ทางรอดเมื่อชีวิตวิกฤต! ธรรมะชนะกรรม หลวงพ่อปาน
893 segments
ท่านสาธุชนพุทธบริษัททั้งหลาย
เสียงเพลงที่บรรดาท่านพุทธบริษัทได้ฟัง
อยู่เวลานี้
เป็นเสียงสัญลักษณ์แห่งการมรณภาพ
ทั้งนี้ก็เพราะว่าเสียงเพลงประเภทนี้เป็น
เพลงไทย
แต่ว่าชาวไทยทั้งหลายเรียกกันว่าเพลงมอญ
บรรยากาศการเปิดเพลงประเภทนี้ขึ้นมามี
ความประสงค์อะไร
ตรงนี้บรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลายจะได้
ทราบชัด
ก็ทั้งการที่เปิดเพลงนี้ขึ้นมาก็เพราะว่า
ปีนี้เป็นปีพ.ศ. 2518
ตรงกับปีที่หลวงพ่อปานมรณภาพคือเกิดมา
แล้ว
ได้ 100 ปีพอดี
หรือที่เรียกกันว่าเป็นปีครบรอบ 100 ปี
เกิดหลวงพ่อปานวัดบานำโคอำเภอเสนาจังหวัด
พระนครศรีอยุธยา
ซึ่งเป็นคณาจารย์ชั้นพิเศษที่มีบุคคลทั้ง
ทั้งหลายมีความเข้าใจกันมากมายหลายประการ
สำหรับท่านทั้งหลายที่เกิดทันหลวงพ่อปาน
ก็มีความเข้าใจดี
ว่าหลวงพ่อปานนี้เป็นพระที่มีคติครบถ้วน
บริบูรณ์
ถือว่ามีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาจริงๆ
มิได้เคยคิดว่าการบวชนี้จะนำทรัพย์สินของ
บรรดาท่านพุทธบริษัท
จะไปตั้งเนื้อตั้งตัวไปสร้างความร่ำรวย
แก่ตัวเองหรือญาติมิตร
อาการเช่นนี้บรรดาคณะสิตยานุศิษหรือท่าน
ทั้งหลายที่มีความรู้จักหลวงพ่อปานเป็น
อันดีย่อมทราบชัด
ว่าหลวงพ่อปานเป็นสาวกขององค์สมเด็จผู้
ทรงสวัสดีโ
นี้บรรดาท่านพุทธบริษัท
เป็นการครบรอบ 100 ปีของท่าน
บรรดาคณะสิตยานุศิษ์ทั้งหลายต่างพากัน
บำเพ็ญกุศลบุญญราศี
เป็นการสนองความดีของครูบาอาจารย์
ตามความคิดเห็นของอาตมาก็คิดว่าปีนี้
ถ้ามีคณะศิษย์ของหลวงพ่อปานวัดวานโคอยู่
ที่ไหน
ที่นั่นก็ควรจะจัดการบำเพ็ญกุศลเป็นกรณี
พิเศษ
แต่ถ้าหากว่าบังเอิญท่านทั้งหลายที่อ้าง
ตัวว่าเป็นศิษย์ของพระปราน
และก็ไม่ได้บำเพ็ญกุศลบุญญราศีอันนี้
อาตมาก็สงสัย
เพราะว่าลูกศิษย์ของหลวงพ่อปานี่มีมากมาย
ด้วยกัน
มีทั้งลูกศิษย์ภายในและลูกศิษย์ภายนอก
แต่ว่าเรื่องการบำเพ็ญกุศลหรือไม่นั้นก็
ไม่ได้หมายความว่าคนที่ไม่ได้ทำบุญ
ไม่จัดการบำเพ็ญกุศลจะเป็นท่านที่ขาดความ
กตัญญูรู้คุณครูบาอาจารย์ก็หาเป็นเช่น
นั้นไม่
นี่แหละบรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลาย
วันนี้
ตรงกับวันที่ 6 สิงหาคม
พ.ศ. 2518
ถ้าจะถอยหลังไป 100 ปีก็เป็นวันก็เป็น
เดือนกรกฎาคมพ.ศ. 2418
ซึ่งเป็นเดือนเป็นวันละเดือนเกิดของหลวง
พ่อปานแต่วันที่เท่าไหร่อาตมาจำไม่ได้
ถึงแม้ว่าจำได้ก็คงไม่อยากจะจำ
ทั้งนี้เพราะอะไรก็เพราะว่า
เห็นว่าไม่มีความสำคัญนัก
ทางวัดบานโคก็ได้ทำประวัติหลวงพ่อปานเล่น
ใหญ่
ออกแจกแต่กับบรรดาท่านพุทธศาสนิกชนทั้ง
หลาย
มีราคาประมาณเล่มละ 150 บาทหรือยังไงก็
ไม่ทราบชัด
เป็นเล่มใหญ่มาก
แล้วถ้าว่าหนังสือเล่มนั้นบรรดาท่าน
พุทธบริษัททุกท่าน
อาตมาเห็นหน้าปกเข้าก็รู้สึกว่าเป็นของ
อัศจรรย์
ก็ปรากฏว่ามีภาพหลวงพ่อปานเอาไว้หนวดแล้ว
ก็หนวดขาว
ผมขาวเพราะเป็นภาพสีเห็นชัดเจน
แล้วก็ไหล่ลู่
มียันต์แขวนที่หน้าอก
พอมองเห็นเข้าแล้วก็ตกใจ
อาตมานี่ขาข่ายความรอบคอบไปมาก
เพราะในฐานะที่อยู่กับหลวงพ่อปานมาหลายปี
แล้วการอยู่ณที่นั้นกับหลวงพ่อปาน
ทำไมอาตมาจึงไม่เห็นหลวงพ่อปานมีหนวดหงอก
แล้วก็มีผมหงอก
หนวดยาประเภทนั้นถ้าเราจะกะประมาณการไว้
หนวดก็ต้องใช้เวลาถึง 3-4 เดือน
หนวดจริงจะยาวขนาดนั้น
แล้วในสมัยนั้นก็ปรากฏว่า
พระ 15 วันโกนผมครั้งหนึ่ง
ถ้าบังเอิญจะเป็นพระที่ขี้เกียจโกนหนวดก็
จะโกนพร้อมๆกับโกนผม
แล้วเมื่อพิจารณาไปแล้วผมยาวไม่สมควรกับ
หนวด
เป็นอันว่ากลายเป็นหลวงพ่อปานเล่นหนวดไป
แล้วมองไปที่มือบรรดาท่านพุทธบริษัท
ก็ปรากฏว่ามีเล็บยาว
หลวงพ่อปานเคยสอนบรรดาพุทธบริษัทแลบรรดา
ลูกศิษย์ลูกหาทั้งหลาย
ว่าให้มีความเคารพในพระธรรมวินัยที่องค์
สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า
ทรงแนะนำ
แล้วถ้าจะว่ากันไปแล้วอาตมาก็ขาดความรอบ
คอบไปมาก
ทั้งๆที่อยู่กับท่านมาหลายปีแต่ไม่เคย
เห็นภาพเช่นนี้เลยมันน่าอัศจรรย์
จะนาขอบคุณท่านที่สามารถนำภาพหลวงพ่อปาน
ที่อาตมาไม่เคยเห็นมันลงไว้เป็นอนุสรณ์
เป็นการกระตุ้นเตือนใจแสดงถึงความรู้สึก
หวังดีของบรรดาลูกศิษย์ลูกหาที่นำภาพนี้
มาใส่เข้าไว้
แต่ก็เป็นที่น่าสลดใจอยู่นิดนึงว่าหลวง
พ่อปานเป็นคณาจารย์ใหญ่ทำไมจึงไม่เคารพใน
พระธรรมวินัย
เอาเล็บไว้ยาวปล่อยหนวดยาวแต่ผมสั้นกว่า
หนวด
ถ้าใครจะมาบอกอาตมาบอกว่าหลวงพ่อป่านเป็น
