทำลายร้ายร่างกายสัตว์และบุคคล

36:31

กรรมที่เป็นอกุศลจะสนองผลให้รับความเดือด

36:34

ร้อนอย่างอาตมานะ

36:37

แลเวลานี้อาตมาปล่อยให้กายมันเดือดร้อน

36:40

เท่านั้นใจไม่ยอมด้วยแล้ว

36:44

เพราะใจมันด้านเสียเต็มที

36:47

จำว่าพุทโธธัมโมสังโฆที่หลวงพ่อปานผู้ทรง

36:52

ความดีสอนไว้

36:55

เวลาจำนี้ได้เวลานี้จำได้ขึ้นใจแล้วบรรดา

36:59

ท่านพุทธบริษัท

37:02

รู้ว่าคุณความดีขององค์สมเด็จผู้ทรง

37:05

สวัสดิโสภาคทำให้ใจสบาย

37:11

ต่อนี้ไปก็บรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลายมา

37:14

รับฟังเรื่องราวของหลวงพ่อปานต่อไป

37:20

ท่านคุยให้ฟังอาตมาไม่ทันท่านเวลานั้น

37:26

อาตมาก็จะขอรับรองว่าคำพูดก็ดีนจะเป็นตัว

37:31

หนังสือก็ตาม

37:34

ที่ผิดไปจากอาตมาพูดให้ฟังแล้วท่านจะกรม

37:38

สื่อสารเข้าออกคือท่านพลอากาศตรีหม่อม

37:41

ราชวงศ์เสริมสุขสวัสดิ์

37:45

เป็นผู้คัดลอกหรือคณะของท่านก็ตาม

37:49

อาตมาไม่ต้องการให้ใครมารับรองหนังสือของ

37:53

อาตมา

37:55

พออาตมาพูดเองก็ขอรับรองเอง

38:00

มีคนทั้งหลายก็ถามว่าเรื่องนี้ที่พูดไป

38:03

หลายๆเรื่องก็ตามมีใครรับรองบ้าง

38:08

ความจริงเรื่องประเภทนี้ไม่น่าจะไปควรใจ

38:12

ใคร

38:14

แล้วใครเขาจะมารู้ว่าเราพูดจริงพูดไม่

38:16

จริงแล้วพูดจริงพูดโกหก

38:20

จะไปเกณฑ์ให้ชาวบ้านเขามารับรองมันก็ไม่

38:23

เป็นผลดี

38:25

ในเมื่ออาตมายังมีชีวิตอยู่นี้อาตมารับ

38:28

รองผล

38:31

หากว่าบรรดาท่านพุทธศาสนิกชน

38:33

สงสสงสัยเรื่องอะไรมาถามได้ทุกเวลา

38:39

อีนี่ต้องวงเล็บสักนิดนึงเวลาที่รับแขก

38:44

เพราะเวลารับแขกก็หลังจากเที่ยงวันไปแล้ว

38:47

หรือ 13:00 น.ถึง 1400 น.