พระครึ่มครึไม่ทันสมัย
แล้วไม่เคารพต่อพระธรรมวินัยอย่างนี้
อาตมาก็จะรู้สึก
ว่ามีความลำบากใจที่จะพูดว่าไม่เป็นเช่น
นั้น
เพราะนัดท่านได้อยู่ด้วยกันมาเรื่องพระ
ธรรมวินัยนี่หลวงพ่อปานเคารพมาก
เพราะมีความแน่ใจว่าเมื่อองค์สมเด็จพระ
ผู้มีพระภาคเจ้าทรงเสด็จดับขันเข้าสู่พระ
ปรินิพพานแล้ว
องค์สมเด็จพระประทีปแก้วเคยตรัสกับพระ
อานนท์
ว่าอานันทะดูก่อนอานนท์
เมื่อเราปรินิพพานอันเป็นแล้วพระ
ธรรมวินัยที่เราสอนเธอไว้จะเป็นศาสดาสอน
เธอ
ก็หมายถึงว่าพระธรรมวินัยนี้เป็นการแทน
องค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดานั่นเอง
แลก็ในเมื่อหลวงพ่อปานเป็นพระทรงฌาน
สมาบัติเป็นพระโพธิสัตว์เกร่งวาจาก่อนใน
ขณะที่บำเพ็ญกุศลแล้วต่อหน้าประชาชน
ว่าผลบุญในคราวนี้ที่ข้าพเจ้าบำเพ็ญกุศล
ขอให้เป็นปัจจัยข้าพเจ้าได้สำเร็จพระ
สัมมาสัมโพธิญาณ
เป็นพระพุทธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่งใน
อนาคตกาลนั้นเถิด
พระโพธิสัตว์
ที่บำเพ็ญกุศลแล้วเปล่งวาจาต่อหน้าประชา
ชนปรารถนาพระโพธิญาณ
นี่ตามที่ทราบกันมาก็หายความว่าท่านผู้
นั้นมีบารมีเป็นปรมัตถบบารมี
ใกล้จะบรรลุอภิเษกสัมมาสัมโพธิญาณ
แล้ว
ถ้านี้เป็นภาพของหลวงพ่อปานจริงก็เป็นที่
น่าสลดใจอย่างยิ่ง
ไม่ทราบว่าท่านไปถ่ายไว้ที่ไหน
แล้วก็อาตมาเองก็ไม่เคยพบท่านจะไปดูภาพ
ภายในจริยาต่างๆ
ซึ่งในหนังสือเล่มเดียวกันก็ไม่ปรากฏกด
ว่าหลวงพ่อปานมีโหนดเอาไว้โหนดเล็บยาวนี่
แหละบรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลาย
ที่เป็นเหตุให้อาตมาเกิดความเศร้าใจ
โดยคิดว่าเพราะเจตนาอันใดบรรดาคณะลูก
ศิษย์ทุกสำนัก
จึงได้นำภาพวันนี้มาเชิดโชว์ไว้ที่หน้าปก
ถ้าเราจะคิดว่าเป็นการเชิดชูความดีของครู
บาอาจารย์ก็เป็นของยาก
เพราะว่าการแสดงตนแบบนั้นเป็นการไม่เคารพ
ในองค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า
เรื่องนี้ขอยกไว้ดีกว่าบรรดาท่าน
พุทธบริษัท
ที่พูดมานี้ก็เพราะว่ามีคนมาถามกันหลายคน
ว่าสมัยที่อยู่กับหลวงพ่อปานเ่ะเคยเห็น
หลวงพ่อปานเอาไว้หนวดมย
อาตมาก็จะตอบได้แต่ถึงว่าในขณะที่อยู่
ด้วยไม่เคยเห็นหลวงพ่อปานเอาไว้หนวด
แลเวลาที่หลวงพ่อปานมรณภาพเป็นวันสุดท้าย
ของชีวิต
ก็ไม่ปรากฏว่าหลวงพ่อปาน
มีผมขาวมีหนวดขาวอย่างนั้น
ถ้าจะกล่าวถึงพระผมหงอกกันแล้วหลวงพ่อปาน
ก็คงจะหงอกไม่ถึง 1 ใน 100 ของ
เปอร์เซ็นต์ที่ผมมีอยู่
นี่ที่บรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลายเป็น
เหตุให้สงสัย
ว่าภาพนี้คงจะปรากฏขึ้นมาได้ด้วย
อิทธิฤทธิ์ของพระปาน
หรือมิฉะนั้นก็เป็นอิทธิฤทธิ์ของใครบุคคล
ใดบุคคลหนึ่ง
ที่สร้างสันดให้เกิดขึ้นแล้วก็ทำหนวดขาว
ผมขาวเป็นของไม่ตรงตามความเป็นจริง
แต่ถ้าว่าจะมีได้อีกสิ่งหนึ่งก็เพราะว่า
หลวงพ่อปานตายมาแล้วตั้ง 100 ปี
ไม่มีโอกาสจะโกนหนวดโกนผม
ไอ้หนวดมันก็เลยยาวแต่ผมสั้น
แล้วก็หนวดที่มีอายุตั้งนานตั้ง 100 ปีก็
เลยขาวผมก็ขาวไปด้วย
ถ้าจะว่าอย่างนั้นก็เป็นที่สงสัยอีกก็ว่า
หลวงพ่อปานมรณภาพไปแล้ว
ประมาณ 100 วันเสร็จๆเราก็เผากัน
ไม่ได้เก็บเอาซ่าศพของท่านไว้ถ้าหากจะบอก
ว่าหนวดมันงอกขึ้นมาแล้วมันแก่ลงไปมันก็
เป็นของอัศจรรย์
ข้อนี้อาตมามีความสงสัยมากถ้าหากว่าทาง
วัดบนโคมีโอกาส
จะแจ้งมาให้อาตมาทราบเพื่อจะแจ้งได้แจ้ง
แก่บรรดาท่านพุทธบริษัทว่าภาพนี้ได้มาจาก
ไหนก็จะเป็นการดี
แล้วต่อแต่นี้ไปก็มาพูดถึงความสัมพันธ์
ของอาตมากับหลวงพ่อปาน
ว่าทำไมอาตมาจึงมีความเคารพของหลวงพ่อปาน
มาก
จะไปที่ไหนก็ไม่เคยไปทิ้งครูบาอาจารย์
และการกระทำอะไรทุกอย่างก็ต้องใช้นามของ
พ่อปานติดไว้เสมอนี่แหละบรรดาท่าน
พุทธบริษัท
เป็นที่น่าสงสัย
แต่ว่าเรื่องนี้ยกไว้เสียก่อนเรามาพูดกัน
ถึงชีวิตความดีของหลวงพ่อปาน
ที่บรรดาคณะลูกศิษย์ลูกหาต้องพากันอะไรใน
ท่าน
คำว่าอะไรในที่นี้ก็คงจะไม่หมายถึงว่าการ
เศร้าโศกเสียใจ
ทั้งนี้เพราะอะไรเพราะว่าการเกิดแก่เจ็บ
ตายเป็นของธรรมดานี่หลวงพ่อปานสอนพวกเรา
มาตลอดเวลา
ให้รู้จักยอมรับนับถือกฎของธรรมดา
แต่ถ้าว่าบรรดาท่านพุทธบริษัท
การที่หลวงพ่อปรานตายไปในคราวนั้น
เหมือนกับชีวิตของเราจะผิดลงไปด้วยพร้อม
กับชีวิตของท่าน
ทั้งนี้เพราะอะไรก็เพราะว่าพวกเรากับพระ
อานนท์มีสภาพคล้ายคลึงกัน
พระอานนท์เป็นอุปัฏฐากขององค์สมเด็จพระ
ทรงทันบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า
พระพุทธเจ้าจะไปทางไหนพระพุทธพระอานนท์ก็
ติดตามพระองค์ไปด้วย
แต่ว่าในบางโอกาสองค์สมเด็จพระบรมโลกนาถ
ไม่ได้ไม่มีโอกาสที่จะให้พระอานนท์ติดตาม
เพราะจิตนั้นพระองค์จะต้องทำแต่พระองค์
เดียว
พระองค์ก็ทรงเสด็จไปแสดงพระธรรมเทศนาโปรด
พุทธบริษัท
ตามที่ตกอยู่ในข่ายพระยานของพระองค์
ขั้นเมื่อกลับมาแล้วพระพระองค์ก็ทรงแสดง
พระธรรมเทศนากันนั้นบอกให้พระอานนท์ฟัง
ว่าตถาคตไปในคราวนี้ไปโปรดใครที่ไหน
แล้วก็เทศน์ว่ายังไงเมีผลเป็นประการใด
ที่องค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดาทำดังนี้
ก็เพราะว่าพระอานนท์ได้ขอพรไว้
ในสมัยที่พระอานนท์จะเข้ามาเป็น
พุทธอุปทาน
ได้ขอให้องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าทรง
รับรองว่าถ้าไปเทศน์ที่ไหนถ้าพระอานนท์
ไม่ได้ฟัง
ก็ขอให้พระองค์ทรงโปรดมาเทศนาให้ทราบด้วย
เหตุผลอันนี้ก็เพราะว่าถ้าหากว่ามีใคร
เข้ามาถาม
ว่าพระพุทธเจ้าไปเทศน์กับใครที่ไหนว่ายัง
ไงถ้าเขาสงสัย
พระอานนท์จะได้บอกให้เขาฟัง
นี่ก็เป็นเหตุผลที่ดีประการหนึ่งเพราะว่า
พระอานนท์เป็นปัจฉาสนะพระเดินตามหลังคือ
ปฏิบัติพระพุทธเจ้าเรียกว่าพุทธปทาน
ก็จำที่จะต้องรู้ทุกสิ่งทุกอย่างองค์
สมเด็จพระผู้มีพระภาคจึงได้ทรง
มหากรุณาธิคุณ
สงเคราะห์พระอานนท์ตามที่ขอไว้
เรื่องพระอานนท์กับพระพุทธเจ้ามีสภาวะ
ฉั้นใด
คณะสิติยานุศิษของปานที่มีความเคารพในพระ
ธรรมวินัย
ที่อาตมาพูดแบบนี้ก็เพราะว่าพระที่บวช
เข้ามาในพระพุทธศาสนา
จะอยู่ในสำนักของพ่อปานก็ดีอยู่ในสำนัก
ของพระพุทธเจ้าก็ดี
ไม่ได้หมายความว่าท่านผู้นี้จะมีความ
เคารพในพระธรรมพระวินัยเสมอไป
มีจำนวนไม่น้อยที่ตั้งใจทำลายพระ
พุทธศาสนาทำลายครูบาอาจารย์
ก็คิดว่าตัวเองนั้นเป็นผู้ประเสริฐเป็น
ผู้วิเศษ
มีความดีเกินกว่าที่อาจารย์จะพึงให้
คนที่มีจิตใจประเภทนี้มีอยู่
ถึงแม้ว่าในเวลาที่องค์สมเด็จพระบรมครู
ทรงพระชนม์อยู่
คนที่อยู่ในสำนักขององค์สมเด็จพระบรมครู
ก็ไม่ใช่ว่าจะดีเสมอไป
ตัวอย่างเช่นพระเทวทัตที่บรรดาท่าน
พุทธบริษัททั้งหลายก็ทราบแล้ว
ความจริงก็เป็นญาติขององค์สมเด็จพระ
ประทีปแก้ว
มีฐานะเป็นที่คือเป็นลูกของลุง
แล้วก็เป็นพี่ของพระนามพิมพา
ในการที่เป็นพี่ของพระนางพิมพาก็เลยกลาย
เป็นพี่ภรรยาอีกชั้นหนึ่ง
แต่้าว่าพระเทวทัตมาบวชอยู่กับองค์สมเด็จ
พระทรงสวัสดิโสภาค
พระองค์ได้ทรงสั่งสอนพระเทวทัตให้ได้ฌาน
สมาบัติทรงอภิญญา
แล้วก็เทวโทรทัศก็กลับทำลายล้างองค์
สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
นี่เป็นเรื่องอัศจรรย์
กฎของธรรมดาความจริงมันมีอย่างนี้บรรดา
ท่านพุทธบริษัททุกท่าน
ฉะนั้นคณะสิตยานุสิท์ของหลวงพ่อปานนึกว่า
เขาจะสนใจในพระธรรมวินัยเสมอไป
ที่ไม่เอาไหนก็มามันก็เสียมีมากมายเหมือน
กัน
ที่ได้ยินเลยกว่าท่านพวกนั้นจะเข้าใจก็มี
มาก
ก็มีอุปมาเปรียบประดุจที่หนึ่งว่าสาวกของ
องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อพระ
องค์ทรงบำเพ็ญอยู่
สาวกขององค์สมเด็จพระบรมครูก็มีหลายแบบ
เช่นพระฉันนะไม่เอาไหนเหมือนกัน
ใครจะว่าอะไรก็ไม่ได้จะสอนอะไรก็ไม่ฟังทำ
ผิดทำถูกยังไงก็ช่างใครจะพูดว่ากล่าวเข้า
ชนะก็อ้างว่าท่านเป็นคนสนิทชิดเชื้อของ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
นี่แหละบรรดาท่านพุทธบริษัท
ความจริงของกฎธรรมดาเป็นอย่างนี้
มาเรื่องลูกศิษย์ของหลวงพ่อปานก็เหมือน
กัน
เห็นภาพหน้าปกหนังสือของหลวงพ่อว่าปาน
เข้าเป็นประวัติ 100 ปีของหลวงพ่อปานก็
รู้สึกสลบใจ
ว่าไม่ไม่ทราบว่าใครซึ่งมีความจงรักภักดี
หลวงพ่อปานเป็นพิเศษ
เอาภาพที่ขัดต่อพระธรรมวินพระวินัยของ
องค์สมเด็จพระบรมโลกเชษฐมาโชว์เขไว้
ถ้าจะพูดกันเป็นภาษาไทยๆก็เรียกว่าประจาร
ครูบาอาจารย์ของของตนเองอันนี้น่าสลดใจ
อย่างยิ่ง
ตอนนี้อาตมาก็จะขอตรัส
ถ้าหากว่าเรื่องนี้จะกลายเป็นหนังสือก็จะ
ขอตัดอันแต่ตอนปลายขึ้นปลายก่อน
แล้วก็ย้อนลงไปทางต้น
ด้วยว่าอาตมานี้เป็นคนอ่านหนังสือชอบอ่าน
หนังสือตอนจบก่อนอยากจะรู้เรื่อง
นี้ตอนนี้อาตมาก็จะขอพูดภาวะตอนปลายชีวิต
ของหลวงพ่อปาน
ว่าหลวงพ่อปานนี้เคยตายมาหรือว่าเกือบตาย
มาแล้ว 2 วาระ
วาระที่ 3 ถึงได้ตายจริงๆ
เรื่องนี้ปรากฏมีมาในสมัยที่อาตมาอยู่กับ
ท่าน
วีดีทราบเรื่องราวต่างๆจากท่านเป็นเรื่อง
เกล็ดความรู้มากมาย
แต่ถ้าว่าจะมีใครจำได้หรือไม่หรือไม่จำก็
ไม่ทราบก็มีหลายคนเหมือนกัน