38:50

กิจการงานมันมากเหลือเกินบรรดาท่าน

38:53

พุทธบริษัท

38:55

ธุระการภายในธุระการภายนอกมันหนักเวลาใน

38:59

เพลเอาเวลาไว้ทำงาน

39:02

ตอนเย็นพักผ่อนร่างกายตอนค่ำสอนพระ

39:05

กรรมฐาน

39:08

บางวันเดินจะล้มหน้ามืด

39:13

ร่างกายเกือบจะทรงไม่ไหวแต่ว่าแข็งใจสอน

39:16

พระกรรมฐาน

39:18

และบางวันมันก็ลุกไม่ไหวเหมือนกันบรรดา

39:21

ท่านพุทธบริษัททุกท่านอย่างวันนี้เป็นต้น

39:26

ซึ่งตรงกับวันที่ 3 สิงหาคมพ.ศ. 2515

39:32

ตอนกลางวันพันตำรวจเอกวิเศษสมศักดิ์สืบ

39:36

สงวน

39:38

รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลตำรวจหรือท่านผู้

39:42

รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาล

39:44

ตำรวจ

39:47

ได้ให้น้ำเกลือแถว่ากลางคืนเขาก็เจริญ

39:51

กรรมฐานก็งูไม่ขึ้น

39:55

ต้องปล่อยให้บรรดาท่านพุทธบริษัททำกันไป

39:58

ตามลำพพัง

40:01

นี่แหละบรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลายขึ้น

40:04

ชื่อว่าขันธ์ 5 สภาวะมันเป็นอย่างนี้

40:08

หลวงพ่อปานท่านก็สอนไว้เสมอว่าเรื่องของ

40:11

ขันธ์ 5 นะลูกเอ๋ย

40:14

จงอย่าสนใจมันมากนักทั้งนี้เพราะอะไรก็

40:18

เพราะว่าขันธ์ 5 มันก็เป็นขันธ์ 5

40:23

ที่เรียกว่าขันธ์ 5 มันเป็นขันธ์ 5 ก็

40:25

เพราะว่าขันธ์ 5 ในเมื่อมันเกิดขึ้นมา

40:28

แล้วสิ่งที่มันนำมาด้วยก็คือความแก่

40:32

ความทรุดโทรมความป่วยไข้ไม่สบายความทุกข์

40:38

และอาการพลัดพร่าแก่ของรักของชอบใจประสบ

40:41

กับอารมณ์ที่ไม่พึงปรารถนาและไม่มีความ

40:45

ตายไปในที่สุด

40:49

ท่านสอนแบบนี้อาตมายังจำได้บอกว่าก่อนที่

40:53

จะภาวนากรรมฐานบทใดก็ตาม

40:56

ควรพิจารณาขันธ์ให้เห็นว่าเป็นอนิจจังคือ

41:00

ความไม่เที่ยงทุกขังเป็นทุกข์อนัตตามัน

41:03

สลายตน

41:06

ถ้าเราเกิดมาเป็นคนจงอย่าเมาในความเป็นคน

41:09

จงคิดว่าเราจะตายเป็นผีอยู่ตลอดเวลา

41:15

แล้วเรื่องความตายนี้ไม่ต้องมีใครมา

41:17

บันดาลให้เราตายเราก็ตายของเราเองได้ไม่

41:20

ต้องง้อใครความตาย

41:25

นี่แหละบรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลายเวลา

41:28

นี้อาตมาก็มีอายุการผ่านวัยเข้ามาใกล้กับ

41:32

อายุคนเข้าป่านแล้ว

41:35

อาตมาก็มีความทราบชัดอยู่เสมอว่าคงจะอยู่

41:39

กับบรรดาท่านพุทธบริษัทได้ไม่นานนัก

41:44

โดยเฉพาะอย่างยิ่งปีพ.ศ. 2518

41:48

นี่ก็เป็นเรื่องน่าหนักใจ

41:52

จึงได้เร่งรัฐทำการก่อสร้างวัดเป็นการ

41:55

ใหญ่จะใช้เสร็จภายใน 2 ปี

41:59

วัดที่จะสร้างขึ้นมานี้ก็เป็นการสร้าง

42:02

สนองคุณงามความดีของหลวงพ่อปานวัดบานโค

42:06

ซึ่งเป็นบรพาจารย์

42:10

เพราะไม่มีอะไรจะตอบสนองความคุณความดีของ

42:14

ท่านในวาระสุดท้าย

42:17

สิ่งที่หลวงพ่อปานรักที่สุดนั่นก็คือการ

42:20

เจริญสมถกรรมฐานวิปัสสนากรรมฐาน