ที่อาตมาจำได้แล้วกลับไปพบกันแล้วก็ถาม
ว่าเรื่องที่หลวงพ่อปานพูดแต่จำได้มั้ย
มีเวลานี้ก็มีชีวิตอยู่ด้วยกันแล้วเวลา
นั้นก็รู้สึกว่าท่านทั้งหลายเหล่านั้น
เป็นผู้เด่นกว่าอาตมามามาก
เพราะว่า 1 ท่านบวชก่อน
2 ความรู้ทางปริยัติท่านก็มาก
3 ความเฉลียวฉลาดในการคล่องตัวก็มากมาย
แต่ถ้าว่าไปถามกาล
เล่าให้ฟังให้กลับไม่ได้
นี่แหละบรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลาย
เรื่องการเข้าใจการจดจำย่อมไม่เสมอกัน
อาตมาจะย้อนหลังลงไปเมื่อสมัยที่หลวงพ่อ
ปานอายุ 38 ปี
ถึงแม้ว่าหลวงพ่อปานจะเป็นผู้มีความดี
ประกอบไปด้วยความเมตตาปราณีแก่บรรดา
สรรพสัตว์ทั้งหลายอย่างยิ่งก็ตาม
ว่าเรื่องขึ้นชื่อว่ากฎของกรรมบรรดาท่าน
พุทธบริษัททั้งหลายไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้
วันหนึ่งหลวงพ่อปานไปที่วัดประตูสา
จังหวัดสุพรรณบุรี
วัดประตูสานี่อยู่ทางฝั่งตะวันตกของ
จังหวัดสุพรรณ
เป็นต้นทางที่จะเดินทางไปวัดป่าเลไรใน
สมัยนั้น
ท่านบอกว่าเวลาเข้าไปในห้องน้ำ
เสียทาสคนร้ายเบังฟันเอา
คำว่าบังฟันนี่เป็นวิชาพิเศษอันหนึ่งเป็น
วิทยาคม
เค้าฟันวัตถุแต่ถ้าว่าแผลมันปปปปปปปรากฏ
ในร่างกายของเราแต่ว่าด้านหนังภายนอกไม่
ปรากฏเป็นแผล
จัดว่าเป็นอันตรายหนักทั้งถูกที่อก
เมื่อถูกแล้วก็มีล้มลงไปมีอาการหนักมาก
แต่ว่าสติสัมปชัญญะของท่านอย่างสมบูรณ์
สมัยนั้นเรือยนต์กลไมมันก็ยังไม่ค่อยจะมี
บรรดาท่านพุทธบริษัท
ว่ากันถึงเรือยนต์รถยนต์ไม่ต้องพูดกันใน
ต่างจังหวัด
แล้วก็ชนบทแบบนั้นไม่ต้องหารถยนต์เพราะ
ว่าทางรถมันมีน้อยวิ่งในระยะสั้นๆ
แล้วก็เรือยนต์นสมานในสมัยนั้นก็หายาก
หลวงพ่อปานไปไหนก็ใช้เรือสัมปนีมีเก๋ง
ทาสีขาวทั้งลำมีคนเจ้าหัวเจ้าท้าย
คนจะเรือของท่านก็จะประเภทถึงก็ช่างไม่
ถึงก็ช่างไปแบบสบายๆ
แต่ว่าขณะนั้นหลวงพ่อปานมีอาการใกล้ปาง
ตายทุกคนก็พากันนำหลวงพ่อปานกลับวัด
เพราะว่าท่านขอร้องให้ทุกคนพาท่านกลับวัด
เมื่อเรือเคลื่อนมาจากจังหวัดสุพรรณบุรี
บรรดาท่านพุทธบริษัท
แม้จะรีบประการใดก็ดีถ้าจะถึงอำเภอ
บางปรม้าคือประตูน้ำบางหล
ก็ต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 6 ช่มงนี่อย่าง
รีบ
แล้วประตูน้ำสมัยนั้นกว่าจะเปิดให้แต่ละ
คราววันนึงก็เปิด 3 ครั้งเท่านั้น
ถ้ามาไม่ทันกับเวลาเ้าเปิดตามปกติ
เขาก็จะยังไม่เปิดให้ต้องจอดเรือคอยกัน
ก่อนอากาศก็แสนร้อน
อาการทางร่างกายของท่านถ้าเป็นเราก็
กระสับกระส่ายมากแต่ถ้าว่าหลวงพ่อปานท่าน
มีอาการปกตินอนเฉยคุมสติสัมปชัญญะได้ดี
มาก
เข้าใจว่าจะเอาอารมณ์ทรงไว้เป็นฌาน
เมื่อเรือผ่านประตูน้ำเจ้า 7 ออกมาแล้วก็
แจวกันมาใช้เวลาอีกประมาณ 4 ชมง
ถึงวัดบางซ้ายในปรากฏว่าอาการของท่านหนัก
มาก
ท่านจึงบอกให้คนเรือแวะเข้าไปที่วัดบาง
ซ้ายในเวลานั้นท่านสมภารญวงกำลังเป็นเจ้า
อาวาส
อายุเห็นจะเป็นรุ่นราวคราวเดียวกันจะแก่
กว่าก่อนกันก็ไม่มากนัก
ท่านขึ้นไปก็อาศัยสันดานน้ำนอนอยู่
อาการของท่านเพียบหนักคนทุกคนแจ้งบอกว่า
เวลานั้นหลวงพ่อปานสลบไป
ถ้าหากว่าตามความรู้สึกของอาตมาคิดว่าไม่
สลบ
คำว่าสลบนี่อาตมาไม่เข้าใจเหมือนกัน
แต่ว่าอาการที่เป็นแบบนั้นเหมือนกับตาย
เป็นการจิตที่เคลื่อนออกจากกายของท่าน
เวลาที่ท่านคุยให้ฟังก็มีสภาพแบบนั้น
บรรดาท่านพุทธบริษัท
ขณะที่ท่านคุยให้ฟังท่านก็บอกว่าฉันไม่
ได้สลบไอ้จิตวิญญาณมันออกจากร่าง
แลการที่จิตออกจากร่างมันก็เป็นกายเดิน
ออกไปบนอากาศ
เดินออกไปได้พักหนึ่งไกลแสงไกล
แต่ว่าขณะที่เดินไปในเวลานั้นเองเข้าไป
ระยะประมาณใกล้จะถึงจุดหมายปลายทาง
เห็นสภาพของอาคารลิบๆอยู่ข้างหน้าพราวๆ
ระยิบระยับมีความงามสง่าสวยสดงดงามมาก
ท่านก็ตั้งใจจะเข้าไปสู่ที่อาคารหลังนั้น
แต่มันยังไกลอยู่
เวลาการของสาวกขององค์สมเด็จพระบรมครูยัง
ไม่ถึงคาตบรรดาท่านพุทธบริษัท
ขณะนั้นก็ปรากฏว่ามีเสียงคนเหนือเรียกว่า
ท่านปานท่านปานหยุดก่อน
หลวงพ่อปานบอกว่าเวลานั้นจะได้หันหน้ามา
ดูเห็นองค์สมเด็จพระบรมครูยืนงามสง่า
มีรัศมีกายแผ่ซ่านออกมาทั้ง 6 ประการเรา
ก็เรียกกันว่าพระพุทธเจ้า
แล้วพระองค์กล่าวว่าคุณปานคุณยังไปไม่ได้
ภาระใหญ่ของคุณยังมีมากวัดวารามยังสร้าง
ไม่เสร็จ
แล้วจิตอื่นที่จะต้องทำยังมีอยู่จงกลับไป
ปฏิบัติงานให้เสร็จสิ้นซะก่อนจึงจะไปได้
สถานที่อันนี้ไซ้ไม่เป็นไรเธอมีโอกาสจะมา
อยู่ได้แน่นอน
พอสิ้นเสียงขององค์สมเด็จพระชินาวรก็
ปรากฏว่าจิตวิญญาณเข้าร่างพอดี