42:25

อาตมาเองก็ทรงความดีประเภทนี้ได้อย่างงูๆ

42:30

ปลาๆ

42:32

แต่ว่าเป็นงูตายปลาตายไม่ใช่งูเป็นปลา

42:35

เป็น

42:37

มีความรู้อยู่บ้างไม่แค่หางอื่นก็พยายาม

42:41

สอนพุทธบริษัทตามที่ความรู้จะพึง

42:46

แล้วอาศัยบุญบารมีขององค์สมเด็จพระชินสรี

42:49

บรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นสำคัญ

42:55

จึงได้เต็มใจสอนกับพระบรรดาท่าน

42:57

พุทธบริษัททุกท่านที่มีความประสงค์

43:01

จิตจำนงก็มีอยู่เพียงว่ามีความรู้แค่ไหน

43:05

ก็สอนแค่นั้น

43:08

ไม่ทำตนเข้าไปวัดบุญบารมีขององค์สมเด็จ

43:11

พระทรงทันบรมศาสศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า

43:17

นี่พูดแบบนี้พูดอย่างที่หลวงพ่อปานท่าน

43:20

สอน

43:23

หลวงพ่อปานท่านสอนไว้บอกว่าจงตั้งใจคิด

43:27

ไว้เสมอว่าเรายังดีไม่เท่าพระพุทธเจ้า

43:33

และความดีของพุทธเจ้าเหนือเราหลายแสนล้าน

43:36

นักเรามีความดีไม่ได้หยดหนึ่งในหลายแสน

43:40

ล้านซึเป็นความดีของพระองค์

43:45

ความไม่ประมาทในชีวิตการเคารพในองค์

43:48

สมเด็จพระธรรมสามิตหลวงพ่อปานมีความเคารพ

43:51

มาก

43:54

ท่านเล่าให้ฟังต่อไปว่าหลังจากหายจากการ

43:57

โลกนั้นแล้วโดยอาศัยอาจารย์จาบในอำเภอ

44:00

บางบาล

44:04

มีความรู้ในเป็นแพทย์แผนโบราณมีวิชาอาคม

44:08

มาก

44:09

ได้มารักษาแผลภายในของท่านให้หายไป

44:15

คือว่าแผลที่อาสานั้นถ้าอาศัยรักษาได้ยอด

44:18

ไม้คือกิ่งไม้ 3 กิ่งเอาใบอ่อนๆมาต้มเข้า

44:22

แล้วก็เสก

44:24

หรือว่าเสกก่อนแล้วก็ต้ม

44:28

ฉันก็ไปเป็นหม้อเดี่ยวแผลภายในก็หาย

44:33

ท่านบอกว่านับตั้งแต่เวลานั้นเป็นต้นมา

44:36

ท่านก็ไม่มีความประมาทในชีวิต

44:40

คิดว่าลมความตายอยู่ที่ปลายจมูกว่าสิ้นลม

44:44

ปราณแล้วเมื่อไหรก็ตายเมื่อนั้น

44:48

เมื่อหายจากอาการไข้แล้วจึงได้เร่งรัดทำ

44:51

ความดีหนักขึ้นคือสงเคราะห์บรรดาประชาชน

44:55

ทั้งหลายด้วยการรักษาโรคบ้าง

44:59

มีใครเอดอยากที่ไหนก็นำอาหารการบริโภคไป

45:02

แจกโดยบอกบุญกับบรรดาท่านพุทธบริษัท

45:08

เเช่นที่จังหวัดสุพรรณบุรีเขตอำเภอ 3 ชุก

45:11

กับเขตอำเภอ

45:14

อะไรเดิมบาง 2 อำเภอ

45:18

ปีหนึ่งมีความอดอยากมากพระไม่มีกฐินจะรับ

45:22

หลวงพ่อปานไปทอดกฐิน 17 วัด

45:27

แล้วก็นำข้าวปลาแจกกับบรรดาท่าน

45:30

พุทธบริษัทมีข้าวไปเกือบ 3-40 เกวียนข้าว

45:34

สาร

45:36

ข้าวของท่านไม่มีแต่บอกบุญบรรดาท่าน

45:39

พุทธบริษัททุกท่านที่มีแล้วแบ่งกันไปตาม

45:42

สมควร

45:44

อาหารปลาจืดปลาทะเลน้ำเค็มน้ำจืดก็มีไป

45:48

มากเพราะบรรดาท่านพุทธบริษัท

45:52

ด้านเหนือขึ้นมาอยู่น้ำจืดก็นำเอาปลาน้ำ

45:55

จืดที่ตากแห้งเค็มแล้วมาถวาย

45:59

สำหรับลูกศิษย์ลูกหาภายในกรุงเทพฯมีแม่

46:02

ง้อแม่พ่วงแม่เล็กเป็นต้น

46:08

และก็หลายคนว่าหลายร้อยคนดีกว่านำของทะเล