หลวงพ่อปานก็ลืมตาขึ้นทุกคนก็ดีใจ
เห็นขณะที่หลวงพ่อปานเล่าให้ฟังก็มีท่าน
ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเป็นคนอาวุโสนั่งอยู่
ใกล้ๆ
ท่านไปกับหลวงพ่อปานด้วยท่านบอกว่าเวลา
นั้นหลวงพ่อปานสลบไปประมาณ 6-7 ช่โมง
คนทุกคนปาก็ร้องไห้เสียดายหลวงพ่อปานว่า
เวลานี้หลวงพ่อปานมรณภาพไปแล้ว
ชื่อว่าเราเสียกำลังใจที่เป็นแก้วกล่าว
คือตู้พระธรรมที่สำคัญ
เพราะว่าบุคคลที่จะสงเคราะห์บทบรรดาประชา
ชนทั้งหลายและภิกษุสามเณรภายในสถานที่
ต่างๆ
ด้วยการสั่งสอนธรรมะก็ดีสร้างอาหารการ
ประเียนที่อาศัยให้เกิดให้แก่บรรดาภิกษุ
สงฆ์ทั้งหลายก็ดีที่ทำเป็นสาธารณประโยชน์
อย่างหลวงพ่อปานนี้ไม่มีเเสียใจกันมากอ่ะ
บรรดาท่านพุทธบริษัทพูดมาประมาณ 30 นาที
คอมันก็ไม่ดีขอพักเสียงสักหน่อยในขณะนี้
ก็ขอบรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลาย
โปรดฟังเพลงมอนต่อไปเพื่อเป็นการพักเสียง
อของอาตมาสักครู่นึงอ
คุยกันเรื่องหลวงพ่อปานมรณภาพหรือวัตถุ
อันตราย
ก็พอดีสิ่งของคนที่พูดมันก็จะมีสภาพแบบ
เดียวกัน
แล้วเวลานี้ก็มีอายุไล่เลี่ยกันกับอายุ
ของหลวงพ่อปานเมื่อเวลามรณภาพ
หลวงพ่อปานมีมรณภาพมีอายุ 64 ปี
เวลานี้อาตมาเองก็ใกล้เข้าไปเต็มทีแล้ว
บรรดาท่านพุทธบริษัท
มรณภัยเคลือบคราเล่นคลิกคลานเข้ามาเล่น
งานอยู่ตลอดกีฬา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งปีพ.ศ. 2518
ปีนี้ต้องใช้น้ำเกลือ
เกินกว่า 20,000 ลิตรเอ้ย 2 20,000 ซีซ
เป็นอันว่าชีวิตที่จะอยู่ได้นี้ก็อยู่ได้
เพราะยาเท่านั้น
เมื่อมาพูดถึงเวลาการมรณภาพของปานวาระแรก
ก็มาคิดถึงตัวเอง
ว่าครูบาอาจารย์ซึ่งมีความดีมีพระคุณใหญ่
เวลานี้ท่านมรณภาพไปแล้วอาตมาเองก็กำลัง
จะตามไป
แต่ถ้าว่าไหนๆยังมีลมปราณอยู่ก็อย่าขอ
เทิดทูลคุณงามความดีของครู
ด้วยชีวิต
ทั้งนี้เพราะอะไรเพราะว่าคำสั่งถือว่า
เป็นคำสั่ง
คำสอนคำแนะนำก็จำไว้ได้ทุกอย่าง
สิ่งที่หลวงพ่อปานสั่งไว้ยังไงปฏิบัติทุก
อย่างตามนั้น
แลอาการเช่นใดที่หลวงพ่อปานพยากรณ์ไว้
บรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลาย
ไม่มีอะไรผิดพลาดเลย
จำมาได้ทุกอย่างและก็ตรงทุกอย่าง
ฉะนั้นหลวงพ่อปานซึ่งมีคุณความดีกับบรรดา
ไปชาประชาชนทั้งหลายไม่จำกัดชั้นวรรณะไม่
จำกัดหมู่บุคคล
ซึ่งเป็นความดีเหลือล้นที่อาตมาจะติดตาม
ได้
ยังเป็นพระที่ประสบกับเพราะกรรมร้ายคือ
ถูกบังฟัน
สำหรับอาตมานี้นั้นซึ่งมีบุญวาสนาบารมี
ไม่เทียบเคียงกับหลวงพ่อปานได้
ในเหตุร้ายทั้งหลายเหล่านี้จะไม่มีก็
อาตมานี่อาตมาคิดเสมอบรรดาท่านพุทธบริษัท
คิดเสมอว่าเหตุร้ายมันจะต้องมีแต่ก็ถือ
ว่าเป็นกฎของกรรม
เราสร้างความดีมาความดีก็สนองให้ได้ดี
ถ้าเราทำความชั่วมาความชั่วก็สนองให้
เดือดร้อน
และเวลานี้อาตมาเป็นคนใจด้านเสียแล้ว
บรรดาท่านพุทธบริษัทสัตว์
ขึ้นชื่อว่าทุกข์ภัยใดๆไม่มีความรู้สึก
ถือว่ามันเป็นกฎธรรมดา
เมื่อความเกิดมีขึ้นความแก่มันก็ตามมาโรค
ภัยไข้เจ็บมันก็ตามมาการขัดข้องในอารมณ์
มันก็ตามมาความพลัดพร่าจากของรักของชอบใจ
มันก็ตามมาแล้วก็ความตายในที่สุดมันก็ตาม
มาทีหลัง
การที่เราจะตักน้ำไปลดหัวต่อให้มาซึมเข้า
ไปข้างในย่อมเป็นไปไม่ได้ฉันใด
เราจะทำบุญทำกุศลประการใดก็ดีที่จะลบล้าง
ความชั่วเดิมของเรานี้มันก็เป็นไม่ได้
ฉะนั้น
ฉะนั้นถ้าหากว่ากรรมอันใดที่จะถูกการย่ำ
ยีด้วยเหตุใดก็ตามเกิดขึ้น
อาตมาก็นึกเสมอว่านั่นมันเป็นอกุศลกรรม
เดิมให้ผล
ที่เราเป็นคนไม่ดีสร้างความชั่วเขาไว้
เหตุไรมันจึงได้สนองคุณแบบนี้
ที่พูดมานี้ไม่ใช่หมายความถึงว่าใครเ้า
แกร่งแกล้งไม่ใช่อย่างนั้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ต้องให้น้ำเกลือเกิน
กว่า 1000 ซีซีเี่มันก็ได้แก่การโรคภัย
ไข้เจ็บที่มันรบกวน
กรรมอันนี้อาตมาทราบว่าเป็นโทษของ
ปาณาธิบาต
ฉะนั้นขอบรรดาท่านพุทธบริษัทที่มีความ
เคารพในพระพุทธเจ้าและมีความไม่ประมาทใน
ชีวิต
จงอย่าคิดทำลายร้ายร่างกายสัตว์และบุคคล
กรรมที่เป็นอกุศลจะสนองผลให้รับความเดือด
ร้อนอย่างอาตมานะ
แลเวลานี้อาตมาปล่อยให้กายมันเดือดร้อน
เท่านั้นใจไม่ยอมด้วยแล้ว
เพราะใจมันด้านเสียเต็มที
จำว่าพุทโธธัมโมสังโฆที่หลวงพ่อปานผู้ทรง
ความดีสอนไว้
เวลาจำนี้ได้เวลานี้จำได้ขึ้นใจแล้วบรรดา
ท่านพุทธบริษัท
รู้ว่าคุณความดีขององค์สมเด็จผู้ทรง
สวัสดิโสภาคทำให้ใจสบาย
ต่อนี้ไปก็บรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลายมา
รับฟังเรื่องราวของหลวงพ่อปานต่อไป
ท่านคุยให้ฟังอาตมาไม่ทันท่านเวลานั้น
อาตมาก็จะขอรับรองว่าคำพูดก็ดีนจะเป็นตัว
หนังสือก็ตาม
ที่ผิดไปจากอาตมาพูดให้ฟังแล้วท่านจะกรม
สื่อสารเข้าออกคือท่านพลอากาศตรีหม่อม
ราชวงศ์เสริมสุขสวัสดิ์
เป็นผู้คัดลอกหรือคณะของท่านก็ตาม
อาตมาไม่ต้องการให้ใครมารับรองหนังสือของ
อาตมา
พออาตมาพูดเองก็ขอรับรองเอง
มีคนทั้งหลายก็ถามว่าเรื่องนี้ที่พูดไป
หลายๆเรื่องก็ตามมีใครรับรองบ้าง
ความจริงเรื่องประเภทนี้ไม่น่าจะไปควรใจ
ใคร
แล้วใครเขาจะมารู้ว่าเราพูดจริงพูดไม่
จริงแล้วพูดจริงพูดโกหก
จะไปเกณฑ์ให้ชาวบ้านเขามารับรองมันก็ไม่
เป็นผลดี
ในเมื่ออาตมายังมีชีวิตอยู่นี้อาตมารับ
รองผล
หากว่าบรรดาท่านพุทธศาสนิกชน
สงสสงสัยเรื่องอะไรมาถามได้ทุกเวลา
อีนี่ต้องวงเล็บสักนิดนึงเวลาที่รับแขก
เพราะเวลารับแขกก็หลังจากเที่ยงวันไปแล้ว
หรือ 13:00 น.ถึง 1400 น.
กิจการงานมันมากเหลือเกินบรรดาท่าน
พุทธบริษัท
ธุระการภายในธุระการภายนอกมันหนักเวลาใน
เพลเอาเวลาไว้ทำงาน
ตอนเย็นพักผ่อนร่างกายตอนค่ำสอนพระ
กรรมฐาน
บางวันเดินจะล้มหน้ามืด
ร่างกายเกือบจะทรงไม่ไหวแต่ว่าแข็งใจสอน
พระกรรมฐาน
และบางวันมันก็ลุกไม่ไหวเหมือนกันบรรดา
ท่านพุทธบริษัททุกท่านอย่างวันนี้เป็นต้น
ซึ่งตรงกับวันที่ 3 สิงหาคมพ.ศ. 2515
ตอนกลางวันพันตำรวจเอกวิเศษสมศักดิ์สืบ
สงวน
รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลตำรวจหรือท่านผู้
รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาล
ตำรวจ
ได้ให้น้ำเกลือแถว่ากลางคืนเขาก็เจริญ
กรรมฐานก็งูไม่ขึ้น
ต้องปล่อยให้บรรดาท่านพุทธบริษัททำกันไป
ตามลำพพัง
นี่แหละบรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลายขึ้น
ชื่อว่าขันธ์ 5 สภาวะมันเป็นอย่างนี้
หลวงพ่อปานท่านก็สอนไว้เสมอว่าเรื่องของ
ขันธ์ 5 นะลูกเอ๋ย
จงอย่าสนใจมันมากนักทั้งนี้เพราะอะไรก็
เพราะว่าขันธ์ 5 มันก็เป็นขันธ์ 5
ที่เรียกว่าขันธ์ 5 มันเป็นขันธ์ 5 ก็
เพราะว่าขันธ์ 5 ในเมื่อมันเกิดขึ้นมา
แล้วสิ่งที่มันนำมาด้วยก็คือความแก่
ความทรุดโทรมความป่วยไข้ไม่สบายความทุกข์
และอาการพลัดพร่าแก่ของรักของชอบใจประสบ
กับอารมณ์ที่ไม่พึงปรารถนาและไม่มีความ
ตายไปในที่สุด
ท่านสอนแบบนี้อาตมายังจำได้บอกว่าก่อนที่
จะภาวนากรรมฐานบทใดก็ตาม
ควรพิจารณาขันธ์ให้เห็นว่าเป็นอนิจจังคือ
ความไม่เที่ยงทุกขังเป็นทุกข์อนัตตามัน
สลายตน
ถ้าเราเกิดมาเป็นคนจงอย่าเมาในความเป็นคน
จงคิดว่าเราจะตายเป็นผีอยู่ตลอดเวลา
แล้วเรื่องความตายนี้ไม่ต้องมีใครมา
บันดาลให้เราตายเราก็ตายของเราเองได้ไม่
ต้องง้อใครความตาย
นี่แหละบรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลายเวลา
นี้อาตมาก็มีอายุการผ่านวัยเข้ามาใกล้กับ
อายุคนเข้าป่านแล้ว
อาตมาก็มีความทราบชัดอยู่เสมอว่าคงจะอยู่
กับบรรดาท่านพุทธบริษัทได้ไม่นานนัก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งปีพ.ศ. 2518
นี่ก็เป็นเรื่องน่าหนักใจ
จึงได้เร่งรัฐทำการก่อสร้างวัดเป็นการ
ใหญ่จะใช้เสร็จภายใน 2 ปี
วัดที่จะสร้างขึ้นมานี้ก็เป็นการสร้าง
สนองคุณงามความดีของหลวงพ่อปานวัดบานโค
ซึ่งเป็นบรพาจารย์
เพราะไม่มีอะไรจะตอบสนองความคุณความดีของ
ท่านในวาระสุดท้าย
สิ่งที่หลวงพ่อปานรักที่สุดนั่นก็คือการ
เจริญสมถกรรมฐานวิปัสสนากรรมฐาน
อาตมาเองก็ทรงความดีประเภทนี้ได้อย่างงูๆ
ปลาๆ
แต่ว่าเป็นงูตายปลาตายไม่ใช่งูเป็นปลา
เป็น
มีความรู้อยู่บ้างไม่แค่หางอื่นก็พยายาม
สอนพุทธบริษัทตามที่ความรู้จะพึง
แล้วอาศัยบุญบารมีขององค์สมเด็จพระชินสรี
บรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นสำคัญ
จึงได้เต็มใจสอนกับพระบรรดาท่าน
พุทธบริษัททุกท่านที่มีความประสงค์
จิตจำนงก็มีอยู่เพียงว่ามีความรู้แค่ไหน
ก็สอนแค่นั้น
ไม่ทำตนเข้าไปวัดบุญบารมีขององค์สมเด็จ
พระทรงทันบรมศาสศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า
นี่พูดแบบนี้พูดอย่างที่หลวงพ่อปานท่าน
สอน
หลวงพ่อปานท่านสอนไว้บอกว่าจงตั้งใจคิด
ไว้เสมอว่าเรายังดีไม่เท่าพระพุทธเจ้า
และความดีของพุทธเจ้าเหนือเราหลายแสนล้าน
นักเรามีความดีไม่ได้หยดหนึ่งในหลายแสน
ล้านซึเป็นความดีของพระองค์
ความไม่ประมาทในชีวิตการเคารพในองค์
สมเด็จพระธรรมสามิตหลวงพ่อปานมีความเคารพ