46:12

ขึ้นมาถวายเป็นเครื่องกระป๋องก็มีเครื่อง

46:15

ปลาก็มีน้ำปลากะปิก็นำมา

46:19

แล้วแถมยังมีเสื้อผ้าอีกเป็นจำนวนมาก

46:23

เป็นการบรรเทาความทุกข์ของบรรดาท่าน

46:26

พุทธบริษัทที่รับความตกยากได้เป็นอย่างดี

46:32

และจริยาในการสงเคราะห์อย่างนี้บรรดาท่าน

46:35

พุทธบริษัทหลวงพ่อปานไม่ได้ยับยั้ง

46:40

หลังจากถูกบังฟันคนนั้นมาแล้วทำใหญ่ไม่

46:43

ใช่ทำเล็ก

46:46

ทำประเภทไม่อั้นการก่อสร้างคราว 3-4 วัด

46:51

พร้อมๆกัน

46:54

และสำหรับจริยาววัดนั้นก็สั่งสอนพระทุกๆ

46:58

เ่อ 15 วันคือวันกลางเดือนเอวันโกนของวัน

47:02

กลางเดือนกับวันโกนของวันสิ้นเดือน

47:08

หลวงพ่อปานจะต้องประชุมพระแนะนำวิธี

47:11

ปฏิบัติข้อวัดปฏิบัติตามพระธรรมวินัย

47:16

แล้วก็คุยเรื่องขำๆขันๆในการปฏิบัติของ

47:20

ท่านให้ได้รับทราบด้วยบรรดาพวกเราเหล่า

47:23

พุทธบริษัท

47:26

ที่เป็นบริษัทของท่านได้รับทราบปฏิปทาน

47:29

การปฏิบัติของท่านที่ทำมาก็ดี

47:33

และลีลาของอาจารย์ทั้งหลายก็ดีและอุปสรรค

47:37

ในการปฏิบัติพระกรรมฐานวิปัสสนากรรมฐานก็

47:40

ดีหรือวิธีที่จะปฏิบัติให้เข้าถึงจุดได้

47:45

ง่ายก็ดีประเภทนี้หลวงพ่อปานมีความฉลาด

47:48

มาก

47:52

มีตามในทัศนะของอาตมา

47:56

จึงจะเห็นได้ว่าพวกเราหลายองค์ด้วยกัน

48:01

เป็นคนมีนิสัยโลดผูนอยากจะเห็นผีเห็น

48:05

เทวดาเห็นนรกเห็นสวรรค์เห็นพรหมอย่างนี้

48:08

เป็นต้น

48:11

หลวงพ่อปานก็พยายามนำเรื่องทั้งหลายเหล่า

48:14

นี้มาคุยให้ฟังว่ามันมีจริง

48:20

แล้วก็พยายามแนะนำวิธีปฏิบัติในทางลัดๆ

48:24

ให้เข้าถึงได้ง่ายๆ

48:28

วิธีจะปฏิบัตินี้ก็ไม่มีอะไรบรรดาท่าน

48:31

พุทธบริษัทถ้าเราเป็นคนชนะใจแล้วมันก็ไม่

48:35

ยากเหมือนกัน

48:38

ทั้งนี้เพราะอะไรเพราะว่าเราที่ไม่สามารถ

48:42

จะเห็นผีเห็นเทวดาได้ก็เพราะอาศัยเราเป็น

48:46

คนแพ้ใจ

48:49

หรือว่าใจของเราเป็นผู้แพ้นิวรณ์นี่บรรดา

48:52

ท่านพุทธบริษัทมันจึงไม่เห็น

48:56

เมื่อนิวรณ์มันมีสภาพเหมือนโคลนสกปรกมาก

49:00

ใจมีสภาพเหมือนแก้วใส

49:04

เมื่อมีคนตมเข้าไปเปือด 8 เปื้อนเราก็ไม่

49:08

สามารถจะเอาแก้วใสมาทำแมวตาส่องเห็นทาง

49:11

ได้ฉั้นใด

49:14

อารมณ์ใจของเราก็เหมือนกันถ้าหากว่า

49:17

อารมณ์ใจของเรายังคบนิวรณ์ 5 ประการอย่าง

49:20

ใดอย่างหนึ่งอยู่เราก็ไม่สามารถจะติดตาม

49:23

คำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระบรมครูได้

49:29

มีความจริงมันเป็นอย่างนี้บรรดาท่าน

49:32

พุทธบริษัททั้งหลาย

49:36

นี่มันเรื่องของความจริง

49:39

หากว่าบรรดาท่านพุทธบริษัทชายหญิงชนะ

49:42

นิวรณ์ 5 ประการได้เมื่อไหร่เรื่องผี

49:45

เรื่องเทวดาเรื่องนรกสวรรค์

49:48

หรือพมโลกหรือว่าคำสั่งสอนขององค์สมเด็จ

49:51

พระทรงทันบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า

49:55

ไม่ใช่ของแปลกสำหรับบรรดาท่านพุทธบริษัท

50:01

หลวงพ่อปานท่านมีความฉลาดมักจะสอนแบบคุยๆ

50:06

ธรรมดาๆดา

50:09

ซึ่งบรรดาลูกศิษย์ลูกหาไม่มีเวลาเครียด

50:12

อาการเครียดไม่มีก็ตั้งใจรับฟังได้ด้วยดี

50:17

นี่จัดว่าเป็นความฉลาดของพระในสมัยนั้น

50:20

ที่เป็นคณาจารย์ใหญ่

50:24

โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลวงพ่อปานที่มีชื่อ

50:27

เสียงด่งดังมากมายองค์หนึ่งซึ่งอาตมาจะ

50:31

ไม่พูดว่าโด่งดังมากกว่าองค์อื่น

50:35

เวลานั้นพระคณาจารย์ที่มีความสมรรถภาพคือ

50:39

มี 3 ความสามารถดีมีชื่อเสียงเป็นที่

50:42

เคารพนับถือของประชาชนมีมากท่านด้วยกัน

50:48

ไม่ใช่มีแต่หลวงพ่อปานองค์เดียวแต่ท้าว่า

50:52

พระสมัยนั้นรู้สึกว่าท่านมีความดีเป็น

50:55

กรณีพิเศษ

50:59

ถึงแม้ว่าท่านจะดีเพียงใดก็ตามที

51:03

ท่านไม่เคยอวดดีหรือว่าเบ่งดี

51:08

มีแต่เพียงว่ามาเห็นใครเดีท่านก็พาลูก

51:11

ศิษย์ลูกหาไปหาให้เรียนต่อขอความรู้ที่

51:15

เป็นเกร็ความรู้

51:18

หรือว่าความรู้ที่เป็นหลักที่ท่านไม่

51:20

สามารถจะสอนให้เข้าถึงจุดละเอียดเป็นจุด

51:24

หมายปลายทางได้

51:27

ต่างคนต่างส่งลูกศิษย์ไปต่างคนต่างพาลูก

51:30

ศิษ 10 ไปสวนกันไปสวนกันมา

51:34

แต่ละองค์ก็ถือว่าตัวไม่ดีเท่าองค์นั้น

51:37

เป็นอันว่าเวลานั้นหาพระอวดดีไม่ได้มีแต่

51:41

พระอวดเลว

51:45

มีความไม่ประมาทในชีวิตของหลวงพ่อปาน

51:48

บรรดาท่านพุทธบริษัทที่ท่านทำทุกอย่าง

51:51

นั้นมันเป็นมหากุศล

51:54

ทำบุญไปส่วนสาธารณชนเอาข้าวสารไปแจกกับคน

51:59

จนเอาอาหารไปแจกเอาเสื้อผ้าไปแจกเนี่ยมัน

52:03

เป็นส่วนสาธารณะ

52:07

ถ้าเราจะเปรียบเทียบกับการให้ประเภทนี้

52:10

มันมีความดีคล้ายๆกับถวายสังฆทาน

52:15

ตแต่ว่าอย่าตีราคาให้เสมอเลยบรรดาท่าน

52:18

พุทธบริษัท

52:20

เพราะสังฆทานเป็นทานที่หมายเอาพระ

52:23

พุทธเจ้าเป็นประธานแล้วมีพระอริยสงฆ์เป็น

52:26

แนวรับ

52:29

มีการที่เราให้กับคนบางทีคนที่รับก็เป็น

52:34

คนที่มีศีลไม่บริสุทธิ์

52:37

อานิสงส์มันก็น้อยลงไปหน่อยแต่ถึงจะน้อย

52:40

ประการใดก็ตามทีบุญบารมีประเภทนี้สามารถ

52:44

จะส่งผลให้เราเข้าถึงอมตะมหาปรินิพพานได้

52:50

โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเราตายไปในชาติ

52:53

ปัจจุบัน

52:55

ทางที่เราจะพึงได้ก็คือสวรรค์ชั้น

52:58

ดาวดึงส์สเทวโลก

53:00

ตัวอย่างท่านอังกุลเทพบุตร

53:04

ให้ทานแก่คนภายนอกพระพุทธศาสนาเพราะว่า

53:08

เวลานั้นพระพุทธศาสนาไม่มี

53:13

ให้ทานอย่างนี้อยู่เป็นการนานปรากฏว่าตาย

53:17

จากความเป็นมนุษย์แล้วไปเกิดบนเป็นเทวดา

53:20

บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์สัตว์เทวโลก

53:25

แต่ว่าสภาพร่างกายผ่องใสไม่พอ

53:30