มาก
ท่านเล่าให้ฟังต่อไปว่าหลังจากหายจากการ
โลกนั้นแล้วโดยอาศัยอาจารย์จาบในอำเภอ
บางบาล
มีความรู้ในเป็นแพทย์แผนโบราณมีวิชาอาคม
มาก
ได้มารักษาแผลภายในของท่านให้หายไป
คือว่าแผลที่อาสานั้นถ้าอาศัยรักษาได้ยอด
ไม้คือกิ่งไม้ 3 กิ่งเอาใบอ่อนๆมาต้มเข้า
แล้วก็เสก
หรือว่าเสกก่อนแล้วก็ต้ม
ฉันก็ไปเป็นหม้อเดี่ยวแผลภายในก็หาย
ท่านบอกว่านับตั้งแต่เวลานั้นเป็นต้นมา
ท่านก็ไม่มีความประมาทในชีวิต
คิดว่าลมความตายอยู่ที่ปลายจมูกว่าสิ้นลม
ปราณแล้วเมื่อไหรก็ตายเมื่อนั้น
เมื่อหายจากอาการไข้แล้วจึงได้เร่งรัดทำ
ความดีหนักขึ้นคือสงเคราะห์บรรดาประชาชน
ทั้งหลายด้วยการรักษาโรคบ้าง
มีใครเอดอยากที่ไหนก็นำอาหารการบริโภคไป
แจกโดยบอกบุญกับบรรดาท่านพุทธบริษัท
เเช่นที่จังหวัดสุพรรณบุรีเขตอำเภอ 3 ชุก
กับเขตอำเภอ
อะไรเดิมบาง 2 อำเภอ
ปีหนึ่งมีความอดอยากมากพระไม่มีกฐินจะรับ
หลวงพ่อปานไปทอดกฐิน 17 วัด
แล้วก็นำข้าวปลาแจกกับบรรดาท่าน
พุทธบริษัทมีข้าวไปเกือบ 3-40 เกวียนข้าว
สาร
ข้าวของท่านไม่มีแต่บอกบุญบรรดาท่าน
พุทธบริษัททุกท่านที่มีแล้วแบ่งกันไปตาม
สมควร
อาหารปลาจืดปลาทะเลน้ำเค็มน้ำจืดก็มีไป
มากเพราะบรรดาท่านพุทธบริษัท
ด้านเหนือขึ้นมาอยู่น้ำจืดก็นำเอาปลาน้ำ
จืดที่ตากแห้งเค็มแล้วมาถวาย
สำหรับลูกศิษย์ลูกหาภายในกรุงเทพฯมีแม่
ง้อแม่พ่วงแม่เล็กเป็นต้น
และก็หลายคนว่าหลายร้อยคนดีกว่านำของทะเล
ขึ้นมาถวายเป็นเครื่องกระป๋องก็มีเครื่อง
ปลาก็มีน้ำปลากะปิก็นำมา
แล้วแถมยังมีเสื้อผ้าอีกเป็นจำนวนมาก
เป็นการบรรเทาความทุกข์ของบรรดาท่าน
พุทธบริษัทที่รับความตกยากได้เป็นอย่างดี
และจริยาในการสงเคราะห์อย่างนี้บรรดาท่าน
พุทธบริษัทหลวงพ่อปานไม่ได้ยับยั้ง
หลังจากถูกบังฟันคนนั้นมาแล้วทำใหญ่ไม่
ใช่ทำเล็ก
ทำประเภทไม่อั้นการก่อสร้างคราว 3-4 วัด
พร้อมๆกัน
และสำหรับจริยาววัดนั้นก็สั่งสอนพระทุกๆ
เ่อ 15 วันคือวันกลางเดือนเอวันโกนของวัน
กลางเดือนกับวันโกนของวันสิ้นเดือน
หลวงพ่อปานจะต้องประชุมพระแนะนำวิธี
ปฏิบัติข้อวัดปฏิบัติตามพระธรรมวินัย
แล้วก็คุยเรื่องขำๆขันๆในการปฏิบัติของ
ท่านให้ได้รับทราบด้วยบรรดาพวกเราเหล่า
พุทธบริษัท
ที่เป็นบริษัทของท่านได้รับทราบปฏิปทาน
การปฏิบัติของท่านที่ทำมาก็ดี
และลีลาของอาจารย์ทั้งหลายก็ดีและอุปสรรค
ในการปฏิบัติพระกรรมฐานวิปัสสนากรรมฐานก็
ดีหรือวิธีที่จะปฏิบัติให้เข้าถึงจุดได้
ง่ายก็ดีประเภทนี้หลวงพ่อปานมีความฉลาด
มาก
มีตามในทัศนะของอาตมา
จึงจะเห็นได้ว่าพวกเราหลายองค์ด้วยกัน
เป็นคนมีนิสัยโลดผูนอยากจะเห็นผีเห็น
เทวดาเห็นนรกเห็นสวรรค์เห็นพรหมอย่างนี้
เป็นต้น
หลวงพ่อปานก็พยายามนำเรื่องทั้งหลายเหล่า
นี้มาคุยให้ฟังว่ามันมีจริง
แล้วก็พยายามแนะนำวิธีปฏิบัติในทางลัดๆ
ให้เข้าถึงได้ง่ายๆ
วิธีจะปฏิบัตินี้ก็ไม่มีอะไรบรรดาท่าน
พุทธบริษัทถ้าเราเป็นคนชนะใจแล้วมันก็ไม่
ยากเหมือนกัน
ทั้งนี้เพราะอะไรเพราะว่าเราที่ไม่สามารถ
จะเห็นผีเห็นเทวดาได้ก็เพราะอาศัยเราเป็น
คนแพ้ใจ
หรือว่าใจของเราเป็นผู้แพ้นิวรณ์นี่บรรดา
ท่านพุทธบริษัทมันจึงไม่เห็น
เมื่อนิวรณ์มันมีสภาพเหมือนโคลนสกปรกมาก
ใจมีสภาพเหมือนแก้วใส
เมื่อมีคนตมเข้าไปเปือด 8 เปื้อนเราก็ไม่
สามารถจะเอาแก้วใสมาทำแมวตาส่องเห็นทาง
ได้ฉั้นใด
อารมณ์ใจของเราก็เหมือนกันถ้าหากว่า
อารมณ์ใจของเรายังคบนิวรณ์ 5 ประการอย่าง
ใดอย่างหนึ่งอยู่เราก็ไม่สามารถจะติดตาม
คำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระบรมครูได้
มีความจริงมันเป็นอย่างนี้บรรดาท่าน
พุทธบริษัททั้งหลาย
นี่มันเรื่องของความจริง
หากว่าบรรดาท่านพุทธบริษัทชายหญิงชนะ
นิวรณ์ 5 ประการได้เมื่อไหร่เรื่องผี
เรื่องเทวดาเรื่องนรกสวรรค์
หรือพมโลกหรือว่าคำสั่งสอนขององค์สมเด็จ
พระทรงทันบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า
ไม่ใช่ของแปลกสำหรับบรรดาท่านพุทธบริษัท
หลวงพ่อปานท่านมีความฉลาดมักจะสอนแบบคุยๆ
ธรรมดาๆดา
ซึ่งบรรดาลูกศิษย์ลูกหาไม่มีเวลาเครียด
อาการเครียดไม่มีก็ตั้งใจรับฟังได้ด้วยดี
นี่จัดว่าเป็นความฉลาดของพระในสมัยนั้น
ที่เป็นคณาจารย์ใหญ่
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลวงพ่อปานที่มีชื่อ
เสียงด่งดังมากมายองค์หนึ่งซึ่งอาตมาจะ
ไม่พูดว่าโด่งดังมากกว่าองค์อื่น
เวลานั้นพระคณาจารย์ที่มีความสมรรถภาพคือ
มี 3 ความสามารถดีมีชื่อเสียงเป็นที่
เคารพนับถือของประชาชนมีมากท่านด้วยกัน
ไม่ใช่มีแต่หลวงพ่อปานองค์เดียวแต่ท้าว่า
พระสมัยนั้นรู้สึกว่าท่านมีความดีเป็น
กรณีพิเศษ
ถึงแม้ว่าท่านจะดีเพียงใดก็ตามที
ท่านไม่เคยอวดดีหรือว่าเบ่งดี
มีแต่เพียงว่ามาเห็นใครเดีท่านก็พาลูก
ศิษย์ลูกหาไปหาให้เรียนต่อขอความรู้ที่
เป็นเกร็ความรู้
หรือว่าความรู้ที่เป็นหลักที่ท่านไม่
สามารถจะสอนให้เข้าถึงจุดละเอียดเป็นจุด
หมายปลายทางได้
ต่างคนต่างส่งลูกศิษย์ไปต่างคนต่างพาลูก
ศิษ 10 ไปสวนกันไปสวนกันมา
แต่ละองค์ก็ถือว่าตัวไม่ดีเท่าองค์นั้น
เป็นอันว่าเวลานั้นหาพระอวดดีไม่ได้มีแต่
พระอวดเลว
มีความไม่ประมาทในชีวิตของหลวงพ่อปาน
บรรดาท่านพุทธบริษัทที่ท่านทำทุกอย่าง
นั้นมันเป็นมหากุศล
ทำบุญไปส่วนสาธารณชนเอาข้าวสารไปแจกกับคน
จนเอาอาหารไปแจกเอาเสื้อผ้าไปแจกเนี่ยมัน
เป็นส่วนสาธารณะ
ถ้าเราจะเปรียบเทียบกับการให้ประเภทนี้
มันมีความดีคล้ายๆกับถวายสังฆทาน
ตแต่ว่าอย่าตีราคาให้เสมอเลยบรรดาท่าน
พุทธบริษัท
เพราะสังฆทานเป็นทานที่หมายเอาพระ
พุทธเจ้าเป็นประธานแล้วมีพระอริยสงฆ์เป็น
แนวรับ
มีการที่เราให้กับคนบางทีคนที่รับก็เป็น
คนที่มีศีลไม่บริสุทธิ์
อานิสงส์มันก็น้อยลงไปหน่อยแต่ถึงจะน้อย
ประการใดก็ตามทีบุญบารมีประเภทนี้สามารถ
จะส่งผลให้เราเข้าถึงอมตะมหาปรินิพพานได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเราตายไปในชาติ
ปัจจุบัน
ทางที่เราจะพึงได้ก็คือสวรรค์ชั้น
ดาวดึงส์สเทวโลก
ตัวอย่างท่านอังกุลเทพบุตร
ให้ทานแก่คนภายนอกพระพุทธศาสนาเพราะว่า
เวลานั้นพระพุทธศาสนาไม่มี
ให้ทานอย่างนี้อยู่เป็นการนานปรากฏว่าตาย
จากความเป็นมนุษย์แล้วไปเกิดบนเป็นเทวดา
บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์สัตว์เทวโลก
แต่ว่าสภาพร่างกายผ่องใสไม่พอ
มีศักดาไม่เสมอกับเทวดาทั้งหลายแต่ทว่า
บรรดาท่านพุทธบริษัท
ขึ้นชื่อว่าเทวดาแล้วถึงแม้ว่าจะเป็น
เทวดาท้ายแถวก็ยังดีกับคนต้นแถว
เพราะไม่มีแก่ไม่มีหิวไม่มีกระหายไม่มี
ความร้อนไม่มีความหนาวไม่มีการป่วยไข้ไม่
สบาย
จะมีก็เพียงแต่ก็เกิดเป็นเทวดาแล้วก็ตาย
จากความเป็นเทวดาเท่านั้น
ฉะนั้นอาตมาจึงถือว่าถึงแม้ว่าการบำเพ็ญ
กุศลและขันธ์แก่บุคคลภายนอกพระพุทธศาสนา
หรือว่าคนอยู่ในเขตของพระพุทธศาสนาแต่ว่า
ไม่มีความเคารพในพระพุทธศาสนาอย่างจริง
จัง
อย่างนี้เราก็ถือว่าเป็นคนภายนอกพระ
พุทธศาสนานะ
การบำเพ็ญกุศลด้วยมีผลน้อยแต่ทว่าถ้าเรา
ทำบ่อยๆมันก็มากเหมือนกัน
ฉะนั้นการเกื้อกูลซึ่งกันและกันบรรดาท่าน
พุทธบริษัททุกท่านมันเป็นปัจจัยให้เกิด
ความสุขทั้งในชาติปัจจุบันและสัมปรภพ
คือในชาตินี้เราก็จะมีคนรักมากคนที่ให้
ย่อมเป็นที่รักของคนผู้รัก
ถ้าเรามีความคนรักมากเพียงใดเราก็สบายใจ
เพียงนั้น
ทางนี้เพราะอะไรเพราะว่าการจะไปทางไหนก็
มีแต่คนไหว้มีแต่คนเคารพนับถือมีแต่คนชอบ
คนรักอันตรายมันก็ไม่มี
การเดินทางไปจะตกรถตกเรือจะหิวตายไปใน
ระหว่างทางไม่มีสำหรับคนประเภทนี้
นี่แหละบรรดาท่านพุทธบริษัทถึงแม้ว่าความ
ดีประเภทนี้จะเป็นความดีเล็กๆ
จัดว่าเป็นบุญเด็กๆก็ควรจะรับฟังเข้าไว้
สำหรับบรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลายตอนนี้
พูดถึงเรื่องปรานยังไม่ได้เพราะมองดูเทป
ที่บันทึกมันใกล้จะหมดลงไปทันที
เกรงว่าถ้าพูดต่อไปแล้วเรื่องราวจะไม่ทัน
จะเข้าที่เทปหมด
ก็จะสร้างความรำคาญใจแก่บรรดาท่านพุทธ
บริษัท
ฉะนั้นนับตั้งแต่นี้ไปไปเดี๋ยวพักคอสัก
หน่อยจะได้กลับหน้าเทปในระหว่างที่กลับ
หน้าเทปนี่ก็ขอบรรดาท่านพุทธบริษัทฟัง
ดนตรีเพื่อเป็นการขั้นเวลาสักเล็กน้อยก็
แล้ว
เ
ต
โ
Ask follow-up questions or revisit key timestamps.
วิดีโอนี้เป็นการปรารภเนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปีเกิดของหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค โดยลูกศิษย์ของท่านได้เล่าถึงจริยวัตรที่งดงาม การเคารพในพระธรรมวินัย และความเข้าใจผิดเกี่ยวกับภาพลักษณ์ของท่านที่ปรากฏในหนังสือประวัติ นอกจากนี้ยังถ่ายทอดเรื่องราวอัศจรรย์เมื่อครั้งหลวงพ่อปานถูกคุณไสย "บังฟัน" จนเกือบมรณภาพแต่ได้พบองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาตรัสให้กลับมาทำหน้าที่ต่อ รวมถึงคำสอนเรื่องขันธ์ 5 การพิจารณาความตาย และการบำเพ็ญสาธารณกุศลเพื่อสงเคราะห์ผู้อื่น
Videos recently processed by our community