มีศักดาไม่เสมอกับเทวดาทั้งหลายแต่ทว่า

53:34

บรรดาท่านพุทธบริษัท

53:38

ขึ้นชื่อว่าเทวดาแล้วถึงแม้ว่าจะเป็น

53:41

เทวดาท้ายแถวก็ยังดีกับคนต้นแถว

53:46

เพราะไม่มีแก่ไม่มีหิวไม่มีกระหายไม่มี

53:49

ความร้อนไม่มีความหนาวไม่มีการป่วยไข้ไม่

53:52

สบาย

53:54

จะมีก็เพียงแต่ก็เกิดเป็นเทวดาแล้วก็ตาย

53:57

จากความเป็นเทวดาเท่านั้น

54:01

ฉะนั้นอาตมาจึงถือว่าถึงแม้ว่าการบำเพ็ญ

54:04

กุศลและขันธ์แก่บุคคลภายนอกพระพุทธศาสนา

54:10

หรือว่าคนอยู่ในเขตของพระพุทธศาสนาแต่ว่า

54:13

ไม่มีความเคารพในพระพุทธศาสนาอย่างจริง

54:16

จัง

54:19

อย่างนี้เราก็ถือว่าเป็นคนภายนอกพระ

54:22

พุทธศาสนานะ

54:26

การบำเพ็ญกุศลด้วยมีผลน้อยแต่ทว่าถ้าเรา

54:30

ทำบ่อยๆมันก็มากเหมือนกัน

54:34

ฉะนั้นการเกื้อกูลซึ่งกันและกันบรรดาท่าน

54:37

พุทธบริษัททุกท่านมันเป็นปัจจัยให้เกิด

54:40

ความสุขทั้งในชาติปัจจุบันและสัมปรภพ

54:45

คือในชาตินี้เราก็จะมีคนรักมากคนที่ให้

54:49

ย่อมเป็นที่รักของคนผู้รัก

54:53

ถ้าเรามีความคนรักมากเพียงใดเราก็สบายใจ

54:57

เพียงนั้น

54:59

ทางนี้เพราะอะไรเพราะว่าการจะไปทางไหนก็

55:02

มีแต่คนไหว้มีแต่คนเคารพนับถือมีแต่คนชอบ

55:06

คนรักอันตรายมันก็ไม่มี

55:11

การเดินทางไปจะตกรถตกเรือจะหิวตายไปใน

55:14

ระหว่างทางไม่มีสำหรับคนประเภทนี้

55:19

นี่แหละบรรดาท่านพุทธบริษัทถึงแม้ว่าความ

55:22

ดีประเภทนี้จะเป็นความดีเล็กๆ

55:26

จัดว่าเป็นบุญเด็กๆก็ควรจะรับฟังเข้าไว้

55:31

สำหรับบรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลายตอนนี้

55:34

พูดถึงเรื่องปรานยังไม่ได้เพราะมองดูเทป

55:38

ที่บันทึกมันใกล้จะหมดลงไปทันที

55:43

เกรงว่าถ้าพูดต่อไปแล้วเรื่องราวจะไม่ทัน

55:46

จะเข้าที่เทปหมด

55:49

ก็จะสร้างความรำคาญใจแก่บรรดาท่านพุทธ

55:52

บริษัท

55:54

ฉะนั้นนับตั้งแต่นี้ไปไปเดี๋ยวพักคอสัก

55:57

หน่อยจะได้กลับหน้าเทปในระหว่างที่กลับ

56:01

หน้าเทปนี่ก็ขอบรรดาท่านพุทธบริษัทฟัง

56:04

ดนตรีเพื่อเป็นการขั้นเวลาสักเล็กน้อยก็

56:07

แล้ว

57:07

57:29

61:39

Interactive Summary

วิดีโอนี้เป็นการปรารภเนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปีเกิดของหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค โดยลูกศิษย์ของท่านได้เล่าถึงจริยวัตรที่งดงาม การเคารพในพระธรรมวินัย และความเข้าใจผิดเกี่ยวกับภาพลักษณ์ของท่านที่ปรากฏในหนังสือประวัติ นอกจากนี้ยังถ่ายทอดเรื่องราวอัศจรรย์เมื่อครั้งหลวงพ่อปานถูกคุณไสย "บังฟัน" จนเกือบมรณภาพแต่ได้พบองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาตรัสให้กลับมาทำหน้าที่ต่อ รวมถึงคำสอนเรื่องขันธ์ 5 การพิจารณาความตาย และการบำเพ็ญสาธารณกุศลเพื่อสงเคราะห์ผู้อื่น

Suggested questions

5 ready-made prompts